เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 : ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

บทที่ 89 : ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

บทที่ 89 : ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?


บทที่ 89 : ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ในชั่วพริบตา ข้อมูลมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลิวฮ่าวเสียง ทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสดีที่จะทำอะไรบางอย่างได้

ทว่า...เมื่อมองไปยังเจียงชิงเกอที่จู่ๆ ก็มีสีหน้าเหมือนคนกำลังกลัวที่จะสูญเสียอะไรบางอย่างไป หลิวฮ่าวเสียงกลับรู้สึกว่า...มันมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องหรือเปล่า?

หลังจากที่ได้ยินเสียงจากนอกประตูแล้ว ท่าทีของเจียงชิงเกอ...มันไม่เหมือนกับท่าทีของภรรยาที่ต้องเผชิญหน้ากับสามีผู้ไร้ความสามารถ แล้วกลายเป็นคนที่ผิดหวังและเย็นชาเลยแม้แต่น้อย

หลิวฮ่าวเสียงถึงกับชะงักไป

‘หรือว่าข้อมูลจะผิดพลาด?’

แต่ว่า...ร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของเจียงชิงเกอนั้นเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย จะผิดพลาดไปได้อย่างไร

และในตอนนั้นเอง ที่นอกประตูใหญ่ ก็มีร่างสองร่างเดินเข้ามา

เป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง กับชายชราอีกหนึ่งคน

เจียงชิงเกอจ้องเขม็งไปที่ประตู เมื่อเห็นว่าร่างนั้นปรากฏขึ้นจริงๆ ดวงตาคู่สวยของเธอก็พลันเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาในทันที

เป็นเขาจริงๆ...เป็นคนผู้นั้นจริงๆ!

‘ไหนว่าเขาจากไปแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังรู้จักกลับมาอีก?’

ลึกๆแล้วในใจของเจียงชิงเกอเต็มไปด้วยความยินดี แต่ทว่าภายนอกเธอยังคงรักษาท่าทีเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง

อย่างไร​ก็ตาม ฝีเท้าที่รีบร้อนก้าวออกไปนั้น ก็ได้ทรยศความรู้สึกของเธอไปไม่น้อยเลยทีเดียว

ลู่เย่เพิ่งจะพาเถียนชิงก้าวเข้ามาในจวนตระกูลเจียง

อันที่จริงเขาตั้งใจจะไปหาเจียงหลิงเยว่ก่อน แต่กลับไม่คาดคิดว่าจากโถงรับรองด้านข้าง จะมีร่างที่ดูซูบซีดไปบ้างร่างหนึ่งเดินก้าวฉับๆ ออกมา

เมื่อมองให้ดีแล้ว คนที่ดูซูบซีดไปเล็กน้อยคนนี้ กลับเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียงผู้เย็นชาดุจน้ำแข็ง...เจียงชิงเกอ

และแน่นอนว่า นางก็คือภรรยาในนามของเขาด้วย

"เจ้า...เจ้ากลับมาแล้วหรือ?"

แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้ตัวเองดูเป็นปกติเหมือนทุกครั้ง

แต่ทว่าในขณะนี้ น้ำเสียงของเจียงชิงเกอกลับยังคงสั่นเครืออยู่เล็กน้อย

ชีวิตที่เคยสงบสุขของเธอ จู่ๆก็มีคนคนหนึ่งบุกเข้ามาเป็นเวลากว่าหนึ่งปี

เเละเธอพบว่าตอนนี้...เธอกลับไม่สามารถทำเหมือนตอนแรกเริ่ม ที่จะปฏิบัติต่อลู่เย่อย่างเย็นชาไร้หัวใจได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ

ลู่เย่เหลือบมองใบหน้าที่ซูบซีดของเจียงชิงเกอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า

"ป่วยก็กินยาหน่อยสิ"

หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจียงชิงเกอคงจะต้องรู้สึกโกรธเคืองอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

แต่ในตอนนี้ เธอกลับเพียงแค่ตอบออกมาเบาๆ

"อืม...เดี๋ยวจะไปกิน"

ช่วงนี้ ร่างกายของเธอติดเชื้อไข้หวัดจริงๆ

เธอเพิ่งจะเริ่มกินยาเมื่อวานนี้เอง ดังนั้นการที่เขาบอกให้ไปกินยาก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

อย่างไร​ก็ตาม พฤติกรรม​นี้ทำให้สีหน้าของลู่เย่พลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาเล็กน้อย

‘ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’

หากเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ นางคงจะต้องถลึงตาใส่เขาอย่างแรงสักสองสามครั้งเป็นแน่

แต่ทำไมตอนนี้นางกลับว่าง่ายเช่นนี้?

หลังจากที่ทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้ว ลู่เย่ก็รู้สึกว่าจิตใจของตนเองสงบนิ่งลงกว่าเดิมมาก

เขาจึงพิจารณาเจียงชิงเกออย่างละเอียดอีกสองสามครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า

"เจ้าป่วยจริงๆหรือ?"

‘สองพี่น้องตระกูลเจียงนี่เป็นอะไรไปกันหมด พอเค้าจากไป จู่ๆก็พากันร่างกายอ่อนแอขึ้นมาทั้งคู่’

ในทันใดนั้น ก็มีร่างอีกร่างหนึ่งเดินออกมาจากโถงรับรอง

ลู่เย่เหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเจียงชิงเกออีกครั้งด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย

เพียงแค่สายตาที่มองมาแวบเดียวนั้น ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในใจของเจียงชิงเกอก็พลันสับสนวุ่นวายขึ้นมา

เธอกลัวว่าคนที่เพิ่งกลับมาคนนี้จะเข้าใจผิด

แต่ทว่าด้วยนิสัยที่เย็นชามาโดยตลอด ทำให้เจียงชิงเกอรู้สึกว่าการที่จะเอ่ยปากอธิบายเรื่องแบบนี้...มันช่างน่าอายเสียเหลือเกิน

ในวินาทีนั้น สำหรับหลิวฮ่าวเสียงที่ดันเลือกมาที่ตระกูลเจียงในวันนี้พอดี

เจียงชิงเกออยากจะซัดหมัดส่งเขาออกไปให้พ้นๆ เสียจริง

เอ่อ...ถ้าหากนางมีวรยุทธ์ล่ะก็นะ

"นายน้อยหลิว สามีของข้ากลับมาแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน" เจียงชิงเกอหันไปกล่าวกับหลิวฮ่าวเสียงด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลิวฮ่าวเสียงหัวเราะแหะๆ ออกมา ก่อนจะกล่าวว่า

"พอดีที่สำนักยุทธ์ยังมีธุระอยู่ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนเช่นกัน"

และในตอนนั้นเอง เจียงชิงเกอถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ชายชราที่เดินเข้ามาพร้อมกับลู่เย่นั้น ดูคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างประหลาด

เมื่อพินิจมองอย่างจริงจัง เจียงชิงเกอก็ถึงกับตกตะลึงอย่างมาก

"ท่านผู้เฒ่าเถียน?!"

เมื่อครู่นี้นางไม่ได้สังเกตให้ดี เจียงชิงเกอถึงกับคิดไปว่านี่คือคนรับใช้ที่ลู่เย่พามาจากข้างนอก

แต่พอมาดูให้ดีๆ... นี่ไหนเลยจะเป็นคนรับใช้ ที่แท้ก็คือบรรพบุรุษตระกูลเถียนนั่นเอง!

แต่ทว่าบรรพบุรุษตระกูลเถียนผู้นี้ก็เอาแต่ยืนอยู่ข้างๆลู่เย่ ประสานมือไว้โดยไม่พูดไม่จา…ใครก็ตามที่มองมาแวบแรกก็ย่อมต้องคิดว่าเป็นคนรับใช้ของลู่เย่อยู่แล้ว

ทว่าเจียงชิงเกอรู้ดีว่า บรรพบุรุษตระกูลเถียนเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์

เเล้วเขาจะยอมเป็นลูกน้องให้คนอื่นได้อย่างไร?

เถียนชิงหัวเราะแหะๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างประหม่าเล็กน้อย

"สวัสดี คุณหนูเจียง"

"นี่คือสหายต่างวัยของข้า เถียนชิง" ลู่เย่กล่าวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เจียงชิงเกอ: "..."

‘ต่างวัยกันมากจริงๆ นั่นแหละ’

แม้จะยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนของคนทั้งสอง แต่ทว่าเถียนชิงก็รู้ดีว่า การที่ตนเองยังยืนอยู่ตรงนี้...มันช่างดูเกะกะขวางทางเสียเหลือเกิน

ดังนั้น เขาจึงประสานมือขึ้นแล้วกล่าวว่า

"เอ่อ...ข้าขอไปคุยกับประมุขตระกูลเจียงก่อน พวกท่านคุยกันตามสบายเถอะ"

หลังจากที่เถียนชิงจากไป บรรยากาศในสนามก็พลันเงียบงันลงอีกครั้ง

ลู่เย่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนเจียงชิงเกอก็ได้แต่เม้มริมฝีปากเบาๆไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีเช่นกัน

"คนเมื่อครู่นี้ คือศิษย์ของเจ้าสำนักยุทธ์เทียนเซี่ยที่เพิ่งมาเปิดใหม่ในเมือง…อาจารย์ของเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์"

ครู่ต่อมา เจียงชิงเกอก็เอ่ยอธิบายด้วยเสียงแผ่วเบา

"นอกจากสำนักยุทธ์แล้ว พวกเขายังมีหอการค้าเทียนเซี่ยอีกด้วย ซึ่งมีความร่วมมือกับตระกูลเจียงของเราอยู่บ้าง ข้าจึงไม่อาจล่วงเกินเขาจนเกินไปนัก"

สำนักยุทธ์เทียนเซี่ยที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาใหม่นี้ มีพลังอำนาจที่ไม่อาจดูแคลนได้เลย

นอกจากจะมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์คอยดูแลสำนักยุทธ์แล้ว หอการค้าเทียนเซี่ยก็ยังมีถึงสามยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์คอยให้การสนับสนุนอีกด้วย

‘สำนักยุทธ์ที่เปิดโดยผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์งั้นหรือ?’

ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะนี่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้ ลู่เย่ก็พลันหรี่ตาลงเล็กน้อย

บัดนี้ การสัมผัสรับรู้ถึงรัศมีพลังของคนคนหนึ่งของเขานั้น แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากโข

ความรู้สึกที่ชายหนุ่มคนนั้นมอบให้ลู่เย่ ไม่เพียงแต่จะมีรัศมีพลังที่อ่อนยวบ รากฐานไม่มั่นคง แต่ทว่ามันยังมีความผิดปกติบางอย่างอีกด้วย

ราวกับว่า...เขาถูกยกระดับขึ้นมาด้วยเคล็ดวิชามารบางอย่าง

นับตั้งแต่ที่นิกายเบญจพิษปรากฏตัวขึ้นมา ผู้ที่ฝึกฝนวิชามารก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดหลังฝน...มีจำนวนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

"คนผู้นี้...มีบางอย่างผิดปกติ”

“เจ้าจะคบค้าสมาคมกับเขา ก็จงระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ”

หากเป็นเมื่อก่อน แม้ลู่เย่จะมองเห็นความผิดปกติของหลิวฮ่าวเสียง แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาก็คงขี้เกียจที่จะเอ่ยปากเตือน

ทว่าหลังจากที่ทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้ว สภาพจิตใจของลู่เย่ก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง…เขาจึงเอ่ยปากเตือนออกไป ซึ่งนับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

ส่วนเจียงชิงเกอจะฟังหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของนางแล้ว

เเละเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็ชะงักไปในตอนแรก

จากนั้น ในห้วงลึกของหัวใจ ก็พลันบังเกิดความรู้สึกบางอย่างที่นางเองก็อธิบายไม่ถูกขึ้นมา

‘เขา...เขากำลังเป็นห่วงเราอยู่อย่างนั้นหรือ?’

ต้องรู้ก่อนว่า ตอนนี้ไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนนอก แต่มีเพียงเขากับนางสองคนเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยแสดงความเป็นห่วงนางต่อหน้าซูหว่านอยู่บ้าง แต่ทว่าเจียงชิงเกอรู้ดีว่า ทั้งหมดนั้นเป็นการเสแสร้ง

แต่ในตอนนี้ ที่ไม่มีคนนอกอยู่ด้วยเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยนิสัยของเขาแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะเสแสร้งอีกต่อไป

‘ถ้าอย่างนั้น...ก็หมายความว่าเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?’

ในชั่วพริบตานั้น เจียงชิงเกอก็รู้สึกร้อนที่ขอบตาขึ้นมาเล็กน้อย

"อืม...เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ให้โอกาสเขาอย่างแน่นอน"

เจียงชิงเกอพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนจะเหลือบมองลู่เย่แวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

"ข้าเป็นคนมีสามีแล้ว"

ลู่เย่: "O__O"

ที่เขาพูดคือให้ระวังตัวหลิวฮ่าวเสียงคนนี้ แต่ดูเหมือนว่าเจียงชิงเกอจะเข้าใจผิดไปเสียแล้ว

"ข้าหมายถึง ให้เจ้าคอยระวังหลิวฮ่าวเสียงคนนี้เอาไว้ ข้ารู้สึกว่าเบื้องหลังของเขาไม่น่าจะธรรมดา"

"อะ? อ๋อ..." เจียงชิงเกอมองไปยังลู่เย่ที่ดูจะจนปัญญาอยู่บ้าง ใบหน้าของนางก็พลันแดงก่ำขึ้นมาด้วยความร้อนผ่าว

‘ที่แท้...ก็เป็นนางที่เข้าใจความหมายผิดไปเองหรอกหรือ?’

ในอีกด้านหนึ่ง

การมาถึงของเถียนชิง ทำให้เจียงเหลียนซานรู้สึกสับสนงุนงงอยู่บ้าง

ข่าวที่ว่าเถียนชิงถอนตัวออกจากตระกูลเถียนนั้น เจียงเหลียนซานทราบมานานแล้ว

แต่ทว่าเมื่อพิจารณาจากความมัมพันธ์ระหว่างตระกูลเถียนและตระกูลเจียงในอดีตแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างเถียนชิงและตระกูลเจียง ก็เรียกได้ว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

ดังนั้น การที่เถียนชิงมาเยือนตระกูลเจียงอย่างกะทันหัน

นี่จึงสร้างความงุนงงสับสนเป็นอย่างยิ่ง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 89 : ผู้หญิงคนนี้...นิสัยนางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว