- หน้าแรก
- ซ่อมประวัติศาสตร์ที่พังไม่หยุด
- บทที่ 28 - สำแดงเดชต่อหน้าธารกำนัล
บทที่ 28 - สำแดงเดชต่อหน้าธารกำนัล
บทที่ 28 - สำแดงเดชต่อหน้าธารกำนัล
บนภูเขาลูกเล็กในเมืองจินฮวา
ป่าไม้เขียวชอุ่ม ใบไม้มีน้ำค้างเกาะพราวสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ
กระรอก แมลง และกระต่ายวิ่งเล่นไปมา เลเล็มน้ำค้างบนใบไม้
กุบกับ กุบกับ!
เสียงดังที่มาอย่างกะทันหันทำให้สัตว์ต่างๆ ตกใจหนี รถม้าผีสิงแล่นผ่าน ทิ้งลำแสงไว้จางๆ แล้วหายวับไป
เจียงเหยียนลืมตาขึ้น มองดูผู้คนที่นั่งกันเต็มรถ นึกว่าจะเป็นรถรับส่งส่วนตัว ที่ไหนได้...
รถสองแถวอัดปลากระป๋องชัดๆ!
ยังดีที่ข้างในกว้างขวาง ไม่ถึงกับเบียดเสียด
เสียงพูดคุยซุบซิบดังขึ้น บางคนไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เตรียมไปตั้งแผง พอขึ้นรถมาก็เริ่มขายของกันแล้ว
ชาวเจียงหนานผู้ขยันขันแข็ง ขายของได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ!
แต่ของที่ขายมีทั้งปลาคาร์ปหน้าคนที่รักษาฝีได้ งูวิเศษที่เต้นระบำได้ แล้วก็รองเท้าปักสีแดงที่ใส่แล้วเดินได้พันลี้แม้ตอนหลับ หรือที่เรียกว่าปีศาจรองเท้า
ให้ตายสิ โฆษณาแต่ว่าเดินได้ไกลแค่ไหน แต่ไม่บอกสักคำว่าคนใส่จะเข่าพังไหม!
มีของแปลกประหลาดสารพัด แม้แต่เสื้อผ้าของเงาผู้อพยพก็ยังมีขาย
ไม่อยากจะคิดเลยว่านี่เป็นฝีมือมนุษย์? แน่ใจนะว่าไม่ใช่ฝูงตั๊กแตนลงลงทุ่ง? ขูดรีดกันยันเงา
ท่ามกลางของพวกนั้น มีอย่างหนึ่งที่สะดุดตาเจียงเหยียน
คนขายเป็นคนอ้วนใส่ชุดรัดรูป สวมหน้ากาก ดูเหมือนตั๊กแตนตำข้าวอ้วนหน้าหยก ดูอายุน้อย กำลังเร่ขายก้อน "หิน" สีดำ
เรียกว่า ยาเม็ดขุนเขา
คนทั่วไปอาจไม่เคยได้ยิน เพราะมันเป็นยาอดอาหารชนิดหนึ่ง
ของวิเศษที่บันทึกไว้ใน [บันทึกเรื่องเล่าจากหู] สมัยราชวงศ์ชิง เล่ากันว่ามีนักพรตใช้วงแหวนไม้ไผ่เปิดถ้ำลึกลับ และในแขนเสื้อก็มียาเม็ดขุนเขาที่ทำด้วยวิธีพิเศษ กินเข้าไปแล้วจะติดอยู่ที่คอ แต่อยู่ได้หลายเดือนโดยไม่ต้องกินอะไร
ยาเสบียงในมังงะญี่ปุ่นก็น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเจ้านี่แหละ
‘จะว่าไป ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นก็มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมจีน พอเอาไปดัดแปลงเองก็น่าจะยิ่งบิดเบี้ยวและสยองขวัญกว่าเดิม ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ?’
เจียงเหยียนแอบสมน้ำหน้าในใจ
ส่วนยาเม็ดขุนเขา เขาค่อนข้างสนใจ
เพราะกำลังจะเข้าแดนวิปริตใหม่ เกิดข้างในไม่มีอาหารมนุษย์ แล้วติดอยู่นานๆ ไอเทมนี้คงช่วยได้เยอะ
รอฟังราคาอยู่พักหนึ่ง เจ้าอ้วนบอกราคามา
เม็ดละหมื่น
เหอะ ไม่ใช่ว่าไม่มีตังค์นะ แต่เจียงเหยียนไม่ชอบกินอาหารขยะที่ติดคอแบบนี้
สู้ไปจิ๊กเสบียงทหารจากหน่วยงาน แล้วยัดใส่ท้องปู่โลงดีกว่า
อะไรนะ? นี่มันโลงศพ?
ใส่อาหารไม่ดีมั้ง? ล้อเล่นน่า เจียงเหยียนมองว่ามันคือญาติสนิทมิตรสหาย เป็นสุดยอด...
กล่องข้าว!
รูปร่างก็คล้ายๆ กันแหละ
ศพคนยังใส่โลงได้ ทำไมศพอาหารจะใส่ไม่ได้ล่ะ?
“แต่ว่าเจ้านี่อ่อนต่อโลกเกินไปหน่อย...”
เจียงเหยียนมองเจ้าอ้วนที่กำลังขายยาเม็ดขุนเขาอย่างกระตือรือร้น แล้วส่ายหน้า โดยไม่ทันสังเกตว่าสายตาของคนรอบข้างเริ่มมองมาด้วยความประสงค์ร้าย
ตำนานยาเม็ดขุนเขาไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร ความสามารถก็งั้นๆ แต่ประเด็นสำคัญคือ ในเรื่องเล่า ยาเม็ดขุนเขาเป็นแค่ตัวประกอบ ของจริงคือวงแหวนไม้ไผ่ที่เป็นไอเทมมิติเก็บของ
และถ้ำลึกลับนั่นต่างหาก!
ดังนั้น...
เจียงเหยียนจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “จองยาเม็ดขุนเขาห้าเม็ด เดี๋ยวลงรถแล้วจ่ายให้”
สิ้นเสียง ก็มีคนมองมาด้วยความไม่พอใจ
ดูเหมือนจะไม่พอใจที่เจียงเหยียนมาแย่งเหยื่อ
‘อยากลองของกับฉันเหรอ?’
เจียงเหยียนแค่นหัวเราะในใจ แม้จะปลอมตัวมาดี แต่น่าเสียดายที่ตะเกียงชีวิตมันฟ้องระดับพลังหมดแล้ว
แม้แต่ระดับรากฐานวิถียังไม่มีสักคน!
“ฮึ่ม!”
เจียงเหยียนส่งเสียงในลำคอ
ปลดปล่อยรังสีอำมหิตที่สะสมมาจากการฆ่าฟันนับร้อยสนามรบของแม่ทัพกวาง ซึ่งเก็บไว้ในดาบพรหมเกราะพุทธ ออกมา
ตูม!
จิตสังหารแผ่ซ่าน ทำให้อากาศในรถม้าดูหนืดข้นขึ้นมาทันที
ราวกับตกอยู่ในสนามรบที่มีซากศพเกลื่อนกลาด
ชั่วพริบตา
เงียบกริบ ได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตก
“ด... ได้ครับ!” เจ้าอ้วนน้อยตกใจจนตัวสั่น ตอบเสียงตะกุกตะกัก
สายตาประสงค์ร้ายหลายคู่รีบถอยกลับไปอย่างเสียดาย ปนสมเพช
เสียดายที่ลงมือไม่ทัน
สมเพชที่...
เจ้าอ้วนโดนคนโหดเล็งหัวเข้าให้แล้ว
ถ้าไม่ได้ฆ่าคนมาเป็นร้อย ไม่มีทางมีจิตสังหารขนาดนี้แน่
ส่วนกฎห้ามฆ่ากันเองในงานชุมนุม?
กฎก็คือกฎ แต่... วิธีเลี่ยงบาลีมีเยอะแยะไป
เอี๊ยด!
เสียงล้อรถบดกับพื้นดังสนั่น รถโคลงเคลงแล้วหยุดนิ่ง
เสียงคนขับรถม้าดังเข้ามา “ถึงงานชุมนุมธรรมห้าภูตแล้วขอรับ เชิญแขกผู้มีเกียรติลงรถได้”
ผู้โดยสารทยอยลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ แต่เจียงเหยียนยังคงนั่งหลับตา
ส่วนเจ้าอ้วนนั่งกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ รู้สึกได้ถึงสายตาสงสารที่มองมา
พอทุกคนลงไปหมด เจียงเหยียนก็ลืมตาขึ้น พูดเสียงเย็นว่า
“ช่างเถอะ ยาเม็ดขุนเขาฉันไม่เอาแล้ว”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเปิดม่าน เดินลงจากรถม้าไป
ภาพที่เห็นคือถนนที่คึกคักจอแจ
“นี่คืองานชุมนุมธรรมห้าภูตเหรอ?”
เหมือนฉากงานเทศกาลในหนังจีน อาคารบ้านเรือนเรียงราย พ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า คึกคักสุดๆ
ทำเอาเจียงเหยียนนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ตามตาไปเดินตลาดนัด เขามักจะร้องจะเอาโน่นเอานี่ แล้วก็หอบของกลับบ้านเต็มมือ...
โดนแม่ด่าเปิง
ตอนนั้นตามักจะปกป้องเขาเสมอ ทั้งที่ตัวผอมแห้ง แต่ในสายตาเจียงเหยียนตอนเด็ก ท่านดูสูงใหญ่กว่าภูเขาเสียอีก
“ระวังไฟ!”
“ห้ามทะเลาะวิวาท!”
“ซื้อขายมีปัญหา ไปให้คนกลางตัดสินที่ศูนย์กลางงานชุมนุมธรรมห้าภูต!”
แต่ความทรงจำนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยนกเค้าแมวหน้าคนที่คาบโคมไฟบินโฉบไปมา พร้อมตะโกนป่าวประกาศเสียงดัง
เจียงเหยียนดึงสติกลับมา ใช้ตะเกียงเถ้าถ่านมองดู ก็เห็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ปะปนอยู่เพียบ
กระทั่งมีจิ้งจกที่บำเพ็ญเพียรจนกลายร่าง กำลังขายหางที่ตัวเองสลัดทิ้ง ตะโกนหน้าดำหน้าแดงว่าของแท้แน่นอน
ไม่ใช่เพราะตะเกียงเถ้าถ่านมองทะลุภาพลวงตาหรอกนะ แต่เพราะเจ้านั่นเก็บหางที่กุดไปไม่มิดต่างหาก
เห็นชัดๆ ว่าลูกค้าก็ดูออก แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพื่อกดราคา
“ร้อยพ่อพันแม่จริงๆ แฮะ!”
เจียงเหยียนลูบคาง ถึงจะคาดไว้แล้ว แต่พอมาเห็นกับตาก็ยังรู้สึกขัดๆ อยู่ดี
แต่ก็เข้าใจได้ ตำนานพื้นบ้านมีร้อยแปดพันเก้า ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทุกตัวจะชอบฆ่าฟันทำลายล้าง
พวกปีศาจกินพืชหลายตัวก็ชอบความสงบและระเบียบวินัย
สำหรับพวกนี้ ทางการก็ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง
ไม่เกี่ยวกับเจียงเหยียน เขาแค่มาซื้อของ
“เดี๋ยวครับ!”
ขณะที่เขากำลังจะเดินไป ก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง
หันกลับไปมอง ก็คือเจ้าอ้วนบนรถม้าเมื่อกี้
เขาวิ่งเหยาะๆ เข้ามา หอบแฮ่กๆ พูดว่า
“...ขอบคุณพี่ชายสุดโหดมากครับที่ช่วยแก้สถานการณ์ ยาเม็ดขุนเขาสิบเม็ดนี้ผมให้พี่ฟรีๆ เลย”
เขาแค่ซื่อ ไม่ทันคน แต่ไม่ได้โง่ ตอนนี้รู้ตัวแล้ว
ตอนอยู่บนรถ เขาโดนหมายหัวแน่ๆ พี่ชายสุดโหดคนนี้ช่วยเขาไว้แท้ๆ
“อืม”
เจียงเหยียนพยักหน้า รับน้ำใจไว้อย่างไม่เกรงใจ
ทำดีได้ดี เป็นเรื่องปกติ
ถ้าอีกฝ่ายไม่ให้อะไรเลย?
แสดงว่าเดี๋ยวนี้พวกโจรชั่วมันพัฒนาถึงขั้นปลอมตัวเป็นเหยื่อแล้วสินะ
เจ้าอ้วนเห็นเจียงเหยียนรับของก็ดีใจ ก้มหน้าพูดตะกุกตะกักว่า
“เอ่อ... ผมขอเชิญพี่ชายสุดโหดเดินเที่ยวตลาดด้วยกันได้ไหมครับ อยากให้ช่วยคุ้มครอง แล้วก็พาผมเปิดหูเปิดตา แน่นอนว่าผมมีค่าจ้างให้...”
พ่อเคยสอนเขาว่า การเติบโตคือการเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเอง
และเวลาคบหากับคนเก่งๆ ต้องแสดงความจริงใจ
อะไรคือความจริงใจ?
ก็เงินไง!
เขาถึงได้ขโมยบัตรเชิญ แอบมาทำธุรกิจที่งานชุมนุมธรรมห้าภูตคนเดียว และตอนนี้ก็กล้าใช้เงินผูกมิตรกับยอดฝีมือ
เขาเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!
ผ่านไปนาน ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
เจ้าอ้วนคิดว่าพูดเรื่องเงินไม่เคลียร์ อีกฝ่ายเลยไม่พอใจ เงยหน้าขึ้นจะพูดต่อ แต่กลับพบว่า...
เจียงเหยียนหายตัวไปแล้ว
อีกด้านหนึ่ง
เจียงเหยียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยนี้ เดินทอดน่องไปตามถนน มองซ้ายมองขวาอย่างอยากรู้อยากเห็น
ที่เขายื่นมือเข้าไปยุ่งกับกรรมของคนอื่น เพราะเห็นว่าเจ้าอ้วนดูไม่เลวร้าย น่าจะไม่ใช่คนเลว ก็เลยช่วย
แต่ไม่ได้หมายความว่า... เขาจะชอบไปผูกมิตรกับใครมั่วซั่ว
การเลือกของคนเรา คือการถักทอเส้นใยแห่งกรรม
ในเมื่อเจ้าอ้วนเลือกมางานชุมนุมธรรมห้าภูตคนเดียว ก็ต้องรับผลของการกระทำ
เขาไม่มีอารมณ์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ใครหรอก
[จบแล้ว]