เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 รวมพลนักเรียนห้องคนเถื่อน! (2)

ตอนที่ 14 รวมพลนักเรียนห้องคนเถื่อน! (2)

ตอนที่ 14 รวมพลนักเรียนห้องคนเถื่อน! (2)


“สวัสดีสหายนักเรียน ข้าสือเฉิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”

สือเฉินสวมอาภรณ์ผู้ชายนางก้าวขายาวมาข้างหน้าเสวี่ยอิ่งและทักทายอย่างกระตือรือร้น ข้างหลังสือเฉินมีนักเรียนสี่คนตามหลัง พวกเขาเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่มาถึง

เสวี่ยอิ่งยิ้มพลางกล่าว

“ถึงข้าจะชอบการเรียกเช่นนั้น แต่ข้าคืออาจารย์ของห้องเรียนนี้”

สือเฉินตะลึงครู่หนึ่งนางรีบกล่าว

“ข้าผิดไปแล้วอาจารย์! ข้าไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ท่านงดงามแถมยังดูสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า...”

ถึงแม้นนางจะประหม่าเป็นอย่างมาก สือเฉินไม่ได้กล่าวคำใดผิด ทุกสิ่งที่นางพูดทำเสวี่ยอิ่งปลื้มปิติอยู่ในใจ

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ข้าเข้าใจ”

เสวี่ยอิ่งเผยให้เห็นสีหน้าราวกับกำลังจะบอกว่า ‘เจ้ามีอนาคต’ ให้แก่สือเฉินขณะตบบ่านาง เสวี่ยอิ่งไม่ลืมที่จะเขม่นป๋ายเสี่ยวเฟยครู่หนึ่ง

“แล้วพวกเจ้าเล่า? ชื่ออะไรกันบ้าง?”

เสวี่ยอิ่งหันไปหานักเรียนคนอื่นที่ตามหลังสือเฉินพลางปลดปล่อยอำนาจรังสีของอาจารย์

“ข้าจูนั่ว นักเชิดหุ่นสายฟื้นฟูระดับฝึกหัด ข้ามาจากจักรวรรดิหลิงหลง”

ดรุณีน้อยท่าทางสุภาพเปราะบางเป็นคนกล่าว มีฝุ่นเกาะไปทั่วกระโปรงสีน้ำตาลอ่อนของนาง ไม่ยากเลยที่จะบอกว่านางต้องใช้พลังไปมากแค่ไหนกับการสอบ

“ข้าต้วนอีอี”

เสียงบางเบาราวกับยุงดังขึ้นข้างๆ จูนั่ว ใบหน้านางแดงด้วยขณะพูดจากความเขินอายร่างกายเล็กกะทัดรัดและนิสัยขี้อายเข้ากันได้ดีไม่น้อย

“ต้าหมิง!”

“เสี่ยวหมิง!”

หลังจากต้วนอีอีกล่าวจบชายหนุ่มสองคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันราวแพะกับแกะก็แนะนำตัวตาม

“พวกเรามาจากจักรวรรดิหยุนมู่!”

“นักเชิดหุ่นสายป้องกันระดับฝึกหัด”

ทั้งคู่พูดติดต่อด้วยเวลาที่เหมาะเจาะราวกับกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องฝาแฝด

“เอาล่ะ เข้าไปทำความรู้จักข้างในดีกว่า ข้าจำชื่อพวกเจ้าได้หมดแล้ว”

เสวี่ยอิ่งสั่งทั้งห้าอย่างง่ายๆ นางหันกลับไปมองยังทิศทางที่นักเรียนต้องมา ใบหน้าปรากฏความพึงพอใจระคนคาดหวัง

การคงอยู่ของเสวี่ยอิ่งเป็นสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ต้องการ แต่เขาไม่มีความคิดที่จะกลับเข้าไปในห้อง ความคาดหวังของเขาไม่น้อยไปกว่าของเสวี่ยอิ่งแม้แต่น้อย

ต้องรู้ว่าที่หุบเขาวีรบุรุษไม่มีคนรุ่นเดียวกันมากขนาดนี้!

นักเรียนในห้องที่เหลือไม่อาจเข้าใจพวกเขาได้ แต่พวกเขาเก่งนักในเรื่องคาดเดา..

“ภรรยา เจ้าคิดว่าหัวหน้าห้องของเราสนใจในตัวอาจารย์หรือไม่? เพราะหากไม่ใช่แล้วเหตุใดเขาถึงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ปริบากบ่นแม้แต่น้อย...?”

ฉิงหนานถาม

จู๋ซือซือตบป้าบเข้าที่กระหม่อมเขา

“ไม่ไม่ เจ้าไม่เห็นเมื่อครู่หรือไร? เป็นนางต่างหากที่หยอกล้อหัวหน้าห้อง”

“ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ได้รับการยอมรับในสถาบันชิงหลัวด้วยหรือ?”

หวู่จื๋อมองพวกเขาเป็นคู่รักไปแล้ว

“ข้าไม่รู้ พวกเราไม่ใช่คนจากที่นี่ ใครจะไปรู้ว่าขนบธรรมเนียมเป็นแบบไหน แต่อาจารย์ของพวกเรางดงามมาก ไอ้หนุ่มนั่นโชคดีเหลือเกิน”

โม่ข่ากล่าวใบหน้ามีความต่ำช้าปรากฏให้เห็น

แม้แต่กลุ่มทั้งห้าของสือเฉินที่เพิ่งมาถึงก็ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง พวกเขาเริ่มจับกลุ่มคุยกันในขณะที่รับฟังบทสนทนาของโม่ข่าและคนอื่นๆ

การสอบเข้าสถาบันชิงหลัวถือได้ว่าได้ช่วยให้นักเรียนจากทั่วทั้งทวีปรู้จักกันอย่างรวดเร็ว

นักเรียนที่มาถึงหลังกลุ่มของสือเฉินไม่ได้มาเป็นกลุ่มอีกต่อไป เสวี่ยอิ่งและป๋ายเสี่ยวเฟยต้อนรับนักเรียนทั้งสี่

เฉินฮุยผู้มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาท่าทางจริงจัง ชีเว่ยหญิงสาวผู้พูดปากไหลไฟดับ จากนั้นยังมีฟางเย่ชายหนุ่มบ้านรวยที่มาพร้อมกับคนรับใช้หวังหาง

หลังจากทั้งสี่มาถึง ป๋ายเสี่ยวเฟยและเสวี่ยอิ่งรออยู่นานนม เห็นเพียงทั่วทั้งพื้นที่สามัญได้เข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้ว่าจะไม่มีนักเรียนใหม่มาอีก

“สิบห้าคน ไม่เลว”

เสวี่ยอิ่งยืดตัวอย่างพอใจ เผยรูปร่างสมส่วนต่อหน้าป๋ายเสี่ยวเฟย

“เด็กน้อยลามก เจ้ามองอะไร?”

เสวี่ยอิ่งถือโอกาสที่ป๋ายเสี่ยวเฟยขาดความระมัดระวังมายืนข้างหน้าเขาพลางยื่นมือไปยกคางของป๋ายเสี่ยวเฟยขึ้น

เพราะเหตุผลอันใดไม่ทราบ เสวี่ยอิ่งรู้สึกว่านางได้ชื่นชอบการหยอกล้อป๋ายเสี่ยวเฟยเสียแล้ว

“ข้าจะมองอะไรได้นอกจากท่าน พี่หญิงเสวี่ยผู้งามเลิศชั่วนิรันดร์ของข้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่คิดจะหลบนางแม้แต่น้อยเพราะเมื่อตอนเขารอนักเรียนคนอื่นเขาได้รับรู้ถึงเรื่องหนึ่ง หากเขาไม่อยากพ่ายแพ่ให้แก่นางเขามีแต่ต้องทำตามที่พ่อสามสอนเท่านั้น

‘หากเจ้าเจอหญิงสาวสายรุก เจ้าเพียงต้องรุกให้หนักกว่านางแล้วเจ้าก็จะชนะ’

“โอ.. ครั้งนี้เจ้าพูดได้ดี ไปเถอะเรายังมีเวลาอีกมาก”

เสวี่ยอิ่งกล่าวพลางเดินเข้าห้องเรียนที่ป๋ายเสี่ยวเฟยได้ทำความสะอาดด้วยสีหน้าพึงพอใจ นางกวาดตามองนักเรียนทั้งหมดที่กำลังนั่งบนเก้าอี้

“จากวันนี้เป็นต้นไป ข้าคืออาจารย์ประจำห้องของพวกเจ้า แต่ข้าชอบให้เรียกว่าพี่หญิงเสวี่ย เพราะข้าอาวุโสกว่าพวกเจ้าไม่กี่ปี”

เสวี่ยอิ่งใช้มือทุบโต๊ะปลดปล่อยรัศมีอาจารย์

“สวัสดีพี่หญิงเสวี่ย!”

สือเฉินเป็นคนแรกที่พูด นักเรียนคนที่เหลือรีบกล่าวตามทันที

“ข้ารู้ว่ามีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับพวกเรา พวกเขาเรียกเราว่าห้องเรียนคนเถื่อนที่รับแต่ของเหลือที่ห้องอื่นไม่ต้องการ แต่..”

คำพูดของเสวี่ยอิ่งทำนักเรียนทุกคนตกใจ

“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่ดูถูกตนเองเกินไป ที่นี่เป็นเพียงห้องเรียนเตรียมเท่านั้น การที่พวกเจ้าอ่อนแอในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะอ่อนแอตลอดไป”

“ข้าเชื่อว่าภายใต้การสั่งสอนของข้า นักเรียนห้องเราจะต้องสามารถฝ่าคลื่นอันยากลำบากไปด้วยกัน! พวกเราจะทำให้ทุกคนมองเราใหม่! พวกเราจะทำให้ทุกคนเทิดทูนบูชา! บอกข้าทีว่าพวกเจ้ามีความมั่นใจหรือไม่!?”

เสวี่ยอิ่งตุบโต๊ะอีกครั้งทำเหล่านักเรียนสะดุ้งโหยง พวกเขาตกใจจนลืมสิ่งที่เสวี่ยอิ่งพูดไปจนหมด

ทั้งห้องตกอยู่ใจความเงียบน่าอึดอัดเป็นจังหวะนี้เองที่ป๋ายเสี่ยวเฟยเริ่มที่นั่งอยู่ริมห้องส่งเสียงหัวเราะ

“ป๋ายเสี่ยวเฟย!”

เสวี่ยอิ่งผู้ใจเสียจากปฏิกิริยาจากนักเรียนะลีนโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที ก่อนที่นางจะได้ทำอะไรก็ได้ยินเสียงประตูไม้ถูกผลักกระแทกลงกับพื้นแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“สวัสดี...ทุกคน”

เสียงขาดๆ หายๆ ดังขึ้นทุกคนในห้องเรียนหันไปมองต้นกำเนิดเสียงอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อพวกเขามองเห็นร่างนั้นพวกเขาทุกคนล้วนเค้นสมองแต่ก็มิอาจหาคำมาอธิบายความงดงามของหญิงสาวผู้ยืนอยู่ตรงประตูได้ แม้แต่เสวี่ยอิ่งที่มีความมั่นใจในเสน่ห์ตัวเองสูงยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ดรุณีน้อยผู้นี้มีใบหน้าราวกับสวรรค์เป็นผู้ยื่นมือมาสลักทีละนิ้วทีละนิ้วด้วยตนเอง ไม่มีพื้นที่ใดจะสามารถปรับแต่งให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ร่างกายผอมบางยิ่งไร้ตำหนิกว่าเสวี่ยอิ่ง ขาเรียวยาวใต้กระโปรงสั้นตราตรึงสายตาจากนักเรียนชายทุกคน เอวคอดกิ่วไร้สิ่งบดบังยิ่งส่งเสริมเสน่ห์อันมากล้นไปอีกระดับ

“สวัสดี...ทุกคน”

หญิงสาวกล่าวอีกทีดึงสติของทุกคนกลับมา

“อา...สวัสดี..เจ้าคือ?”

อย่างไรเสียเสวี่ยอิ่งก็แก่กว่าพวกเขาหลายปีนางจึงเป็นคนแรกที่รู้ว่าควรพูดอะไร

“หลินหลี...ข้ามาเรียน”

หญิงสาวยังคงพูดๆ หยุดๆ ให้ความรู้สึกว่านางเป็นหุ่นเชิดที่ถูกชักใย

“ยินดีต้อนรับ เจ้าไปนั่ง...”

เสวี่ยอิ่งกวาดตาทั่วทั้งห้องขณะที่พูด ท้ายที่สุดนางสังเกตเห็นเพียงเก้าอี้เดียวที่ยังว่างและนั่นก็คือ...เก้าอี้ข้างป๋ายเสี่ยวเฟย

“ไปนั่งข้างป๋ายเสี่ยวเฟย”

เสวี่ยอิ่งกล่าวพลางกัดฟันแน่นในขณะเดียวกับสายตาแหลมคมแกมข่มขู่จ้องเขม็งไปที่ป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างดุดัน

น่าเสียดายที่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่สนใจนางแม้แต่น้อย

ยิ่งหลินหลีเดินเข้ามาใกล้ป๋ายเสี่ยวเฟยเท่าไหร่ หางของเสี่ยวเอ้อก็ส่ายเร็วขึ้นเท่านั้น มันนอนอยู่บนโต๊ะตั้งแต่เมื่อครู่

“โฮ่ง! โฮ่ง!”

ความรู้สึกของหุ่นเชิดมีชีวิตกับเจ้าของเชื่อมโยงกัน เสียงเห่าอย่างตื่นเต้น้นของเสี่ยวเอ้อถ่ายทอดความรู้สึกในตอนนี้ของป๋ายเสี่ยวเฟยได้เป็นอย่างดี...

จบบทที่ ตอนที่ 14 รวมพลนักเรียนห้องคนเถื่อน! (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว