- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 38 : วิชาดาบดาวเทียนกังขั้นสมบูรณ์ บรรพชนตระกูลเถียนตกตะลึง
บทที่ 38 : วิชาดาบดาวเทียนกังขั้นสมบูรณ์ บรรพชนตระกูลเถียนตกตะลึง
บทที่ 38 : วิชาดาบดาวเทียนกังขั้นสมบูรณ์ บรรพชนตระกูลเถียนตกตะลึง
บทที่ 38 : วิชาดาบดาวเทียนกังขั้นสมบูรณ์ บรรพชนตระกูลเถียนตกตะลึง
เหตุผลที่ลู่เย่ยั้งมือไว้ ไม่ได้สังหารยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ในชุดดำ…ก็เพราะถูกคำว่า "ยอมจำนน" ดึงดูดความสนใจเอาไว้
เขายังคงต้องการเงินจำนวนมากในภายหลัง…หากสามารถมีขุมกำลังหนึ่งคอยทำงานให้เขาได้ ในหลายๆ ด้านก็จะสะดวกสบายขึ้นไม่น้อย
มีเรื่องมากมายที่ไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือทำด้วยตัวเองอีกต่อไป
เมื่อยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ในชุดดำเห็นว่ายอดฝีมือลึกลับดูเหมือนจะสนใจอยู่บ้าง เขาก็รีบกล่าวว่า
"ข้ายินดีที่จะตั้งคำสาบานแห่งสวรรค์ เพื่อยอมจำนนต่อท่าน หากข้าผิดคำสาบานนี้ ขอให้ต้องจบชีวิตลงด้วยเคราะห์กรรมแห่งขอบเขตเหนือสวรรค์!"
"ถอดผ้าคลุมหน้าของเจ้าออกก่อน" ลู่เย่กล่าวเรียบๆ
เมื่อชายชุดดำได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกอับอายอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงถอดผ้าคลุมหน้าออกตามคำสั่ง
"บรรพชนตระกูลเถียน เถียนชิง?" ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
บรรพชนตระกูลเถียนผู้นี้ เขาเคยพบเจอเพียงครั้งเดียวในงานแต่งงานของตัวเอง ซึ่งเขาอยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง
ไม่นึกเลยว่า ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่แอบย่องเข้ามาในตระกูลเจียงในคืนนี้ จะเป็นบรรพชนตระกูลเถียน?
เมื่อถูกคนอื่นจำได้ ใบหน้าอันแก่ชราของบรรพชนตระกูลเถียนที่ซีดเผือดอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้าเข้าไปใหญ่
ในขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็รู้สึกเสียใจอย่าง​มาก
หากรู้ล่วงหน้าว่าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้เขามีความกล้าอีกสองเท่า คืนนี้เขาก็คงจะไม่นึกครึ้มอกครึ้มใจ…เเล้วมาลองหยั่งเชิงที่ตระกูลเจียงหรอก
ลู่เย่ประสานมือไว้ด้านหลัง พลางกล่าวอย่างเย็นชา
"เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจไป การยอมจำนนต่อข้า ในอนาคตเจ้าจะต้องรู้สึกยินดีกับการตัดสินใจในตอนนี้อย่างแน่นอน"
"ขอเพียงแค่เจ้าไม่ทรยศ ตระกูลเถียนของเจ้าก็จะก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น"
เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นคนที่เดินทางข้ามมิติมาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ลู่เย่จึงรู้ดีว่าต้องรู้จักขายฝันและให้ความหวังกับคนอื่นบ้าง
มิฉะนั้นแล้ว เวลาที่อีกฝ่ายทำงานให้ ก็อาจจะไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่
บรรพชนตระกูลเถียนไอออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะกระอักโลหิตออก พลางกล่าวอย่างอ่อนแรง
"ขอบคุณมาก...เอ่อ…ข้ายังไม่ทราบชื่อของท่านเลย?"
"ข้าแซ่เฉิน" ลู่เย่กล่าวเรียบๆ
"เจ้าก็เป็นคนใช้ดาบเหมือนกัน เจ้าลองเอาวิชาดาบของเจ้าออกมาสิ ข้าจะช่วยปรับปรุงให้เจ้าสักหน่อย ถือว่าเป็นการให้สวัสดิการล่วงหน้าก็แล้วกัน"
ลู่เย่จำได้ว่าวิชาประจำตระกูลของตระกูล​เถียน ดูเหมือนจะเป็นวิชาดาบดาวเทียนกังระดับลึกลับขั้นสูง
เมื่อเทียบกับวิชาดาบพิรุณโปรยระดับลึกลับขั้นต่ำแล้ว ก็ถือว่าสูงกว่าถึงสองระดับ
การนำมันมาใช้เป็นวิชาประจำวัน ก็นับว่าเหมาะสมพอดี
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรพชนตระกูลเถียนก็รู้สึกสับสนอยู่บ้าง
นี่คือวิชาพื้นฐานของตระกูลเถียน
นอกจากวิชาฝึกตนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขาก็คือวิชายุทธ
ยิ่งไปกว่านั้น บรรพชนตระกูลเถียนก็ไม่คิดว่าจะมีใครที่สามารถปรับปรุงวิชาดาบดาวเทียนกังที่สืบทอดกันมาในตระกูลของเขาได้ในเวลาอันสั้น
จะต้องมีความสามารถในวิถีแห่งดาบที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใด ถึงจะทำเเบบนั้นได้?
แต่ในตอนนี้ ชีวิตของเขาก็อยู่ในกำมือของอีกฝ่าย คำสาบานแห่งสวรรค์ก็ตั้งไปแล้วด้วย
บรรพชนตระกูลเถียนได้แต่ถอนหายใจในใจ ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มเล็กๆออกมาจากแหวนมิติ
"คุณชายเฉิน นี่คือวิชาดาบดาวเทียนกังที่สืบทอดกันมาในตระกูลของข้าขอรับ"
เมื่อได้รับมา เเละกำลังจะลองเปิดดู
ทันใดนั้น ความคิดของลู่เย่ก็พลันเคลื่อนไหว
"มีคนมาแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปก่อน"
ร่างของเขาราวกับภูตผี ปรากฏกายลงมาตรงหน้าของบรรพชนตระกูลเถียนที่ได้รับบาดเจ็บ บรรพชนตระกูลเถียนรู้สึกเพียงแค่ว่าภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ทิวทัศน์เบื้องหลังก็ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหยุดลงอีกครั้ง ทิวทัศน์ตรงหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ภาพนี้ ทำให้บรรพชนตระกูลเถียนตกตะลึงอีกครั้ง
"ช่างเป็นวิชาตัวเบาที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง!"
ตอนที่ไล่ตามตัวเองเมื่อครู่นี้ ที่แท้อีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลย!
เเถมเขาจงใจปล่อยให้ตัวเองวิ่งออกมานอกเมือง!
แต่สิ่งที่ทำให้บรรพชนตระกูลเถียนตกใจมากที่สุดก็คือ เขายังไม่ทันได้สัมผัสอะไร คุณชายเฉินผู้ลึกลับท่านนี้ก็สัมผัสได้แล้วว่ามีคนมา!
นี่หมายความว่า ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์เหมือนกัน แต่ความสามารถในการรับรู้ของอีกฝ่ายนั้น เหนือกว่าเขาไปไกลลิบ!
ทั้งพลังฝีมือ, ความสามารถในการรับรู้, ความเร็วของวิชาตัวเบา...ล้วนบดขยี้เขาโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่บรรพชนตระกูลเถียนรู้สึกสิ้นหวังนั้น ความรู้สึกต่อต้านการยอมจำนนที่เหลืออยู่ในใจของเขาก็หายไปโดยสิ้นเชิง
การยอมจำนนต่อยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นนี้ ไม่ได้น่าอับอายเลย
บางที...อาจจะสามารถอาศัยมือของท่านผู้นี้ นำพาตระกูลเถียนให้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้จริงๆ?
แน่นอนว่า เรื่องที่จะนำพาตระกูลเถียนให้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งนั้น บรรพชนตระกูลเถียนเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่
แต่หากจะบอกว่าสามารถปรับปรุงวิชาดาบดาวเทียนกังที่สืบทอดกันมาในตระกูลเถียนได้ในเวลาอันสั้นนั้น บรรพชนตระกูลเถียนไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย
ความคิดในใจยังไม่ทันจะตกผลึก บรรพชนตระกูลเถียนก็ได้ยินคุณชายเฉินร้องขึ้นมา
"ตั้งใจดูให้ดี"
และในวินาทีต่อมา บรรพชนตระกูลเถียนก็ได้แต่มองอย่างตะลึงงัน
ณ พื้นที่ว่างเปล่านั้น ยอดฝีมือลึกลับได้เริ่มร่ายรำพลังดาบดาวเทียนกังขึ้นมาจริงๆ
ท่วงท่า​ของเขาราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ขณะที่เริ่มร่ายรำวิชาดาบดาวเทียนกัง!
ในฐานะที่เป็นวิชาดาบระดับลึกลับขั้นสูง การเริ่มต้นนั้นยากอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์ในวิถีแห่งดาบธรรมดาๆแล้ว หากไม่มีเวลาสักปีครึ่งปี ก็ไม่ต้องคิดพัฒนาเลย
ส่วนการจะเข้าสู่ระดับชำนาญนั้น ยิ่งแล้วใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามถึงห้าปี
ขอบเขตความสำเร็จขั้นต้น...ไม่ใช่สิ่งที่สามารถบรรลุได้ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป…มันต้องอาศัยพรสวรรค์ และยิ่งต้องอาศัยความเข้าใจอีกหนึ่งส่วน!
บรรพชนตระกูลเถียนได้ฝึกฝนวิชาดาบดาวเทียนกังมานานหลายสิบปี แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับความสำเร็จขั้นต้นเท่านั้น ห่างจากขั้นสมบูรณอีกไกลพอสมควร
แต่ตอนนี้…เขากำลังเห็นอะไรกัน?!
คนที่เพิ่งจะได้รับตำราลับวิชาดาบดาวเทียนกังมายังไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กลับสามารถร่ายรำกระบวนท่าทั้งหมดของวิชาดาบออกมาได้อย่างสมบูรณ์
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับของวิชาดาบก็ไม่ใช่แค่การเริ่มต้น แต่กลับเป็น... ระดับชำนาญ!
และเมื่อถึงวิชาดาบรอบที่สอง บรรพชนตระกูลเถียนก็ถึงกับรู้สึกสิ้นหวัง
วิชาดาบดาวเทียนกังของยอดฝีมือลึกลับแซ่เฉิน ได้บรรลุถึงความสำเร็จขั้นต้นแล้ว!
หนึ่งรอบชำนาญ, สองรอบสำเร็จ​ระดับความสำเร็จ​ขั้นต้น...
ความก้าวหน้าที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
ช่องว่างของพรสวรรค์ระหว่างคนกับคนนั้น มันช่างใหญ่กว่าคนกับหมาเสียอีก!
เเต่ในขณะที่ลู่เย่ฝึกฝนรอบที่สอง
ท่ามกลางความสิ้นหวัง ดวงตาอันแก่ชราของบรรพชนตระกูลเถียนก็ค่อยๆ สว่างขึ้นมา
มีหลายจุดที่ก่อนหน้านี้เขาไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ แต่ในตอนนี้เมื่อได้รับการสอนจากอีกฝ่ายด้วยตัวเอง เขาก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาอย่างช้าๆ
เมื่อได้ดูจนถึงที่สุด ความตื่นเต้นในใจของบรรพชนตระกูลเถียนนั้น เกือบจะล้นทะลักออกมาแล้ว
เขา... เข้าใจแล้ว!
จากการได้ดูในครั้งนี้ มันได้ไขข้อสงสัยมากมายในใจของบรรพชนตระกูลเถียน
บรรพชนตระกูลเถียนมั่นใจว่า ขอเพียงแค่ให้เวลาตัวเองอีกสักหน่อย วิชาดาบดาวเทียนกังจะต้องสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน!
ถึงตอนนั้น พลังฝีมือก็จะได้รับการยกระดับขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ก็ล้วนเป็นเพราะการร่ายรำให้ดูสดๆ ของยอดฝีมือลึกลับผู้นี้
ในชั่วพริบตานี้ บรรพชนตระกูลเถียนเชื่อสนิทใจแล้วว่า อีกฝ่ายสามารถที่จะทำให้ตระกูลเถียนก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้นจริงๆ!
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในฐานะที่เป็นบรรพชนของตระกูลเถียน เป็นผู้ที่มีพลังต่อสู้สูงสุด…หากเขาพัฒนาขึ้น ก็เท่ากับว่าตระกูลเถียนได้พัฒนาขึ้น
เมื่อได้สติกลับมา บรรพชนตระกูลเถียน-เถียนชิง ก็โค้งคำนับต่อหน้าลู่เย่อย่างจริงจัง
"ขอบคุณสำหรับของขวัญจากคุณชายเฉิน! ต่อไปตระกูลเถียนของข้าจะนับถือคุณชายเฉินเป็นผู้นำ! ขอให้สวรรค์เป็นพยาน!"
หลังจากโยนตำราลับวิชาดาบดาวเทียนกังให้กับบรรพชนตระกูลเถียนแล้ว ลู่เย่ก็หยิบแผ่นไม้ออกมาแผ่นหนึ่ง ก่อนจะใช้ปราณแท้จริงสลักคำว่า "เฉิน" ลงไปในทันที
"เอาล่ะ ข้าชื่อเฉินเป่ยซวน ส่วนเจ้ากลับไปรักษาตัวก่อนแล้วกัน ต่อไป หากได้เห็นแผ่นไม้แผ่นนี้ ก็เท่ากับว่าได้เห็นข้า"
หลังจากจดจำรูปแบบของแผ่นไม้ไว้อย่างมั่นคงแล้ว บรรพชนตระกูลเถียนก็โค้งคำนับอีกครั้ง "คุณชายเฉิน ถ้าอย่างนั้นข้าเฒ่าก็ขอตัวกลับไปรักษาตัวก่อนนะขอรับ..."
ลู่เย่พยักหน้าเล็กน้อย และในวินาทีต่อมา เขาก็หายไปจากที่แห่งนั้นในทันที
สำหรับวิชาตัวเบาอันน่าสะพรึงกลัวของเฉินเป่ยซวนนั้น บรรพชนตระกูลเถียนได้เคยเห็นมาแล้ว
ในขณะที่ในใจกำลังทึ่งอยู่นั้น บรรพชนตระกูลเถียนก็คิดที่จะกลับไปยังตระกูลเถียนเพื่อรักษาตัว
แต่ทว่าทันทีที่เขาโคจรปราณแท้จริงเหินขึ้นไปในอากาศ
ในการรับรู้ของบรรพชนตระกูลเถียน ร่างของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์อีกร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตามมา
เมื่อได้เห็นผู้มาเยือน สีหน้าของบรรพชนตระกูลเถียนก็ดูซับซ้อนอยู่บ้าง
(จบตอน)