เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 : ตรวจร่างกายเจียงชิงเกอ

บทที่ 90 : ตรวจร่างกายเจียงชิงเกอ

บทที่ 90 : ตรวจร่างกายเจียงชิงเกอ


บทที่ 90 : ตรวจร่างกายเจียงชิงเกอ

ดังนั้น การที่เถียนชิงมาเยือนตระกูลเจียงอย่างกะทันหันจึงสร้างความงุนงงสับสนเป็นอย่างยิ่ง

ราวกับจะล่วงรู้ความคิดในใจของเจียงเหลียนซาน

ณ กลางโถงรับรอง เถียนชิงจึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

"ประมุขเจียง ไม่ได้พบกันเสียนาน”

“การที่ข้าติดตามนายน้อยลู่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้านี้ คงไม่ได้รบกวนประมุขเจียงใช่หรือไม่?”

"ไม่เลย ไม่เลย ท่านผู้เฒ่าเถียนมาเยือนถึงที่นี่ ข้าย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร" เจียงเหลียนซานกล่าว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"แต่ไม่ทราบว่า นายน้อยลู่ที่ท่านว่าคือยอดบุรุษจากที่ใดกันหรือ?"

"ก็ย่อมต้องเป็นลู่เย่... นายน้อยลู่ อย่างแน่นอนขอรับ" เถียนชิงยิ้มอย่างมีเลศนัย

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เถียนชิงก็มองไปยังเจียงเหลียนซานด้วยแววตาที่เจือไปด้วยความอิจฉา

‘ตระกูลเจียงนี่ ให้กำเนิดบุตรสาวที่ดีจริงๆ’

แม้จะฝึกยุทธ์ไม่ได้ แต่ทว่าสามีของนาง ด้วยวัยเพียงยี่สิบต้นๆก็สามารถบรรลุถึงระดับปรมาจารย์ได้แล้ว!

‘เจ้าหนุ่มเจียงเหลียนซานนี่ ไปสะสมบุญวาสนามามากมายขนาดไหนกัน ถึงได้หาคู่ครองที่ดีเช่นนี้ให้กับบุตรสาวของตนเองได้?’

….

‘ลู่เย่? นายน้อยลู่?’

คราวนี้ เจียงเหลียนซานถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกจริงๆ

เจ้าศิษย์รับใช้ที่นิกายเมฆาสีชาดส่งมานั่น ไปผูกสัมพันธ์กับอดีตบรรพบุรุษตระกูลเถียนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

หรือว่า...ช่วงเวลาที่ลู่เย่ไม่ได้อยู่ที่ตระกูลเจียง เขาไปตีสนิทกับอดีตบรรพบุรุษตระกูลเถียนอยู่อย่างนั้นรึ?

เจียงเหลียนซานดึงสติกลับมา ก่อนจะหัวเราะ แล้วกล่าวว่า

"อ้อ ที่แท้ก็ลู่เย่เองรึ เจ้าหนุ่มนั่นโชคดีจริงๆ ที่ได้รับการเอ็นดูจากท่านผู้เฒ่า"

เถียนชิง: “…..”

เถียรชิงรีบหันไปมองข้างหลังทันที

เมื่อไม่เห็นร่างของลู่เย่ เถียนชิงก็พลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

‘ผู้เฒ่าอย่างข้าไปเอ็นดูเขารึ?

‘ให้เขามาเอ็นดูผู้เฒ่าอย่างข้ายังจะเข้าท่ากว่า!’

ปรมาจารย์ยุทธ์ที่อายุเพียงยี่สิบต้นๆ...ต่อให้เป็นคนโง่ก็ย่อมรู้ดีว่า การได้ติดตามคนระดับนี้ ย่อมต้องมีอนาคตที่ไกลอย่างแน่นอน

ขอเพียงแค่ลู่เย่เปรยปากออกไปเล็กน้อย ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ที่ยินดีจะติดตามเขา แม้จะไม่ถึงกับต้องต่อคิว แต่ก็ย่อมมีมากมายจนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน

ส่วนเขา เถียนชิง…นับว่าโชคดีอย่างมหาศาล ที่ได้มีโอกาสติดตามก่อนใคร

"ประมุขเจียง คำพูดเช่นนี้ ต่อไปอย่าได้พูดอีกเลย”

“ข้ากับนายน้อยลู่... เอ๊ย ลู่เย่ เป็นสหายต่างวัยกันเท่านั้น” เถียนชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เเละเมื่อ​เห็น​เช่นนี้ เจียงเหลียนซานถึงกับชะงักไปเล็กน้อย​

‘ดูท่าทางแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเถียนชิงกับเจ้าลูกเขยลู่เย่คนนั้น คงจะดีไม่น้อยเลยสินะ?’

ท่าทีของท่านผู้เฒ่าเถียนเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการให้เกียรติลู่เย่ในฐานะที่ทัดเทียมกัน

อีก​ด้าน ณ สวนเล็กๆของเจียงชิงเกอ

ภายใต้คำเชิญของเจียงชิงเกอ ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมตกลงมาที่นี่

"เจ้า...เจ้านั่งก่อน เดี๋ยวข้าไปรินชามาให้"

หลังจากพูดจบ เจียงชิงเกอก็รีบร้อนเข้าไปในบ้าน

ภายในห้องพัก เจียงชิงเกอกำลังง่วนอยู่กับการชงชา พลางอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ในใจ

ทั้งๆที่เป็นเพียงคนคนเดียวที่กลับมา

แต่ไม่รู้ทำไม นางกลับรู้สึกราวกับว่า...สวนเล็กๆแห่งนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

ครู่ต่อมา นางก็เดินออกมาพร้อมกับกาน้ำชาร้อนในมือ

เจียงชิงเกอรินชาให้ลู่เย่ถ้วยหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความคาดหวังเล็กน้อยว่า

“ท่านลองดื่มดูสิ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง? หากไม่ถูกปาก ข้าจะได้เปลี่ยนใบชาให้ใหม่”

ลู่เย่ยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ

ทันทีที่สัมผัสริมฝีปาก กลิ่นหอมจางๆ ของชาก็อบอวลไปทั่ว ทั้งยังมีรสสัมผัสที่นุ่มนวลดุจแพรไหม

เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ชงชานั้น มีความรู้ความสามารถในเรื่องศาสตร์แห่งชาอยู่พอตัว

“ไม่เลว” เขากล่าวชมสั้นๆ

“เจ้าเคยเรียนศาสตร์แห่งชามาก่อนหรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็พยักหน้า พร้อมกับฉายแววละอายใจออกมาเล็กน้อย

“อืม...เคยเรียนมานิดหน่อย”

“ข้าฝึกยุทธ์ไม่ได้ จึงทำได้เพียงเรียนรู้อย่างอื่น เพื่อที่จะได้ไม่เป็นคนไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว”

ดูท่าแล้ว การที่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้น ช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับคนคนหนึ่ง…โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทายาทของตระกูลใหญ่

ณ เวลานี้…ลู่เย่สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอ้างว้างที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเจียงชิงเกอ

เมื่อทอดสายตามองไปยังนางที่ตอนนี้ดูสบายตาขึ้นไม่น้อย ลู่เย่จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ยื่นมือของเจ้าออกมา ข้าขอดูหน่อย”

สาเหตุของการไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้นั้นมีอยู่หลายประการ

ตัวอย่างเช่น บางคนอาจไม่มีพรสวรรค์เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่บางคนอาจเป็นเพราะสาเหตุบางอย่าง

"เอ๊ะ?" เจียงชิงเกอถึงกับชะงักงันไป

นางจ้องมองใบหน้าของลู่เย่ ราวกับไม่แน่ใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่

เขา...เขา​รู้จักแสดงความหวังดีต่อนางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

“ดะ…ได้...ขอบคุณนะ ลู่เย่”

เมื่อได้สติกลับคืนมา เจียงชิงเกอก็รีบยื่นมืออันขาวผ่องเรียวงามของนางออกไป

นางไม่รู้ว่าลู่เย่จะตรวจดูอย่างไร ด้วยกลัวว่าแขนเสื้อจะเกะกะ เจียงชิงเกอจึงตัดสินใจดึงแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่องของนางต่อหน้าลู่เย่

“เอ่อ...ทะ...ท่านดูเถอะ”

ลู่เย่เองก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกมาเช่นกัน ก่อนจะวางลงบนท่อนแขนของเจียงชิงเกออย่างแผ่วเบา

จากนั้นก็ส่งกระแสลมปราณระดับปรมาจารย์อันละเอียดอ่อนสายหนึ่งแทรกซึมเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

ในชั่วพริบตานั้น เจียงชิงเกอก็รู้สึก... จั๊กจี้อยู่บ้าง

มันราวกับมีกระแสความร้อนประหลาดสายหนึ่งไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง แล้วก็...วิ่งวนไปมาอยู่ข้างใน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปยังใบหน้าที่ดูจริงจังของลู่เย่ที่อยู่ตรงข้าม นางก็ได้แต่ข่มกลั้นความรู้สึกนั้นไว้ไม่กล้าส่งเสียงใดๆออกมา

พร้อมกัน​นั้น บนแก้มที่ซูบซีดแต่ทว่ายังคงเนียนใสนั้น ก็ค่อยๆปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมา

ลู่เย่ควบคุมลมปราณของตนให้เคลื่อนไปตามเส้นชีพจรของเจียงชิงเกอเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ

สำหรับคนที่ไม่เคยฝึกยุทธ์ เส้นชีพจรของพวกเขาย่อมไม่เคยได้รับการฝึกฝนหรือขยายตัวจากการทะลวงด่านพลัง ดังนั้นมันจึงมีความคับแคบเป็นอย่างมาก

สถานการณ์เช่นนี้ต้องการการควบคุมพลังที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ในชั่วพริบตาสีหน้าของลู่เย่จึงดูจริงจังขึ้นไม่น้อย

เพราะถึงอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นการค้นหาสาเหตุในเส้นชีพจรของผู้อื่น… เขาจะประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด

ครู่ต่อมา ลู่เย่ก็ส่ายศีรษะเบาๆด้วยความผิดหวัง

เขาสำรวจเส้นชีพจรของเจียงชิงเกอไปจนเกือบจะทั่วแล้ว…แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆเลย

ทว่า ในขณะที่ลู่เย่กำลังจะดึงลมปราณกลับคืนมานั้นเอง…มันก็พลันมีเสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากคนตรงข้าม

"อืม... อ๊า..."

ในที่สุดเจียงชิงเกอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

เสียงประหลาดนั้นได้หลุดรอดออกมาจากลำคอของนาง และเมื่อสบเข้ากับสายตาของลู่เย่ที่ตวัดมองมาในทันทีนั้น

นางก็รู้สึกราวกับใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะลุกเป็นไฟ อยากจะหาหลุมที่ไหนสักแห่งเพื่อมุดหนีไปให้พ้นๆ

‘เขากำลังช่วยเราค้นหาสาเหตุอยู่นะ...แล้วเราจะส่งเสียงแบบนั้นออกไปได้อย่างไรกัน!’

"ขอโทษนะ ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านทำต่อเถอะ..." เจียงชิงเกอก้มหน้าลงจนแทบจะชิดกับอก

โชคยังดีที่ที่นี่ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย มิเช่นนั้นแล้วนางคงไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครอีกแล้ว

ส่วนลู่เย่…

ขนาดนางยั่วยวนเขา เขายังไม่ไหวติงเลย

ดังนั้นถึงแม้จะน่าอายอยู่บ้าง แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้นางไม่อาจเผชิญหน้ากับใครได้โดยสิ้นเชิง

"ไม่ต้องแล้ว ข้าตรวจดูจนทั่วแล้ว" ลู่เย่ดึงฝ่ามือกลับ พลางส่ายศีรษะ

"ขอโทษด้วย ข้าหาสาเหตุไม่พบ"

"อะ? อ๋อ... เสร็จแล้วหรือ?" ในน้ำเสียงของเจียงชิงเกอนั้น เจือไปด้วยความผิดหวังจางๆ

ความผิดหวังนี้ไม่ใช่เพราะหาสาเหตุไม่พบ และนางยังคงฝึกยุทธ์ไม่ได้ดังเดิม

หากแต่เป็นความผิดหวังที่สภาวะที่คนทั้งสองมีสายใยเชื่อมถึงกันอยู่บางๆเช่นนี้...ได้จบลงแล้วอย่างนั้นหรือ

"แต่ถึงอย่างไร ก็ขอบคุณท่านมากนะ" เจียงชิงเกอแย้มยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวว่า

"เอ่อ…ท่านรอข้าสักครู่"

พูดจบ นางก็รีบร้อนเดินกลับเข้าไปในห้อง

ครู่ต่อมา เจียงชิงเกอก็เดินออกมาพร้อมกับถุงเงินใบหนึ่ง นางหยิบเงินออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า

"เอ่อ...ท่านคงเหนื่อยมาก ข้าให้ท่านร้อยตำลึงได้หรือไม่?"

"ถ้าไม่พอ...ขะ…ข้ายังเพิ่มให้อีกได้นะ"

ลู่เย่: "0__0???"

ลู่เย่รู้สึกว่าการกลับมาครั้งนี้ เจียงชิงเกอดู... มีอะไรไม่ค่อยปกติไปหน่อย

เขาไม่ได้พูดสักคำว่าจะเก็บเงิน...เเล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้รีบควักเงินออกมาให้เองแบบนี้

"ไม่ต้อง…เจ้าเก็บกลับไปเถอะ" ลู่เย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้ เจียงชิงเกอก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย

"รับไว้เถอะ ท่านอุตส่าห์ลงแรงช่วยข้าแล้ว"

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยสีหน้าที่เจือไปด้วยความเว้าวอนออกมา

"ข้าขอร้องล่ะนะ"

จากพฤติกรรมของลู่เย่ที่ผ่านมา ทำให้นางรู้ดีว่าลู่เย่ขาดแคลนเงิน

เพราะเขาเคย...เอ่ยปากขอยืมเงินจากนางมาก่อน

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 90 : ตรวจร่างกายเจียงชิงเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว