เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 : ยอดฝีมือปริศนา และลู่เย่ที่หายตัวไป?

บทที่ 22 : ยอดฝีมือปริศนา และลู่เย่ที่หายตัวไป?

บทที่ 22 : ยอดฝีมือปริศนา และลู่เย่ที่หายตัวไป?


บทที่ 22 : ยอดฝีมือปริศนา และลู่เย่ที่หายตัวไป?

เมื่อมองหลิวเจิ้นที่รีบร้อนวิ่งเข้ามา เจียงหลิงเยว่ก็เม้มริมฝีปากพลางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปจับจ้องที่ชายชุดดำปริศนาดังเดิม

หลิวเจิ้นรีบโค้งตัวคำนับพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบประแจงว่า

"ท่านผู้อาวุโส นางยังเด็กไม่รู้ความ โปรดท่านอย่าได้ถือสาเลยขอรับ"

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดยอดฝีมือปริศนาในชุดดำก็เอ่ยปากขึ้น

"ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นคนตรงไปตรงมาดี"

พอเจียงหลิงเยว่ได้ยินน้ำเสียงนั้น นางก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที

เพราะว่า...มันไม่ใช่น้ำเสียงของลู่เย่ที่นางคุ้นเคยเลย

เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสปริศนาท่านนี้ดูเหมือนจะไม่ได้โกรธเคืองจริงๆ หลิวเจิ้นจึงค่อยโล่งใจ แล้วจึงปลีกตัวไปจัดการเรื่องอื่นๆต่อ

เจียงหลิงเยว่เอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า

"ท่านผู้อาวุโส ข้าขออนุญาตถามชื่อของท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?"

ภายใต้ชุดคลุมสีดำ ลู่เย่รู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้คงจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้วเป็นแน่

ดังนั้น นางถึงได้มีความกล้าหาญพอที่จะเข้ามาซักถามโน่นนี่กับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์

มิฉะนั้นแล้ว หากไปเจอกับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่ไม่รู้จักและมีอารมณ์ฉุนเฉียวเข้าจริงๆ ต่อให้เห็นแก่หน้าตระกูลเจียง อย่างน้อยก็คงไม่พ้นถูกสั่งสอนสักยกเป็นแน่

เมื่อมองเจียงหลิงเยว่ที่ทำท่าทางเหมือนลูกแมวตัวน้อย กำลังรอคอยคำตอบด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ภายใต้ชุดดำ ลู่เย่ก็แค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยว่า

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะพูดมากไปหน่อยแล้วนะ"

ใบหน้าของเจียงหลิงเยว่ซีดเผือดลง นางรีบกล่าวขอโทษทันที

"ขออภัยเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส เป็นข้าที่เสียมารยาทเอง!"

อันที่จริงแล้ว ในใจของเจียงหลิงเยว่เองก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นคงแล้วเช่นกัน

เพราะคนตรงหน้านี้...คือยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่แข็งแกร่งถึงขนาดที่สามารถทำให้ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่บาดเจ็บได้ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

ส่วนพี่เขยของนาง...ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ได้เลย

หากเขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์จริงๆ แล้วจะมาแต่งเข้าตระกูลเจียงทำไมกัน?

เมื่อลองคิดพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว เจียงหลิงเยว่ก็เริ่มลังเลอย่างมาก

แต่แล้วในขณะนั้นเอง เฉินหลิงเซียงก็เดินเข้ามาเช่นกัน

"ท่านผู้อาวุโส ขอบคุณที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเจ้าค่ะ" เฉินหลิงเซียงยอบกายคารวะลู่เย่อย่างนอบน้อม

เฉินหลิงเซียงรู้สึกขอบคุณจากใจจริง

หากไม่ใช่เพราะยอดฝีมือท่านนี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน คืนนี้... นางคงต้องพ่ายแพ้ยับเยินอย่างไม่ต้องสงสัย

ลู่เย่ไม่ได้กล่าวอะไรตอบกลับไป

ทว่าเฉินหลิงเซียงก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะยอดฝีมือระดับนี้ย่อมมีอารมณ์และนิสัยเป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง

"ยังมิได้เรียนถามนามของท่านผู้อาวุโส หากมีเวลาว่าง ขอเชิญท่านมาเยือนตระกูลเฉินของข้าได้นะเจ้าคะ"

"บุญคุณอันใหญ่หลวงครั้งนี้ หลิงเซียงจะจดจำไว้ในใจมิลืมเลือนเจ้าค่ะ!"

ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เฉินเป่ยซวน"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหลิงเซียงก็กล่าวว่า

"ท่านผู้อาวุโสเป่ยซวน หากท่านสะดวก พอจะให้ช่องทางติดต่อแก่หลิงเซียงได้หรือไม่เจ้าคะ พอดีมี(วาสนาโอกาส)บางอย่างที่หลิงเซียงอยากจะเชิญท่านผู้อาวุโสไปร่วมด้วย"

หากไม่มีบุคคลปริศนาผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของนางเองก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว เฉินหลิงเซียงจึงตัดสินใจที่จะแบ่งปันวาสนาโอกาสที่ตนรักษาไว้ได้นี้กับยอดฝีมือปริศนาที่อยู่ตรงหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือปริศนาท่านนี้มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากได้ร่วมทีมกับเขา โอกาสที่จะสำเร็จก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

สำหรับเรื่องนี้ ลู่เย่เองก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย

เพราะสิ่งที่สามารถทำให้ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ต้องนำคนมาปล้นชิงด้วยตัวเองได้นั้น ย่อมต้องเป็นของที่มีประโยชน์ต่อยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างแน่นอน

หลังจากที่ได้นัดหมายวันเวลากับเฉินหลิงเซียงแล้ว ลู่เย่ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า

"ข้ายังมีธุระต้องไปทำต่อ"

สิ้นเสียงนั้น ลู่เย่ก็โคจรวิชาตัวเบาใบไม้ร่วงระดับสมบูรณ์

ร่างของเขาราวกับใบไม้ที่ลอยละล่อง ก่อนจะหายลับไปจากที่แห่งนั้นในพริบตา

แววตาของเฉินหลิงเซียงฉายแววทึ่งออกมาอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้นางเฝ้าสังเกตการณ์การต่อสู้อยู่ในรถม้า และคิดว่าชายชุดดำปริศนาคนนี้เป็นเพียงยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่แปดที่ต่อสู้กับจางหู่ได้อย่างสูสีเท่านั้น

ซึ่งการที่เขาสามารถบรรลุวิชาดาบพิรุณโปรยระดับสมบูรณ์และวิชาตัวเบาระดับสมบูรณ์ได้นั้น มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

ต้องรู้ก่อนว่า ตัวนางเองนั้นฝึกฝนวิชาดาบพิรุณโปรยมานานหลายปี แต่ปัจจุบันก็ยังทำได้เพียงแค่บรรลุความสำเร็จขั้นสูงเท่านั้นเอง

แต่ทว่าในตอนนี้ เมื่อได้รู้ว่าชายชุดดำปริศนาคือยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ผู้สูงส่ง...ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

ส่วนเจียงหลิงเยว่ ตั้งแต่ที่นางเริ่มรู้สึกว่าชายชุดดำปริศนาคนนั้นไม่ใช่ลู่เย่มากขึ้นเรื่อยๆ นางก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเขาทั้งหมดอีกต่อไป

ในขณะนี้ เมื่อมองเห็นผู้คนเริ่มเข้ามาเก็บกวาดสนามรบและรักษาผู้บาดเจ็บ เจียงหลิงเยว่ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ...

มีผู้คนอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่กลับไม่มีวี่แววของลู่เย่เลยแม้แต่น้อย

ลู่เย่ตัวโตขนาดนั้นหายไปไหนกันนะ? ทำไมถึงหายตัวไปอย่างนี้ได้ล่ะ

เฉินหลิงเซียงเองก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะเมื่อตอนบ่ายทั้งสองคนนี้ยังอยู่ด้วยกันอยู่เลย

นางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาว่า "แล้วพี่เขยของเจ้าล่ะ?"

เจียงหลิงเยว่เม้มริมฝีปาก น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย

"เขา...ดูเหมือนว่าจะหายตัวไปแล้วเจ้าค่ะ"

หายตัวไปท่ามกลางความโกลาหลของสนามรบงั้นหรือ?

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหลิงเซียงก็ตบไหล่ของเจียงหลิงเยว่เบาๆ พร้อมกับปลอบโยนด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

"ใจเย็นๆ...เขาจะไม่เป็นอะไรหรอกน่า"

เดิมทีคำที่นางเกือบจะหลุดปากออกมาคือคำว่า “เสียใจด้วยนะ”

แต่เฉินหลิงเซียงก็รู้สึกว่า การพูดความจริงออกไปตรงๆ อาจจะแทงใจดำเกินไปหน่อย เลยเปลี่ยนเป็นประโยคหลังแทนอย่างยากลำบาก

ไม่ใช่ว่าเฉินหลิงเซียงตั้งใจจะพูดให้คนตกใจ แต่ในการต่อสู้อันชุลมุนเมื่อครู่นี้ สถานการณ์แบบไหนก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ทว่ายังไม่ทันไร พนักงานคุ้มกันคนหนึ่งที่กำลังเก็บกวาดสนามรบอยู่บริเวณขอบนอกสุด ก็พลันพบคนหมดสติคนหนึ่งอยู่หลังก้อนหินใหญ่ตรงชายป่า

"เร็วเข้า มาทางนี้! ตรงนี้มีคนเจ็บอีกคน...ดูเหมือนจะเป็นคนของคุณหนูรองนะ!"

เจียงหลิงเยว่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง คนของนางงั้นหรือ?

นางรีบวิ่งเข้าไปดูทันที และในวินาทีต่อมา นางก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

ที่หลังก้อนหินใหญ่นั้น มีร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ สภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด

เห็นได้ชัดว่านี่คือลู่เย่ที่หายตัวไปพักใหญ่!

เเละที่อยู่ไม่ไกลจากเขานัก ยังมีศพของโจรภูเขาที่ไร้ศีรษะนอนอยู่อีกหนึ่งศพ

เจียงหลิงเยว่รีบเข้าไปใกล้ๆ แล้วลองยื่นมือไปอังที่จมูก เมื่อพบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ นางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ลู่เย่: “…..”

เมื่อสัมผัสได้ถึงการกระทำอันพิลึกพิลั่นของเจียงหลิงเยว่ ลู่เย่ที่แกล้งสลบอยู่ก็เกือบจะหลุดบทบาทเลยทีเดียว

หลิวเจิ้นเองก็รีบรุดเข้ามาเช่นกัน

ไม่ว่าคุณเขยตระกูลเจียงคนนี้จะได้รับความสำคัญจากตระกูลเจียงหรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับหลิวเจิ้นแล้ว เขาต้องให้ความสำคัญอย่างแน่นอน

หลังจากถ่ายทอดพลังปราณอันนุ่มนวลเข้าไปสายหนึ่ง หลิวเจิ้นก็เอ่ยเตือนว่า

"คุณหนูรอง ท่านลองกดจุดเหรินจง*ของคุณเขยดูสิขอรับ"

"ได้เจ้าค่ะ" เจียงหลิงเยว่รีบยื่นมือออกไปทันที ก่อนจะใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนจุดกึ่งกลางระหว่างจมูกกับริมฝีปากบนของลู่เย่

ลู่เย่จึงรีบ "ฟื้น" ขึ้นมาอย่างแผ่วเบาในทันที

เขากลัวว่าถ้าเจียงหลิงเยว่เห็นว่าเขายังไม่ฟื้นอีกสักพัก นางอาจจะลงมือโดยไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาก็เป็นได้

"พี่เขย ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ?" เจียงหลิงเยว่มองคราบเลือดบนตัวเขาพลางเผยสีหน้าเป็นห่วง

"ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"

"ไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้ข้าสังหารโจรภูเขาไปคนหนึ่ง แต่ไม่นึกว่าจะมีอีกคนโผล่มา ข้าสู้กับมันอยู่นาน ในที่สุดก็สังหารมันลงได้ แต่ข้าเองก็หมดแรงจนสลบไป" ลู่เย่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างใจเย็น

เจียงหลิงเยว่รู้อยู่แล้วว่าอย่างน้อยเขาก็มีพลังในระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด…และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นางจำได้ว่าศพไร้หัวนั่นคือโจรระดับรวบรวมปราณขั้นที่สี่ซึ่งเป็นคนแรกที่เข้ามาหาเรื่องนาง ซึ่งอาจจะทำให้เจียงหลิงเยว่สงสัยได้ ลู่เย่จึงจัดการ "ระเบิดหัว" ของอีกฝ่ายไปอย่างรอบคอบ

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วขอรับ ถ้างั้นพวกท่านคุยกันไปก่อนนะ ข้าขอตัวไปจัดขบวนก่อน" หลิวเจิ้นพูดจบก็เดินจากไป

"พี่เขย ท่านสลบไปได้ผิดเวลาจริงๆเลยนะเจ้าคะ" เจียงหลิงเยว่กล่าว

"ท่านไม่รู้หรอกว่าหลังจากนั้น จู่ๆก็มียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคน…จริงสิ พี่สาวเฉินหลิงเซียงท่านนี้ ก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ด้วยนะ!"

เฉินหลิงเซียงซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เจียงหลิงเยว่ จ้องมองลู่เย่ที่เพิ่ง "ฟื้น" ขึ้นมา ในแววตาของนางฉายแววสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

"พลังฝีมืออันน้อยนิดของหลิงเซียง เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ผู้แข็งแกร่งที่สุดท่านนั้นแล้ว ช่างไม่น่ากล่าวถึงเลยสักนิด..."

นางพูดพลางหยุดไปชั่วครู่ ก่อนที่จู่ๆ เฉินหลิงเซียงจะเอ่ยชื่อขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจว่า

"เฉินเป่ยซวน"

เจียงหลิงเยว่เอ่ยถามอย่างสงสัย

"พี่สาวหลิงเซียง ท่านเรียกชื่อของท่านผู้อาวุโสขอบเขตเหนือสวรรค์ท่านนั้นทำไมหรือเจ้าคะ?"

เฉินหลิงเซียงเหลือบมองใบหน้าของลู่เย่อย่างไม่จงใจนัก เมื่อพบว่าลู่เย่เองก็มีสีหน้าสงสัยเช่นกัน นางจึงส่ายหน้าแล้วยิ้มพลางตอบว่า

"ไม่มีอะไรหรอก พอดีจู่ๆก็นึกถึงท่านผู้อาวุโสขึ้นมาน่ะ"

ภายนอกลู่เย่แสดงสีหน้าสงสัย แต่ในใจกลับเคร่งขรึมลงทันที

เฉินหลิงเซียง...นางช่างเป็นคนที่มีความคิดละเอียดรอบคอบจริงๆ!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 22 : ยอดฝีมือปริศนา และลู่เย่ที่หายตัวไป?

คัดลอกลิงก์แล้ว