เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 : ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม!

บทที่ 28 : ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม!

บทที่ 28 : ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม!


บทที่ 28 : ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม!

เฉินหลิงเซียงเบิกตากว้าง

ถึงแม้จะเคยพบเห็นอะไรมามาก แต่เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า นางก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง

เพราะเมื่อผ่านพ้นทางเดินเข้ามา ก็จะพบกับถ้ำขนาดใหญ่ และบริเวณใจกลางถ้ำนั้น มีบ่อน้ำรูปวงรีอยู่...

ซึ่งมันเต็มไปด้วยเลือด!

กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้ที่แห่งนี้ดูราวกับนรกบนดิน!

"ไม่นึกเลยว่า โจรภูเขาแห่งเขาซานฟงนอกจากจะปล้นฆ่าชิงทรัพย์แล้ว ยังมีสถานที่ชั่วร้ายเช่นนี้อยู่อีก" เฉินหลิงเซียงกล่าวด้วย​อารมณ์​

เเต่ถึงแม้จะโกรธมากเพียงใด น้ำเสียงที่นุ่มนวลของนางกลับฟังดูไม่มีพลังทำลายล้างเท่าไหร่นัก

ในแววตาของลู่เย่เองก็ฉายแววประหลาดใจออกมาเช่นกัน

ทั้งปล้นฆ่าชิงทรัพย์ แถมยังดูดเอาคุณค่าสุดท้ายจากศพมาใช้ฝึกฝนวิชามารอีก

โจรภูเขาแห่งเขาซานฟงพวกนี้ สมควรตายอย่างแท้จริง

ในหัวของลู่เย่ตอนนี้กำลังทบทวนข้อมูลของโจรภูเขาทุกคนที่เขาเพิ่งสังหารไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่ฝึกฝนวิชามารนั้น ไอชั่วร้ายที่เย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่อาจปกปิดได้….อย่างน้อยที่สุด ในตอนที่ระดับพลังยังต่ำอยู่ ก็ไม่สามารถปกปิดได้

หลังจากที่บรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว อาจจะสามารถปกปิดกลิ่นอายบางส่วนได้

แต่เมื่อย้อนนึกถึงโจรภูเขาทุกคนที่เขาได้สังหารไป ดูเหมือนจะไม่มีใครที่มีกลิ่นอายของผู้ฝึกวิชามารเลย

"โจรภูเขาที่เจ้าสังหารไป มีใครที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ฝึกวิชามารหรือไม่?" หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็หันไปถาม

เฉินหลิงเซียงส่ายหน้า นางเองก็ไม่ทันได้สังเกตว่ามีโจรภูเขาคนไหนที่เป็นผู้ฝึกวิชามารเช่นกัน

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กล่าวอย่างประหลาดใจ

"คุณชายลู่ ท่านกำลังจะบอกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้โจรภูเขาแห่งเขาซานฟงใช้เอง แต่เป็นของคนอื่นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?"

ในชั่วพริบตา เฉินหลิงเซียงก็นึกถึงหัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ผู้แข็งแกร่งในคืนที่ถูกปล้นชิงสินค้าขึ้นมาทันที

หรือว่า...ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่คนนั้น อาศัยวิชามารในการฝึกตนจนมีระดับพลังสูงถึงเพียงนี้?!

ลู่เย่เองก็เริ่มครุ่นคิด

ในคืนนั้น เขาเคยเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่คนนั้นโดยตรง แถมยังได้ปะทะกันไปหนึ่งกระบวนท่า

ปราณแท้จริงของคนผู้นั้นเที่ยงตรงและหนาแน่นอย่างยิ่ง ไม่เหมือนกับของผู้ฝึกวิชามารเลย

"เครือข่ายข่าวกรองของตระกูลเฉินของเจ้า สืบได้หรือไม่ว่าขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังเขาซานฟงคือใคร?" ลู่เย่เอ่ยถาม

"สืบได้เจ้าค่ะ…คือตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซาน"

บรรพชนของตระกูลหวัง ถือเป็นคนสุดท้ายที่ได้เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ในบรรดาสองเมืองใหญ่ในรัศมีพันลี้นี้

และด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลหวังจึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ในทันที

ตามข้อมูลของตระกูลเฉินก่อนหน้านี้ ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งที่ปรากฏตัวในเขาซานฟงนั้น เฉินหลิงเซียงคาดเดาว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าคือบรรพชนของตระกูลหวัง!

เพียงแต่ว่า เฉินหลิงเซียงไม่คาดคิดเลยว่า...บรรพชนของตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซาน จะอาศัยวิชามารในการบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์!

"ตระกูลหวังอย่างนั้นรึ?" ลู่เย่ครุ่นคิด

"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เขาซานฟงกำลังทำงานให้กับสองขุมกำลังเลยน่ะสิ?"

เฉินหลิงเซียงพยักหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"น่าจะคิดจะเล่นบทปลาสองน้ำน่ะเจ้าค่ะ แน่นอนว่าก็ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง คือเขาซานฟงถูกตระกูลหวังหนุนหลังให้ก่อตั้งขึ้นมา และตระกูลหวังก็รับคำสั่งมาจากขุมกำลังที่อยู่สูงขึ้นไปอีกที"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของลู่เย่ก็สว่างวาบขึ้น

เมื่อเฉินหลิงเซียงพูดเช่นนี้ เขาก็เริ่มจะพอมีเค้าลางเกี่ยวกับที่มาของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ในคืนนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว

ก็เหมือนกับที่ตระกูลเจียงต้องการจะใกล้ชิดกับนิกายเมฆาสีชาดนั่นแหละ

ตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซานเองก็ใกล้ชิดกับหนึ่งในสามสุดยอดนิกายแห่งแดนเหนือเช่นกัน...เเละนั่นคือนิกายอัสนีคราม!

อาจกล่าวได้ว่า สาเหตุที่ตระกูลหวังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็เพราะมีนิกายอัสนีครามที่คอยหนุนหลังอยู่

อันที่จริงแล้ว ลู่เย่คาดเดามานานแล้วว่า คนที่มาปล้นชิงสินค้าในคืนนั้น น่าจะมาจากหนึ่งในสามสุดยอดนิกายอย่างแน่นอน

เพราะน้ำเสียงของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่คนนั้น ไม่ได้ฟังดูแก่ชราเหมือนกับบรรดาบรรพชนของแต่ละตระกูลเลย

ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ใช้ดาบ แต่กลับใช้วิชาฝ่านั้น คาดว่าคงเป็นเพราะกลัวจะเปิดเผยสุดยอดวิชาประจำนิกายอัสนีครามอย่างวิชาดาบอัสนีครามออกมา

ในชั่วพริบตา ความคิดต่างๆก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว

จากนั้น ลู่เย่ก็โบกมืออย่างแรงทันที ซัดเข้าที่บ่อเลือดจนเกิดเป็นช่องโหว่ขึ้น

ทันใดนั้น เลือดจำนวนมากก็ไหลทะลักออกมาตามช่องโหว่ ซึมลงไปในพื้นถ้ำ

ทั้งถ้ำจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ฉุนจมูกในทันที

เฉินหลิงเซียงเองก็ชักดาบยาวออกมาด้วย ก่อนจะฟันเปิดช่องโหว่ในทิศทางอื่นๆที่เหลือ

ทรัพยากรสำหรับวิชามารที่โจรภูเขาแห่งเขาซานฟงรวบรวมมาเป็นเวลานาน ถูกคนทั้งสองทำลายจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา

เมื่อบ่อเลือดถูกระบายจนหมดสิ้นแล้ว ลู่เย่ก็กวาดตามองอยู่สองครั้ง ก่อนคิดที่จะถอยออกไป

แต่แล้วหางตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นของสิ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ก้นบ่อ

"เอ๊ะ?"

เขารีบพุ่งเข้าไปในบ่อเลือดเพื่อหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาในทันที

ลู่เย่พบว่ามันเป็นชิ้นส่วนของอาวุธอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้จัก

และทันทีที่ได้หยิบมันขึ้นมาในมือ ไอสังหารอันเข้มข้นก็พลันแผ่ออกมาในทันที!

ด้านข้าง

เมื่อได้เห็นวิชาตัวเบาอันน่าสะพรึงกลัวของลู่เย่อีกครั้ง เฉินหลิงเซียงก็รู้สึกยินดีอยู่เล็กน้อยในใจ

การที่ลู่เย่ทำเช่นนี้ต่อหน้านาง...ดูเหมือนว่าเขาจะค่อยๆเลิกปิดบังตัวเองแล้ว! (มันเเค่เผลอ สาว)​

และในวินาทีต่อมา เมื่อสายตาของนางเลื่อนไปจับจ้องที่ของในมือของลู่เย่ เฉินหลิงเซียงก็ถึงกับอุทานออกมา

"ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้ามหรือเจ้าคะ?!"

ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม?

ลู่เย่จับคำศัพท์ใหม่คำนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ของสิ่งนี้ เขาไม่เคยเห็นคำอธิบายในหอตำราของนิกายเมฆาสีชาดมาก่อนเลย

"ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้ามคืออะไร?"

เมื่อรู้ว่าลู่เย่อาจจะไม่ทราบข้อมูลลับบางอย่างเนื่องจากปัญหาเรื่องสถานะของเขา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ

เฉินหลิงเซียงจึงค่อยๆใช้ปลายนิ้วปัดปอยผมที่ตกลงมาข้างหู แล้วกล่าวเสียงเบา

"ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม หมายถึงวัตถุต้องห้ามบางอย่างที่หลุดรอดออกมาจากดินแดนลับต่างๆเจ้าค่ะ"

"มีคำร่ำลือกันว่า ชิ้นส่วนเหล่านี้ในยุคโบราณล้วนเคยเป็นถึงศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์!"

"แต่หลังจากที่ผ่านสงครามครั้งใหญ่ที่โหดร้ายมา ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็ได้แตกสลายกลายเป็นชิ้นส่วน และเมื่อเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ก็ได้สั่งสมไอสังหารอันเข้มข้นเอาไว้ จนมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งและไม่อาจควบคุมได้…ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นชิ้นส่วนอาวุธต้องห้ามนี่แหละเจ้าค่ะ"

"ส่วนชิ้นส่วนอาวุธต้องห้ามชิ้นนี้ พวกเขาน่าจะนำมาวางไว้ที่นี่ เพื่อให้มันดูดซับพลังหยินและโลหิตต่อไป"

ลู่เย่จ้องมองไปยังชิ้นส่วนเก่าๆในมือ พลางรู้สึกได้ลางๆว่ามีไอหยินพิฆาตสายหนึ่งกำลังพยายามจะเจาะเข้ามาในแขนของเขาจริงๆ

"ของสิ่งนี้ ดูจะชั่วร้ายอยู่บ้างนะ" ลู่เย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"อาวุธต้องห้ามก็เป็นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ ถือเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง”

“ในประวัติศาสตร์ก็มียอดฝีมือจำนวนไม่น้อยที่ได้รับอาวุธต้องห้ามไป แต่เพราะใช้งานบ่อยครั้งเกินไป สุดท้ายก็ถูกไอสังหารเข้าแทรกซึมในร่างกาย จนกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่รู้จักเพียงแค่การฆ่าฟัน และท้ายที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงด้วยการที่ร่างกายระเบิดตาย”

"ทว่า อานุภาพของอาวุธต้องห้ามก็ไม่อาจดูแคลนได้เช่นกัน หากยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งมีอาวุธต้องห้ามอยู่ในมือ ก็มีสิทธิ์ที่จะต่อกรกับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สองหรือสามได้เลยนะเจ้าคะ"

ลู่เย่ส่ายหน้า

ของที่มีผลข้างเคียงร้ายแรงถึงขนาดนี้ กลับคุกคามได้แค่คนที่ระดับสูงกว่าเพียงหนึ่งหรือสองขั้นย่อยเท่านั้น

เทียบกับยันต์ดาบเหนือสวรรค์ของเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้เจ้าแล้วกัน"

ลู่เย่โยนมันให้กับเฉินหลิงเซียงอย่างไม่ใส่ใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะดูถูกมัน แต่ในยามคับขัน บางทีมันก็อาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง

เฉินหลิงเซียง: "......"

สมแล้วที่เป็นบุรุษชุดดำปริศนาที่สามารถทำร้ายยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ได้!

ถึงขนาดที่ไม่เห็นชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม อยู่ในสายตาเลย

"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณคุณชายลู่มากเจ้าค่ะ" เฉินหลิงเซียงชายตามองเล็กน้อย ก่อนจะรับไว้โดยไม่ปฏิเสธ

หลังจากตรวจสอบโดยรอบอีกครั้งจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นแล้ว ทั้งสองคนจึงได้ถอยออกจากถ้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

….

ทั้งคู่เดินทางมาถึงห้องเก็บของที่ใช้สำหรับคุมขังคนที่ถูกปล้นขึ้นมาบนเขา

เหล่าคนที่ถูกคุมขังซึ่งกำลังหวาดกลัว ทันใดนั้นก็ได้เห็นร่างสองร่างปรากฏขึ้นราวกับภูตผี

ความหวาดกลัวของแต่ละคนก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น พวกเขาคิดว่าในที่สุดเหล่าโจรภูเขาที่สมควรตายพวกนี้ก็จะลงมือกับพวกเขาแล้ว

แต่แล้วในวินาทีต่อมา พวกเขาก็ได้เห็นชายชุดดำทั้งสองคนซัดพลังปราณภายในออกมาทีละสาย ตัดเชือกป่านบนตัวของพวกเขาขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดาย

ทันใดนั้น เมื่อมองเห็นร่างทั้งสองที่ราวกับเทพยดาที่ลงมาจากสวรรค์

เหล่าคนที่ถูกคุมขังก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 28 : ชิ้นส่วนอาวุธต้องห้าม!

คัดลอกลิงก์แล้ว