- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 21 : ข้ารู้จักท่านใช่ใหม?
บทที่ 21 : ข้ารู้จักท่านใช่ใหม?
บทที่ 21 : ข้ารู้จักท่านใช่ใหม?
บทที่ 21 : ข้ารู้จักท่านใช่ใหม?
เพียงแต่ว่า ระดับวิชาดาบของเฉินหลิงเซียงนั้น ยังไม่ถึงขั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างลู่เย่ ปัจจุบันนางบรรลุเพียงแค่ความสำเร็จ​ขั้นสูงเท่านั้นเอง
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการลงมือก่อนของเฉินหลิงเซียง…หัวหน้าชุดดำขอบเขตเหนือสวรรค์กลับส่ายหน้าเบาๆ
และในวินาทีต่อมา หัวหน้าชุดดำก็ซัดฝ่ามือออกไป ปราณแท้จริงอันไร้เทียมทานก็พลันปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
ตูมมมมม!!!
วิชาดาบพิรุณโปรยของเฉินหลิงเซียง ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ด้วยพลังปราณแท้จริงอันเกรี้ยวกราดในทันที
เฉินหลิงเซียงที่ก่อนหน้านี้มีสีหน้าราวกับควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ บัดนี้ใบหน้ากลับซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว
นางรีบรวบรวมปราณแท้จริงขึ้นเป็นโล่ป้องกันอย่างฉับพลัน…แต่ถึงกระนั้น โล่เหนือสวรรค์ก็ยังคงถูกพลังอันบ้าคลั่งนั้นซัดจนแตกละเอียด
เเละผลกระทบ​ทำให้เฉินหลิงเซียงหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ก่อนจะกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง!
"เจ้าไม่ใช่เหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง...แต่กลับเป็นถึงขั้นที่สี่อย่างนั้นรึ?!"
ตระกูลเฉินรู้มานานแล้วว่าเบื้องหลังของเขาซานฟงนั้นมีคนหนุนหลังอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งที่มักจะปรากฏตัวไปมาในค่ายโจรแห่งเขาซานฟง ก็อยู่ในเครือข่ายข่าวกรองของตระกูลเฉินเช่นกัน
ดังนั้น หลังจากที่ทราบว่าครั้งนี้ค่ายโจรเขาซานฟงวางแผนที่จะลงมือกับสินค้าของตระกูลเฉินที่ตระกูลเจียงรับหน้าที่คุ้มกัน
เฉินหลิงเซียงจึงได้แฝงตัวเข้ามาในขบวนรถสินค้าอย่างเงียบๆ
เดิมทีนางคิดว่าจะนำ ‘ของสิ่งนั้น’ แยกตัวออกจากขบวนรถไปก่อนล่วงหน้า…แต่แล้วเฉินหลิงเซียงก็เปลี่ยนใจพลางคิดว่า แค่คนหนุนหลังขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง ไม่เห็นจะมีอะไรที่ต้องหวาดกลัวเลยสักนิด
เฉินหลิงเซียงคิดว่าตนเองคำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว
ต่อให้การปล้นครั้งนี้จะมีผู้หนุนหลังขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งของเขาซานฟงมาปรากฏตัวจริงๆ….ด้วยระดับพลังของนางซึ่งเป็นถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง ย่อมสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน
ทว่านางกลับไม่คาดคิดเลยว่า ข้อมูลที่ระบุว่าเป็นขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง จะกลับกลายเป็นขั้นที่สี่ไปเสียได้!
ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่นั้น ถือเป็นระดับที่ก้าวเข้าสู่ช่วงกลางของขอบเขตแล้ว ซึ่งความแตกต่างระหว่างขั้นที่สี่กับขั้นที่สองนั้นมันช่างห่างไกลกันราวฟ้ากับเหว
เพียงแค่การโจมตีเดียว เฉินหลิงเซียงก็ได้รับบาดเจ็บในทันที
หัวหน้าชุดดำขอบเขตเหนือสวรรค์ยืนอยู่กลางอากาศราวกับเหยียบอยู่บนพื้นดิน
ท่าทางของเขาดูประหนึ่งเทพเจ้าสงครามใต้แสงจันทร์ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเฉินหลิงเซียง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า
"ส่งของสิ่งนั้นมาซะ วันนี้ข้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาจจะไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง"
เฉินหลิงเซียงเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว
หากนางรู้ล่วงหน้าว่าคืนนี้จะมียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ปรากฏตัว การที่นางนำของสิ่งนั้นและจากไปก่อนคงจะดีกว่านี้มาก
เพียงแค่กลับไปถึงเมืองลั่วฮวาที่มีบรรพชนของนางซึ่งอยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่แปด ใครหน้าไหนจะกล้ามาหาเรื่องตระกูลเฉินกัน?
….
เมื่อเห็นว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในฝ่ายตนอย่างเฉินหลิงเซียงยังพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว ความหวังริบหรี่ที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นในใจของหลิวเจิ้นก็พลันมลายหายไปในพริบตา
เหนือสวรรค์...ขั้นที่สี่!
หลังจากบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว ช่องว่างระหว่างแต่ละขั้นนั้นเทียบได้กับเหวลึกอันไร้ที่สิ้นสุด!
เเถมนั่นคือตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าบรรพชนของตระกูลเจียงเสียอีก
ส่วนสายตาของเจียงหลิงเยว่ นอกจากจะละไปชั่วครู่ตอนที่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ทั้งสองปรากฏตัวแล้ว…เวลาที่เหลือทั้งหมด นางเอาแต่จ้องมองไปที่ชายชุดดำซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจางหู่
นางมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่าชายชุดดำคนนี้ นางจะต้องรู้จักเขาอย่างแน่นอน!
ถึงขนาดที่ว่า...มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาคือพี่เขยลู่เย่ ที่จู่ๆก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
ทว่ามีเพียงจุดเดียวที่ยังคงทำให้เจียงหลิงเยว่สับสน...ไหนว่ากันว่าลู่เย่อยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดไม่ใช่หรือ?
แต่คนตรงหน้านี้กลับสามารถต่อสู้กับจางหู่ได้ หรือกระทั่งกดดันจางหู่ได้เล็กน้อย อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีพลังในขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่แปด
ลู่เย่ที่มีพื้นเพเป็นแค่ศิษย์รับใช้ เหตุใดถึงได้มีการพัฒนาที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้?
….
ณ ฝั่งตรงข้ามของลู่เย่ที่ตอนนี้สวมชุดดำปิดบังใบหน้า
จางหู่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วพูดว่า
"เหิมเกริมเข้าสิ! ทำไมเจ้าไม่เหิมเกริมต่อแล้วล่ะ? วิชาตัวเบาว่องไวงั้นรึ? วิชาดาบแข็งแกร่งอย่างนั้นรึ? แล้วมันมีประโยชน์อะไร!"
เมื่อมองบาดแผลหลายแห่งบนร่างกายตัวเอง แววตาของจางหู่ก็ฉายแววเคียดแค้นออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปก้มศีรษะให้หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์พลางกล่าวว่า
"ท่านหัวหน้า โปรดช่วยข้าจัดการเจ้าคนชั่วนี่ด้วยเถิด!"
บนกลางอากาศ หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์เหลือบมองลงมาอย่างเย็นชา จากนั้นพลังเหนือสวรรค์สายหนึ่งก็พุ่งเข้าตรึงลู่เย่ไว้ในทันที
"ข้าได้เห็นวิชาดาบและวิชาตัวเบาของเจ้าแล้ว นับว่าแข็งแกร่งมากจริงๆ…แต่ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ต่อหน้าข้าแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก"
หลังจากก้าวเท้าเหยียบอากาศมาหลายก้าว จนมาหยุดอยู่เหนือศีรษะของลู่เย่
หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก็กล่าวอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึก ก่อนจะฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยปราณแท้จริงลงมา!
ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ใบหน้าของเจียงหลิงเยว่ซีดขาวไร้สีเลือด
"อย่า!!"
แต่แล้วในวินาทีต่อมา ร่างของชายชุดดำที่กำลังถูกพลังของขอบเขต​
เหนือสวรรค์ขั้นที่สี่กดทับอยู่นั้น ก็พลันมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา!
เเละนั่นคือ...ปราณดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์!!
ประกอบกับภายใต้แสงจันทร์และหมู่ดาวในยามค่ำคืน กายาดาบดาราของลู่เย่จึงถูกกระตุ้นถึงขีดสุด ทำให้เขาได้รับพลังเสริมอย่างมหาศาล!
เขายิงปราณดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์ออกไปหนึ่งสาย ซึ่งเป็นวิชาที่ตั้งแต่ได้รับมา ยังไม่เคยปรากฏสู่โลกภายนอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ครืน!
เมื่อการโจมตีทั้งสองปะทะกัน พลังปราณฟ้าดินก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง เหล่าผู้ฝึกยุทธที่ระดับพลังค่อนข้างต่ำต่างรู้สึกสั่นสะเทือนในอก ก่อนจะกระอักเลือดออกมา
ภายใต้แรงปั่นป่วนของพลังปราณ ฝุ่นควันบนพื้นดินก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว…ร่องรอยจากการระเบิดปรากฏขึ้นทุกหนทุกแห่งบนพื้นดินจนน่าตกตะลึง!
เหนือขบวนรถสินค้า เฉินหลิงเซียงผู้มีใบหน้าซีดขาวเบิกตากลมโตคู่สวย จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
"มียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์อีกคนอย่างนั้นรึ?!"
ชายชุดดำคนก่อนหน้านี้ที่ต่อสู้กับจางหู่...ที่แท้เขาก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์งั้นหรือ?!
ส่วนหัวหน้ากองกำลังคุ้มกันอย่างหลิวเจิ้นยิ่งมีสีหน้ามึนงงเข้าไปใหญ่
ในขบวนของเขาไปมียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่น่าเกรงขามถึงสองคนโผล่มาได้ไง?!
เมื่อฝุ่นควันจางลง เฉินหลิงเซียงก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้ายามค่ำคืน...
"สามารถทำให้ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่บาดเจ็บได้เชียวหรือ?! พลังช่างน่าสะพรึงกลัวนัก..."
ติ๋ง, ติ๋ง...
หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก้มหน้าลงมองบาดแผลลึกบนแขนของตนเอง
เมื่อครู่นี้ หากเขาไม่หลบได้ทันท่วงที เกรงว่าแขนข้างนี้คงถูกการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนั่นตัดขาดไปแล้ว!
กลิ่นอายของเหนือสวรรค์ที่เข้มข้นถึงขนาดนั้น แม้แต่ตัวเขาซึ่งเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ที่เจนสนามมานาน ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย
"เหอะๆ..."
หลังจากหัวเราะแห้งๆ ออกมาคราหนึ่ง หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก็จ้องมองไปยังชายชุดดำเบื้องล่างอย่างลึกล้ำ
น้ำเสียงของเขานั้นไม่หลงเหลือความดูแคลนที่มองอีกฝ่ายเป็นเพียงมดปลวกเหมือนเช่นก่อนหน้านี้อีกต่อไป
"สหายท่านนี้ซ่อนตัวได้ลึกล้ำยิ่ง….หากมีพลังฝีมือถึงระดับนี้แล้ว เหตุใดไม่แสดงออกมาให้เร็วกว่านี้เล่า เรื่องเข้าใจผิดในคืนนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน"
"ในเมื่อคืนนี้สหายท่านอยู่ที่นี่ งั้นเรื่องเข้าใจผิดครั้งนี้ก็ให้มันจบลงแต่เพียงเท่านี้เถิด"
เสียงของหัวหน้าชุดดำขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ดังไปทั่วบริเวณ
"ถอย!"
เหล่าชายชุดดำที่ปรากฏตัวออกมาทีหลังล้วนมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
การปล้นที่วางแผนมาอย่างรัดกุมและมั่นใจว่าจะสำเร็จในคืนนี้...กลับล้มเหลวอย่างนั้นรึ?!
แต่เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้ายามราตรี เห็นแขนข้างที่บาดเจ็บจนเลือดไหลนองอันน่าสะพรึงกลัวของหัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่แล้ว ….ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
ส่วนจางหู่นั้นถึงกับฟันกระทบกันด้วยความกลัว
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าคนที่สู้กับเขาอย่างดุเดือด จะเป็นถึงยอดฝีมือเฒ่าขอบเขตเหนือสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่!
การที่ไม่ถูกสังหารในทันที นับว่าเขาโชคดีมากแล้ว!
หลังจากผ่านพ้นความหวาดกลัวถึงชีวิต…จางหู่จึงรีบตามกองกำลังใหญ่ถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วเวลาไม่นาน กองกำลังขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ที่มาอย่างเกรียงไกร ก็หายลับไปจากที่แห่งนี้โดยสิ้นเชิง
….
ณ อีกฟากหนึ่งของป่าทึบ
หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ร่อนลงมาบนพื้น เมื่อมองบาดแผลบนแขนของตน ในที่สุดแววตาของเขาก็ฉายแววหวาดผวาออกมาวูบหนึ่ง!
"ท่านผู้อาวุโส เหตุใดท่านถึงไม่รักษาบาดแผลก่อนหรือขอรับ?"
ชายชุดดำขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เก้าเดินเข้ามาพลางเอ่ยถามเสียงเบา
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หัวหน้าขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
"ปราณดาบที่ตกค้างอยู่บนบาดแผลนี้แฝงพลังทำลายล้างที่รุนแรงเกินไป! ข้าไม่สามารถขับไล่มันออกไปได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนรอบข้างต่างก็ตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี ในใจพลันเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดเขาจึงมีคำสั่งให้ถอนกำลัง
ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายตรงข้าม...เขาเพียงคนเดียวก็สามารถเทียบเท่ากับกองทัพได้แล้ว!
…
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลิวเจิ้นก็รีบสั่งการให้ทุกคนตรวจสอบผู้บาดเจ็บและจัดการกับสนามรบ
รอบด้านพลันวุ่นวายขึ้นมาทันที แต่ทว่ายามที่ทุกคนเดินผ่าน ต่างก็เว้นระยะห่างจากพื้นที่ว่างแห่งหนึ่งเกินกว่าหนึ่งเมตร
เพราะ...ณ ที่แห่งนั้น มียอดฝีมือที่แม้จะไม่เคยเอ่ยปากเลยสักคำ แต่กลับสามารถทำให้ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่บาดเจ็บได้ภายในกระบวนท่าเดียวยืนอยู่
ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ผู้แข็งแกร่งที่สุด!
หากไม่ใช่เพราะยอดฝีมือปริศนาท่านนี้ การต่อสู้นองเลือดในค่ำคืนนี้คงจะมีการบาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้หลายเท่านัก
หลายคนเมื่อเดินผ่านจึงได้แต่ส่งสายตาเปี่ยมด้วยความขอบคุณไปให้
เมื่อสังเกตเห็นว่ายอดฝีมือปริศนาท่านนี้ดูเหมือนจะกำลังจะจากไป
เจียงหลิงเยว่ก็รวบรวมความกล้าแล้วก้าวออกไปข้างหน้าสองสามก้าวในทันที
"ข้า...ข้ารู้จักท่านหรือไม่เจ้าคะ?"
นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายชุดดำ ความรู้สึกคุ้นเคยจางๆในใจของนางนั้นไม่เคยจางหายไปเลย
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวเจิ้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก
ด้วยกลัวว่าเจียงหลิงเยว่จะล่วงเกินอีกฝ่าย เขาจึงรีบเอ่ยปากห้ามทันที
"คุณหนูรอง อย่าได้รบกวนผู้อาวุโสเลยขอรับ!"
(จบตอน)