เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 แนะนำตัว!

ตอนที่ 15 แนะนำตัว!

ตอนที่ 15 แนะนำตัว!


“ต่อไปถึงเวลาของพวกเจ้าแนะนำตัว อย่าลืมพูดให้น่าสนใจเพราะพวกเจ้าทั้งหมดจะเป็นเด็กใหม่ห้องห่วยสามเดือน”

เสวี่ยอิ่งให้โอกาสนักเรียนในการพูดรอยยิ้มของนางแฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง

แต่ไม่มีใครอยากจะรับบทต่อจากนางสักคน...

เสวี่ยอิ่งราวกับรู้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะบังเกิดนางจึงเรียกขานป๋ายเสี่ยวเฟยก่อนที่บรรยากาศจะน่าอึดอัดไปกว่านี้

“เริ่มจากเจ้า ป๋ายเสี่ยวเฟย!”

โชคดีที่ป๋ายเสี่ยวเฟยให้ความร่วมมือ เขาลุกขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเรียก

เพราะอารมณ์เขาดีอยู่ในตอนนี้...

“สวัสดี ทุกคนคงรู้ชื่อข้าแล้ว ข้าป๋ายเสี่ยวเฟย เป็นนักเชิดหุ่นสายมายาระดับกลาง ข้ามาจากหุบเขาแห่งหนึ่งที่ไร้ชื่อเสียง โปรดสั่งสอนข้าด้วย”

ป๋ายเสี่ยวเฟยนั่งลงทันทีหลังพูดเสร็จแต่การแนะนำตัวง่ายๆ ของเขากลับส่งเสียงกระซิบกระซาบไปทั่วห้องเรียน

ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากคำว่า“สายมายา”

ความไร้ประโยชน์ของสายมายาในระดับแรกๆ เป็นสิ่งที่รู้กันโดยทั่ว เพราะเหตุนี้เองทุกคนในห้องจึงได้ตีตราป๋ายเสี่ยวเฟยว่าเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดถึงแม้เขาจะอยู่ในขั้นกลางก็ตาม

หลังจากเขานั่งลงก็เป็นสือเฉินที่ยืนขึ้นมา ทุกคนพลันหยุดซุบซิบทันที น้ำเสียงเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจดังไปทั่วห้องเรียน

“ข้าสือเฉินจากอาณาจักรเทียนชิง ข้าเป็นนักเชิดหุ่นสายพิฆาตระดับเริ่มต้น เหตุผลที่ข้ามาเรียนที่สถาบันชิงหลัวก็เพื่อฝึกฝนให้ตัวเองเก่งขึ้นและทำความรู้จักกับศิษย์ที่แข็งแกร่ง”

นักเชิดหุ่นสายพิฆาตระดับเริ่มต้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดสือเฉินคือผู้ที่มีพลังต่อสู้สูงสุดในห้อง

เหล่านักเรียนทั้งหลายคิดเช่นนี้พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่

‘พี่หญิงผู้นี้มิอาจล่วงเกิน!’

แต่ไม่มีใครในหมู่พวกเขาเคยได้ยินชื่ออาณาจักรเทียนชิงมาก่อน นอกจากจักรวรรดิบางแห่งแล้วบนทวีปยังมีอาณาจักรเล็กๆ อยู่ทุกที่แต่จำนวนของมันมีมากเกินไป ไม่ต้องพูดถึงบริเวณรอบๆ ของสถาบันชิงหลัวที่รายล้อมไปด้วยอาณาจักรนับไม่ถ้วน

“ข้าฟางเย่ ผู้สืบทอดจากสหพันธ์การค้าหมิงเยว่ ข้าเป็นนักเชิดหุ่นสายจู่โจมระยะไกลระดับฝึกหัด หากเจ้าคนใดมีปัญหาเรื่องการเงินสามารถมาหาข้าได้ สิ่งที่แก้ไขได้ด้วยเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้า”

ความมั่นใจของฟางเย่เหนือล้ำจนสือเฉินเทียบไม่ติด แต่พวกเขาล้วนยอมรับว่าความมั่นใจของฟางเย่พิชิตใจคนไปไม่น้อย

“หวังหางนักเชิดหุ่นสายลอบสังหารระดับฝึกหัด ข้าเป็นเพียงผู้คุ้มกันของนายน้อยเท่านั้น พวกท่านไม่จำเป็นต้องใส่ใจข้านัก”

หวังหางนั่งลงหลังจากกล่าวเรียบๆ ไม่กี่คำ

ตามหลังเขาเป็นสือขุย โม่ข่าและหวู่จื๋อที่กล่าวแนะนำตัวเอง พวกเขาทั้งสามมาจากอาณาจักรเดียวกันแต่ไม่ได้รู้จักมักจี่จนกระทั่งมาถึงสถาบันชิงหลัว

สือขุยมีความฝันอยากจะเป็นนักสร้างหุ่นเชิดที่เก่งกาจส่วนโม่ข่าอยากเป็นนักปรุงโอสถชั้นนำ

ที่น่าสงสารคือหวู่จื๋อในฐานะผู้ครอบครองร่างกายเทียนหยวน หวู่จื๋อไม่อาจฝ่าด่านแรกในการควบคุมหุ่นเชิด ด่านเชื่อมต่อจิตใจไปได้ ท้ายที่สุดเขาเป็นได้เพียงผู้ฝึกวรยุทธ์อาจกล่าวได้ว่าพ่อแม่ช่างตั้งชื่อได้เหมาะสมกับเขาจริงแท้ เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวรยุทธ์เมื่ออายุได้สิบหกปีเท่านั้น

(หวู่จื๋อมีความหมายว่ายึดมั่นในวิถียุทธ์)

หวู่จื๋อเพียงน่าสงสารในสถาบันชิงหลัวที่ซึ่งเต็มไปด้วยนักเชิดหุ่น ทั่วทั้งทวีปชิงหลัวนักเชิดหุ่นมีเพียงไม่กี่พันของประชากรทั้งหมดเพราะคนที่อยากแข็งแกร่งขึ้นส่วนใหญ่ได้เพียงแต่เดินในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์

ระดับของผู้ฝึกยุทธ์ในทวีปถูกแบ่งออกเป็นเก้าระดับเช่นกัน มีระดับฝึกหัด วรยุทธ์ นักสู้ นักรบ ปรมาจารย์ จอมยุทธ์ ตำนาน นักบุญ เจ้ายุทธ์

สามระดับสุดท้ายมีอยู่ในทฤษฎีเท่านั้นและทั่วทั้งทวีปผู้ที่สามารถฝึกไปถึงระดับจอมยุทธ์ได้ถือเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่

แต่มีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งสำหรับการเป็นผู้ฝึกยุทธ์!

เป็นเหตุผลที่ใกล้เคียงกับการที่ว่าเหตุใดนักเชิดหุ่นสายมายาจึงไม่ถูกมองในแง่ดี หากนักเชิดหุ่นสายมายาในระดับแรกเป็นดั่งเด็กพิการ เช่นนั้นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วนักเชิดหุ่นคนอื่นไม่ต่างอะไรกับเด็กถือกิ่งไม้...

ไม่มีเหตุผลสำหรับต้าหมิง เสี่ยวหมิงและจูนั่วที่จะต้องพูดซ้ำ ในส่วนของต้วนอีอีผู้ซึ่งเขินอายเกินกว่าจะกล้าพูด นางเป็นนักเชิดหุ่นสายสนับสนุนระดับฝึกหัด เช่นเดียวกับกลุ่มของโม่ข่า พวกเขาได้ทำความรู้จักกันผ่านการทดสอบ

ชีเว่ยผู้ไม่เคยหยุดพูดเป็นนักเชิดหุ่นสายแปลงกายระดับฝึกหัด เมื่อนางเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ เหล่านักเรียนชายอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าร่างใดบ้างที่นางสามารถแปรเปลี่ยน...

เฉินฮุยแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันนิสัยจริงจังของเขา อย่างน่าตกใจเขาคือนักเชิดหุ่นสายพลังงานที่หาได้ยาก เสวี่ยอิ่งตื่นเต้นอยู่นานเพราะเหตุนี้

หลังจากนักเรียนที่เพิ่งสอบเข้าจบการศึกษาจากห้องเรียนเตรียมพวกเขาจะถูกส่งไปยังสาขาต่างๆ ในสถาบันชิงหลัว และสาขาของสายพลังงานถูกเรียกว่า“เทพในหมู่ปุถุชน!”

กลุ่มสุดท้ายที่แนะนำตัวคือคู่รักวัยเยาว์ฉิงหนานและจู๋ซือซือ การหมั้นหมายในอายุเพียงสิบหกเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อในหลายที่แต่สำหรับบ้านเกิดของพวกเขาอายุนี้ถือได้ว่าช้าพอสมควรแล้ว

จู๋ซือซือเป็นนักเชิดหุ่นสายจู่โจมรวดเร็วระดับเริ่มต้น ในขณะที่ฉิงหนานเป็นสายจู่โจมระยะไกลระดับเริ่มต้นเช่นกัน

เมื่อทุกคนได้แนะนำตัวเองเสร็จ มีเพียงหลินหลีเท่านั้นที่ยังนั่งนิ่งเงียบ อย่างไรก็ตามนางไม่มีทีท่าที่จะลุกขึ้นแม้แต่น้อย

“ถึงตาเจ้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยื่นนิ้วไปจิ้มหลินหลี ความอ่อนนุ่มและอบอุ่นทำป๋ายเสี่ยวเฟยแช่มชื่นในใจไม่น้อย

“ตาข้า...ทำอะไร?”

หลินหลีกล่าวกลางหันหน้ามาหาเขา ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้กับคำถามนี้ดี

“ตาเจ้าแนะนำตัว แค่พูดชื่อเจ้าก็พอ”

สายตาของคนทั้งห้องจับจ้องที่หลินหลี พวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย... ‘สงสัย’ ในตัวดรุณีน้อยที่งดงามหลุดโลกคนนี้...

หลินหลีพูดชื่อตัวเองอย่างแช่มช้า

“หลิน...หลี”

ใบหน้ายังคงแข็งตั้งแต่ตอนเข้ามาในห้องเรียน

“ยื่นขึ้นแล้วพูด..”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเตือนอีกครั้ง นางยืนขึ้นเอ่ยชื่อของตัวเองซ้ำอีกครั้งและจึงเงียบไป

เขาถามต่อ

“เจ้ามาจากที่ใด?”

“ภูเขาวั่งฉิง”

“เป็นนักเชิดหุ่นสายอะไร?”

“พลังงาน”

“ระดับไหน?”

“สูง”

คำตอบของนางทำให้ทุกคนตกตะลึง

‘เราได้ยินผิดไปหรือไม่?’

‘เป็นไปไม่ได้!’

‘ถ้าเช่นนั้นนางอยู่ระดับสูงได้อย่างไร!?’

‘นักเชิดหุ่นสายพลังงานระดับสูงถูกส่งมาที่ห้องเรียนคนเถื่อนได้เช่นไร!? แล้วนางยังมาช้าอีก!?’

ในหัวของทุกคนเต็มไปด้วยคำถามอยู่ชั่วครู่

“ข้ายัง...ต้องกล่าวอะไรอีกหรือไม่?”

ครั้งนี้เป็นหลินหลีเองที่ก้มหน้าถามป๋ายเสี่ยวเฟย เสียงสดใสไพเราะเสนาะหูของนางดึงสติป๋ายเสี่ยวเฟยกลับเข้าตัว

“ไม่...ไม่ต้องแล้ว”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไปพลางสำรวจหญิงสาวข้างกายเขาที่เงอะงะไม่สันทัดเรื่องวาจา

“อา...ขอบคุณ”

รอยยิ้มของสาวงามงดงามราวกับบุปผาบานสะพรั่งและเมื่อนางกล่าวคำขอบคุณใบหน้าเผยร่องรอยความเปลี่ยนแปลงและเป็นสิ่งนี้เองที่ทำให้ทุกคนคิดเป็นเสียงเดียวว่า

‘พวกเราสะสมบุญไว้มากเท่าใดในชาติก่อนถึงได้โชคดีมาเรียนอยู่ห้องเดียวกับหญิงสาวระดับนี้!!?’

แม้แต่นักเรียนผู้หญิงก็อดคิดเช่นนี้ไม่ได้...

“เอาล่ะในเมื่อพวกเจ้าทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว ต่อไปจะเป็นการแบ่งหอพัก”

ความได้เปรียของอายุเผยให้เห็นเมื่อเสวี่ยอิ่งดึงความสนใจของทุกคนมาจากหลินหลี

ไม่เหมือนการแนะนำตัว การแบ่งหอพักคือส่วนสำคัญ!

จบบทที่ ตอนที่ 15 แนะนำตัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว