เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 : โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลาย! ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!

บทที่ 51 : โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลาย! ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!

บทที่ 51 : โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลาย! ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!


บทที่ 51 : โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลาย! ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!

ลู่เย่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“นี่ก็ดึกมากแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ”

เจียงชิงเกอเหลือบมองความมืดมิดด้านนอก นางรู้ดีว่าเขากำลังเปลี่ยนเรื่อง จึงได้แต่ถอนหายใจในใจ

“นั่นสินะ...ดึกมากแล้วจริงๆ”

พูดจบนางก็เหลือบมองลู่เย่ที่ทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อนด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะกัดริมฝีปากเบาๆ แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่น่าตกใจ

นางเริ่ม…ปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นนอกออกต่อหน้าเขา!

เพียงชั่วพริบตา เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสีขาวก็ปรากฏสู่สายตา

ลู่เย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ปกติแล้วเจียงชิงเกอจะหันหลังให้เขาทุกครั้งเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่วันนี้กลับทำต่อหน้ากันซึ่งๆหน้าเลยอย่างนั้นหรือ?

แต่ก็ต้องยอมรับว่า เจียงชิงเกอสมกับตำแหน่งเทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาใบไม้โดยแท้จริง รูปร่างของนางนั้นสมบูรณ์แบบ มีส่วนเว้าส่วนโค้งงดงาม อีกทั้งหน้าตาก็ไร้ที่ติ

เสียอย่างเดียว…

สมองของนางดูเหมือนจะมีปัญหาไปหน่อย...น่าเสียดายจริงๆ

เจียงชิงเกอลอบชำเลืองมองลู่เย่

พอเห็นว่าในที่สุดแววตาของชายหนุ่มก็ปรากฏร่องรอยความประหลาดใจขึ้นมาบ้าง ไม่ได้เรียบเฉยดุจบ่อน้ำโบราณเช่นเคย ในใจของนางก็พลันรู้สึกยินดีขึ้นมานิดๆ

ทว่าการที่ต้องเหลือเพียงชุดนอนชั้นในต่อหน้าบุรุษเพศเช่นนี้ ก็นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางเช่นกัน

หลังจากความรู้สึกยินดีจางหายไป ความประหม่าและความเขินอายก็เข้ามาแทนที่

นางรีบมุดตัวเข้าไปในเตียงไม้อย่างรวดเร็ว

“เจ้า...เจ้าจะนอนเลยไหม?”

หลังจากนอนลงบนเตียงแล้ว เจียงชิงเกอก็ยังขยับตัวเข้าไปด้านในอีกหน่อย เพื่อเว้นที่ว่างเอาไว้ให้

คราวนี้ลู่เย่ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“เจ้าไม่ใช่เจียงชิงเกอ...เจ้าเป็นใครกันแน่?”

เจียงชิงเกอ: “…..”

เมื่อเห็นใบหน้าจริงจังของลู่เย่ ในใจของนางกลับรู้สึกขบขันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

หากไม่ใช่เพราะต้องการจะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของเขาสักครั้ง ต่อให้ตาย นางก็ไม่มีวันทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด

“ถ้าเจ้ายังไม่นอน งั้นข้าจะนอนก่อนแล้วนะ” เจียงชิงเกอรีบพูดตัดบท

อันที่จริงนางก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง หากลู่เย่กระโดดขึ้นมาบนเตียงด้วยจริงๆ...คืนนี้นางคงข่มตาหลับไม่ลงเป็นแน่

ลู่เย่มองเจียงชิงเกอที่หลับตาลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะละสายตาและจมดิ่งสู่ห้วงความคิดของตน

“พอพ้นเที่ยงคืนไป หอหมื่นวิถีก็จะสะสมพลังงานเต็มอีกครั้งแล้วสินะ”

ตอนนี้เขายังไม่มีเงินหนึ่งหมื่นตำลึงเพื่อใช้ระบุของที่ต้องการ

ลู่เย่จึงได้แต่หวังว่า อย่างน้อยก็ขอให้สุ่มได้โอสถเหนือสวรรค์ก็ยังดี

แค่โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงเพียงเม็ดเดียว ก็สามารถช่วยย่นระยะเวลาในการบำเพ็ญเพียรของเขาไปได้มากแล้ว

อีกทั้งการฝึกฝนในโรงเตี๊ยมเช่นนี้ก็ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะคัมภีร์ดาราโบราณของเขานั้นทรงอานุภาพและแผ่พุ่งรุนแรงเกินไป

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รอจนกระทั่งเสียงลมหายใจของเจียงชิงเกอสม่ำเสมอและบ่งบอกว่านางหลับลึกไปแล้วจริงๆ

ร่างของเขาก็พลันหายวับไปจากโรงเตี๊ยมอย่างเงียบเชียบ

….

นอกเมืองชิงซาน ห่างออกไปประมาณห้าลี้

ลู่เย่หาป่าเปลี่ยวไร้ผู้คนตามที่เคยทำเป็นประจำ

หลังจากพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ลู่เย่ก็กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ นั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มบำเพ็ญเพียร

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ลู่เย่เตรียมจะลืมตาขึ้นมา พร้อมกับเปิดหน้าต่าง “หอหมื่นวิถี” ขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย

[หอหมื่นวิถี-สะสมพลังงาน: 10/10]

“สุ่ม”

เขาสั่งในใจเพียงชั่วครู่ หอหมื่นวิถีโบราณก็ส่องแสงริบหรี่ออกมา

วินาทีต่อมา ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้น

[ยินดีด้วย ท่านผู้ถือครองได้รับ โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลวดลาย*1! บรรจุเข้าคลังเก็บของของหอแล้ว...]

….

โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูง? แถมยังเป็นแบบสองลวดลายอีก?

ในใจของลู่เย่พลันบังเกิดความยินดีระคนกับความประหลาดใจ

“ลายโอสถ” คือปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโอสถนั้นมีคุณภาพถึงระดับ “ขั้นสูง” เท่านั้น

หนึ่งลายคือระดับต่ำสุด สามลายคือระดับสูงสุด!

เมื่อโอสถไปถึงระดับขั้นสูงแล้ว นั่นหมายความว่าพลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด ปราศจากสิ่งเจือปนใดๆทั้งสิ้น!

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังไม่มี “พิษโอสถ” ที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิด!

ส่วนเรื่องสรรพคุณทางยา ยิ่งแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

หากจะบอกว่า ตอนแรกเขาประเมินไว้ว่าการจะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามอาจต้องใช้เวลาอีกสิบวันครึ่งเดือน

แต่เมื่อมีโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลายเม็ดนี้อยู่ในมือ ลู่เย่ก็มั่นใจว่า...คืนนี้แหละ คือเวลาที่เขาจะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!

เขารีบนำโอสถออกมาจากคลังแล้วเพ่งมองมันทันที

บนเม็ดยากลมเกลี้ยง ปรากฏลายเส้นจางๆ สองสายพาดผ่าน ดูงดงามยิ่ง

นอกเหนือจากนั้น กลิ่นหอมของโอสถก็ดูเหมือนจะซาบซ่านจับใจยิ่งกว่าเดิม

เพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย ปราณแท้จริงในกายก็โคจรเร็วขึ้นนิดหนึ่ง

“ยอดเยี่ยม...ของดีจริงๆ”

ดวงตาของลู่เย่เปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะส่งโอสถเข้าปากไป

โอสถสองลายละลายในปากทันทีที่สัมผัส กลายเป็นกระแสพลังงานอุ่นร้อนมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

สิ่งที่ทำให้ลู่เย่ประหลาดใจก็คือ แม้พลังงานจะมากมายกว่าโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงทั่วไปหลายเท่านัก แต่สรรพคุณของโอสถขั้นสูงสองลายนี้กลับอ่อนโยนกว่ามาก

แรงปะทะต่อร่างกายของเขาลดลงไปอย่างมหาศาล ทำให้การดูดซับพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่นปราศจากความเสี่ยงใดๆ

“มิน่าเล่า โอสถขั้นสูงถึงได้ไม่ค่อยปรากฏในโลก แต่เมื่อใดที่ปรากฏออกมา ก็มักจะกลายเป็นของล้ำค่าที่ทุกคนแย่งชิงกัน”

คัมภีร์ดาราโบราณเริ่มโคจร พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าถูกกระตุ้นใช้งาน ลู่เย่รู้สึกได้เลยว่าระดับพลังของเขากำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

หลังจากโคจรพลังครบรอบจงเทียนสามรอบเต็ม พลังโอสถจากโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลายก็ยังคงหลงเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง

ณ เวลานี้ ระดับพลังของลู่เย่ได้มาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองแล้ว!

ขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะสามารถทะลวงสู่ขั้นที่สามได้

“ถ้าหากโอสถขั้นสูงทั่วไปมีค่าพื้นฐานเป็น 1 เมื่อผ่านการเสริมพลังจากพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าแล้ว จะได้รับค่าบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อย”

“งั้นโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลายเม็ดนี้ก็คงมีค่าพื้นฐานอย่างน้อย 2 หรือ 3...พอถูกเสริมพลังเข้าไปแล้ว...ช่องว่างมันช่างห่างกันมหาศาลจริงๆ”

ยิ่งค่าพื้นฐานสูงเท่าไร เมื่อผ่านการเสริมพลังจากพรสวรรค์ของเขาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น

“ดีเลย! อาศัยพลังโอสถที่เหลืออยู่นี่แหละ ทะลวงสู่ขั้นที่สามไปเลย!”

ครู่ต่อมา ปราณอันน่าเกรงขามของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามก็พลันระเบิดออกจากร่างของลู่เย่ ก่อนจะหายวับไปในพริบตา

เมื่อลืมตาขึ้น ในแววตาของลู่เย่ปรากฏประกายคมปลาบวาบขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนจะกลับคืนสู่ความเรียบเฉยดังเดิม

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามได้แล้ว ทว่าลู่เย่กลับยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

“นิกายเบญจพิษปรากฏตัวแล้ว ดูท่าเขตซวนโจวแดนเหนือแห่งนี้คงจะต้องเกิดความวุ่นวายขึ้นแน่”

“พอกลับถึงบ้านตระกูลเจียงแล้ว สงสัยคงต้องเก็บตัวฝึกตนสักพักใหญ่ๆ”

ลู่เย่มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วพึมพำกับตัวเอง

เมื่อหมื่นปีก่อน นิกายเบญจพิษเคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองซวนโจว

การกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในครานี้ ย่อมไม่ใช่แค่การสร้างความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆแน่นอน

และหากพวกมันต้องการจะควบคุมแดนเหนือ เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในการกลับไปท้าชิงความเป็นหนึ่งในซวนโจวอีกครั้ง ก็ย่อมต้องเกิดการปะทะกับสามนิกายใหญ่แห่งแดนเหนือในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์...คงจะโกลาหลวุ่นวายอย่างยิ่ง

เมื่อดึงสติกลับมา ร่างของลู่เย่ก็พลันหายวับไปจากป่าแห่งนั้นในทันที

ภายในห้องพักของโรงเตี๊ยม

ขณะที่เจียงชิงเกอกำลังหลับใหล จู่ๆนางก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมา

นางตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ขณะที่กำลังจะลุกไปรินน้ำดื่ม หางตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจตกวูบ

ลู่เย่...หายไป!

ทั่วทั้งห้องไม่มีเงาของเขาอยู่เลย

“ลู่เย่...”

เจียงชิงเกอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ในใจของนางกลับค่อยๆบังเกิดความรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา

คนผู้นั้นคงจะไม่ได้...เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ?

ทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเงาดำร่างหนึ่งที่พุ่งเข้ามา

“กรี๊ด...”

เมื่อเห็นภาพนั้น ในดวงตาของเจียงชิงเกอก็ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมาทันที

ขณะที่นางกำลังจะกรีดร้องเพื่อขอความช่วยเหลือ เงาดำร่างนั้นกลับพุ่งเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตา พร้อมกับใช้มือปิดปากนางเอาไว้

“อ๊า...อื้อ! อื้อ!”

“อย่าร้อง นี่ข้าเอง”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นท่ามกลางความมืด

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างกายที่เคยเกร็งแน่นของเจียงชิงเกอก็พลันผ่อนคลายลง

เป็นลู่เย่!

เมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่ปิดอยู่บนปากของตน ไม่รู้ว่าเจียงชิงเกอคิดอะไรอยู่ นางกลับทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง…

นางค่อยๆ แลบลิ้นหอมกรุ่นของตนออกมา...แล้วเลียฝ่ามือของลู่เย่อย่างรวดเร็วหนึ่งที

“0____0?”

ลู่เย่รีบชักมือกลับทันควัน บนใบหน้าของเขาปรากฏสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 51 : โอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลาย! ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว