เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129: นิกายโลหิตอสูร!

บทที่ 129: นิกายโลหิตอสูร!

บทที่ 129: นิกายโลหิตอสูร!


บทที่ 129: นิกายโลหิตอสูร!

ณ ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง ดวงตาชราภาพของเถียนชิงก็พลันหรี่ลงในทันใด

ในเมื่อคนของนิกายโลหิตอสูรแห่งดินแดนแห่งความโกลาหลเลือกที่จะกระโดดออกมาในเวลานี้ แล้วยังประกาศกร้าวว่าจะเอาแหวนมิติวงนี้ให้ได้

ความหมายที่แฝงอยู่นั้น ก็ชัดเจนแล้วว่าต้องการจะข่มขวัญผู้อื่น ก็เพื่อที่จะได้ครอบครองมันไปในราคาที่ต่ำที่สุดนั่นเอง

หากแหวนมิติวงนี้ไม่ใช่ของที่คุณชายลู่นำออกมาขาย แน่นอนว่าเรื่องนี้เถียนชิงก็คงจะทำเป็นมองไม่เห็นไปเสีย…เพราะอย่างไรเสีย ชื่อเสียงของนิกายโลหิตอสูรนั้นก็แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในเมื่อเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับคุณชายลู่ แล้วนิกายโลหิตอสูรยังคิดจะใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องราวกับเป็นการปล้นชิงซึ่งๆหน้าเพื่อประมูลแหวนมิติวงนี้ไป... เถียนชิงจึงรู้สึกว่าตนจะนิ่งเฉยดูดายไม่ได้

….

และมันก็เป็นไปตามคาด

หลังจากที่ได้ยินถ้อยคำอันเย็นเยียบของคนจากนิกายโลหิตอสูร ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนไม่น้อยที่เดิมทีตั้งใจจะเข้าร่วมประมูลแหวนมิติวงสุดท้าย ก็พากันล้มเลิกความคิดนั้นไปในทันที

นิกายโลหิตอสูรนั้นมาจากดินแดนแห่งความโกลาหล ดังนั้นวิธีการและการลงมือจึงโหดเหี้ยมอำมหิต และไม่เคยคิดจะสนใจในคุณธรรมใดๆทั้งสิ้น

ถึงแม้จะมีปัญญาประมูลไปได้ แต่ถ้าไปหาเรื่องนิกายโลหิตอสูรเข้า ก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดไปใช้มัน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อหรูเสวี่ยประกาศเริ่มการประมูลแหวนมิติวงที่สาม สถานการณ์จึงกลับตาลปัตรไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เสียงขานราคาที่เคยคึกคักก่อนหน้านี้กลับเงียบหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หรูเสวี่ยก็อดที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้

ไอ้คนจากนิกายโลหิตอสูรพวกนี้ ช่างเป็นเหมือนแมลงวันที่น่ารำคาญจริงๆ

หากไม่ใช่เพราะพวกมัน แหวนมิติวงสุดท้ายนี้ อย่างน้อยๆก็น่าจะประมูลได้ราคาราวหกแสนตำลึงเงิน

และแล้วในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งจากนิกายโลหิตอสูรก็กวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“คุณหนูหรูเสวี่ย ในเมื่อไม่มีผู้ใดเสนอราคา เช่นนั้นแล้วคุณชายผู้นี้ก็ไม่อาจทนเห็นของที่คุณหนูเป็นผู้จัดประมูลต้องถูกยกเลิกไปได้ เอาเป็นว่าข้าขอเสนอราคาหนึ่งหมื่นหนึ่งพันตำลึงเงินก็แล้วกัน”

บนชั้นสอง ดวงตาทั้งสองข้างของลูเย่หรี่ลงเล็กน้อย คิดจะเอาแหวนมิติของข้าไปสร้างบุญคุณให้คนอื่นอย่างนั้นรึ

…..

นิกายโลหิตอสูรแห่งดินแดนแห่งความโกลาหล

อันที่จริงก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในหอตำราของนิกายเมฆาชาด ลูเย่ก็เคยอ่านเจอเรื่องราวของพวกเขามาบ้าง

เจ้านิกายโลหิตอสูรผู้มีพลังฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธขั้นที่หนึ่ง เมื่ออยู่ในดินแดนแห่งความโกลาหล ก็ไม่ต่างอะไรกับจักรพรรดิท้องถิ่นที่ยึดครองพื้นที่และใช้อำนาจบาตรใหญ่ตามใจชอบ

เพียงแต่ว่า…

กล้ามาหาเรื่องถึงบนหัวของเขาแบบนี้...คิดว่าเขาเป็นคนไม่มีโทสะหรืออย่างไรกัน

“เป็นนิกายโลหิตอสูรนี่เอง ไอ้พวกนอกรีตไร้กฎเกณฑ์!” เจียงหลิงเยว่อุทานเสียงเบา พลางมองลอดหน้าต่างลงไปยังกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมใส่อาภรณ์สีเลือดอยู่เบื้องล่าง

รอบกายของคนพวกนั้นแต่ละคน ดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นอายโลหิตจางๆปกคลุมอยู่ ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ

“ดูท่าแล้ว คงไม่มีใครกล้าเสนอราคาแข่งแล้วล่ะเจ้าค่ะ คนที่เอาแหวนมิติมาประมูลนี่ช่างโชคร้ายจริงๆที่ต้องมาเจอคนไร้เหตุผลแบบนี้” เจียงหลิงเยว่กล่าวอย่างนึกเสียดาย

ณ ห้องโถงชั้นหนึ่ง ชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรที่จงใจไม่เลือกเข้าห้องส่วนตัวกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยสีหน้าที่พึงพอใจมากยิ่งขึ้น

ไม่มีใครกล้าเสนอราคา!

นี่แหละ คือพลังอำนาจในการข่มขวัญของนิกายโลหิตอสูรของเขา

ถึงแม้ว่าจะมาจากดินแดนแห่งความโกลาหลอันห่างไกล แต่ก็สามารถกดดันคนทั้งเมืองได้!

….

“เก้าหมื่นตำลึง”

ทันใดนั้น เสียงของลูเย่ดังออกมาจากห้องส่วนตัวบนชั้นสอง

“หนึ่งแสนตำลึง”

จากนั้นไม่นาน หลังจากที่จำได้ว่าเป็นเสียงของลูเย่…เสียงชราภาพเสียงหนึ่งก็ดังตามขึ้นมาสะท้อนก้องจากชั้นสองเช่นกัน

“นั่นเสียงใครกันน่ะ ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นๆ...”

“เสียงแรกข้าไม่รู้หรอก แต่เสียงที่สองน่ะข้าจำได้! นั่นคือเถียนชิง...บรรพบุรุษรุ่นก่อนของตระกูลเถียน!”

“เถียนชิงนี่เป็นอะไรไปกันนะ ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองในเมืองเมฆาใบไม้ก็นับว่าไม่เลวอยู่หรอก แต่ว่าการไปหาเรื่องนิกายโลหิตอสูรน่ะ ต่อให้เป็นขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เจ็ดก็ยังไม่พอเลยนะ เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน”

ผู้ที่มีหูไวบางคนจำเจ้าของเสียงชราเสียงที่สองได้ในทันที คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเถียนชิงที่เงียบหายไปพักหนึ่งหลังจากออกจากตระกูลเถียนไปแล้ว!

ณ ห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ที่คนของตระกูลเถียนอยู่

เมื่อได้ยินเสียงชรานั้น คนของตระกูลเถียนหลายคนต่างก็ชะงักไป ครู่ต่อมา เถียนสง บรรพบุรุษคนใหม่ของตระกูลเถียนก็หน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นมา

“เถียนชิง ท่านก็ออกจากตระกูลเถียนของข้าไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาลำบากลำบนอีก เหตุใดยังไม่ไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขอีกเล่า”

คำพูดนี้ มองเผินๆอาจจะดูเหมือนเป็นการแสดงความห่วงใยเถียนชิง

แต่แท้จริงแล้ว เถียนสงแค่ต้องการจะขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างเถียนชิงกับตระกูลเถียนให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นิกายโลหิตอสูรมาคิดบัญชีกับพวกเขาในภายหลัง

วังซิงหลัวเองก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน เขาจ้องมองไปยังเถียนชิงที่จู่ๆก็เสนอราคาขึ้นมา

“ท่านผู้เฒ่าเถียน ท่าน...”

เรื่องชื่อเสียงของนิกายโลหิตอสูรนั้น พวกผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างพวกเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร

และจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ที่ตายด้วยน้ำมือของนิกายโลหิตอสูร...ก็มีไม่ต่ำกว่าสิบคนแล้ว

วังซิงหลัวกับเถียนชิงรู้จักกันมานานหลายปี ย่อมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากเห็นสหายเก่าไปสร้างศัตรูที่ไม่ควรหาเรื่องด้วยเลยแม้แต่น้อย

ทว่าในขณะนั้นเถียนชิงกลับยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า

“ไม่เป็นไรหรอก การประมูล แต่ไหนแต่ไรมาก็ย่อมเป็นของผู้ที่ให้ราคาสูงที่สุดอยู่แล้ว ข้าก็แค่เสนอราคาเท่านั้น คิดว่าสหายจากนิกายโลหิตอสูรคงจะไม่ใจแคบขนาดนั้นหรอกนะขอรับ”

วังซิงหลัว: “…...”

คนของนิกายโลหิตอสูรจะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นงั้นรึ  เว้นเสียแต่ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกนั่นแหละ

เพียงแต่ว่า เมื่อเห็นว่าเถียนชิงดูเหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วจริงๆวังซิงหลัวก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

ถึงแม้ว่าเถียนชิงจะรู้จักกับยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธที่อาจจะเร้นกายอยู่ในเมือง แต่ถ้าไปหาเรื่องนิกายโลหิตอสูรเข้า...คนผู้นั้นจะยอมออกหน้าช่วยเถียนชิงจริงๆอย่างนั้นหรือ

……

ณ ห้องโถงชั้นหนึ่ง

แววตาของชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรพลันเย็นเยียบลง

“ดีมาก อย่างไรเสียนี่ก็เป็นการประมูลที่คุณหนูหรูเสวี่ยเป็นผู้จัด ถ้าหากไม่มีใครร่วมสนุกเลย มันจะไม่เป็นการไม่ไว้หน้าคุณหนูหรูเสวี่ยไปหน่อยหรือ หนึ่งแสนห้าพันตำลึง”

บนเวทีสูง แม้ในใจของผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยจะรู้สึกโกรธเคืองอยู่บ้าง

หากคิดจะไว้หน้าข้าจริงๆล่ะก็ เมื่อครู่ก็คงไม่จงใจข่มขู่ผู้อื่นจนไม่มีใครกล้าเสนอราคาหรอก

เพียงแต่ว่า สมาพันธ์การค้าทำธุรกิจโดยยึดหลัก ‘ความปรองดองนำมาซึ่งโภคทรัพย์ ดุจมหาสมุทรที่รองรับร้อยสายธารา’ ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของชื่อสมาพันธ์การค้าไป่ชวนเช่นกัน

ดังนั้น บนใบหน้าของผู้จัดประมูลหรูเสวี่ย จึงยังคงปรากฏรอยยิ้มหวานหยดตามแบบฉบับมืออาชีพ

“หนึ่งแสนห้าพันตำลึง ยังมีท่านใดจะเสนอราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ”

ในเวลาไม่นาน ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระหนกของวังซิงหลัว เถียนชิงก็ยังคงเสนอราคาต่อไป

พอราคาขึ้นไปถึงสองแสนตำลึง สีหน้าของชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรก็ดำคล้ำราวกับน้ำหมึก

นี่เขาถึงกับเอ่ยชื่อนิกายโลหิตอสูรออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนไม่ไว้หน้าเขาถึงเพียงนี้ ถ้าหากประมูลของชิ้นนี้ไปไม่ได้ มันจะไม่เท่ากับเป็นการตบหน้านิกายโลหิตอสูรของเขาหรอกหรือ

หลังจากนั้น ก็กลายเป็นการต่อสู้ราคาระหว่างเถียนชิงบนชั้นสองกับชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรโดยสมบูรณ์

ส่วนคนอื่นๆหลังจากผ่านพ้นความตกตะลึงในช่วงแรกไปแล้ว ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาอยู่ในอารมณ์ของผู้ชมที่รอคอยดูละครฉากใหญ่

ครู่ต่อมา ราคาของแหวนมิติวงสุดท้ายก็ทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“หกแสนห้าหมื่น!” ชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“ถ้าหากเจ้ายังต้องการอีก ของชิ้นนี้ก็ยกให้เจ้าไปเลย”

เมื่อได้ยินดังนั้น เถียนชิงก็เลือกที่จะหยุดมือในทันที

อันที่จริงราคาหกแสนที่เขาเสนอไปก็ถือเป็นไม้สุดท้ายแล้ว ถ้าหากชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรไม่สู้ต่อ ฝ่ายของเขาก็แค่ต้องขาดทุนค่าธรรมเนียมไปเล็กน้อย

คาดไม่ถึงว่า อีกฝ่ายจะยังยอมสู้ต่ออีกไม้เพื่อรักษาหน้า

“หกแสนห้าหมื่น ยังมีท่านใดจะเสนอราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ” ผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มงดงามดั่งบุปผา

“หกแสนห้าหมื่นครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม... ตกลงค่ะ!”

“ขอแสดงความยินดีกับยอดอัจฉริยะหนุ่มจากนิกายโลหิตอสูร ที่ประมูลแหวนมิติวงที่สามไปได้สำเร็จ!”

เมื่อได้ยินคำแสดงความยินดีของผู้จัดประมูลหรูเสวี่ย ชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรก็เผยรอยยิ้มอันเย็นเยียบออกมา

เงินจำนวนนี้ ถึงตอนนั้นแล้ว ไอ้คนที่กล้ามาสู้ราคากับข้า...ก็จงใช้ชีวิตของมันมาแลกก็แล้วกัน!

….

ณ ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง วังซิงหลัวส่ายหน้าพลางหัวเราะอย่างขมขื่น

“ท่านผู้เฒ่าเถียน นี่มันเป็นการล่วงเกินนิกายโลหิตอสูรจนถึงที่สุดแล้วนะขอรับ แค่แหวนมิติวงเดียว แถมยังประมูลไม่ได้อีกต่างหาก มันไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ”

“ถ้าหากท่านต้องการแหวนมิติ พวกเรารอหาเวลาเหมาะๆไปหามาสักวงในภายหลังก็ได้ไม่ใช่หรือขอรับ”

ทว่าเถียนชิงกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่ยี่หระ

“ความเป็นความตายมีชะตากำหนด ความร่ำรวยเกียรติยศขึ้นอยู่กับฟ้าดิน ข้าผู้เฒ่าอยู่มานานขนาดนี้…ถือว่าคุ้มแล้วล่ะขอรับ”

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องส่วนตัวข้างๆเจียงหลิงเยว่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด

พลางมองไปยังลูเย่ที่จู่ๆก็ตะโกนเสนอราคาขึ้นมาก่อนหน้านี้ด้วยความรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย

“คนบ้า ท่านทำข้าตกใจแทบแย่”

“เมื่อครู่นี้ พวกเราเกือบจะได้ไปหาเรื่องนิกายโลหิตอสูรแล้วนะเจ้าคะ!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 129: นิกายโลหิตอสูร!

คัดลอกลิงก์แล้ว