เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 113 : ความเปลี่ยนแปลงที่ทุ่งร้างหินดำ!

บทที่ 113 : ความเปลี่ยนแปลงที่ทุ่งร้างหินดำ!

บทที่ 113 : ความเปลี่ยนแปลงที่ทุ่งร้างหินดำ!


บทที่ 113 : ความเปลี่ยนแปลงที่ทุ่งร้างหินดำ!

“ลู่เย่ ก่อนหน้านี้เป็นข้าที่ทำไม่ถูกเอง”

“ข้า... ข้าขอโทษ”

ภายในห้องพัก เจียงชิงเกอในชุดสีขาวเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางเอ่ยกับเก้าอี้ที่ว่างเปล่าตัวหนึ่ง

หากในยามนี้มีผู้อื่นอยู่ที่นี่ด้วย คงจะต้องคิดว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงเสียสติไปแล้วเป็นแน่

อยู่ดีๆ…ก็มาพูดว่าตนน่ะผิดกับเก้าอี้ว่างๆตัวหนึ่ง หรือว่าจะถูกภูตผีเข้าสิงกันนะ?

หลังจากพูดจบ เจียงชิงเกอก็ยังรู้สึกกลัดกลุ้มใจอยู่ดี

กับเก้าอี้ที่ว่างเปล่า นางยังพอพูดออกมาได้ แต่หากต้องไปเผชิญหน้ากับคนผู้นั้นจริงๆ...นางรู้สึกว่าตนเองคงไม่มีทางพูดออกมาได้อย่างง่ายดายเหมือนตอนนี้เป็นแน่

ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นั้นก็คงจะมองนางด้วยสายตาแปลกๆ แล้วก็พูดว่าถ้าป่วยก็ให้ไปกินยาเหมือนเคย

“เอ๊ะ...ก่อนที่คนผู้นั้นจะจากไป เขาไม่ได้พับผ้าห่มให้เรียบร้อยด้วยซ้ำหรือนี่”

สายตาของนางเหลือบไปมองเตียงไม้ในห้องโดยไม่ได้ตั้งใจ

ก่อนหน้านี้นางไม่ได้สังเกต แต่พอมามองดูตอนนี้ ก็เพิ่งจะเห็นว่าผ้าห่มบนเตียงนั้นยับยู่ยี่อยู่บ้าง

นางลุกขึ้นเดินไปยังหน้าเตียงไม้ แล้วยื่นมือออกไป ตั้งใจว่าจะพับผ้าห่มให้เรียบร้อยอีกครั้ง

“หืม…ทำไมถึงมีเส้นผมยาวๆอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะ?”

ทันทีที่เจียงชิงเกอยื่นมือออกไป สายตาอันเฉียบคมของนางก็สังเกตเห็นว่า บนรอยยับของผ้าห่มนั้น มีเส้นผมยาวเส้นหนึ่งตกอยู่

ดูจากความยาวแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ของคนผู้นั้นอย่างแน่นอน หากแต่เป็นของสตรี

“หรือว่า...จะเป็นของชิงหยู?”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงชิงเกอก็รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้

ชิงหยูนั้นเป็นสาวใช้คนสนิทของคนผู้นั้น นางมักจะเข้ามาช่วยลู่เย่ทำความสะอาดห้องอยู่บ่อยครั้ง

ตอนที่พับผ้าห่ม บางครั้งอาจจะเผลอทำผมร่วงลงไปเส้นหนึ่งโดยไม่ทันสังเกต ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

เจียงชิงเกอจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก หลังจากปัดเส้นผมนั้นออกไปแล้ว นางก็พับผ้าห่มจนเรียบร้อย

….

อีกด้านหนึ่ง...

ณ เทือกเขาเมฆาสีชาด

ที่นี่คือที่ตั้งของนิกายใหญ่แห่งแดนเหนือ นั่นคือนิกายเมฆาสีชาด

บนยอดเขาหลักหลายแห่ง ปรากฏสิ่งปลูกสร้างอันงดงามวิจิตรตั้งตระหง่านอยู่มากมาย

ณ เบื้องหน้าประตูทางเข้านิกาย ศิษย์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสองนายที่ทำหน้าที่เฝ้าประตู กำลังยืนอยู่อย่างเบื่อหน่ายเต็มที

ศิษย์เฝ้าประตูทางด้านซ้ายเหลือบมองไปรอบๆ…เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ เขาจึงกระซิบเสียงต่ำว่า

“เจ้าได้ยินเรื่องนั้นแล้วรึยัง ที่ทุ่งร้างหินดำน่ะ เมื่อครึ่งวันก่อนจู่ๆก็มีไอสีดำมหาศาลระเบิดออกมา ผู้ฝึกยุทธ์ที่ไปบุกเบิกที่นั่นพอโดนไอสีดำนั่นเข้าไป ก็พากันเสียสติคลุ้มคลั่ง พอเห็นคนก็ไล่ฆ่าไม่เลือกหน้าเลย”

ศิษย์ทางด้านขวาพยักหน้ารับ

“เรื่องนี้ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน”

“ข่าวถูกส่งกลับมาทางป้ายหยกสื่อสารตั้งนานแล้ว ได้ยินว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องจากนิกายเราที่ไปบุกเบิกที่นั่นก็โดนไอสีดำนั่นไปหลายคน ท่าทางเหมือนถูกมารเข้าสิงอย่างไรอย่างนั้น”

“น่ากลัวมากจริงๆ โชคดีนะที่ข้าไม่ได้ไปที่ทุ่งร้างนั่นด้วย”

ถึงแม้ว่าการไปบุกเบิกดินแดนรกร้างจะมีความเสี่ยงสูง แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่เช่นกัน

ทว่าผู้คนจำนวนมากก็ยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี

เพราะอย่างไรเสีย สำหรับศิษย์อย่างพวกเขาที่มีระดับพลังโดยทั่วไปอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณ…หากต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเช่นนั้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจหมายถึงจุดจบของชีวิตได้

ศิษย์ทางด้านขวาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างน่าเสียดาย

“น่าสงสารศิษย์พี่อู๋เต๋อจริงๆ เดิมทีการที่เขาจะทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดนับเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วแท้ๆ…แต่ตอนนี้กลับต้องไปอยู่ที่ทุ่งร้างหินดำ แถมยังมาเจอเรื่องแบบนี้เข้าอีก ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”

สำหรับเรื่องนี้ ศิษย์เฝ้าประตูทางด้านซ้ายกลับไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก

คำพูดเหล่านั้นของอู๋เต๋อ ย่อมต้องสร้างความเดือดร้อนให้กับศิษย์น้องฝ่ายบริการที่ถูกส่งไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเจียงอย่างแน่นอน

นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ภัยพิบัติเกิดจากปาก"

แค่ดื่มเหล้าเข้าไปหน่อยเดียวก็ปากพล่อยไม่เลือกที่ สุดท้ายก็ต้องถูกลงโทษ จะมีอะไรน่าเห็นใจกัน

ในขณะที่ศิษย์ทางด้านซ้ายกำลังจะเอ่ยปากโต้แย้งนั้นเอง หางตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นลำแสงสีชาดสายหนึ่งพุ่งลงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้านิกายด้วยความเร็วสูง

ในทันใดนั้น หัวใจของเขาก็พลันสั่นสะท้านด้วยความตกใจ เขารีบหุบปากฉับทันที

ผู้ที่ลงมายืนอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้านิกาย ก็คือผู้กุมอำนาจสูงสุดในยุคปัจจุบัน...นางเซียนเมฆาสีชาด!

สำหรับนางเซียนเมฆาสีชาดแล้ว นอกจากความยำเกรงแล้ว ศิษย์ทุกคนในนิกายล้วนให้ความเคารพนับถือต่อนางอย่างสุดซึ้ง

เพราะเป็นนางที่นำพานิกายให้เจริญรุดหน้ามาโดยตลอด จนทำให้นิกายเมฆาสีชาดรุ่งเรืองเฟื่องฟู สามารถกดดันนิกายอัสนีครามได้อย่างแข็งแกร่ง และก้าวขึ้นมาเป็นนิกายอันดับสองได้ดังเช่นทุกวันนี้

นางเซียนเมฆาสีชาดยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย

จริงๆแล้วนางได้ยินเรื่องที่ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองพูดคุยกันตั้งแต่ตอนที่นางกำลังจะร่อนลงแล้ว

เหตุผลที่นางรีบรุดกลับมาจากบริเวณใกล้กับสำนักอินหมางซาน โดยไม่ได้พยายามตามหาร่องรอยของปรมาจารย์ยุทธ์ลึกลับผู้นั้นต่อ ก็เป็นเพราะได้รับข้อความจากป้ายหยกสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นเอง

ณ ส่วนลึกของทุ่งร้างหินดำ ได้เกิดการระเบิดของไอสีดำสะท้านฟ้าขึ้น ไอดำนั้นม้วนตัวแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างหลายลี้!

ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่กำลังบุกเบิกอยู่ในส่วนลึกของทุ่งร้าง ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะทันได้ตั้งตัว ก็ถูกไอสีดำนั้นเข้าครอบคลุมร่างไปเสียแล้ว

ผู้ฝึกยุทธ์ที่โชคดีบางส่วน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากไอสีดำโดยตรง แต่ก็คาดไม่ถึงเลยว่าสหายหรือศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยรู้จักกันในวันวาน จะจู่โจมเข้าใส่พวกเขาอย่างกะทันหัน

และทุกครั้งที่ลงมือ...ก็ล้วนเป็นกระบวนท่าสังหาร!

ชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งทุ่งร้างก็ตกอยู่ในความโกลาหล เกิดการต่อสู้ขึ้นทุกหนทุกแห่ง ส่งผลให้คณะผู้บุกเบิกบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

กว่าที่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์หลายคนที่ประจำการอยู่ในทุ่งร้างจะมาถึง เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกไอสีดำเล่นงานก็ดูเหมือนจะกลับมามีความโกลาหมอีกครั้ง

พวกเขารีบถอยทัพหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความเสียหายอยู่เบื้องหลัง

…..

ณ ตำหนักใหญ่ของนิกาย...

นางเซียนเมฆาสีชาดก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักใหญ่ รอบด้านมีกระถางธูปตั้งอยู่ ส่งกลิ่นเครื่องหอมกรุ่นที่ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใสออกมาเป็นระลอก

ในขณะนี้ ภายในตำหนักใหญ่ทั้งสองฝั่งซ้ายขวา ล้วนมีร่างของคนจำนวนไม่น้อยนั่งอยู่ เเละทุกคนล้วนเป็นผู้อาวุโสของนิกายทั้งสิ้น

“ว่ามาสิ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

ทันทีที่นั่งลงบนที่นั่งประมุข นางเซียนเมฆาสีชาดก็กวาดสายตามองไปรอบๆ

“ณ ส่วนลึกของทุ่งร้างหินดำ จู่ๆก็มีไอสีดำมหาศาลระเบิดออกมาขอรับ” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ส่งกลับมา คาดว่าน่าจะมีคนไปขุดโดนค่ายกลผนึกบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้ในส่วนลึกของทุ่งร้างโดยไม่ตั้งใจ….จึงเป็นเหตุให้ผนึกคลายตัวลง”

ผนึก...งั้นรึ

คิ้วเรียวงามของนางเซียนเมฆาสีชาดขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

การที่สามารถปล่อยไอสีดำออกมาได้ในปริมาณมหาศาลถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ถูกผนึกไว้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

และในตอนนี้เมื่อมันถูกปล่อยออกมา ทั้งยังแพร่เชื้อใส่ผู้ฝึกยุทธ์ไปกลุ่มหนึ่งแล้วพากันหลบหนีหายไป…สำหรับแดนเหนือที่เริ่มจะวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย

ช่างเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายเสียจริง...

นางเซียนเมฆาสีชาดขมวดคิ้วครุ่นคิด

ตั้งแต่นิกายเบญจพิษและนิกายสามหยินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแล้ว

ตอนนี้ที่เหล่ามารร้ายออกอาละวาดไปทั่วแดนเหนือ นางเซียนเมฆาสีชาดก็พอจะเดาได้ว่าย่อมต้องเกี่ยวข้องกับสองนิกายนี้อย่างแน่นอน

น่าเสียดาย ที่สามนิกายใหญ่แห่งแดนเหนือนั้นไม่เคยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ละนิกายต่างก็มีแผนการและความคิดเป็นของตัวเอง

และการที่จะให้นิกายใดนิกายหนึ่งต้องไปเผชิญหน้ากับสองนิกายนั้นเพียงลำพัง ก็คงไม่ได้เปรียบอะไรมากมายนัก

ดังนั้น ถึงแม้จะเดาได้ว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทั่วแดนเหนือ…ส่วนใหญ่น่าจะมีสองนิกายนี้คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง

นางเซียนเมฆาสีชาดก็ทำได้เพียงเฝ้ามองดูเท่านั้น

จะให้นิกายเมฆาสีชาดของนางทุ่มกำลังทั้งหมดของนิกายเข้าต่อต้านสองนิกายนั้น จนต้องบาดเจ็บล้มตายกันไปทั้งสองฝ่าย...แล้วปล่อยให้สองนิกายที่เหลือคอยนั่งดูอยู่ข้างหลังเพื่อรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์งั้นรึ?

การค้าที่ขาดทุนเช่นนี้ ไม่มีใครยอมทำเป็นแน่

“จริงสิ ท่านเจ้าสำนัก นี่คือรายชื่อที่ผู้อาวุโสซึ่งประจำการอยู่ที่ทุ่งร้างส่งกลับมา”

“หลังจากตรวจสอบจำนวนศิษย์ของนิกายแล้ว มีศิษย์กว่าสิบคนที่ติดเชื้อแล้วหลบหนีหายไปขอรับ”

นางเซียนเมฆาสีชาดรับรายชื่อมาดู ในนั้นมีรายชื่อศิษย์อยู่สิบกว่าคน มีตั้งแต่ระดับรวบรวม

ปราณไปจนถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิด

ครู่ต่อมา นางเซียนเมฆาสีชาดก็เห็นชื่อที่คุ้นตาอยู่เล็กน้อย

“อู๋เต๋อ?”

นางใช้เวลาคิดอยู่ชั่วครู่ จึงนึกขึ้นมาได้

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นศิษย์ฝ่ายในคนนั้น ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายเพราะพูดจาไม่รู้จักคิดในงานเลี้ยงแต่งงานของตระกูลเจียง จนสร้างความเดือดร้อนให้กับลู่เย่ ศิษย์ที่ถูกส่งไปยังตระกูลเจียง

และสุดท้ายก็เป็นคนที่ถูกนางออกคำสั่งให้ส่งตัวไปยังทุ่งร้างเพื่อขุดเหมืองนั่นเอง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 113 : ความเปลี่ยนแปลงที่ทุ่งร้างหินดำ!

คัดลอกลิงก์แล้ว