เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 : เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!

บทที่ 41 : เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!

บทที่ 41 : เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!


บทที่ 41 : เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!

ลู่เย่ค่อยๆเดินเข้ามา พลางมองไปยังลานเล็กๆที่กำลังวุ่นวาย ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่หน้าเถียนชิงที่รีบลุกขึ้นยืน

"อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี นั่งลงเเล้วพูดคุยกันก็ได้"

"ขอบคุณคุณชายเฉิน!"

"เหตุใดถึงได้ออกจากตระกูลเถียนอย่างกะทันหัน?" ลู่เย่เอ่ยถาม

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้ เถียนชิงก็หัวเราะอย่างขมขื่น

"จนถึงตอนนี้ข้าถึงได้พบว่า สำหรับตระกูลเถียนแล้ว ข้าเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น"

"ส่วนเรื่องอำนาจควบคุมนั้น ข้ามาจากสายรอง จึงไม่เคยมีอย่างแท้จริง เรื่องการยอมจำนนนั้น สายเลือดหลักของตระกูลไม่ยอมรับ…ข้าจึงทำได้เพียงแค่ถอนตัวออกจากตระกูลเถียน"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เย่ก็เข้าใจขึ้นมาทันที

การที่มาจากสายรอง และยังเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ตลอดทั้งปี…ถึงแม้จะมีพลังในขอบเขตเหนือสวรรค์ แต่การควบคุมตระกูลอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น ก็ยังคงขาดไปอยู่ดี

ทว่า ลู่เย่กลับไม่ได้ใส่ใจอะไร

เขาต้องการคนที่ทำงานให้ ส่วนคนที่ทำงานให้จะเป็นตระกูลเถียนหรือเถียนชิงนั้น อันที่จริงก็ไม่ได้สำคัญอะไร

"ตอนนี้คนที่ตามข้าถอนตัวออกมาจากตระกูลเถียนก็อยู่ที่นี่กันหมดแล้ว…ทุกคนล้วนมาจากสายรอง ทรัพยากรที่อยู่ในมือก็เหลือเพียงแค่ร้านค้าแห่งเดียวเท่านั้น"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็กล่าวว่า

"ไม่เป็นไร"

"ยังมีร้านค้าเหลืออยู่อีกแห่งหนึ่งก็พอแล้ว ของพวกนี้ เจ้าก็นำไปขายเสีย…ข้าต้องการเงินหนึ่งหมื่นตำลึง เจ้าลองดูว่าจะสามารถรวบรวมมาให้ข้าได้เมื่อไหร่"

ก่อนหน้านี้ที่บุกขึ้นไปบนค่ายโจรแห่งหุบเขาวายุคลั่ง นอกจากเงินแล้ว ในคลังสมบัติก็ยังมีตำราวิชาลับ ดาบและอาวุธต่างๆ อีกมากมาย

ด้วยความคิดที่จะไม่ให้เสียเปล่า ลู่เย่จึงได้เก็บทุกอย่างใส่แหวนมิติแล้วนำกลับมาด้วย

ก่อนหน้านี้ลู่เย่ก็ไม่มีเวลาไปขายของพวกนี้ แต่ตอนนี้เมื่อมีเถียนชิงและเหล่าสายรองอยู่ ก็พอจะสามารถขายออกไปได้แล้ว

กริ๊ง! กริ๊ง!

เมื่อมองดูของจิปาถะต่างๆ ที่ลู่เย่โยนออกมา

ทั้งเถียนชิงและเหล่าสายรองของตระกูลเถียนที่อยู่ในลานก็ถึงกับตกตะลึง

นี่...นี่เขาไปปล้นที่ไหนมากันแน่?!

"วิชาหมัดพยัคฆ์ดำ วิชาดาบพยัคฆ์ดำ..."

เถียนชิงมองไปยังตำราวิชาพื้นฐานที่ปะปนอยู่ข้างใน ก่อนจะเบิกตาขึ้น

นี่มันไม่ใช่วิชายุทธของโจรภูเขาแห่งหุบเขาวายุคลั่งหรอกหรือ?

ในชั่วพริบตา เถียนชิงก็เข้าใจขึ้นมาทันที

เรื่องการล่มสลายของโจรภูเขาแห่งหุบเขาวายุคลั่งที่ก่อนหน้านี้เป็นข่าวใหญ่โต…เก้าในสิบส่วน ก็คงจะเป็นฝีมือของคุณชายเฉินที่อยู่ตรงหน้านี่เอง!

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ขนาดตำราวิชาลับของพวกเขายังถูกนำออกมาด้วย ต่อให้ไม่ใช่คุณชายเฉิน ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน!

เมื่อได้สติกลับมา เถียนชิงก็กล่าวในทันที

"คุณชายเฉิน โปรดวางใจ ข้าจะรีบนำของพวกนี้ไปขายให้โดยเร็วที่สุด"

ลู่เย่พยักหน้า ก่อนจะหันหลังกลับเเล้วจากไป

หลังจากที่ลู่เย่จากไปแล้ว เถียนเหวินเฉียงที่อยู่ข้างๆ จึงกล้าที่จะเอ่ยปากถามขึ้น

"ช่างเป็นแรงกดดันที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ท่านบรรพชน...คนผู้นี้คือใครหรือขอรับ?"

เถียนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

"นี่คือคนที่พวกเราจะต้องรับใช้ต่อไปในภายภาคหน้า การติดตามเขา บางทีอาจจะได้รับโอกาสที่ไม่คาดฝันก็ได้"

ในใจของเถียนชิงมีลางสังหรณ์บางอย่าง ขอเพียงแค่ไม่มีจิตใจสองแง่สองง่าม การติดตามคุณชายเฉินท่านนี้...บางที อาจจะได้รับโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ!

….

อีก​ด้าน​

ลู่เย่ไม่ได้รีบกลับไปยังตระกูลเจียงในทันที เขาหาที่ที่ไม่มีคนแล้วปลดการปลอมตัวออก ก่อนจะออกจากเมืองไปอีกครั้ง

ในครั้งนี้ เขาได้หาป่าที่อยู่ห่างจากเมืองเมฆาใบไม้ไปประมาณสิบกว่าลี้

การทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ใช้ยาไปเพียงแค่เม็ดเดียว ตอนนี้ในมือของลู่เย่ยังคงมียาเหนือสวรรค์ระดับสูงอยู่อีกหนึ่งเม็ด

ลู่เย่อยากจะลองดูว่า การโคจรคัมภีร์ดาราโบราณอย่างเต็มกำลัง อาศัยพลังของยาเหนือสวรรค์ระดับสูง ประกอบกับพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองได้ในคราวเดียวหรือไม่!

คัมภีร์ดาราโบราณเป็นวิชาบำเพ็ญเพียรอันน่าสะพรึงกลัวที่จัดอยู่ในระดับสวรรค์…การโคจรอย่างเต็มกำลังนั้น การเคลื่อนไหวย่อมไม่เล็กน้อยอย่างแน่นอน

….

ณ ป่าแห่งหนึ่ง

หลังจากกวาดตามองไปรอบๆ จนแน่ใจว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบไม่มีปัญหาแล้ว ลู่เย่ก็กระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ใหญ่ในทันที

นับตั้งแต่ที่เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว คัมภีร์ดาราโบราณของลู่เย่ก็ได้มีการอัปเกรดขึ้นมาหนึ่งครั้ง

ในตอนนี้เมื่อใช้พลังเต็มที่ เขาก็สามารถที่จะดูดซับพลังปราณฟ้าดินในรัศมีห้าร้อยเมตรได้โดยสมบูรณ์

ไม่เพียงแค่นั้น ในขณะที่โคจรวิชา รอบกายของเขาก็ดูเหมือนจะมีแสงดวงดาวเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง

ปรากฏการณ์นี้ ทำให้ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจระคนยินดีอยู่บ้าง

นี่หมายความว่า เมื่อคัมภีร์ดาราโบราณได้ถูกฝึกฝนจนถึงขอบเขตขั้นสูงสุดแล้ว สักวันหนึ่ง ตัวเขาเองก็จะกลายเป็นดั่งดวงดาวบนฟากฟ้า!

ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับการที่สามารถเพลิดเพลินกับพลังอำนาจทั้งหมดของร่างดาบดาราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันก็ตาม

ครืน! ครืน!

ในวินาทีต่อมา พลังปราณฟ้าดินรอบด้านก็ราวกับได้พบกับต้นกำเนิดของมัน พลันไหลมารวมกัน ณ ที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว

รอบกายของลู่เย่ ปรากฏแสงจางๆ ที่คล้ายกับแสงดาวขึ้นมาจริงๆ เป็นจุดเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง

ภายในป่า เดิมทีมีสัตว์เล็กๆ ธรรมดาอยู่บ้าง

ในตอนนี้เมื่อสัมผัสได้ถึงการปั่นป่วนของพลังปราณฟ้าดิน พวกมันก็พากันตกใจกลัว ก่อนจะแย่งกันหนีออกจากป่าแห่งนี้ไป

….

ในขณะที่ลู่เย่กำลังลงมือ เตรียมที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองนั้น…ในที่สุดตระกูลเจียงก็ได้ต้อนรับทูตสองคนจากนิกายเมฆาสีชาด ซึ่งเป็นหญิงสาวสองคน คนหนึ่งดูอ่อนโยน ส่วนอีกคนดูร่าเริง

"ยินดีต้อนรับศิษย์เอกทั้งสองจากนิกายเมฆาสีชาด เชิญนั่งก่อนขอรับ" เจียงเหลียนซานนำคนของตระกูลเจียงออกมาต้อนรับอย่างยินดี

หญิงสาวผู้อ่อนโยนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพาเด็กสาวผู้ร่าเริงนั่งลง แล้วจึงแนะนำตัวว่า

"ข้าคือซูหว่าน ศิษย์สายตรงของนางเซียนเมฆาสีชาดแห่งนิกายเมฆาสีชาด ส่วนนี่คือศิษย์น้องของข้า เซียวชิงซี ศิษย์สายตรงของยอดเขาที่สามเจ้าค่ะ"

ศิษย์สายตรงรึ?

เจียงเหลียนซานไม่คาดคิดเลยว่า ระดับของศิษย์ที่นิกายเมฆาสีชาดส่งมาในครั้งนี้ จะสูงส่งถึงเพียงนี้

ศิษย์สายในอาจกล่าวได้ว่าเป็นกำลังหลักของสามสุดยอดนิกาย แต่ศิษย์สายตรงนั้น... เรียกได้ว่าเป็นแกนกลางที่แท้จริงเลยทีเดียว!

ผู้ที่สามารถถูกรับเข้ามาเป็นศิษย์สายตรงได้นั้น อาจกล่าวได้ว่า เกือบทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ที่จะสามารถทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ได้!

แล้วซูหว่านที่อยู่ตรงหน้านี้... กลับเป็นถึงศิษย์ของนางเซียนเมฆาสีชาดอย่างนั้นรึ?

ต้องรู้ก่อนว่า ในครั้งนี้ที่นางเซียนเมฆาสีชาดได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรแล้วนั้น ชื่อเสียงของนางในแดนเหนือของซวนโจวก็ได้สูงขึ้นไปอีกขั้น

ดังนั้น…ศิษย์สายตรงในสังกัดของนางเซียนเมฆาสีชาด ถือเป็นแกนกลางของแกนกลางเลยทีเดียว!

ถึงแม้จะโกรธเคืองที่ก่อนหน้านี้นิกายเมฆาสีชาดส่งศิษย์รับใช้ปลอมตัวมาแต่งเข้าตระกูล…แต่ในตอนนี้ เจียงเหลียนซานก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจอยู่บ้าง

ช่วยไม่ได้เลย บารมีของสามสุดยอดนิกายที่มีต่อตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์เบื้องล่างนั้น มันช่างยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ

ถึงแม้ว่าศิษย์ที่นิกายเมฆาสีชาดส่งมาแต่งเข้าจะถูกเปิดโปงไปแล้ว แต่ภายนอกก็ยังคงจะต้องรักษาสถานะนี้เอาไว้ต่อไป

ซูหว่านยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"แล้วศิษย์น้องลู่เย่ของข้าล่ะเจ้าคะ หลังจากที่ออกจากนิกายไปนาน ก็รู้สึกคิดถึงอยู่บ้าง"

เจียงเหลียนซานหันไปมองเจียงชิงเกอที่นั่งอยู่ข้างๆ

เจียงชิงเกอเผยสีหน้าขอโทษออกมาเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสียงเบา

"ท่านเซียนทั้งสอง สามีของข้าเพิ่งจะออกจากบ้านไปได้ไม่นาน ตอนนี้ไม่อยู่บ้านเจ้าค่ะ"

เมื่อสายตาจับจ้องไปที่เจียงชิงเกอ ในแววตาของซูหว่านก็ฉายแววตะลึงงันออกมาวูบหนึ่ง

ชื่อเสียงของเจียงชิงเกอนั้น ซูหว่านเคยได้ยินมาบ้าง

งามล้ำสามพันลี้…อันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาใบไม้

วันนี้ได้มาเห็นกับตา รูปลักษณ์ของนางสมกับชื่อเสียงร่ำลือจริงๆ

ต่อให้เป็นนางเซียนที่แท้จริงบนสวรรค์ลงมาจุติ เกรงว่าก็คงจะงดงามได้เพียงเท่านี้

ซูหว่านยิ้มอย่างอ่อนโยน

"ในเมื่อศิษย์น้องลู่ออกไปข้างนอกแล้ว งั้นพวกเราก็ขอรออยู่ที่นี่สักครู่​"

….

ณ ป่าแห่งหนึ่ง

ลู่เย่พลิกข้อมือ ยาเหนือสวรรค์ระดับสูงเม็ดสุดท้ายก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา

เขาดูดกลืนมันเข้าไปในปากในทันที ในขณะที่พลังงานระเบิดออก คัมภีร์ดาราโบราณก็พลันเร่งความเร็วในการโคจรขึ้นอย่างรุนแรง

โป๊ะ!

ราวกับว่ามีเสียงเหมือนฟองอากาศแตกดังขึ้นในร่างกายของลู่เย่

ลู่เย่ได้ดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินในรัศมีหลายลี้จนหมดสิ้น

ในที่สุด เขาก็อาศัยพลังของยาเหนือสวรรค์ระดับสูง และเสริมพลังร้อยเท่า ทะลวงผ่านด่านสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองได้สำเร็จในคราวเดียว!

อายุเพียงยี่สิบปี...ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 41 : เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว