เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130: โอสถทะลวงปราณเทวะ

บทที่ 130: โอสถทะลวงปราณเทวะ

บทที่ 130: โอสถทะลวงปราณเทวะ


บทที่ 130: โอสถทะลวงปราณเทวะ

“หาเรื่องนิกายโลหิตอสูรงั้นรึ…หึ”

ลูเย่ส่ายศีรษะอย่างสงบ

อันที่จริง ตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรคิดจะใช้เงินแค่หนึ่งหมื่นหนึ่งพันตำลึงเพื่อบังคับประมูลแหวนมิติของตนไป...ตอนนั้นมันก็เท่ากับเป็นการหาเรื่องกันแล้ว

หากไม่ใช่เพราะเขาบากบั่นฝึกฝนจนพอจะมีพลังฝีมืออยู่บ้าง บอกได้เลยว่าความอัปยศครั้งนี้คงต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนลงไปอย่างแน่นอน

และถ้ายังกล้าออกมาประท้วง คาดว่าแม้แต่ชีวิตก็คงต้องมอบให้กับนิกายโลหิตอสูรไป

“ยังดีที่มีคนออกมาช่วยแบ่งเบาภาระไปนะเจ้าคะ”

“เพียงแต่ว่า เสียงที่ดังขึ้นมาทีหลังนั่น ข้าฟังแล้วทำไมถึงรู้สึกเหมือนเป็นเสียงของท่านผู้เฒ่าเถียนเลยล่ะเจ้าคะ แล้วทำไมท่านผู้เฒ่าเถียนถึงได้...” เจียงหลิงเยว่กล่าวอย่างงุนงง

ไม่ใช่แค่เจียงหลิงเยว่ แต่ผู้คนจำนวนมากหลังจากที่ชมละครฉากใหญ่จบไปแล้ว ก็ต่างพากัน

คาดเดาว่าด้วยนิสัยของนิกายโลหิตอสูรแล้ว เรื่องนี้ย่อมไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน

เพราะในกลุ่มคนทั้งห้าจากนิกายโลหิตอสูรที่เดินทางมาในครั้งนี้ มีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ติดตามมาด้วยถึงสองคน

คนหนึ่งคือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ อีกคนคือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หก!

เรียกได้ว่า แค่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์สองคนนี้ ก็มีพลังมากพอที่จะกดขี่เมืองเมฆาใบไม้ได้อย่างง่ายดายแล้ว

ในขณะนี้

ภายในห้องส่วนตัว วังซิงหลัวจ้องมองเถียนชิงที่มีท่าทีไม่ยี่หระ จนชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

ถึงกับไม่สนความเป็นความตาย เพียงเพื่อจะแย่งประมูลแหวนมิติวงเดียวกับนิกายโลหิตอสูรอย่างนั้นรึ

….

การประมูลยังคงดำเนินต่อไป

ของประมูลชิ้นต่อๆมาส่วนใหญ่ก็ยังคงมีมูลค่าไม่น้อย โดยมีราคาอยู่ในระดับสองแสนตำลึงเงินขึ้นไป

แต่เพราะได้เห็นการต่อสู้แย่งชิงในครั้งนั้นไปแล้ว ผู้คนจำนวนมากจึงระมัดระวังตัวขึ้นไม่น้อย

เนื่องจากกลัวว่าการแย่งชิงของประมูลบางชิ้นกับผู้อื่น จะไปสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งเข้าโดยไม่ตั้งใจ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากไม่ใช่ของที่สำคัญจริงๆการต้องมาเสียชีวิตไปเพื่อมันก็ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

….

ณ ห้องส่วนตัวของตระกูลเถียน เถียนสงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ยังดีที่ให้เถียนชิงสละตำแหน่งไปได้ทันเวลา มิเช่นนั้นแล้วเรื่องในวันนี้ ก็คงจะเป็นเขาที่นำพาตระกูลเถียนของข้า ไปเผชิญหน้ากับนิกายโลหิตอสูรโดยตรง!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสขอบเขตปฐพีสองคนที่เดิมทีเคยรู้สึกเสียดายกับการจากไปของเถียนชิง

มาตอนนี้ก็พากันพยักหน้าด้วยความรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย

อย่าได้มองว่าตระกูลเถียนของพวกเขาดูเหมือนจะรุ่งเรืองอยู่ในเมืองเมฆาใบไม้ แต่ถ้าหากนำไปเปรียบเทียบกับหนึ่งในสี่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งดินแดนแห่งความโกลาหลอย่างนิกายโลหิตอสูรแล้ว บอกเลยว่าเทียบกันไม่ติดฝุ่น

แค่อีกฝ่ายส่งผู้อาวุโสขอบเขตเหนือสวรรค์มาเพียงคนเดียว ก็สามารถล้มล้างตระกูลเถียนได้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ดินแดนแห่งความโกลาหลยังเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า เรียกได้ว่าแทบจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นทุกวัน…ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ที่นั่นจึงมีประสบการณ์การต่อสู้สูงกว่าที่อื่นๆในแดนเหนือโดยทั่วไป

….

ของประมูลถูกประมูลออกไปทีละชิ้นๆ

และแล้วบนเวทีสูงในห้องโถง ผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยก็พลันเผยรอยยิ้มอันลึกลับออกมา

“หรูเสวี่ยทราบดีว่า ในการประมูลครั้งนี้ มีสหายบางท่านที่ข่าวสารว่องไว คงได้ทราบแล้วว่าของล้ำค่าชิ้นสุดท้ายในการประมูลรายเดือนของไป่ชวนในครั้งนี้คืออะไร”

พอสิ้นเสียงคำพูดนั้น คนที่อยู่เบื้องล่างบางคนก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ในทันที

แค่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ของชิ้นสุดท้ายในการประมูลรายเดือนครั้งนี้...ดูเหมือนว่าจะสุดยอดเอามากๆ!

ในขณะที่บางคนที่พอจะทราบข่าวมาบ้าง ในตอนนี้ต่างก็สบตากันแล้วพยักหน้าเบาๆ

ของชิ้นสุดท้ายนั้น พวกเขาจะต้องคว้ามาให้ได้!

ทันทีที่ผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยพูดจบ ภายในโรงประมูลก็พลันมีกลิ่นอายอันทรงพลังอย่างยิ่งสายหนึ่งกวาดผ่านไปทั่วทั้งงานอย่างรวดเร็ว

แรงกดดันอันทรงพลังที่ไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อยนี้ ทำให้หัวใจของผู้คนกว่าพันชีวิตสั่นสะท้านในทันที

ยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ...

นี่มันคือแรงกดดันที่มีเพียงยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธเท่านั้นที่จะมีได้!

หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธผู้พิทักษ์ของโรงประมูลไป่ชวน?!

หลายคนคิดถึงจุดนี้ขึ้นมาได้ในทันที

ดูท่าแล้ว ของชิ้นสุดท้ายในการประมูลรายเดือนครั้งนี้ ต้องล้ำค่ามากจริงๆ!

เพราะในการประมูลรายเดือนครั้งก่อนๆถึงแม้จะมีผู้พิทักษ์คอยดูแลอยู่ แต่ก็เป็นเพียงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่แปดหรือเก้าเท่านั้น แทบจะไม่เคยปรากฏยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธมาก่อนเลย

และสถานการณ์ที่มียอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธมาคอยพิทักษ์นั้น ไม่ว่าครั้งใหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นครั้งที่มีของล้ำค่าอย่างยิ่งถูกนำขึ้นมาประมูลทั้งสิ้น

การปลดปล่อยพลังปราณเพื่อเตือนอย่างเงียบๆของยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธแห่งโรงประมูล…ก็เพื่อเป็นการบอกกล่าวแก่ผู้เข้าร่วมประมูลทุกคนว่า อย่าได้คิดอะไรไม่ซื่อ อย่าได้พยายามปล้นชิงของล้ำค่าในงานเป็นอันขาด

ครู่ต่อมา สาวใช้คนหนึ่งก็ยกถาดทองคำอันงดงามขึ้นมาบนเวทีสูงอย่างช้าๆก่อนจะส่งมอบให้กับผู้จัดประมูลหรูเสวี่ย

“และของล้ำค่าที่จะประมูลกันต่อไปนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนใฝ่ฝันแสวงหามาตลอดทั้งชีวิต”

รอยยิ้มของผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยจางหายไป และกลับกลายเป็นท่าทีที่จริงจังขึ้นมา

“เอาล่ะค่ะ ต่อไป จะเริ่มการประมูลโอสถทะลวงปราณเทวะ...ราคาเริ่มต้น ห้าล้านตำลึง!”

“ท่านสามารถใช้ของสิ่งอื่นมาตีราคาแทนได้…เเต่จะต้องผ่านการประเมินราคาจากผู้ประเมินเสียก่อน”

และทันทีที่ผู้จัดประมูลหรูเสวี่ยเปิดผ้าสีแดงออก โอสถเม็ดเล็กๆอันงดงามเม็ดหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นนอนนิ่งๆอยู่ในขวดหยกเนื้อดี!

โอสถทะลวงปราณเทวะ...พอชื่อนี้ดังขึ้นมา หลายคนก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

แต่ทว่า ก็มีคนส่วนหนึ่ง ซึ่งรวมไปถึงคนของนิกายโลหิตอสูรด้วย ที่ดวงตาทั้งสองข้างพลันหรี่ลงในทันที

พวกเขาจ้องมองไปยังโอสถเม็ดนั้นที่ถูกวางไว้ในค่ายกลป้องกันบนเวทีสูงด้วยสายตาอันร้อนแรงอย่างยิ่ง

โอสถทะลวงปราณเทวะ ชื่อนั้นเรียบง่าย สรรพคุณก็เรียบง่ายเช่นกัน

มันคือโอสถที่สามารถช่วยเหลือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเก้าช่วงสมบูรณ์…ให้มีโอกาสทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย!

สิ่งนี้ สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ช่วงปลายทุกคนแล้ว ล้วนเป็นของล้ำค่าระดับสูงสุดที่ไม่อาจต้านทานได้

ต้องรู้ก่อนว่า การทะลวงจากขอบเขตปฐพีสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ ก็ถือเป็นด่านทดสอบที่ยากลำบากด่านแรกบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรแล้ว…ซึ่งมันได้ขวางกั้นผู้ฝึกยุทธ์เอาไว้นับไม่ถ้วน

และเส้นทางจากขอบเขตเหนือสวรรค์สู่ขอบเขตปรมาจารย์นั้น ก็ยิ่งยากลำบากกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า!

ทว่าโอสถเม็ดเล็กๆเพียงเม็ดนี้ กลับสามารถเพิ่มโอกาสบนเส้นทางอันแสนริบหรี่นี้ได้ถึงประมาณหนึ่งส่วน…

“คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นโอสถทะลวงปราณเทวะ โอสถเม็ดนี้ เกรงว่าต่อให้ตระกูลเจียงของเราเอาทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมาทุ่มก็ยังซื้อไม่ได้เลยนะเจ้าคะ” เจียงหลิงเยว่ตะลึงงันไปแล้ว

ดูเหมือนว่าของชิ้นสุดท้ายในครั้งนี้ จะไม่ได้ด้อยไปกว่าคัมภีร์วิชาระดับลึกลับขั้นสูงเมื่อหลายปีก่อนเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นขุมกำลังใด ก็ล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะเปลี่ยนยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเก้า ให้กลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธกันทั้งนั้น!

หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง ก็มีคนตะโกนเสนอราคาขึ้นมา

“ห้าล้านห้าแสน!”

“แค่เงินห้าล้านห้าแสนก็คิดจะแตะต้องโอสถทะลวงปราณเทวะแล้วรึ ข้าให้หกล้าน!”

“หกล้านสองแสน...”

เสียงขานราคาเบื้องล่างนั้นดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง แต่ลูเย่กลับส่ายศีรษะ เพราะการขานราคาแค่หลักล้านนี่มันเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น

จากการประเมินของเขา ราคาซื้อขายสุดท้ายของโอสถทะลวงปราณเทวะ จะต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านอย่างแน่นอน…หรืออาจจะ สูงกว่าตัวเลขนี้เสียด้วยซ้ำ

เพราะยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธหนึ่งคนสำหรับแดนเหนือแล้ว ก็เปรียบเสมือนจ้าวผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่ ซึ่งห่างชั้นจากตระกูลระดับเหนือสวรรค์จนไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย

ถ้าหากเป็นตอนที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ เมื่อลู่เย่ต้องมาเจอกับโอสถเม็ดนี้

ถึงแม้ว่าลู่เย่จะซื้อไม่ได้ แต่คาดว่าก็คงจะเกิดความปรารถนาขึ้นมาอยู่บ้าง

แต่ทว่าในตอนนี้...ลูเย่ทอดสายตามองไปยังเวทีสูงที่ชั้นหนึ่ง ราวกับกำลังมองดูเหมืองเงินแห่งหนึ่งก็ไม่ปาน

ราคาที่ประมูลออกมา จะต้องน่าตกตะลึงอย่างแน่นอน...นี่มันเหมืองเงินเหมืองทองชัดๆ!

ถ้าหากเขาได้มันมา แล้วนำไปขายต่อ…หลังจากนี้การสุ่มแบบระบุเป้าหมายอีกหลายครั้งต่อๆไป ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกเลย

แต่ยังดีที่แค่เพียงเขาบรรลุขอบเขตแห่งค่ายกลในระดับที่สูงพอ หลังจากนั้นก็จะไม่ขาดแคลนแหล่งเงินอีกต่อไป

ลูเย่ส่ายศีรษะ ก่อนจะเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วหันมาชมการต่อสู้แย่งชิงครั้งนี้ด้วยความสนใจ

ราคาของโอสถทะลวงปราณเทวะ ก็ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนดังที่ลูเย่คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด

ผู้ที่เสนอราคาในช่วงแรก ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์อิสระระดับเหนือสวรรค์ และบางส่วนก็เป็นตระกูลระดับเหนือสวรรค์จากเมืองอื่นๆ

พอราคาขึ้นไปถึงสามสิบล้านตำลึง ในที่สุดขุมกำลังใหญ่หลายแห่งซึ่งรวมไปถึงนิกายโลหิตอสูรด้วย ก็กระโดดลงมาร่วมวง

เพียงชั่วเวลาสั้นๆราคาของโอสถทะลวงปราณก็พุ่งขึ้นไปถึงแปดสิบล้านตำลึง!

“ข้าให้แปดสิบเอ็ดล้านตำลึง” ชายหนุ่มแห่งนิกายโลหิตอสูรกล่าวด้วยแววตาเคร่งขรึม

“โอสถเม็ดนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อนิกายโลหิตอสูรของข้า ครั้งนี้ท่านเจ้านิกายได้กำชับเป็นพิเศษว่าโอสถเม็ดนี้ต้องได้มาครอบครองให้จงได้”

“หวังว่าสหายทุกท่าน จะพอไว้หน้ากันบ้าง”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 130: โอสถทะลวงปราณเทวะ

คัดลอกลิงก์แล้ว