- หน้าแรก
- คู่มือควบคุมมังกรกระดูกต่างโลก
- บทที่ 46 - สมาคมการค้าจตุรทิศ
บทที่ 46 - สมาคมการค้าจตุรทิศ
บทที่ 46 - สมาคมการค้าจตุรทิศ
บทที่ 46 - สมาคมการค้าจตุรทิศ
พี่แมส คำว่าแมสหมายถึง แมสเซนเจอร์ (Messenger) หรือประมาณว่าคนส่งของนั่นแหละครับ ฟีลๆแกรป
☆☆☆☆☆
ไม่นานก็มีสัญญาณตอบกลับมา เป็นพลุสัญญาณสีฟ้าสองลูกและสีเขียวหนึ่งลูก ตามด้วยสัญลักษณ์เวทมนตร์ขนาดมหึมาที่วูบวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง ดูเหมือนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสี่อันซ้อนกัน
“สมาคมการค้าจตุรทิศ” จื่อจิ่นอธิบายให้ซูหมิงฟัง “เป็นขั้วอำนาจการค้าที่ใหญ่ที่สุดแถวนี้ พวกเขาขอเจรจา”
“ถ้าพวกเขาไม่เป็นภัยกับเรา งั้นแปลว่าเรื่องเสบียงของเราก็น่าจะรอดแล้วใช่ไหม” ซูหมิงถาม
“แน่นอน พ่อค้ามาเยือนย่อมหวังผลประโยชน์” จื่อจิ่นตอบ “เงื่อนไขเล็กน้อยอย่างการเติมเสบียง ไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“เยี่ยมไปเลย!”
นักปราชญ์สาวควงคทา ยิงพลุสัญญาณสีเขียวสามลูกขึ้นฟ้า รหัสสัญญาณ: อนุญาต!
ฝ่ายตรงข้ามยิงพลุสีส้มและเขียวกลับมา หมายถึงจบการสื่อสารและส่งคำทักทาย จื่อจิ่นตอบกลับด้วยสีส้มลูกเดียว จากนั้นหน่วยลาดตระเวนก็ขี่อินทรีมังกรจากไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวคนติดต่อของพวกเขาก็คงมา” สลายอักขระสัญญาณเสร็จ นักปราชญ์สาวก็รวบผมด้วยยางรัดผม “พอจะมีวิธีหาชุดที่ดูเป็นทางการหน่อยให้ฉันไหม ไม่ต้องถึงกับชุดราตรีหรือสูทหรูหรา แค่ให้ดูทะมัดทะแมง ดูดีหน่อย”
“เรื่องนี้ผมถนัด จัดให้ครับ” ซูหมิงรับคำ
ตอนนี้เด็กสาวมีแค่ชุดกระโปรงชุดเดียว ชุดนอนก็เป็นลายดอกแดงสไตล์บ้านทุ่งที่ซูหมิงหามาให้ ถึงเวลาต้องแก้ปัญหานี้จริงจังเสียที
“นายก็ต้องหามาใส่สักชุดเหมือนกัน แล้วเราต้องเก็บกวาดเรือ ทำความสะอาด จัดข้าวของให้เรียบร้อย” จื่อจิ่นวางแผน “ต้องเคลียร์ห้องรับแขกออกมาสักห้องด้วย”
“คนที่จะมาเป็นบิ๊กเบิ้มเหรอครับ” ซูหมิงสงสัย
จื่อจิ่นส่ายหน้า “ไม่เกี่ยวกับว่าใครจะมา แต่ถ้าเราใส่ใจรายละเอียด แปลว่าเรามีการจัดการที่ดี รับมือสถานการณ์ได้สบายๆ” เธออธิบาย “เรามีพลังข่มขวัญพอแล้ว ที่ต้องแสดงให้เห็นคือความมีระดับ”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว สร้างภาพให้ดูรวย”
จื่อจิ่นหันมามองซูหมิงอย่างจริงจัง “อย่าดูถูกตัวเองสิ เราน่ะรวยจริง!”
งานทำความสะอาดและจัดของแน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของกองทัพซอมบี้ของนักปราชญ์สาว ส่วนห้องรับแขกซูหมิงก๊อปปี้โครงสร้างห้องท้องพระโรงมาวาง แล้วให้จื่อจิ่นตกแต่งรายละเอียดต่อ
จากนั้นเขาก็เริ่มเชื่อมต่อกับเจ้าหนาม เพื่อจัดการเรื่องเสื้อผ้า
เวลาทางโลกมนุษย์คือบ่ายสอง การให้โครงกระดูกไปเดินห้างเวลานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก และเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าสำหรับร้านที่จะโดนเดิน
เขาตัดสินใจส่งเหมียวซินออกไปดูลาดเลาก่อน ส่วนตัวเองใช้เจ้าหนามกดมือถือค้นหาข้อมูล
“แขกจะมาถึงเมื่อไหร่” ซูหมิงถามจื่อจิ่น
เด็กสาววิ่งไปดูเรดาร์ เลือกจุดเล็กๆ จุดหนึ่ง แล้วกดสแกนขยายภาพอย่างคล่องแคล่ว “เรือลำนี้น่าจะเป็นของพวกเขา ห่างออกไป 110 กิโลเมตร ความเร็ว 12 นอต... อืม อีก 5 ชั่วโมง”
สมฉายานักปราชญ์ เรียนรู้เร็วถึกทนจนซูหมิงเริ่มระแวงตกงาน
จื่อจิ่นแอบถอนหายใจโล่งอก จ้องมาตั้งนาน โชคดีที่กดไม่ผิด
ซูหมิงนับนิ้ว ห้าชั่วโมง แปลว่าต้องจัดการให้เสร็จก่อนหนึ่งทุ่ม เวลาโลกมนุษย์ตอนนั้นร้านขายเสื้อผ้ายังเปิดอยู่
รอให้ร้านปิดไม่ได้แล้วสิ ซูหมิงปวดหัวนิดหน่อย แค่จะเอาเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต
เหมียวซินลอยไปสักพักก็เจอห้างสรรพสินค้า แล้วตรงดิ่งไปโซนเสื้อผ้า ตอนผ่านร้านขายชุดทหาร ซูหมิงเล็งชุดเวิร์กแวร์ลายพรางสีดำไว้ชุดหนึ่ง ดูทะมัดทะแมงดี แถมเหมาะกับการทำงานจิปาถะบนเรือ
แต่ชุดแบบนี้ไม่เหมาะกับจื่อจิ่น ซูหมิงอาศัยสายตาเหมียวซินเดินดูหลายร้าน สุดท้ายก็เลือกชุดเดรสสูทเข้ารูปความยาวคลุมเข่าสีเทาเบจ
ชุดนี้มีสองแบบ แบบหนึ่งเป็นกระโปรงทรงเอธรรมดา อีกแบบเป็นดีไซน์อสมมาตรที่ดูเก๋มาก ด้านซ้ายเป็นกระโปรงเรียบ ด้านขวาเป็นกระโปรงพลีทผ้าชีฟองสีเดียวกัน ตัดต่อกันได้อย่างลงตัว
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหนามเดินมาถึงตู้ฝากเงินอัตโนมัติ เข้าไปในตู้ล็อกประตู แล้วล้วงเอาบัตรของเหมียวซินกับเงินสดที่กวาดมาจากบ้านผอ.สถานพักฟื้นออกมา ประมาณห้าหมื่นกว่าบาท ยัดเข้าตู้ฝากไปทั้งหมด
ซูหมิงล็อกอินแอปฯ บริการ จ้างพี่แมสวิ่งงานด้วยค่าจ้าง 60 หยวน ให้ไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้าน
“จื่อจิ่น!” บนเรือจื้อหยวน จื่อจิ่นกำลังจัดห้องรับแขก ซูหมิงเดินถือสายวัดตัวเข้ามา
“หือ”
“ส่วนสูง น้ำหนัก ความกว้างไหล่ แล้วก็สัดส่วน” ซูหมิงยื่นสายวัดให้ “รบกวนวัดให้หน่อย ทางนู้นกำลังจะซื้อเสื้อผ้า”
“ซื้อ?” จื่อจิ่นแปลกใจ “ของก่อนหน้านี้นายขโมยมาไม่ใช่เหรอ”
“เขาเรียกว่ายืม! ปัญญาชนเขาไม่...” ซูหมิงแก้ตัว “เอาเถอะ เสื้อผ้าราคาไม่เท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องปล้นหรอก”
จื่อจิ่นอิดออดนิดหน่อย แต่ก็ยอมวัดตัวให้
“หุ่นอย่างฉัน หาซื้อเสื้อผ้าในโลกนายง่ายไหม” จู่ๆ เธอก็ถาม
“เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้แฮะ” ซูหมิงไปไม่เป็นเหมือนกัน “แต่เสื้อผ้าคนสวยน่าจะหาง่ายมั้งครับ”
“สกิลการชมของนายนี่ใช้ได้นะ” จื่อจิ่นพูดเสียงเรียบ
“โสดมาจวนจะสามสิบปี เพิ่งเคยโดนชมว่าปากหวานก็วันนี้แหละ” ซูหมิงหัวเราะเยาะตัวเอง “ว่าแต่ คุณชอบกระโปรงพลีทไหม” เขาถาม เพราะสังเกตว่าชุดที่เธอใส่อยู่เรียบมาก แทบไม่มีลูกเล่น
“ไม่ชอบ ยิ่งเรียบยิ่งดี” จื่อจิ่นตอบ
โครงกระดูกรับใช้สีดำตัวหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่สะดุดตาซูหมิง มันมีแสงออร่าจางๆ ปกคลุมทั่วร่างเหมือนโครงกระดูกสีขาว ดูหรูหรามีราคา ผิดกับกระดูกทั่วไปแถวนี้ลิบลับ
“โครงกระดูกตัวใหม่เหรอ”
“อื้ม ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลาทำ วันนี้ว่างเลยอัญเชิญออกมา”
ซูหมิงยิ่งมองยิ่งแปลกใจ “ทำไมตัวสีดำล่ะ”
“ลืมแล้วเหรอ นายเผามากับมือนี่นา”
เผาเอง? ตอนไหน?
ซูหมิงนึกออกทันที เขากระโดดโหยง ชี้ไปที่โครงกระดูกแล้วตะโกนลั่น “กาลิโอ!”
“ใช่แล้ว การเอาศพของมหาจอมเวทศักดิ์สิทธิ์มาเป็นวัตถุดิบสร้างคนรับใช้ จะได้ศักยภาพในการพัฒนาสติปัญญาที่ดีมาก” จื่อจิ่นอธิบาย “ถ้าฝึกดีๆ ให้เป็นพ่อบ้านก็ได้ หรือแม้แต่คุมเครื่องจักรบางอย่างก็ไหว ฉันเลยทำออกมาอีกตัว”
ซูหมิงหันไปมองโครงกระดูกสีขาวตัวเก่า ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจื่อจิ่นถึงบอกว่าเขาเคยเจอราสเซลมาก่อน เขาชูนิ้วโป้งให้นักปราชญ์สาวด้วยความนับถือจากใจจริง
กลับมาที่ฝั่งเจ้าหนาม ซูหมิงส่งรหัสสินค้าและไซซ์ไปให้พี่แมส การซื้อชุดลายพรางราบรื่นดี พี่แมสส่งคิวอาร์โค้ดมา ซูหมิงใช้มือถือเหมียวซินสแกนจ่าย พี่แมสก็ได้ของ
แต่พอไปถึงร้านชุดสูทกระโปรง พนักงานขายบอกว่าต้องแก้ไซซ์
“ลูกค้าหุ่นผอมเพรียวค่ะ ต้องเก็บเอวเข้าอีกหน่อย ไหล่ก็ต้องปรับ” เธออธิบาย “ถ้าจะแก้ต้องรอรับพรุ่งนี้นะคะ”
“รอไม่ไหวหรอกครับ” ซูหมิงคิดแล้วบอกให้พนักงานสอนวิธีแก้มาก็พอ แล้วจ่ายเงินเอาของออกมาเลย
พี่แมสกำลังจะไปส่งของ ซูหมิงก็เบรกไว้ก่อน เพราะนึกขึ้นได้ว่าซื้อแต่ชุดนอก ลืมซื้อของสำคัญข้างใน
โชคดีที่นึกได้ทัน
ซูหมิงเพิ่มเงินให้พี่แมส ให้เหมียวซินตามไปที่ร้านข้างๆ เพื่อช้อปปิ้งต่อ
[จบแล้ว]