เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 พวกเราถือได้ว่าเป็นศัตรู...

ตอนที่ 25 พวกเราถือได้ว่าเป็นศัตรู...

ตอนที่ 25 พวกเราถือได้ว่าเป็นศัตรู...


เสี่ยวเอ้อที่ยังมิได้แปลงกายกลับสู่สภาพปกติเดินเนิบนาบไปหาพวกโม่ข่า รูปลักษณ์ดุร้ายน่าเกรงขามของมันสร้างความหวาดกลัวอย่างมหาศาลให้แก่พวกเขาจนถึงกับขาอ่อนยวบไปอยู่ที่พื้น

“พะพะ... พี่ใหญ่... เฟ.. เฟย.. มะ..มัน”

โม่ข่าพูดติดอ่างกระตุกทั่วร่างหลังจากถูกจ้องมองโดยเสี่ยวเอ้อ ใบหน้าของพวกเขาแทบจะแนบชิดติดกัน

“เสี่ยวเอ้อ พอได้แล้ว เจ้าต้องแบกพวกมันกลับหากพวกมันหมดสติ”

เสียงของป๋ายเสี่ยวเฟยดังขึ้น จากนั้น ‘พยัคฆ์กลืนอัสนี’ หดตัวลงช้าๆ ภายใต้สายตาไม่อยากจะเชื่อของทั้งสาม ในที่สุดก็กลับเป็นเสี่ยวเอ้อตามเดิม

ต้องรอให้เสี่ยวเอ้อเลียหน้าเขาอยู่หลายคราก่อนสติสตังจะกลับคืนสู่ตัวโม่ข่า

“ข้า..ฝันไป?”

โม่ข่าขยี้ตาตนเอง ยังคงรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อยและไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ สือขุยและหวู่จื๋อก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

“ไปเถอะ พวกเจ้ารอให้หมาป่าวายุกลับมาหรือไร!?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยถามในใจเต็มไปด้วยโทสะจากลูกถีบของหูเซียนเอ๋อเมื่อครู่ แต่เขาไม่มีที่ให้ระบาย

ในระหว่างทางกลับสถาบันชิงหลัว โม่ข่าและพวกกลับมาเป็นเด็กน้อยขี้สงสัยอีกครั้ง หากแต่จุดศูนย์กลางของคำถามในครานี้คือเสี่ยวเอ้อ

ถึงแม้ป๋ายเสี่ยวเฟยจะรำคาญเป็นอย่างมากแต่การตอบคือตัวเลือกเพียงอย่างเดียว มิเช่นนั้นเสี่ยวเอ้อคงมีชะตากรรมถูกเจ้าสามวายร้ายจับกุมตัวไปชำแหละเป็นแน่แท้

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวคำ ‘ลอกเลียนแบบ’ ทั้งสามตกตะลึงถึงขั้นยืนโง่งมอยู่นาน

นักเชิดหุ่นสายมายาไม่เคยถูกมองในแง่ดีมาก่อน ยกเว้นก็เพียงแต่สายมายาแขนงลอกเลียนแบบ และเพราะความผิดปกตินี้เองที่ทำให้หลายคนถึงกับเสนอแนะให้ย้ายลอกเลียนแบบออกจากสายมายา แต่ข้อเสนอแนะพวกนั้นถูกปฏิเสธ

อย่างไรก็ตามความ ‘โกง’ ของแขนงลอกเลียนแบบเพียงพอให้ป๋ายเสี่ยวเฟยราวกับเป็นสมบัติไม่ว่าจะเป็นกับองค์กรใด!

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหอพัก ป๋ายเสี่ยวเฟยหยุดเดินโดยพลันใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนจางแฝงด้วยความชั่วร้าย

“พวกเจ้าคิดว่าพวกมันจะทำความสะอาดห้องเราหรือไม่?”

โม่ข่าและพวกชะงักนิ่งครุ่นคิดอยู่นาน

“พวกมันอาจไม่ทำแต่พวกมันล้อมพวกเราแน่”

โม่ข่าเป็นคนแรกที่ตอบ สือขุยและหวู่จื๋อพยักหน้าเห็นด้วยแต่หลังจากนั้นสือขุยก็พลันเปลี่ยนเป็นส่ายหัวแทน

เขากล่าว

“พวกมันจะไม่กลัวเรื่องจะซ้ำรอยรึ?”

โม่ข่าพูดไม่ออกเมื่อได้ยินที่สือขุยพูด และก็เป็นเช่นนั้นจริงแท้ ขนาดโม่ข่าเองก็ยังหาวิธีจัดการระเบิดเหม็นโฉ่ไม่ได้

“เหตุใดเราไม่มาพนัน? ข้าพนันว่าพวกมันไม่เพียงทำความสะอาดห้องให้แต่พวกเราทั้งสี่จะยังสามารถหลับอย่างสงบได้ในคืนนี้ หินชิงหลัวสองก้อนเป็นเช่นไร?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยถูมือทั้งสองปากเผยให้เห็นเขี้ยว

เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านข้างพยายามอย่างหนักในการส่ายหัวไปหาพวกโม่ข่า น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ทันสังเกต

เมื่อพวกเขาได้ยินก็หันหน้ามามองกันก่อนจะพินิจพิจารณาถึงข้อได้ข้อเสีย

ส่วนแรกของการพนันไม่ยากนักเพราะหากไม่เกิดสิ่งนอกเหนือการคาดเดาขึ้นและจางชิงซานกับพวกไม่อยากถูกหัวเราะเยาะโดยคนอื่น พวกเขาจะต้องทำความสะอาดเพื่อลบกลิ่นออกจากร่างแน่นอน แต่เรื่องที่พวกเขาจะไม่ก่อปัญหาคงเป็นไปไม่ได้

“ตกลง ข้าพนัน!”

โม่ข่าเป็นคนแรกที่ตอบ ในฐานะ ‘สมอง’ ของทั้งสาม เขาประสบความสำเร็จชักจูงอีกสองคนมาเข้าร่วมด้วย

ในครู่ต่อมาทั้งสามต้องเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการตัดสินใจครั้งนี้

เพราะภายใต้การควบคุมของป๋ายเสี่ยวเฟย เสี่ยวเอ้อเปลี่ยนร่างอีกครั้ง และร่างในครั้งนี้คือฉินหลิงหยาน!

“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าจำได้หรือไม่ แต่คนที่ข้าตบหน้าเอ่ยถึงพี่ของมัน หากข้าคาดไม่ผิดพี่ของมันจะต้องเป็นศิษย์พี่แต่เพราะศิษย์ปีสองมีความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีการถ่อมาถึงหอพักเด็กใหม่เพื่อรังแกไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชม เช่นนั้นหากจะมีคนมาช่วยต้องเป็นศิษย์ปีหนึ่งเป็นแน่”

ป๋ายเสี่ยวเฟยหยุดชั่วครู่

“และหากเป็นศิษย์ปีหนึ่ง ใบหน้านี้ไม่ต่างไปจากใบผ่านทาง!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มจางต่างจากพวกโม่ข่าที่ความเจ็บปวดมีให้เห็นทั่วใบหน้า

‘พวกเราถามเรื่องนี้ไปแล้วระหว่างทาง เหตุใดจึงลืมเสี่ยวเอ้อไปได้!’

แต่ยังมีอีกสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่คาดคิด เป็นสิ่งนี้เองที่ผลักเขาตกลงไปยังเหวลึก

ทั้งสี่... เอ่อ... ทั้งห้าเดินเข้าไปในหอพักศิษย์ใหม่ พวกนักเรียนคนอื่นที่เห็นต่างก็เผยสีหน้า ‘หวาดกลัว’ เหตุผลไม่ใช่อื่นใดนอกจาก ‘ฉินหลิงหยาน’ !

‘ศิษย์พี่หญิง!?’

‘มายังหอพักชาย!?’

‘ศิษย์พี่หญิงในปัจจุบันสง่าผ่าเผยขนาดนี้เชียวรึ!?’

‘บัดซบ! พวกมันไม่เหมือนหนุ่มรูปงามสักนิด... ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ตาบอดหรือไร!?’

...

การคาดเดาและสนทนาเริ่มขึ้นตั้งแต่ชั้นแรกไปจนถึงชั้นแปด มีกระทั่งผู้คนที่วิ่งออกจากห้องหลังจากได้ยินข่าวด้วยซ้ำ

ในชั่วขณะหนึ่ง กลุ่มป๋ายเสี่ยวเฟยทั้งสี่กลายเป็นเป้าท่ามกลางพายุสายตาของผู้คน

“พี่ใหญ่เฟยท่านสนิทสนมกับศิษย์พี่หญิงผู้นี้หรือ?”

ก่อนพวกเขาจะเดินเข้าไปในห้อง โม่ข่ารู้สึกเกรงกลัวเล็กน้อยเพราะด้วยบทสนทนาที่เขาได้ยินตลอดทั้งทางมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เรื่องนี้จะไม่รั่วไหลไปภายนอก หากศิษย์พี่หญิงนางนี้มาทวงคืนความแค้น พวกเขาคงต้องลำบากเป็นแน่แท้

“หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด พวกเราสามารถกล่าวได้ว่าเป็นศัตรู”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะที่บ้านร้อยรสของฉินหลิงหยานพลันปรากฏขึ้นในใจ หากนางทำได้นางคงสั่งสอนบทเรียนหนักให้ป๋ายเสี่ยวเฟยไปแล้วในตอนนั้น บทเรียนที่ตายยังดีเสียกว่า!

โม่ข่าชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะระเบิดเสียงหัวร่อออกมา

“พี่ใหญ่เฟย เลิกล้อเล่นเสียที...”

‘ใช่! เขาต้องกำลังล้อเล่นอยู่แน่ๆ!’

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น หากเจ้าไม่เชื่อก็รอจนถึงวันพรุ่งนี้ ดูจากนิสัยของนาง นางจะต้องมาหาเรื่องพวกเราแน่นอน”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวจบ ทั้งสามเบิกตาโพลงจ้องมองเขาอย่างโง่งมในฉับพลันพวกเขาถอยห่างจากเสี่ยวเอ้อออกไปอย่างน้อยห้าเมตร

“ช้าไปแล้ว มีผู้คนมากมายเห็นหน้าพวกเจ้า เจ้ายังจะไปหลบที่ใดได้อีก?”

คำพูดสั้นๆ ของป๋ายเสี่ยวเฟยดับความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ของพวกโม่ข่าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

“พี่ใหญ่เฟย เหตุใดท่านจึงไม่บอกพวกข้าก่อนเล่า? ท่านกำลังขุดหลุมสู่ความตายให้พวกเรา!”

โม่ข่ารู้สึกถึงความชั่วร้ายของป๋ายเสี่ยวเฟยอีกครา ปิศาจตนนี้จะไม่สังหารเจ้าแต่จะทำให้เจ้าเจ็บปวดยิ่งกว่าตาย...

“ข้าสาบานว่าครั้งนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

ป๋ายเสี่ยวเฟยผายมือพลางทำหน้าใสซื่อไร้เดียงสา

“ตอนแรกข้าเพียงจะใช้ความโด่งดังของศิษย์พี่หญิงผู้นี้ทำให้พวกมันกลัว แต่มันสายไปเสียแล้วเมื่อข้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดแปลกๆ”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวราบเรียบ พวกโม่ข่าไม่เห็นความกลัวในสายตาแม้แต่น้อย

“ท่านไม่กลัวว่าศิษย์พี่หญิงผู้นี้จะก่อเรื่องให้ท่านหรือ?”

“มีอะไรให้กลัว? เรื่องมันเกิดไปแล้วกลัวไปจะได้อะไร? อีกอย่างหากข้าไม่ทำเช่นนี้พวกเจ้ามีวิธีจัดการพวกมันหรือไม่?”

ทั้งสามตกอยู่ในความครุ่นคิดอยู่นาน พวกเขาได้คำตอบอย่างหนึ่ง

เขาไม่อาจหนีไปไหนได้...

“ใจเย็น ใจเย็น สวรรค์เมตตาคนดีอยู่แล้ว จะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเมื่อมีข้าอยู่”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับกำลังหยิบยื่นฟางเส้นสุดท้ายให้ทั้งสาม

แต่สำหรับพวกโม่ข่า ฟางเส้นนี้ช่างเปราะบางเหลือเกิน...

จบบทที่ ตอนที่ 25 พวกเราถือได้ว่าเป็นศัตรู...

คัดลอกลิงก์แล้ว