เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก

บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก

บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก


บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก

หลังจากที่ฝึกฝนสามดาบสะท้านสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้ว ถึงจะเรียกได้ว่าสามารถแสดงอานุภาพของมันออกมาได้ในระดับเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม อัตราการสิ้นเปลืองพลังลมปราณก็อยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นเดียวกัน

"พอไปถึงขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว สถานการณ์แบบนี้น่าจะดีขึ้นบ้าง" ลู่เย่ครุ่นคิดกับตัวเอง

นั่นก็เพราะว่าวิชาต่อสู้ระดับสุดยอดเช่นนี้ เดิมทีก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ใช้งานอยู่แล้ว

ตามสถานการณ์ปกติ สำหรับคนในระดับรวบรวมปราณหรือขอบเขตปราณก่อกำเนิดทั่วๆไป ย่อมไม่มีทางที่จะฝึกฝนสามดาบสะท้านสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี!

แต่เมื่อไหร่ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว พลังลมปราณทั่วทั้งร่างจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณแท้จริง เมื่อนั้นหากนำวิชานี้มาใช้อีกครั้ง อัตราการสิ้นเปลืองก็จะลดลงอย่างมหาศาล

"ในขอบเขตปราณก่อกำเนิด การควบแน่นปราณเป็นม่านป้องกัน ถือเป็นวิชาพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ์ในระดับนี้"

"ส่วนสัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเหนือสวรรค์ก็คือ... ปราณเเท้​จริง และการเหินหาวกลางอากาศ!"

ยอดฝีมือในขอบเขตเหนือสวรรค์ที่แท้จริงนั้น สามารถเหินข้ามไปในอากาศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังจากภายนอกใดๆทั้งสิ้น!

….

ครึ่งเดือนต่อมา

ลู่เย่ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หกได้สำเร็จ

และในคลังของหอหมื่นวิถี ก็มียาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศเพิ่มขึ้นมาอีกสองขวด

"จะว่าไปแล้ว การสุ่มได้ยาเม็ดเป็นรางวัลการันตีขั้นต่ำก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียวแฮะ…เรายังเอามันไปขายได้นี่นา"

ในเมื่อตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว ยาเม็ดรวบรวมปราณก็ไม่สามารถช่วยอะไรลู่เย่ได้อีกต่อไป

แต่การนำมันออกไปขาย กลับเป็นวิธีหาเงินที่รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนจะทำให้คนอื่นเกิดความโลภอยากได้ขึ้นมาหรือไม่นั้น...ตอนนี้ลู่เย่ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย

อันที่จริง เขากลัวแต่ว่าการเอายาเม็ดออกมา จะไม่สามารถล่อให้ใครเกิดความโลภขึ้นมาได้เสียมากกว่า

คอยดูเถอะ…จะทำให้พวกคนพื้นเมืองจอมละโมบพวกนี้ได้ลิ้มรสชาติของ "การล่อปลาให้ติดเบ็ด" สไตล์โลกยุคใหม่ให้ดู!

ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ เขายังคงมีความสงสัยอยู่บ้างว่าจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้หรือไม่

แต่บัดนี้เมื่อเขาได้สามดาบสะท้านสวรรค์มาแล้ว ขอเพียงแค่คู่ต่อสู้ไม่ใช่ยอดฝีมือในขอบเขตเหนือสวรรค์ตัวจริง ลู่เย่ก็มีความมั่นใจที่จะสู้ด้วย!

และถ้ามันไม่ไหวจริงๆเขาก็ยังมีวิชาดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์ และยันต์ดาบเหนือสวรรค์เป็นไพ่ตายอยู่อีก

อีกอย่าง มันก็แค่ยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศเท่านั้นเอง

อย่างมากก็คงล่อได้แค่ความโลภของคนในระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดก็น่าจะพอแล้ว

หากยอดฝีมือระดับขอบเขตเหนือสวรรค์จะมาสนใจผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆแค่นี้ล่ะก็…สู้ไปหาเต้าหู้สักก้อนมาโขกหัวให้ตายไปเสียยังจะดีกว่า

…..

เมื่อมีแผนการในใจแล้ว ลู่เย่ก็ตัดสินใจที่จะออกจากคฤหาสน์ทันที

แต่ก่อนที่จะออกจากคฤหาสน์ ชิงหยูก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"คุณชาย...ท่านต้องการเงินหรือเจ้าคะ?"

ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

"ใช่ มีอะไรหรือ?"

"คุณชาย นี่เป็นเงินของข้า…ข้าให้ท่านเจ้าค่ะ แต่ว่ามันมีไม่มากนัก แล้วก็...ท่านไม่ต้องคืนนะเจ้าคะ"

ชิงหยูรีบหยิบถุงเงินเก่าๆใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นเงินให้กับลู่เย่ ก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนกับกำลังเขินอาย

พอได้ยินดังนั้น ลู่เย่ก็ยิ้มออกมา แล้วเคาะที่ศีรษะของนางเบาๆ

"นี่เจ้าเห็นคุณหนูตระกูลเจียงทั้งสองคนนั่นให้เงินข้า…ก็เลยอยากจะทำตามบ้างรึไง?"

"เงินนี่เป็นเงินที่เจ้าทำงานเหนื่อยยากมา มันไม่เหมือนกัน…เจ้าเก็บไว้เองเถอะ"

เงินไม่กี่ตำลึงนี้ แค่ดูก็รู้ว่าเป็นเงินที่ชิงหยูเก็บหอมรอมริบมาจากการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าตอนนี้ลู่เย่จะต้องการเงินก็ตาม

แต่โชคดีที่ครั้งก่อนเขาเก็บถุงเงินของนักฆ่าในคราบพ่อค้าหาบเร่มาได้ ในตัวจึงมีเงินอยู่ราวๆสามสิบถึงสี่สิบตำลึง ซึ่งก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว

"เอ๊ะ?" ชิงหยูเงยหน้าขึ้นมาอย่างงุนงง แล้วถามเสียงเบา

"แล้ว...แล้วเงินของคุณหนูทั้งสองคนนั่นเป็นเงินอะไรหรือเจ้าคะ?"

"สองคนนั้นน่ะ คือพวกนายทุนส่วนตัว​น่ะ" ลู่เย่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

…..

หลังจาก​นั้น

เริ่มแรก เขาไปที่ตลาดในเมือง เลือกซื้อชุดสีดำพร้อมผ้าคลุมมาหนึ่งชุดตามใจชอบ…จากนั้นลู่เย่ก็รีบเลี้ยวเข้าไปในตรอกตันที่ไม่มีคนอย่างรวดเร็ว

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าไปยังหอโอสถแห่งหนึ่งในเมืองเมฆาใบไม้

ณ หอโอสถหลิงหยุน

เมื่อเดินเข้ามาในร้าน พอเห็นการแต่งกายของลู่เย่ พนักงานหญิงก็เพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ทำงานมาหลายปี เจอลูกค้ามาแล้วสารพัดรูปแบบ…ลูกค้าที่แต่งตัวเหมือนลู่เย่เช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางได้เจอ

"ท่านลูกค้า ไม่ทราบว่าต้องการอะไรหรือเจ้าคะ?" พนักงานหญิงคลี่ยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพ

"ข้าต้องการจะขายยาเม็ด ไม่ทราบว่าที่นี่รับซื้อหรือไม่?" เสียงที่ทุ้มต่ำดังเล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมสีดำ

"รับซื้อเจ้าค่ะ กรุณารอสักครู่ ข้าจะรีบไปตามท่านผู้ประเมินออกมาเดี๋ยวนี้" พนักงานหญิงรีบเดินหายเข้าไปหลังร้านอย่างรวดเร็ว

เพียงครู่ต่อมา พนักงานหญิงก็เชิญลู่เย่เข้าไปยังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง

ภายในห้อง มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาเพียงแค่ปรายตามองขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ไม่ทราบว่าท่านลูกค้าต้องการจะขายยาเม็ดชนิดใดรึ?"

ลู่เย่เองก็ขี้เกียจจะพูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาจึงหยิบยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศออกมาหนึ่งเม็ด

ดวงตาของผู้ประเมินพลันสว่างวาบขึ้นมา เเละเขาสามารถจำมันได้ในทันที

"ยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศงั้นรึ?"

หลังจากรับไปตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ผู้ประเมินก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า

"ใช่แล้วขอรับ เป็นของชั้นเลิศจริงๆอีกทั้งยังมีกรรมวิธีการหลอมที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่ทราบว่าสหายท่านนี้ยังมีโอสถชนิดนี้อีกเท่าใดรึ? หอโอสถหลิงหยุนของเรายินดีรับซื้อในราคาเม็ดละสามตำลึงเงินเลยขอรับ"

"สองขวด"

ภายใต้ชุดคลุมสีดำ ลู่เย่หยิบขวดยาหยกออกมาสองขวดโดยตรง

ภายในขวดเต็มไปด้วยยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศกลมกลิ้ง ซึ่งส่งกลิ่นอายที่ดึงดูดใจอย่างรุนแรงออกมา

ในเมื่อตั้งใจจะมา "ล่อปลาให้ติดเบ็ด" อยู่แล้ว การจะทำตัวระมัดระวังโดยการขายแค่ขวดเดียวแล้วซ่อนไว้อีกขวดหนึ่งก็คงไม่จำเป็น

เพราะถ้าเหยื่อน้อยเกินไป ก็อาจจะล่อความสนใจของอีกฝ่ายไม่ได้…การใช้เหยื่อล่อถึงสองขวด น่าจะชัวร์กว่าเยอะ

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ผู้ประเมินเห็นยาเม็ดสองขวดในมือของลู่เย่ แววตาของเขาก็ฉายประกายบางอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาวูบหนึ่ง…ก่อนจะกลับมาเป็นปกติในทันที

แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนอยู่ในสายตาของลู่เย่ทั้งหมด

เหยื่อล่อได้ผลแล้ว!

ยาเม็ดสองขวดรวมทั้งหมดสิบสองเม็ด เป็นเงินสามสิบหกตำลึง

ผู้ประเมินจ่ายเงินอย่างรวดเร็วทันใจ แถมยังเผยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรออกมาอีกด้วย

"สหายเฉินช่างอนาคตไกลนัก อายุยังน้อย พลังอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สามก็สามารถนำโอสถมาขายได้แล้ว!"

"หากวันข้างหน้ามีโอสถจะขายอีก ก็เชิญมาที่หอโอสถหลิงหยุนของเราได้ทุกเมื่อ รับรองได้ว่าจะไม่ทำให้สหายเฉินต้องผิดหวังอย่างแน่นอน"

เมื่อออกมาท่องยุทธภพ ชื่อแซ่ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องตั้งขึ้นมาเอง

และชื่อที่ลู่เย่บอกไปก็คือ... เฉินเป่ยซวน...

ลู่เย่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบถุงเงินขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก

…..

หลังจากที่ลู่เย่เดินออกจากหอโอสถหลิงหยุนไปแล้ว ผู้ประเมินก็หรี่ตาลงทันที

และจากห้องกั้นด้านหลัง ก็มีชายผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าคนหนึ่งเดินออกมา

"เจ้านั่นสามารถควักยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศออกมาได้ทีเดียวถึงสองขวด ไม่แน่ว่าบนตัวอาจจะยังมีอีก!" ผู้ประเมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"นี่มันแกะอ้วนชัดๆ…เจ้าหน้าบาก เจ้าส่งคนระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดไปสองคน”

“จัดการลากตัวมันมา แล้วเค้นถามให้ได้ว่ายาเม็ดพวกนี้มาจากไหน ท่าทางหลบๆซ่อนๆแบบนั้น บนตัวมันต้องมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีกแน่นอน”

"ขอรับ ท่านเถ้าแก่ แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็เรียบร้อยแล้วขอรับ!" ชายหน้าบากพยักหน้ารับทันที

หลังจากออกจากหอโอสถหลิงหยุน ลู่เย่ก็ก้มหน้าก้มตาเดินไปข้างหน้า

เพียงครู่ต่อมา เมื่อสัมผัสได้ว่าเหมือนจะมีคนสะกดรอยตาม เขาก็แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกจนไม่รู้จะหนีไปทางไหน ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่เปลี่ยวนอกเมืองทันที

ชายฉกรรจ์สองคนที่มีพลังระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดสบตากัน แล้วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

แค่แกะอ้วนระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม…ถูกจ้องเล่นงานแล้วยังคิดจะหนีอีกงั้นรึ?

ชั่วครู่ให้หลัง ลู่เย่เลี้ยวซ้ายทีขวาทีอยู่ในตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวร้าง แต่ก็ยังไม่สามารถ "สลัด" ผู้ไล่ตามทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลังให้หลุดไปได้

อาจเพราะความรีบร้อนที่ไม่ทันได้เลือกทาง เขาจึงวิ่งเข้าไปในตรอกตันที่ไม่มีคนแห่งหนึ่ง

"ไม่คิดเลยว่าจะไถลไปเรื่อยได้ขนาดนี้! เกือบจะให้เจ้าหนีไปได้แล้วเชียว"

ณ ทางเข้าตรอก ชายสองคน คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขามองมายังลู่เย่ด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้วางใจ

ในใจของลู่เย่รู้สึกจนใจอยู่บ้าง ตัวเขาอุตส่าห์ออมมือให้ครั้งแล้วครั้งเล่า….ถึงอย่างนั้น "แกะอ้วน" สองตัวนี้ก็ยังเกือบจะตามไม่ทัน ช่างอ่อนหัดเสียจนน่าเหลือเชื่อ

ชายร่างสูงโปร่งมองไปยัง "แกะอ้วน" ลู่เย่ที่ถูกต้อนจนมุมในตรอกตัน แล้วพูดขึ้นว่า

"ส่งยาเม็ดกับเงินบนตัวของแกออกมาให้หมดซะดีๆ"

"ถ้าหากต้องให้ท่านปู่คนนี้ลงมือล่ะก็ รับรองได้เลยว่าแกไม่ได้จบสวยแน่!"

เมื่อมองไปยังชายสองคนที่กำลังเดินบีบคั้นเข้ามาเรื่อยๆ…ลู่เย่ที่ตอนแรกแสร้งทำเป็นหวาดกลัว ก็พลันลงมือในทันที!

เขางอนิ้วดีดออกไป พลังลมปราณสองสายควบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศ...

วิชาดัชนีผ่าภูผา!

…………………

จบบทที่ บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก

คัดลอกลิงก์แล้ว