เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 : เจียงชิงเกอผู้ผิดแปลกไป

บทที่ 91 : เจียงชิงเกอผู้ผิดแปลกไป

บทที่ 91 : เจียงชิงเกอผู้ผิดแปลกไป


บทที่ 91 : เจียงชิงเกอผู้ผิดแปลกไป

เพียงแต่ว่า เมื่อก่อนตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับลู่เย่ที่มาขอยืมเงิน…ในใจของเจียงชิงเกอนั้นเต็มไปด้วยความรำคาญ นางรู้สึกว่าชายคนนี้ช่างเห็นแก่เงินเสียจริง

แต่ในตอนนี้มันกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

นางเป็นฝ่ายยัดเงินใส่มือให้ลู่เย่เอง... ก็เพราะแค่นางไม่อยากให้ลู่เย่ต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องเงินอีกต่อไป

สุภาษิตที่ว่า ‘วีรบุรุษยังต้องจนตรอกเพราะเงินเพียงอีแปะเดียว’ เจียงชิงเกอไม่ปรารถนาให้สามีในนามของตนเองต้องมาเผชิญหน้ากับความยากลำบากเช่นนี้

"ข้าขอร้องล่ะนะ ลู่เย่..."

ในใจของเจียงชิงเกอพลันบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา

การต้องมาอ้อนวอนให้คนอื่นรับเงิน...นี่ก็นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางเลยทีเดียว

ลู่เย่: "0__0..."

‘ผิดปกติ... ผิดปกติจริงๆ’

‘ผู้หญิงคนนี้...โดนภูตผีปีศาจเข้าสิงไปด้วยอีกคนรึไง? ถึงได้มาอ้อนวอนให้คนอื่นเอาเงินไปแบบนี้’

"ก็ได้ เช่นนั้นข้ารับไว้แค่ห้าสิบตำลึงก็พอ"

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเงินหนึ่งตำลึงไปจากมือของเจียงชิงเกอ

"พอหรือ? หรือว่าท่าน...ท่านเอาไปให้หมดเลยเถอะ ข้าเองก็ไม่ค่อยได้ใช้เงินที่ไหน" เจียงชิงเกอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง​

กิจการของตระกูลเจียงหลายอย่างล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของเจียงชิงเกอ ซึ่งนางก็จัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ด้วยเหตุนี้ ส่วนแบ่งของเจียงชิงเกอจึงมากกว่าคนอื่นๆในสายหลักอยู่บ้าง

เพราะถึงอย่างไรเสีย นางก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับตระกูล…ช่วยเปิดโอกาสให้คนอื่นๆในสายหลักได้มีเวลาฝึกยุทธ์อย่างเต็มที่

ทว่า ปกติแล้วเจียงชิงเกอก็ไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไรมากนัก ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินทองเท่าไหร่

"ไม่ต้องแล้ว"

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็ไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ

นางรู้ดีว่าลู่เย่เป็นคนมีหลักการของตัวเองสูงมาก หากเขาบอกว่าไม่เอา ก็คือไม่เอาจริงๆ

ในอีกด้านหนึ่ง ณ สวนเล็กๆที่อยู่ติดกัน

เจียงหลิงเยว่ซึ่งเพิ่งจะกลับมาถึงสวนของตนพร้อมกับเฉินหลิงเซียง

ทันใดนั้น นางก็ดูเหมือนจะได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากทางฝั่งของพี่สาว

‘ใครมากันนะ?’

เพราะว่า สวนของเจียงชิงเกอนั้นปกติแล้วจะเงียบเหงาเป็นอย่างมาก

จะมีก็แต่ตัวนางเองที่แวะไปหาบ่อยๆ กับท่านพ่อที่นานๆ จะไปสักครั้ง…นอกเหนือจากนั้น ก็แทบจะนึกถึงคนอื่นไม่ออกแล้ว

อ้อ...ใช่

ยังมีเจ้าหลิวฮ่าวเสียงคนนั้นอีก

เพียงแต่ว่า หากหลิวฮ่าวเสียงมาล่ะก็ พี่หญิงไม่มีทางยอมให้เขาเข้ามาในสวนเป็นอันขาด

"ดูเหมือนว่าทางฝั่งพี่สาวของเจ้าจะมีแขกมานะ..." เฉินหลิงเซียงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกว่าเสียงนั้น...

มันช่างคุ้นหูอยู่บ้าง

ถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ ประสาทสัมผัสทั้งห้าย่อมเฉียบคมเป็นพิเศษ

แม้จะไม่ได้ตั้งใจเงี่ยหูฟัง แต่ในขณะนี้นางก็ได้ยินเสียงพูดของคนผู้นั้นแว่วมาอย่างชัดเจน

“ดูเหมือนว่าจะเป็น...ลู่เย่?”

เจียงหลิงเยว่ร้อง “อ๊ะ” ออกมาคำหนึ่ง

พลันรอยยิ้มแห่งความยินดีก็เบ่งบานขึ้นบนใบหน้าเล็กๆของนาง ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังสวนของเจียงชิงเกอทันที

“ลู่เย่...ท่านพี่เขย! เป็นท่านจริงๆด้วย ท่านกลับมาแล้วหรือ?!”

ในเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สาว หากยังเรียกชื่อลู่เย่ตรงๆ มีหวังพี่หญิงต้องตำหนิเอาแน่ๆ…ดังนั้นเจียงหลิงเยว่จึงรีบเปลี่ยนคำเรียกในทันที

“เพิ่งจะกลับมาถึงเมื่อครู่นี้เอง” ลู่เย่พยักหน้ารับ

ครู่ต่อมา เมื่อมองไปยังเฉินหลิงเซียงที่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูอีกคน ลู่เย่ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

‘เฉินหลิงเซียง นางมาที่นี่ด้วยได้อย่างไร?’

“นายน้อยลู่ เรื่องขุมทรัพย์เร้นลับที่เคยบอกท่านไว้ก่อนหน้านี้ บัดนี้ก็ได้เวลาแล้ว ท่านว่า...” เฉินหลิงเซียงเอ่ยเข้าประเด็นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ขณะที่พูดนั้น สายตาของเฉินหลิงเซียงก็จับจ้องอยู่ระหว่างเจียงหลิงเยว่และลู่เย่ด้วยท่าทีครุ่นคิด

เพราะตอนที่นางเดินตามมานั้น นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในตอนแรกเจียงหลิงเยว่ตั้งท่าจะโผเข้าใส่ลู่เย่เลยด้วยซ้ำ…แต่ทว่าในวินาทีสุดท้ายนางก็ยับยั้งใจเอาไว้ได้ทัน

‘คนสองคนนี้...ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้เลยหรือ?’

….

‘ขุมทรัพย์เร้นลับ...’

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดเขาก็นึกขึ้นมาได้

ครั้งแรกที่ได้พบกับเฉินหลิงเซียง ก็เป็นเพราะเหตุการณ์ปล้นขบวนสินค้านั่นเอง

สำหรับเรื่องขุมทรัพย์เร้นลับนั้น ลู่เย่เองก็รู้สึกสนใจอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าในทันที

"ข้าพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็เอ่ยถามขึ้นเสียงเเข็ง​ทันที

"ท่าน...จะออกไปข้างนอกอีกแล้วหรือ?"

ลู่เย่พยักหน้ารับ เจียงชิงเกอก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

"เช่นนั้น...ท่านก็ระวังตัวด้วยนะ"

ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าเขาจะไปทำอะไรกับคุณหนูตระกูลเฉิน

แต่ทว่าคำว่า "ขุมทรัพย์เร้นลับ" นั้น เจียงชิงเกอก็พอจะเข้าใจความหมายของมันอยู่

ของสิ่งนี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเกี่ยวข้องกับการแข็งแกร่งขึ้น…สำหรับลู่เย่แล้ว นี่คือโอกาสที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นเจียงชิงเกอย่อมไม่มีทางไปขัดขวางเขาอย่างแน่นอน

เเละเมื่อรู้ว่าคุณหนูตระกูลเฉินคือยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ผู้โด่งดัง…เจียงชิงเกอจึงเดินเข้าไปหาเฉินหลิงเซียง แล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

"คงต้องรบกวนคุณหนูเฉินช่วยดูแลลู่...เอ่อ สามีของข้าด้วยนะเจ้าคะ"

‘ให้ข้าดูแลเขารึ?’

‘ให้เขามาดูแลข้ายังจะเข้าท่ากว่า’

‘ช่องว่างระหว่างข้ากับลู่เย่ในตอนนี้น่ะ อย่างน้อยก็กว้างกว่าแม่น้ำหยุนหลานนอกเมืองเมฆาใบไม้เสียอีก’ เฉินหลิงเซียงรำพึงในใจ

"วางใจเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูชิงเกอ" เฉินหลิงเซียงแย้มยิ้ม

….

หลังจากที่บอกกล่าวกับเถียนชิงเรียบร้อยแล้ว ลู่เย่และเฉินหลิงเซียงก็ได้เดินออกจากจวนตระกูลเจียงไป

"อ้อ จริงสิ..." เมื่อนึกถึงป้ายหยกสื่อสาร

เฉินหลิงเซียงจึงหยิบป้ายหยกสองชิ้นออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะยื่นชิ้นหนึ่งให้กับลู่เย่

"นี่คือป้ายหยกสื่อสาร หลังจากที่พวกเราทิ้งร่องรอยเอาไว้แล้ว ก็สามารถใช้มันเพื่อติดต่อกันได้"

ลู่เย่รับมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย​

อันที่จริงก่อนหน้านี้เขาก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์จะมีวิธีการสื่อสารแบบพิเศษที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วอยู่บ้างหรือไม่ และในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้เห็นมันด้วยตาตัวเองแล้ว

"ท่านสามารถทิ้งร่องรอยจิตสัมผัสของท่านไว้ข้างในได้ จากนั้นข้าก็จะทิ้งของข้าไว้ แล้วพวกเราก็จะสามารถส่งข้อความถึงกันได้แล้ว" เฉินหลิงเซียงอธิบาย

เมื่อลู่เย่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็พลันเข้าใจได้ในทันทีว่านี่มันก็คืออ "โทรศัพท์" ในเวอร์ชันต่างโลกดีๆ นี่เอง

ร่องรอยจิตสัมผัสของแต่ละคนนั้นย่อมไม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งก็เปรียบได้กับ "หมายเลขโทรศัพท์" นั่นเอง

เขาทำการส่งจิตสัมผัสเข้าไปข้างใน ทิ้งร่องรอยของตนเองเอาไว้…จากนั้น ก็ยื่นมันกลับไปให้เฉินหลิงเซียง

เเละเฉินหลิงเซียงก็ทิ้งร่องรอยจิตสัมผัสของตนเองไว้ในป้ายหยกสื่อสารของลู่เย่อย่างร่าเริง

"นี่...ป้ายหยกของข้า ท่านทิ้งร่องรอยของท่านไว้สิ" เฉินหลิงเซียงยื่นป้ายหยกของตนเองออกมา

ครู่ต่อมา หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เฉินหลิงเซียงก็นำทางมุ่งตรงออกไปนอกเมืองเมฆาใบไม้ทันที

คนทั้งสองต่างก็เป็น "ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์" ขึ้นไป…ดังนั้นการเดินทางด้วยตัวเองย่อมสะดวกและรวดเร็วกว่า

หลังจากที่เดินไปได้สักพัก พวกเขา​ก็ออกมาห่างจากเมืองเมฆาใบไม้พอสมควรแล้ว

ทันใดนั้น เฉินหลิงเซียงจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"นายน้อยลู่ ก่อนหน้านี้ ท่านไปที่ดินแดนลับ-หุบเขาทมิฬมาหรือเจ้าคะ?"

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยคาดเดาไปเช่นนั้น แต่ทว่าในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวกลับมาแล้ว เฉินหลิงเซียงก็ยังคงอดสงสัยไม่ได้และอยากจะลองถามดู

ลู่เย่พยักหน้ารับอย่างง่ายดาย

หลายวันที่ผ่านมานี้ ระหว่างทาง เขาก็มักจะได้ยินผู้คนตามทางพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง

ทั่วทั้งภาคเหนือแห่งนี้ หากนับดูแล้ว ก็เป็นเวลาอย่างน้อยสิบกว่าปีแล้วที่ไม่มีปรมาจารย์ยุทธ์ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่

แน่นอนว่านั่นไม่นับรวมเหล่าผู้อาวุโสที่เก็บตัวไม่ปรากฏกายต่อโลกภายนอก แล้วทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้ด้วยตนเองอย่างเงียบๆ

ดังนั้นการกำเนิดของปรมาจารย์ยุทธ์ในครั้งนี้ จึงได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกแห่งหนในภาคเหนืออย่างรวดเร็ว...กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงในโรงน้ำชาหลายแห่ง

"ได้ยินมาว่าดินแดนลับในครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมีปรมาจารย์ยุทธ์ตัวจริงถือกำเนิดขึ้นมาด้วย!" เฉินหลิงเซียงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ

"ปรมาจารย์ยุทธ์เชียวนะ...นั่นคือบุคคลที่สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภาคเหนือได้อย่างแท้จริง"

"ข้าล่ะอยากจะเห็นจริงๆว่าปรมาจารย์ยุทธ์คนใหม่ผู้นั้น หน้าตาเป็นอย่างไร"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เย่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยนักหรอก ก็มีแค่ปากเดียว สองมือ สองขา ไม่ได้มีสามหัวหกแขนเสียหน่อย"

"หากมีสามหัวหกแขนจริงๆ นั่นคงจะเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลย”

“ว่าเเต่ท่านไม่สงสัยบ้างหรือ? นั่นคือปรมาจารย์ยุทธ์เชียวนะ”  เฉินหลิงเซียงอมยิ้มสดใส

‘จะให้ข้าสงสัยว่าตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไรอย่างนั้นรึ?’

ลู่เย่หัวเราะในใจ ก่อนจะส่ายศีรษะแล้วตอบว่า

"ไม่สงสัย"

สำหรับชาวโลกแล้ว การบรรลุถึงขอบเขตปรมาจารย์นั้น ราวกับได้ปีนป่ายขึ้นไปสู่จุดสูงสุดอันน่าทึ่ง

แต่สำหรับลู่เย่แล้ว เส้นทางแห่งยุทธ์ของเขานั้น ยังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุดมากนัก

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 91 : เจียงชิงเกอผู้ผิดแปลกไป

คัดลอกลิงก์แล้ว