- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 39 : ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง?
บทที่ 39 : ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง?
บทที่ 39 : ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง?
บทที่ 39 : ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง?
เจ้าเมืองเมฆาใบไม้ หวังซิงลั่ว มองไปยังบรรพชนตระกูลเถียนที่มีลมหายใจอ่อนแรง ก่อนจะตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี
"ท่านผู้เฒ่าเถียน ท่านเป็นอะไรไป?!"
ถึงแม้ว่าบรรพชนตระกูลเถียนจะอยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง แต่ด้วยวิชาดาบเทียนกังระดับลึกลับขั้นสูง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม ก็ยังพอจะมีพลังสามารถ​ต่อกรได้
ก่อนหน้านี้ เขาสัมผัสได้ว่านอกเมืองดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหว เเละดูเหมือนว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
หวังซิงลั่วจึงรีบเหินกายมาในทันที
แต่​เมื่อ​มาถึงกลับไม่คาดคิดว่า จะหาคนที่ต่อสู้กันไม่เจอเลยสักคน
สุดท้าย​ ตอนนี้กลับได้มาเห็นบรรพชนตระกูลเถียนบาดเจ็บสาหัสกลับมา
ภาพนี้ ทำให้หวังซิงลั่วรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
เขาเองแข็งแกร่งกว่าบรรพชนตระกูลเถียนเพียงแค่หนึ่งขอบเขต อยู่ในระดับเดียวกับบรรพชนตระกูลเจียงก่อนหน้านี้
หากต้องต่อสู้กันจนตัวตายจริงๆ บางทีอาจจะสามารถเอาชนะบรรพชนตระกูลเถียนได้ แต่ตัวเขาเองก็คงจะบาดเจ็บ​สาหัส​เช่นกัน
ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถทำให้บรรพชนตระกูลเถียนบาดเจ็บสาหัสได้ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถทำให้หวังซิงลั่วบาดเจ็บสาหัสได้เช่นกัน!
นี่ไม่ใช่ว่า... เป็นฝีมือของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ลึกลับที่เพิ่งจะทะลวงขอบเขตอยู่นอกเมืองก่อนหน้านี้หรอกนะ?
ปัจจัยที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ทำให้หวังซิงลั่วซึ่งเป็นเจ้าเมืองรู้สึกกดดันอย่างยิ่ง
"ไม่เป็นไร" บรรพชนตระกูลเถียนโบกมือ
บาดแผลแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ คืนนี้ที่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้ ก็ต้องขอบคุณที่เขายอมจำนนได้เร็ว
หากช้าไปเพียงนิดเดียว พรุ่งนี้เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมา บนโลกนี้ก็คงจะไม่มีคนชื่อเถียนชิงอีกต่อไปแล้ว!
และเมื่อใดที่บรรพชนตระกูลเถียนจบชีวิตลง การล่มสลายของตระกูลเถียน ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าบรรพชนตระกูลเถียนในตอนนี้ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน หวังซิงลั่วก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบยาฟื้นฟูออกมาขวดหนึ่ง แล้วกล่าวว่า
"ท่านผู้เฒ่าเถียน ท่านกลับไปรักษาตัวก่อนแล้วกัน…มีเรื่องอะไร ค่อยว่ากันทีหลัง"
บรรพชนตระกูลเถียนพยักหน้า ก่อนจะรับยามา แล้วเหินกายไปยังเมืองเมฆาใบไม้
หวังซิงลั่วมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่นอกเมือง ก่อนจะถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง แล้วจึงกลับเข้าเมืองไปเช่นกัน
ถึงแม้จะรู้สึกว่าต่อไปนี้ เมืองเมฆา​ใบไม้คงจะไม่สงบสุขอีกต่อไปแล้ว แต่หวังซิงลั่วก็เข้าใจดีว่า เขาที่เป็นเพียงแค่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรได้มากนัก
ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสเท่านั้น
….
อีกด้านหนึ่ง
ตอนนี้​ ลู่เย่ได้กลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเจียงอย่างเงียบเชียบแล้ว
การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ ทำให้เจียงเหลียนซานต้องเพิ่มกำลังคนและความถี่ในการลาดตระเวน
แต่สำหรับลู่เย่แล้ว อันที่จริงก็ไม่มีความแตกต่างอะไรเลย
เขาย่องเข้าไปในลานเล็กๆ ของเจียงชิงเกออย่างง่ายดาย ก่อนจะกลับมาที่ห้อง แล้วพบว่าเจียงชิงเกอยังคงนอนหลับอยู่
หลังจากกลับมานั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้อีกครั้ง ลู่เย่ก็โคจรคัมภีร์ดาราโบราณ แล้วฝึกตนต่อไป
….
ในตอนเช้าตรู่ เจียงชิงเกอก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน
เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นก็คือลู่เย่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ นางก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
"หรือว่า... เขานั่งอย่างนี้มาทั้งคืนเลย?"
การที่ต้องนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้อย่างนี้ตลอดเวลา คงจะรู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง
เมื่อเจียงชิงเกอมองดูแล้ว ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่เรียกเขามาก็คือนางเอง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการปล่อยให้คนต้องมานั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างนี้ทั้งคืน
ในขณะที่เจียงชิงเกอตื่นขึ้นมานั้น ลู่เย่ก็ลืมตาขึ้นมา พลางกล่าวเรียบๆว่า
"ข้าออกไปก่อนแล้วกัน เจ้าก็แต่งตัวเถอะ"
พูดจบ เขาก็ออกจากห้องไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นภาพนี้ ในใจของเจียงชิงเกอก็ยิ่งรู้สึกซับซ้อนเข้าไปใหญ่
หากเป็นสามีภรรยากันจริงๆแล้วล่ะก็ เรื่องเล็กน้อยอย่างการแต่งตัวนั้น อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงเป็นพิเศษเลย
เมื่อเจียงชิงเกอออกมาข้างนอก ก็พบว่าทั้งตระกูลเจียงดูเหมือนจะอยู่ในสภาพเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด…องครักษ์มีจำนวนมากกว่าปกติเกือบครึ่งหนึ่ง
ในใจของเจียงชิงเกอพลันเย็นวาบขึ้นมาทันที นางคาดเดาได้ว่าอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ เจียงชิงเกอก็กวาดตามองไปรอบๆ
ตอนนี้ ทั้งเจียงเหลียนซานและเจียงหลิงเยว่ต่างก็อยู่ที่นั่น นอกจากนั้นก็ยังมีผู้อาวุโสของตระกูลเจียงอีกหลายคน
หลังจากนั่งลงข้างๆ เจียงหลิงเยว่แล้ว เจียงชิงเกอก็กระซิบเสียงเบา "เกิดอะไรขึ้นรึ?"
"เมื่อคืนนี้ ดูเหมือนจะมีคนลอบเข้ามาในตระกูลเจียงของเราเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีการปะทะกันกับใครบางคนด้วย" ใบหน้าเล็กๆของเจียงหลิงเยว่ฉายแววกังวล
"ใครกันที่กล้าขนาดนี้?"
"คนที่ลอบเข้ามา มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์" เจียงเหลียนซานกล่าวเสียงทุ้ม
เจียงชิงเกอ: "..."
เป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างนั้นรึ ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว คนระดับนั้นจะกล้าหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ
"แต่ที่น่าดีใจก็คือ ในตระกูลเจียงของเรากลับมีคนลงมือขับไล่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่บุกรุกเข้ามาไปได้ มิฉะนั้นแล้ว เกรงว่าตระกูลเจียงคงจะถูกคนผู้นั้นล้วงความลับไปจนหมดสิ้น" เจียงเหลียนซานถอนหายใจ
ข้างๆกันนั้น ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยอย่างสงสัย
"เเต่เมื่อไหร่กันที่ตระกูลเจียงของเรามียอดฝีมือที่สามารถเทียบเคียงกับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ได้อีก?"
ถึงแม้ว่าเจียงเหลียนซานจะใกล้เคียงกับขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างยิ่ง แต่หากต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ เกรงว่าการจะพ่ายแพ้ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาชั่วพริบตาเท่านั้น
เจียงหลิงเยว่เม้มปาก ในใจของนางพลันเกิดความคิดที่บ้าคลั่งขึ้นมา
"จะไม่ใช่ว่า... เป็นพี่เขยหรอกนะ?!"
ภาพของลู่เย่ที่ร่ายรำวิชาดาบพิรุณโปรยให้ดูในวันนั้น ได้ปรากฏขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง
และมันก็ได้ซ้อนทับกับร่างชุดดำในคืนที่ปล้นชิงสินค้า ซึ่งมีหนึ่งดาบสะท้านฟ้า ทำร้ายยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ได้... อย่างเลือนราง!
แต่ลู่เย่จะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ได้อย่างไรกัน? มันไม่เข้ากันเลยนี่นา
เจียงหลิงเยว่รู้สึกคันหัวยิบๆ สุดท้ายเลยเลิกคิดไปเลย
ในขณะเดียวกัน ณ ตระกูลเถียน
หลังจากที่บรรพชนตระกูลเถียนกลับมาถึงตระกูลแล้ว และได้รักษาอาการบาดเจ็บไปบ้างเล็กน้อย เขาก็เรียกประมุขตระกูลเถียนมาพบในทันที
ประมุขตระกูลเถียน เถียนเหวิน เดินเข้ามาในลานเล็กๆ ที่บรรพชนพักอยู่ตามลำพัง ก่อนจะตกใจจนหน้าเปลี่ยนสีในทันที
"ท่านบรรพชน ท่านเป็นอะไรไปขอรับ?!"
สำหรับตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ทุกตระกูลแล้ว บรรพชนถือเป็นแก้วตาดวงใจ จะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด
"บาดแผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ที่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้ ก็ถือว่าโชคดีอย่างยิ่งแล้ว" บรรพชนตระกูลเถียนกล่าวอย่างแผ่วเบา
จนถึงบัดนี้ เมื่อย้อนนึกถึงพลังดาบอันน่าสะพรึงกลัวในคืนที่ผ่านมา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งดาบสะท้านภูตผีเทพเจ้า บรรพชนตระกูลเถียนก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที
นั่น... คือวิชาดาบขั้นสุดยอดที่สามารถปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์ได้จริงๆ อย่างนั้นรึ?!
การที่สามารถรอดชีวิตมาได้ภายใต้วิถีแห่งดาบอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะอาศัยวิชาดาบเทียนกังต่อต้าน ไม่ใช่เพราะอาศัยไพ่ตายช่วยชีวิต แต่เป็นเพราะ... ขอบคุณที่ตัวเองร้องขอชีวิตได้เร็ว!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถียนเหวินก็ถึงกับหน้ามืด ราวกับว่าฟ้าจะถล่มลงมา
เกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมแม้แต่ท่านบรรพชนยังเกือบจะไม่รอด!
"ข้าเฒ่าเรียกเจ้ามา ก็เพื่อจะสั่งเสียเรื่องหนึ่ง หลังจากนี้กับตระกูลเจียง... อย่าได้ไปหาเรื่องอีก บางเรื่องที่ควรจะยอมได้ก็ยอมไป" บรรพชนตระกูลเถียนกล่าวอย่างช้าๆ
ในเมื่อยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ลึกลับท่านนั้นซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง ก็ย่อมต้องมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเจียงอย่างแน่นอน ตระกูลเจียง... โชคชะตาได้มาเยือนแล้วสินะ
เถียนเหวินรู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง "ท่านบรรพชน ในช่วงหลังมานี้ตระกูลเจียงก็เก็บตัวไปมากแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะกดดันธุรกิจของพวกเขาต่อไปไม่ใช่หรือขอรับ"
บรรพชนตระกูลเถียนเหลือบมองประมุขตระกูลเถียนผู้นี้ พลางกล่าวเรียบๆ "จะเอาแค่ธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ นี่ หรือว่าจะเอาธุรกิจที่ว่านี่ ไปเป็นเพื่อนร่วมทางกับตระกูลเถียนด้วยกันในหลุมศพ เจ้าลองคิดดูให้ดี"
เขากว่าจะรอดชีวิตกลับมาได้ เพื่อความอยู่รอดของตระกูลเถียน ถึงกับยอมจำนนต่ออีกฝ่าย
ตอนนี้ประมุขที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ กลับยังจะโลภแค่ธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ตรงหน้า... อะไรนะ จะเอาเงินกองโตไปฝังพร้อมกับตัวเองอย่างนั้นรึ?
ขนาดเขาที่เป็นถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองยังรับดาบของอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว
ในเมื่ออีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในตระกูลเจียง หากคิดจะลงมือจริงๆ แล้วล่ะก็ การล่มสลายของตระกูลเถียน... ก็เป็นเพียงแค่เรื่องชั่วพริบตาเท่านั้น!
สมองของเถียนเหวินราวกับถูกทุบอย่างแรง แค่ความขัดแย้งทางธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ทำไมถึงได้กลายเป็นวิกฤตความอยู่รอดของตระกูลเถียนไปได้?
"เถียนเหวินเอ๋ย โลกใบนี้ มันไม่ได้สงบสุขอย่างที่เจ้าเห็นหรอกนะ" บรรพชนตระกูลเถียนถอนหายใจอย่างแผ่วเบา "เมื่อคืนนี้ ข้าได้เป็นตัวแทนของตระกูลเถียน ยอมจำนนต่อคนผู้หนึ่งแล้ว"
ข่าวหนักๆ ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้เถียนเหวินยังคงไม่ได้สติกลับมาเป็นเวลานาน
ตระกูลเถียนขอบเขตเหนือสวรรค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองเมฆาใบไม้... ยอมจำนนต่อผู้อื่นแล้วอย่างนั้นรึ?!
ผลลัพธ์นี้ ทำให้เถียนเหวินไม่สามารถยอมรับได้โดยสิ้นเชิง
ตระกูลที่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของผู้อื่น จะไปมีศักดิ์ศรีอะไรอีก?
เถียนเหวินกล่าวเสียงทุ้ม "ท่านบรรพชน ข้าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของท่าน!"
(จบตอน)