เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 จางชิงซานผู้น่าสงสาร

ตอนที่ 26 จางชิงซานผู้น่าสงสาร

ตอนที่ 26 จางชิงซานผู้น่าสงสาร


หลังจากปลอบประโลมโม่ข่าและพวก ป๋ายเสี่ยวเฟยเดินอย่างมั่นใจกลับห้องของเขา ใบหน้าค่อยๆ เผยรอยยิ้มขณะผลักประตู

ถึงแม้ทั้งห้องจะยังเต็มไปด้วยกลิ่นพิเศษของหญ้าเหม็นโฉ่และพริกปิศาจแต่ห้องถูกทำความสะอาดจัดเก็บเข้าตามรูปแบบเดิม กระทั่งผ้าปูที่นอนยังใหม่เอี่ยม

แต่ในห้องมีเพียงลูกน้องคนเดียวอยู่ข้างใน ไม่มีร่องรอยของจางชิงซานและพวกให้เห็น

“พวกเจ้าทำได้ดี รับไป ใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยตอนถูตัว”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวพลางโยนขวดที่แทบจะว่างเปล่าให้มัน ถึงแม้จำนวนแค่นี้จะไม่พอสำหรับทั้งแปดแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยจะต้องเป็นกังวล

ลูกน้องคนนั้นรับขวดมาก่อนจะขึงตาจ้องป๋ายเสี่ยวเฟย

“พี่ใหญ่ชิงซานบอกว่าเจ้าควรจะระวังตัวให้มากคืนนี้!”

ความสามารถในการส่งต่อคำพูดของมันสูงส่งเป็นอย่างมาก กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกของจางชิงซานก็ยังส่งผ่านมาครบถ้วนสมบูรณ์

แต่มันลืมไปอย่างหนึ่ง...

มันอยู่ตัวคนเดียว!

“น้องชาย เจ้ารู้หรือไม่ว่าบนโลกมีหุ่นเชิดตัวตายตัวแทนในด้วย?” ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวสิ่งที่มันไม่เข้าใจก่อนจะขยับไปด้านข้างเผยให้เห็นหวู่จื๋อและพวกข้างหลัง

“เจ้าคือหุ่นเชิดตัวนั้นและเป็นตัวที่ไม่ค่อยจะชาญฉลาดเท่าใดนัก”

หวู่จื๋อและพวกกระโจนเข้าหามันทันทีโดยไม่รอให้ป๋ายเสี่ยวเฟยพูดจบ

“อย่าทำแรงเกินไป อย่างน้อยให้มันคลานกลับได้”

สามนาทีต่อมา เสียงร้องโหยหวนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังมาจากห้อง 807...

“ใช้สิ่งนี้ฉีดไปทั่วห้อง มิเช่นนั้นแม้แต่หมูก็นอนไม่ได้”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวขณะมองดู ‘หุ่นเชิดตัวตายตัวแทน’ เดินแทบคลานจากไป เขาโยนกระบอกไม้เล็กๆ ให้พวกโม่ข่าก่อนจะเดินออกจากห้องไปสูดอากาศข้างนอก

นี่คือหนึ่งในข้อดีของการเป็นผู้นำ เพราะพวกลูกน้องที่ติดสอยห้อยตามจะทำสิ่งที่ผู้อื่นมิอยากด้วยความเต็มใจ

พวกโม่ข่าล้วนมั่นใจในตำแหน่งของป๋ายเสี่ยวเฟย ยังไม่นับรวมความสามารถพิเศษหลายอย่างของป๋ายเสี่ยวเฟย แค่อุปกรณ์แปลกประหลาดพวกนั้นก็ทำเอาหลายคนรู้สึกไร้พลังและหงุดหงิดแล้ว

โดยไม่รู้ตัว ป๋ายเสี่ยวเฟยได้กลายมาเป็นตัวแทนของคำว่า ‘ความเป็นไปได้’ ในใจของพวกเขา และเป็นชนิดที่ ‘ทุกอย่างเป็นไปได้’ !

หลังจากทั้งสามฉีดรอบห้องด้วยกระบอกไม้ที่ป๋ายเสี่ยวเฟยมอบให้ ไม่นานนักกลิ่นแปลกทั่วห้องพลันหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เหลือไว้เพียงกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายคลึงห้องจากหอพักหญิง

แต่ก่อนที่ทั้งสี่จะได้สำราญไปกับห้องที่เพิ่งทำความสะอาด กลุ่มคนจำนวนมากก็วิ่งกรูเข้ามาในห้อง

เป็นดังที่ป๋ายเสี่ยวเฟยคาดการณ์ไว้ กลุ่มคนที่เข้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพวกจางชิงซาน

ปัง!

ประตูไม้ถูกถีบจนแตกหักออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หากไม่ใช่เพราะหวู่จื๋อยืนปกป้องพวกเขาไว้ เกรงว่าทุกคนคงได้รับบาดเจ็บบ้าง

“อัดพวกมัน!”

จางชิงซานคำรามลั่นหลังเข้ามาในห้อง กลุ่มของเขาเริ่มควบคุมหุ่นเชิดทันที

แต่ในวินาทีต่อมาพวกเขาทั้งหมดล้วนยืนเหม่อกันถ้วนหน้า... เป็นเพราะพวกเขาเห็นฉินหลิงหยาน!

แน่นอนว่าศิษย์ใหม่ไม่มีใครรู้ว่าฉินหลิงหยานคือใครในสถาบันชิงหลัว แต่ชุดสาขากระบี่พิฆาตไม่ได้มีไว้แค่โอ้อวด

แล้วยิ่งข้อเท็จจริงที่ว่ามีศิษย์หญิงปรากฏในหอพักชายยังน่าตกใจมากกว่าฐานะของนางในหมู่ศิษย์ปีหนึ่ง

“อา นั่นสหายเก่าจางชิงซานมิใช่หรือ? ข้ารู้ว่าเจ้าจะมาจึงได้เชิญพี่หญิงหลิงหยานมาเป็นแขก ข้าหวังว่าจะได้แนะนำตัวนางให้กับพวกเจ้า แต่ดูเหมือนพวกเจ้าไม่คิดเช่นนั้น”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวน้ำเสียงไร้ความเร่งรีบและเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของพวกจางชิงซานดังไปทั่วห้อง

“ก็แค่ผู้หญิง! ไม่ใช่แค่เจ้าที่รู้จักศิษย์พี่ปี...”

จางชิงซานยังพูดไม่จบ มีฝ่ามือขนาดใหญ่ตบป้าบเข้าให้ที่หลังกบาลเขา

“เจ้าโง่! เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร!”

กลุ่มคนแยกตัวออกเผยให้เป็นศิษย์พี่ปีหนึ่งจากสาขาโล่อภิบาล เขายืนมั่นราวภูเขาไท่ซาน นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่ชายของจางชิงซาน จางชิงไห่

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหลิงหยาน จางชิงไห่ไม่ได้เปิดเผย ‘รังสีอำนาจกดดัน’ มีเพียงภาพลักษณ์ของศิษย์ปีหนึ่งธรรมดาทั่วไป

“พี่หญิงฉินข้า ขอโทษแทนน้องชายข้า มันไม่รู้ความไปล่วงเกินคนของท่าน ไม่ต้องห่วงข้าจะสั่งสอนมันให้ดีหลังกลับไป!”

จางชิงไห่งอตัวโค้งลงไป ท่าทีของเขากล่าวได้ว่าไม่เลวแต่ฉินหลิงหยานไม่มีความคิดที่จะสนใจเขา นางเพียงหยิบยกแก้วชามาจิบ

คำพูดต่อไปของป๋ายเสี่ยวเฟยก่อให้เกิดความหวังผุดขึ้นมาในใจจางชิงไห่

“เมื่อครู่อารมณ์ของศิษย์พี่หญิงยังดีอยู่เลย ศิษย์พี่ เหตุใดท่านค่อยมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น? ไม่ง่ายนักที่ห้องของข้าจะเงียบสงบได้เช่นนี้”

“พวกเจ้าไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือไร? ทุกคนออกไปให้หมด”

จางชิงไห่หันหัวกลับพลางคำรามใส่คนข้างหลัง นอกจากจางชิงซานแล้วคนที่เหลือรีบวิ่งแจ้นออกจากห้อง

“น้องชาย เจ้าดู...”

ใบหน้าของจางชิงไห่เผยให้เห็นร่องรอยความเจียมเนื้อเจียมตัวขณะที่เขายิ้มให้ป๋ายเสี่ยวเฟย

“ข้าได้ยินว่าหากข้าวของจากสถาบันเกิดการเสียหายขึ้น ศิษย์จะต้องชดใช้ให้สถาบันตามราคาใช่หรือไม่โม่ข่า?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่สนจางชิงไห่แต่หันกลับไปถามโม่ข่าแทน

โม่ข่าไม่ใช่คนโง่ เขาเข้าใจจุดประสงค์ของป๋ายเสี่ยวเฟยในฉับพลัน

“ถูกต้อง ข้ายังจำได้ว่าพวกมันราคาสูงเสียด้วย ศิษย์ใหม่อย่างพวกเราไม่มีปัญญาไปจ่ายแน่นอน”

เมื่อโม่ข่าพูดจบ จางชิงไห่หยิบตราหยกออกมาทันที

“น้องชาย รับหินชิงหลัวหนึ่งร้อยก้อนไป ทำไมเราไม่ปล่อยเรื่องวันนี้ไว้เป็นเพียงอดีต?”

“ศิษย์พี่ ข้าจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวขณะรีบลุกขึ้นมา เขารับตราหยกไว้ในมือเพื่อโอนถ่ายหินชิงหลัวหนึ่งร้อยก้อนก่อนจะเดินไปหาจางชิงซาน มือยื่นไปตบไหล่มัน

“เอ่อ.. เจ้าชื่อ..?”

“จางชิงซาน”

มันก้มหน้ากัดฟันแน่นพยายามอย่างหนักที่จะทำเสียงให้สงบลงแม้สักนิดก็ยังดี

‘กล่าวได้ว่าข้าเผชิญพบเคราะห์ร้ายชั่วชีวิตในวันเดียว...’

“ใช่ ใช่ สหายนักเรียนชิงซาน”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวอย่างมีความหมายขณะยิ้มอ่อนก่อนจะตบไหล่จางชิงซานอีกคราผู้ซึ่งสูงกว่าเขาหนึ่งช่วงหัว

“มาสนิทสนมกันให้ยิ่งขึ้นเถิด ไม่มีความจำเป็นต้องลำบากพวกศิษย์พี่ ใช่หรือไม่? พวกเขาเองก็ยุ่งพอแล้ว ทั้งยังต้องเรียนด้วยตัวเอง พวกเขาจะมีเวลามาดูแลคนอื่นได้อย่างไร? ในฐานะน้องชายเจ้าควรคิดเผื่อพี่ชายเจ้าบ้าง”

“น้องชายเจ้ากล่าวมิผิด ข้าจะพยายามไม่มาที่นี่อีกในอนาคตและข้าจะไม่สร้างความยุ่งยากอีกต่อไป”

จางชิงไห่ยิ้มตอบอย่างสุภาพ เขาเค้นสีหน้าเป็นมิตรที่ดีที่สุดในวันนี้ออกมา

“ศิษย์พี่ท่านไม่ต้องห่วง พวกเราจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง ข้ายังต้องส่งศิษย์พี่หญิงกลับ มันคงไม่สะดวกสำหรับข้าที่จะอยู่เป็นเพื่อนคุยท่านอีก”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มเล็กน้อยกล่าวเตือนว่าถึงเวลาที่พวกเขาต้องไป เป็นสิ่งเดียวที่จางชิงไห่อยากจะได้ยินมากที่สุด

หลังจากขอโทษอีกครา จางชิงไห่ลากจางชิงซานออกจากห้องป๋ายเสี่ยวเฟย สีหน้าพวกเขาพลันเปลี่ยนทันทีเมื่อพ้นประตูห้อง

“พี่ใหญ่ เหตุใดพวกเราต้องเกรงกลัวหญิงสาวคนนั้นด้วย? อย่าบอกนะว่านางแข็งแกร่งมาก?”

“เจ้าจะไปรู้อะไร? ความสามารถในการรวบรวมพลังจากศิษย์ปี่หนึ่งของนางยังมากกว่าศิษย์ปีสองหลายคนเสียอีก ข้าไม่แม้แต่ควรค่าเป็นคนทำความสะอาดรองเท้านาง”

ถึงแม้พูดเช่นนี้จะเป็นการไม่ให้เกียรติตน แต่จางชิงไห่ไม่มีความคิดจะปิดบังข้อเท็จจริงจากน้องชายของเขา

“งั้นพวกเราจะปล่อยผ่านไปเช่นนี้หรือ?”

จางชิงซานมีสีหน้าไม่ยอมรับ เขาไม่อาจกล้ำกลืนฝืนทนความแค้นนี้ได้

“ฮึ่ม! ข้าจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร? เราแค่ไม่อาจเคลื่อนไหวต่อหน้านาง!”

จางชิงไห่สีหน้ามืดทะมึน ประกายชั่วร้ายแวบผ่านในดวงตา

“เช่นนั้น..พวกเรา..?”

“เหตุผลที่ฉินหลิงหยานมีคนให้สนับสนุนมากเป็นเพราะคนใหญ่คนโตในกลุ่มศิษย์ปีหนึ่งสนใจในตัวนาง หากแต่พวกเขาได้เพียงขัดแข้งขัดขากันไปมาส่งผลให้ไม่มีใครประสบความสำเร็จ บอกข้าทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเราหาคนมาปล่อยข่าวการปรากฏตัวของนางในหอพักชายได้?”

เมื่อจางชิงไห่พูดจบ ใบหน้าจางชิงซานพลันแย้มแก้มแทบปริราวกับว่าภาพป๋ายเสี่ยวเฟยที่ตกอยู่ในเคราะห์ร้ายปรากฏขึ้นด้านหน้า....

จบบทที่ ตอนที่ 26 จางชิงซานผู้น่าสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว