เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ข้าจะตอนน้องชายเจ้าหากเจ้าลืม!

ตอนที่ 24 ข้าจะตอนน้องชายเจ้าหากเจ้าลืม!

ตอนที่ 24 ข้าจะตอนน้องชายเจ้าหากเจ้าลืม!


“เจ้า..รู้จักข้า?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยถามเสียงอ่อน ถึงเขาจะทำตัวอ่อนน้อมต่อนาง แต่มันไม่ยากเลยที่จะอ่านสีหน้าของหญิงสาวว่านางอยากตบเขามากเพียงใด

‘รู้จักเจ้า? ข้าไม่เพียงรู้จักเจ้าเท่านั้น!!’

“เราเจอกันมาก่อน”

หญิงสาวข่มกลั้นเพลิงโทสะของตนในใจพลางถอนฝ่ามือเรียวงามออกมา พยายามอย่างหนักที่จะทำตัวปกติ จะให้นางพูดได้อย่างไรว่า

“เจ้า***ข้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว

“สหายนักเรียน พวกเราต่างก็เป็นสหายร่วมสถาบันเดียวกันและข้ามาที่นี่โดยบังเอิญเท่านั้น ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าหมาบัดซบตัวนี้ลากข้ามา”

เสี่ยวเอ้อส่งเสียงเห่าอันเศร้าโศกออกมา รูปร่างเล็กของมันทำลายข้ออ้างของป๋ายเสี่ยวเฟยทันที

“เจ้าแสร้งทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ทำไม? จำเป็นต้องขายข้าด้วยหรือ!?”

ใบหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาตบหัวเสี่ยวเอ้ออย่างแรง

“หยุด! เหตุใดเจ้าต้องรังแกหุ่นเชิดของตน!?”

หญิงสาวคิ้วขมวดมุ่นก่อนจะหยุด “การกระทำที่โหดร้าย” ของป๋ายเสี่ยวเฟย ส่วนสี่ยวเอ้อราวกับได้เจอแม่พระมาโปรด มันรีบโกยอ้าวไปคลอเคลียบริเวณขาของหญิงสาวอย่างโหยหา

ไม่ต้องกล่าวเลยว่าการกระทำของเสี่ยวเอ้อมีผลกระทบต่อหญิงสาวมากมายเพียงใด และอย่างน้อยในช่วงเวลานี้มันก็ได้ดื่มด่ำสำราญกับการปฏิบัติที่ใครหลายคนมิอาจแม้แต่จะฝันถึง

หญิงสาวได้โอบกอดมันไว้...

นางอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มอ่อนจางเมื่อเห็นรูปลักษณ์น่าขบขันของเสี่ยวเอ้อ รอยยิ้มของนางทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยผู้ซึ่งหมอบอยู่บนพื้นตกตะลึงจนพูดไม่ออก

เพราะทีแรกนางมีความตั้งใจที่จะสังหารปิดปากป๋ายเสี่ยวเฟยและนางยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยดี ทำให้ร่างกายเลอโฉมของนางถูกปกคลุมไว้เพียงอาภรณ์หลวมโพลกที่ใช้ปิดบังได้เพียงความยาวของกระโปรงสั้น ภายใต้แสงจันทร์ผิวพรรณที่มองเห็นเลือนรางของนางทำเอาจิตใจป๋ายเสี่ยวเฟยปั่นป่วนไปทั่ว

ไม่นานก็มีของเหลวอุ่นไหลออกมาจากจมูกของเขา

“ไร้ยางอาย!”

หญิงสาวมองป๋ายเสี่ยวเฟยด้วยสายตาเย็นชา ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่านางรู้สึกโกรธหรือยินดีเมื่อพูดคำนั้นออกมา

“ไร้ยางอายอย่างไร?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยฉีกชายเสื้อตัวเองออกมาเสียบเข้าจมูกด้วยสีหน้าราบเรียบ

“ชายทุกคนก็เป็นเช่นนี้ หากข้าไม่แสดงความเคารพเมื่อเห็นสาวงามระดับท่านจึงจะแปลก”

หากผู้คนบนโลกทุกคนล้วนมีสัญลักษณ์ประจำตัว เช่นนั้นสัญลักษณ์ของป๋ายเสี่ยวเฟยจะต้องเป็นการที่เขาจะตายหากไม่ได้ปากเสียในรูปแบบที่ทำให้คนอื่นรู้สึกดี

ที่น่าสนใจคือหญิงสาวคนนี้ดูเหมือนจะชอบคำพูดของเขา....

ปุ!

เสียงหัวเราะดังไปทั่ว หญิงสาวทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยยืนเหม่อโง่งมอีกครั้ง นางแลจะชื่นชอบท่าทางแบบนี้ของป๋ายเสี่ยวเฟยเหลือเกิน

“ไม่ว่าอย่างไร เรื่องที่เจ้าแอบถ้ำมองข้าก็เป็นเรื่องจริง หากข้าแจ้งกับทางสถาบัน เจ้าจะต้องถูกลงโทษใช่หรือไม่?”

หญิงสาวมีรอยยิ้มจางประดับใบหน้าราวกับจู่ๆ ก็สนใจกลั่นแกล้งป๋ายเสี่ยวเฟยขึ้นมา

“จะฆ่าแกงกันก็เชิญ สหายนักเรียนผู้งดงาม จากวันนี้เป็นต้นไป ก้อนเนื้อหนักห้าสิบกิโลกรัมกว่จะกลายเป็นของท่าน และหากท่านสั่งให้ข้าไปเหนือข้าจะไม่มีทางไปใต้”

‘เรียกข้าไร้ยางอายมิใช่หรือ? งั้นข้าจะให้เจ้าเห็นว่าข้าไร้ยางอายเพียงใด!’

“ใครจะไปอยากได้ก้อนเนื้อเน่าเปื่อยของเจ้ากัน เจ้าแค่ต้องจำว่าเจ้าติดค้างข้าไว้และหากเจ้ากล้าปฏิเสธตอนข้าขอความช่วยเหลือ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

ร่องรอยความป่าเถื่อนแวบผ่านนัยน์ตาจิ้งจอกของนาง ใบหน้าจริงจังแตกต่างจากรอยยิ้มงดงามเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

“มีอะไรยาก? ข้าป๋ายเสี่ยวเฟยชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่สุด ยิ่งได้ช่วยเหลือบุปผางามเยิ้มยิ่งแล้วไปใหญ่”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเห็นตอบตกลงอย่างซื่อสัตย์พลางยิ้มแป้น

“โอ? หมายความว่ามีบุปผางามหลายคนที่ขอความช่วยเหลือจากเจ้า?”

มุมปากของนางกระตุก สุ้มเสียงมีร่องรอยขุ่นเคืองระคนโกรธ แน่นอนว่าป๋ายเสี่ยวเฟยในตอนนี้ไม่อาจสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองนั้น

แต่เขารู้ว่านางกำลังโกรธ

‘แม่สองกล่าวไว้ไม่ผิด ผู้หญิงช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากเหลือเกิน...’

ป๋ายเสี่ยวเฟยได้แต่พึมพำอยู่ในใจ เขาไม่ได้โง่ถึงขนาดพูดออกไป ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดหญิงสาวจึงโกรธ เขาก็ยังรู้ว่าเขาควรทำเช่นไรในเวลานี้...

“อาจมีในอดีตแต่จะไม่มีอีกต่อไปในอนาคต หลังจากข้าได้เห็นท่าน พี่หญิงสุดสวย ข้ารู้สึกราวกับว่าดวงตาของข้าไม่มีที่เหลือให้ผู้ใดอีก”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวอย่างจริงใจเท่าที่จำทะได้ มันบริสุทธิ์เสียจนเขาเกือบจะเชื่อคำพูดตนเอง

น่าเสียดายที่หญิงสาวไม่มีความตั้งใจที่จะเชื่อเขาแม้แต่น้อย...

“ปากหวานเหลือเกิน”

นางส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะวางเสี่ยวเอ้อลง

“จำไว้ว่าจงปฏิบัติกับหุ่นเชิดของเจ้าให้ดีกว่านี้ หุ่นเชิดมีชีวิตไม่ใช่แค่เครื่องมือ เจ้าต้องทำกับมันเหมือนสหาย”

ด้วยเหตุผลอันใดไม่ทราบ หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง

เลือดพลันสูบฉีดขึ้นใบหน้านางทันที สีแดงระเรื่อปรากฏให้เห็น อย่างไรก็ตามสุ้มเสียงของนางยังคงแข็งกร้าว

“ยังเห็นไม่พอหรือ!?”

“หากข้าทำได้ข้าอยากจะจ้องมองท่านตลอดกาลและจะไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่ข้าคิดจะหยุดมองท่าน!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยหัวเราะขบขัน แต่เขาคงมิอาจคาดคิดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิด

หญิงสาวยิ้มอ่อนราวกับนึกได้ถึงเรื่องน่าสนใจ นางกล่าวพลางมีสีหน้าตื่นเต้น

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้สิ่งที่น่าจดจำยิ่งกว่า!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเห็นขาเรียวยาวสีขาวหยกใกล้เข้ามา และจากนั้น....

เขาโผบินขึ้นไป...

สู่ท้องฟ้าอันไกลโพ้น...

“จำไว้ ข้าชื่อหูเซียนเอ๋อ หากเจ้ากล้าลืม ข้าจะตอนเจ้าเมื่อเราเจอกันครั้งต่อไป!”

เสียงร่าเริงดังก้องภายในหูป๋ายเสี่ยวเฟย ในเวลาต่อมาป๋ายเสี่ยวเฟยกลับเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาแห่งธรณีขณะที่เขาแบกรับพลังมหาศาลจากแรงโน้มถ่วงของโลก...

เขาปลิวกระเด็นไปไกล...

“พี่ใหญ่เฟย!”

“ช่วยพวกเราด้วย!!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยได้ยินเสียงหลายสายร้องเรียกหาเขา ทุกสายล้วนมีความรู้สึกเข้าตาจนใกล้ร้องไห้เต็มทน

“ฮ่ง! ฮ่ง!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยรู้สึกเปียกชื้นบนใบหน้า ในที่สุดเขาก็คลานขึ้นมาจากพื้น เมื่อเขายืนขึ้นสิ่งที่เขาเห็นเป็นสิ่งแรกคือเสี่ยวเอ้อที่มีทีท่ากังวลกระโดดโลดเต้นไปทั่ว

“ฮ่ง! ฮ่ง!”

เสี่ยวเอ้อเห่าอีกครั้ง คิ้วของป๋ายเสี่ยวเฟยขมวดมุ่นเข้าหากัน

“วิธีเดิม!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยพูดมาสามพยางค์พลางหยิบลูกบอลที่ดูคล้ายคลึงกับระเบิดเหม็นโฉ่มาจากกระเป๋าของเขา

ในเวลาเดียวกันเสี่ยวเอ้อผู้ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างพลันถูกโอบอ้อมด้วยแสงสีน้ำเงินอ่อนอีกครั้ง ผ่านไปไม่นานร่างของมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงไปมากจนจำไม่ได้

เมื่อมันผ่านกระบวนการจนเสร็จสิ้น โม่ข่าและพวกก็ได้วิ่งมาถึง ข้างหลังมันเป็นสัตว์อสูรระดับวิญญาณสองตัวที่กำลังไล่ตามมา หมาป่าวายุ!

“ตายแน่! พวกเราตายแน่!!”

สีหน้าของทั้งสามเปลี่ยนเป็นขาวซีดทันทีเมื่อเห็น ‘เสี่ยวเอ้อ’ ที่ยืนข้างๆ ป๋ายเสี่ยวเฟย

‘นั่นมันพยัคฆ์กลืนอัสนี!?’

‘สัตว์อสูรระดับราชา!?’

“มานี่!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเรียกทั้งสามในเวลาเดียวกับที่พวกเขาหันหลังกลับไปต่อต้านหมาป่าวายุ ทั้งสามชะงักลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มวิ่งเข้าหาป๋ายเสี่ยวเฟยอีกครั้ง

ในอีกด้าน หมาป่าวายุทั้งสองที่ไล่ตามพวกเขามาหยุดจ้อง พวกมันไม่ได้หลบหนีไปตั้งแต่แรก แค่เพียงจ้องมองสำรวจเสี่ยวเอ้อในคราบพยัคฆ์กลืนอัสนีอย่างระมัดระวัง

“เสี่ยวเอ้อ กินพวกมัน!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยสั่งและเสี่ยวเอ้อคำรามขึ้นมาทันที ในขณะเดียวกันป๋ายเสี่ยวเฟยบีบลูกบอลในมือให้แตกส่งผลให้เกิดเสียงสายฟ้าดังลั่นไปทั่วบริเวณ

ในวินาทีต่อมาเสี่ยวเอ้อพลันพุ่งกระโจนไปข้างหน้า หมาป่าวายุทั้งสองหวาดกลัวสุดขีดถึงขั้นขาสั่นผั่บๆ พวกมันรีบหนีโดยใช้พลังธาตุลมที่มีติดกายถึงแม้จะไม่ชำนาญนัก

“ขอบคุณสวรรค์ที่พวกมันเป็นแค่หมาป่าวายุ!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยหอบหายใจหนักทรุดลงไปบนพื้นเมื่อหมาป่าวายุหายตัวไปอย่างสมบูรณ์

แต่พวกโม่ข่ายังตื่นตะลึงจากเหตุการณ์เมื่อครู่

‘เขาสั่งพยัคฆ์กลืนอัสนี!?’

‘มนุษย์ทำเรื่องเช่นนี้ได้ด้วยหรือ!?’

จบบทที่ ตอนที่ 24 ข้าจะตอนน้องชายเจ้าหากเจ้าลืม!

คัดลอกลิงก์แล้ว