เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเจ้า

ตอนที่ 16 ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเจ้า

ตอนที่ 16 ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเจ้า


“นี่คือห้องที่พวกเจ้าต้องอยู่ ปัจจุบันเป็นเวลาเที่ยงตรง ดังนั้นพวกเจ้ามีเวลาทั้งวันในการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้”

เสวี่ยอิ่งเผยสีหน้าพึงพอใจในอำนาจตนเองเมื่อเห็นเหล่านักเรียนแสดงท่าทีต่างๆ นานาเมื่อรับรู้ว่าพวกเขาต้องอยู่ห้องเดียวกับใครบ้าง

“หลังจากจัดการเสร็จแล้วให้เข้านอนทันทีเพราะหากพวกเจ้าออกมาเดินเพ่นพ่านก่อนที่ข้าจะอธิบายเรื่องกฎในสถาบัน พวกเจ้าจะต้องเสียใจ!”

“มีศิษย์พี่อยู่ข้างนอกรอนำทางให้พวกเจ้า หากโชคดีอาจได้เจอศิษย์พี่ที่ไม่เงียบขรึมและได้เรียนรู้บางสิ่งก็เป็นได้ เอาล่ะแยกย้าย”

เมื่อนางกล่าวจบนักเรียนทั้งหมดที่นั่งมานานเท่าใดไม่มีใครทราบก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที พวกเขาเริ่มมองหาเพื่อนร่วมห้องของเขาที่จะร่วมฝ่าฟัน’ อุปสรรค’ ด้วยกันในอีกสี่ปีข้างหน้า

“พวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันนับจากนี้ ให้ข้าแนะนำตัวอีกทีข้าสือเฉิน เจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่หญิงเฉินเฉิน”

หญิงแก่นสือเฉินเดินมาหยุดตรงหน้าหลินหลีในทันที นางยื่นมือออกไปอย่างเป็นมิตร ส่วนชีเว่ยเดินมาข้างหลังหลินหลี

“สิ่งใดคือ....เพื่อนร่วมห้อง?”

หลินหลีถามทำทุกคนเหม่อมองอยู่นาน ป๋ายเสี่ยวเฟยเริ่มชินกับวิธีพูดของนางเพราะเขาเคยเจอคนประเภทนี้มาก่อน แม่สองเซี่ยในหุบเขาวีรบุรุษ

จากคำของพ่อสี่ นางโง่เขลาเล็กน้อย...

“เพื่อนร่วมห้องคือคนที่เจ้าจะต้องอยู่ด้วยกัน กินนอนด้วยกันในอนาคต”

ป๋ายเสี่ยวเฟยพยายามอธิบายอย่างตรงไปตรงมา หากแต่เขาไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบกลับที่น่าตกตะลึง

“ถ้าเช่นนั้น... ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเจ้า”

หลินหลีกวาดตามองไปยังป๋ายเสี่ยวเฟยจากนั้นจึงกะพริบดวงตาสดใสรื้นน้ำตาคู่นั้น

“ข้า...เป็นเพื่อนร่วมห้องของเจ้าไม่ได้”

ถึงแม้ป๋ายเสี่ยวเฟยอยากตอบตกลงมากเพียงใด แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นเพราะขนาดจู๋ซือซือกับฉิงหนานยังแยกกันอยู่

“เพราะเหตุใด...?”

หลินหลีไม่อาจปกปิดความเศร้าเสียดายบนใบหน้าของตนเองได้

“เพราะทางสถาบันไม่อนุญาต ข้าเป็นผู้ชายส่วนเจ้าเป็นผู้หญิง พวกเราอยู่ด้วยกันไม่ได้”

ถึงเขาจะอยู่บนภูเขามาทั้งชีวิตเขาก็ยังรู้ข้อแตกต่างของผู้ชายและผู้หญิง....

“แต่...เจ้าจะบอกข้า...หลายอย่าง”

คำพูดของหลินหลีทำเอาสือเฉินและชีเว่ยตกตะลึง

‘เกิดอะไรขึ้น!?’

‘พวกเจ้าเพิ่งรู้จักกันมิใช่รึ!?’

‘เขาจะไปบอกเจ้าหลายอย่างได้อย่างไร!?’

‘เพราะเขากล่าวเตือนเจ้าตอนแนะนำตัวเองหรือ? เจ้าถูกซื้อใจง่ายเกินไปไหม!?’

“ไม่ต้องกังวล เจ้าสามารถถามข้าทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้ ข้าตอบเจ้าได้เหมือนกันและเจ้ายังได้อยู่กับป๋ายเสี่ยวเฟยทั้งกลางวัน”

สือเฉินรีบพูด นางเกรงกลัวเหลือเกินว่าหลินหลีจะตกหลุมพรางกับดัก

ในความคิดของสือเฉิน ป๋ายเสี่ยวเฟยที่เป็นนักเชิดหุ่นสายมายาเป็นหลุมกับดักหลุมใหญ่ ใหญ่พอที่จะใส่สวรรค์เข้าไปทั้งผืน!

“เป็นเช่นนั้นหรือ?”

หลินหลีไม่แม้แต่จะชายตามองสือเฉินเมื่อนางถาม ดูเหมือนนางจะยึดติดกับป๋ายเสี่ยวเฟยมากราวกับมีเพียงคำตอบของเขาเท่านั้นที่สามารถทำให้ใจนางผ่อนคลาย

“ใช่แล้ว สือเฉินไม่ได้หลอกเจ้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยพูดให้หลินหลีสบายใจพลางข่มกลั้นความปลื้มปิติในใจของเขา

“งั้นก็ได้...”

ในที่สุดสือเฉินก็พานางไปหลังจากป๋ายเสี่ยวเฟยโน้มน้าวหลินหลี ส่วนคนที่เหลือได้ออกจากห้องไปแล้ว มีเพียงป๋ายเสี่ยวเฟยเท่านั้นที่ยังอยู่

“สามกลุ่มหรือ...”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยสงบคลื่นในใจที่ถูกก่อโดยหลินหลีสำเร็จ เขาเริ่มคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขา

มีนักเรียนชายทั้งหมดสิบคนถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม

สองกลุ่มมีคนอย่างละสามส่วนกลุ่มของป๋ายเสี่ยวเฟยมีสี่ และกลุ่มของเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพวกโม่ข่าทั้งสาม

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะรอป๋ายเสี่ยวเฟย รวมกับท่าทีระมัดระวังเมื่อก่อนหน้านี้ ป๋ายเสี่ยวเฟยคาดเดาความคิดของพวกเขาได้แล้ว

การกลั่นแกล้ง!

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือพวกเขาตั้งใจจะกลั่นแกล้ง’ คนอ่อนแอ’ สายมายาอย่างป๋ายเสี่ยวเฟย

“ข้าจะจัดการกับพวกมันทีหลัง ตอนนี้ต้องไปหาอะไรกินก่อน!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยทุบโต๊ะพลางลุกขึ้นยืน เสี่ยวเอ้อกระโจนเข้าหาอ้อมกอดของเขาในฉับพลัน

“เสี่ยวเอ้อ พนันกันไหมว่าศิษย์พี่หญิงคนนั้นจะรอข้าข้างนอกหรือไม่? อาหารสุนัขหนึ่งเดือนเป็นไง?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยลูบหัวเสี่ยวเอ้อ มันเผยให้เห็นสีหน้าครุ่นคิดราวที่คล้ายคลึงมนุษย์เป็นอย่างมากไม่นานนักมันส่ายหัวอย่างแข็งขัน

จากประสบการณ์ของเสี่ยวเอ้อหากมันพนันกับป๋ายเสี่ยวเฟยโดยไม่มั่นใจเต็มสิบส่วน นั่นไม่ต่างอะไรกับให้อาหารสุนัขป๋ายเสี่ยวเฟยไปฟรีๆ ...

“ฮึ่ม เจ้าขี้ขลาด อย่าไปบอกใครว่าเจ้าเป็นสุนัขของข้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยลูบหัวเสี่ยวเอ้ออย่างรุนแรงทำให้มันโต้ตอบด้วยการเห่า

‘นี่คือปัญญา! หาใช่ความขลาดเขลาไม่!’

“ก็ได้ๆ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นสุนัขที่ฉลาดที่สุด เพราะฉะนั้นหยุดเห่าและเก็บพลังงานไว้ มิเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเราอดอาหารตายก่อนได้กิน?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวพลางเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่วภายในพื้นที่สามัญ เขาได้ทำการสำรวจแผนผังโดยรอบเมื่อตอนที่เขาเดินหาห้องเรียนคนเถื่อน

เพียงไม่นานนักป๋ายเสี่ยวเฟยก็มาถึงที่ซึ่งศิษย์พี่ ‘ใจดี’ รอเขาอยู่

“ศิษย์น้อง เจ้ากำลังไปหอพักของเจ้าหรือ? ข้ามีคนมากพอแล้วและเราจะไปเดี๋ยวนี้ จะไปด้วยกันหรือไม่?”

ศิษย์พี่สวมชุดนักเรียนปีหนึ่งเข้าใกล้ป๋ายเสี่ยวเฟยทันทีเมื่อเขาปรากฏตัว กระบี่เล่มเล็กบนหน้าอกเขาบ่งบอกว่าเขามาจากสาขากระบี่พิฆาต

“ศิษย์น้อง ศิษย์น้อง มาทางนี้หากเจ้าต้องการคู่มือเอาชีวิตรอดชิงหลัว!”

ทันใดนั้นมีศิษย์พี่อีกคนเข้ามาทักป๋ายเสี่ยวเฟยก่อนที่เขาจะได้ตอบ วิธีที่เขาใช้ดึงตัวป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ต่างอะไรจากพ่อค้าแย่งกันขายของ

“ไอ้หนุ่ม เจ้าแย่งคนจากข้าไปหลายคนแล้ววันนี้ ทำไมเราไม่ดวลกันในสนามประลอง?”

ใบหน้าของศิษย์พี่คนแรกมืดครึ้ม ความเกลียดชังที่เขาสะสมไว้ทั้งวันพลันแปรสภาพเปลี่ยนเป็นโทสะ

“แน่นอน แต่พวกเราเทพในหมู่ปุถุชนยอมรับเพียงการต่อสู้แบบกลุ่ม ทำไมเจ้าไม่ไปพาสหายมาอีกเล่า? หรือเจ้าไม่กังวลที่จะสู้กับพวกเราตัวคนเดียว?”

ศิษย์พี่ที่ถูกยั่วโมโหไม่มีทีท่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย เมื่อศิษย์พี่คนแรกได้ยินคำว่า ‘เทพในหมู่ปุถุชน’ ความมั่นใจของเขาก็ลดลงทันที

“อย่าลืมไปเรียกคนมาให้มาก ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีคนพอหากสู้แบบกลุ่ม”

เสียงเย็นเยือกดังไปหาศิษย์พี่คนที่สองที่กำลังยิ้มอย่างภาคภูมิ ป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะยินดีภายในอกเมื่อเขาได้ยิน ‘ข้ามีมื้อเที่ยงให้กินแล้ว!’

“พี่หญิงหลิงหยาน!”

ท่าทีของศิษย์พี่จากสาขากระบี่พิฆาตเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาเห็นฉินหลิงหยานเดินเข้ามา ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจราวกับเป็นคนละคนจากเมื่อครู่

แตกต่างจากศิษย์พี่คนที่สองซึ่งตอนนี้ใบหน้ามืดคล้ำนัยน์ตาแข็งค้าง

แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ใครสักคนจะเป็นศัตรูกับฉินหลิงหยานเพราะความนิยมชมชอบของนางในหมู่ศิษย์ปีหนึ่งมีมากเกินไป หากหาใครสักคนในสาขาเทพในหมู่ปุถุชนมาช่วยก็นับได้ว่าโชคดีมากแล้ว

“ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้นพี่หญิงหลิงหยาน ทุกคนในสถาบันต่างรู้กันถ้วนหน้าว่าสาขากระบี่พิฆาตสามัคคีเสียยิ่งกระไร ข้ายังต้องพานักเรียนใหม่ไปยังหอพักของพวกเขา คงไม่ขออยู่ให้รกสายตาพี่หญิงหลิงหยาน”

ศิษย์พี่คนที่สองฝืนยิ้มออกมาพลางกล่าวข้อแก้ตัวในการออกจากสถานการณ์อันน่าอึดอัด

ด้วยความช่วยเหลือของฉินหลิงหยาน ศิษย์พี่คนแรกในชัยชนะจากสถานการณ์สิ้นหวัง เขายิ้มแก้มปริความรู้สึกขอบคุณมีให้เห็นทั่วใบหน้า

“ขอบคุณพี่หญิงหลิงหยาน!”

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า ข้าจะพาคนผู้นี้ไปหอพักส่วนเจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าต่อ”

นางกล่าวตัดบทศิษย์พี่คนนั้นด้วยถ้อยคำเรียบง่ายแล้วจึงหันหัวมามองป๋ายเสี่ยวเฟย

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าผ่านเข้าประตูหลักเพราะข้า!?”

ฉินหลิงหยานข้างหน้าเขาแตกต่างจากเมื่อครู่ที่แลเข้าถึงง่าย ความหนาวเหน็บพลันขึ้นมากระจุกในลำคอป๋ายเสี่ยวเฟยทันที

จบบทที่ ตอนที่ 16 ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว