- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก
บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก
บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก
บทที่ 15 : ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หก
หลังจากที่ฝึกฝนสามดาบสะท้านสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้ว ถึงจะเรียกได้ว่าสามารถแสดงอานุภาพของมันออกมาได้ในระดับเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม อัตราการสิ้นเปลืองพลังลมปราณก็อยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นเดียวกัน
"พอไปถึงขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว สถานการณ์แบบนี้น่าจะดีขึ้นบ้าง" ลู่เย่ครุ่นคิดกับตัวเอง
นั่นก็เพราะว่าวิชาต่อสู้ระดับสุดยอดเช่นนี้ เดิมทีก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ใช้งานอยู่แล้ว
ตามสถานการณ์ปกติ สำหรับคนในระดับรวบรวมปราณหรือขอบเขตปราณก่อกำเนิดทั่วๆไป ย่อมไม่มีทางที่จะฝึกฝนสามดาบสะท้านสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี!
แต่เมื่อไหร่ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว พลังลมปราณทั่วทั้งร่างจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณแท้จริง เมื่อนั้นหากนำวิชานี้มาใช้อีกครั้ง อัตราการสิ้นเปลืองก็จะลดลงอย่างมหาศาล
"ในขอบเขตปราณก่อกำเนิด การควบแน่นปราณเป็นม่านป้องกัน ถือเป็นวิชาพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ์ในระดับนี้"
"ส่วนสัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเหนือสวรรค์ก็คือ... ปราณเเท้​จริง และการเหินหาวกลางอากาศ!"
ยอดฝีมือในขอบเขตเหนือสวรรค์ที่แท้จริงนั้น สามารถเหินข้ามไปในอากาศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังจากภายนอกใดๆทั้งสิ้น!
….
ครึ่งเดือนต่อมา
ลู่เย่ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หกได้สำเร็จ
และในคลังของหอหมื่นวิถี ก็มียาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศเพิ่มขึ้นมาอีกสองขวด
"จะว่าไปแล้ว การสุ่มได้ยาเม็ดเป็นรางวัลการันตีขั้นต่ำก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียวแฮะ…เรายังเอามันไปขายได้นี่นา"
ในเมื่อตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว ยาเม็ดรวบรวมปราณก็ไม่สามารถช่วยอะไรลู่เย่ได้อีกต่อไป
แต่การนำมันออกไปขาย กลับเป็นวิธีหาเงินที่รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนจะทำให้คนอื่นเกิดความโลภอยากได้ขึ้นมาหรือไม่นั้น...ตอนนี้ลู่เย่ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
อันที่จริง เขากลัวแต่ว่าการเอายาเม็ดออกมา จะไม่สามารถล่อให้ใครเกิดความโลภขึ้นมาได้เสียมากกว่า
คอยดูเถอะ…จะทำให้พวกคนพื้นเมืองจอมละโมบพวกนี้ได้ลิ้มรสชาติของ "การล่อปลาให้ติดเบ็ด" สไตล์โลกยุคใหม่ให้ดู!
ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ เขายังคงมีความสงสัยอยู่บ้างว่าจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้หรือไม่
แต่บัดนี้เมื่อเขาได้สามดาบสะท้านสวรรค์มาแล้ว ขอเพียงแค่คู่ต่อสู้ไม่ใช่ยอดฝีมือในขอบเขตเหนือสวรรค์ตัวจริง ลู่เย่ก็มีความมั่นใจที่จะสู้ด้วย!
และถ้ามันไม่ไหวจริงๆเขาก็ยังมีวิชาดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์ และยันต์ดาบเหนือสวรรค์เป็นไพ่ตายอยู่อีก
อีกอย่าง มันก็แค่ยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศเท่านั้นเอง
อย่างมากก็คงล่อได้แค่ความโลภของคนในระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดก็น่าจะพอแล้ว
หากยอดฝีมือระดับขอบเขตเหนือสวรรค์จะมาสนใจผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆแค่นี้ล่ะก็…สู้ไปหาเต้าหู้สักก้อนมาโขกหัวให้ตายไปเสียยังจะดีกว่า
…..
เมื่อมีแผนการในใจแล้ว ลู่เย่ก็ตัดสินใจที่จะออกจากคฤหาสน์ทันที
แต่ก่อนที่จะออกจากคฤหาสน์ ชิงหยูก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"คุณชาย...ท่านต้องการเงินหรือเจ้าคะ?"
ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
"ใช่ มีอะไรหรือ?"
"คุณชาย นี่เป็นเงินของข้า…ข้าให้ท่านเจ้าค่ะ แต่ว่ามันมีไม่มากนัก แล้วก็...ท่านไม่ต้องคืนนะเจ้าคะ"
ชิงหยูรีบหยิบถุงเงินเก่าๆใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นเงินให้กับลู่เย่ ก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนกับกำลังเขินอาย
พอได้ยินดังนั้น ลู่เย่ก็ยิ้มออกมา แล้วเคาะที่ศีรษะของนางเบาๆ
"นี่เจ้าเห็นคุณหนูตระกูลเจียงทั้งสองคนนั่นให้เงินข้า…ก็เลยอยากจะทำตามบ้างรึไง?"
"เงินนี่เป็นเงินที่เจ้าทำงานเหนื่อยยากมา มันไม่เหมือนกัน…เจ้าเก็บไว้เองเถอะ"
เงินไม่กี่ตำลึงนี้ แค่ดูก็รู้ว่าเป็นเงินที่ชิงหยูเก็บหอมรอมริบมาจากการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าตอนนี้ลู่เย่จะต้องการเงินก็ตาม
แต่โชคดีที่ครั้งก่อนเขาเก็บถุงเงินของนักฆ่าในคราบพ่อค้าหาบเร่มาได้ ในตัวจึงมีเงินอยู่ราวๆสามสิบถึงสี่สิบตำลึง ซึ่งก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว
"เอ๊ะ?" ชิงหยูเงยหน้าขึ้นมาอย่างงุนงง แล้วถามเสียงเบา
"แล้ว...แล้วเงินของคุณหนูทั้งสองคนนั่นเป็นเงินอะไรหรือเจ้าคะ?"
"สองคนนั้นน่ะ คือพวกนายทุนส่วนตัว​น่ะ" ลู่เย่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
…..
หลังจาก​นั้น
เริ่มแรก เขาไปที่ตลาดในเมือง เลือกซื้อชุดสีดำพร้อมผ้าคลุมมาหนึ่งชุดตามใจชอบ…จากนั้นลู่เย่ก็รีบเลี้ยวเข้าไปในตรอกตันที่ไม่มีคนอย่างรวดเร็ว
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าไปยังหอโอสถแห่งหนึ่งในเมืองเมฆาใบไม้
ณ หอโอสถหลิงหยุน
เมื่อเดินเข้ามาในร้าน พอเห็นการแต่งกายของลู่เย่ พนักงานหญิงก็เพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ทำงานมาหลายปี เจอลูกค้ามาแล้วสารพัดรูปแบบ…ลูกค้าที่แต่งตัวเหมือนลู่เย่เช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางได้เจอ
"ท่านลูกค้า ไม่ทราบว่าต้องการอะไรหรือเจ้าคะ?" พนักงานหญิงคลี่ยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพ
"ข้าต้องการจะขายยาเม็ด ไม่ทราบว่าที่นี่รับซื้อหรือไม่?" เสียงที่ทุ้มต่ำดังเล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมสีดำ
"รับซื้อเจ้าค่ะ กรุณารอสักครู่ ข้าจะรีบไปตามท่านผู้ประเมินออกมาเดี๋ยวนี้" พนักงานหญิงรีบเดินหายเข้าไปหลังร้านอย่างรวดเร็ว
เพียงครู่ต่อมา พนักงานหญิงก็เชิญลู่เย่เข้าไปยังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง
ภายในห้อง มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาเพียงแค่ปรายตามองขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ไม่ทราบว่าท่านลูกค้าต้องการจะขายยาเม็ดชนิดใดรึ?"
ลู่เย่เองก็ขี้เกียจจะพูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาจึงหยิบยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศออกมาหนึ่งเม็ด
ดวงตาของผู้ประเมินพลันสว่างวาบขึ้นมา เเละเขาสามารถจำมันได้ในทันที
"ยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศงั้นรึ?"
หลังจากรับไปตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ผู้ประเมินก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า
"ใช่แล้วขอรับ เป็นของชั้นเลิศจริงๆอีกทั้งยังมีกรรมวิธีการหลอมที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่ทราบว่าสหายท่านนี้ยังมีโอสถชนิดนี้อีกเท่าใดรึ? หอโอสถหลิงหยุนของเรายินดีรับซื้อในราคาเม็ดละสามตำลึงเงินเลยขอรับ"
"สองขวด"
ภายใต้ชุดคลุมสีดำ ลู่เย่หยิบขวดยาหยกออกมาสองขวดโดยตรง
ภายในขวดเต็มไปด้วยยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศกลมกลิ้ง ซึ่งส่งกลิ่นอายที่ดึงดูดใจอย่างรุนแรงออกมา
ในเมื่อตั้งใจจะมา "ล่อปลาให้ติดเบ็ด" อยู่แล้ว การจะทำตัวระมัดระวังโดยการขายแค่ขวดเดียวแล้วซ่อนไว้อีกขวดหนึ่งก็คงไม่จำเป็น
เพราะถ้าเหยื่อน้อยเกินไป ก็อาจจะล่อความสนใจของอีกฝ่ายไม่ได้…การใช้เหยื่อล่อถึงสองขวด น่าจะชัวร์กว่าเยอะ
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ผู้ประเมินเห็นยาเม็ดสองขวดในมือของลู่เย่ แววตาของเขาก็ฉายประกายบางอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาวูบหนึ่ง…ก่อนจะกลับมาเป็นปกติในทันที
แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนอยู่ในสายตาของลู่เย่ทั้งหมด
เหยื่อล่อได้ผลแล้ว!
ยาเม็ดสองขวดรวมทั้งหมดสิบสองเม็ด เป็นเงินสามสิบหกตำลึง
ผู้ประเมินจ่ายเงินอย่างรวดเร็วทันใจ แถมยังเผยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรออกมาอีกด้วย
"สหายเฉินช่างอนาคตไกลนัก อายุยังน้อย พลังอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สามก็สามารถนำโอสถมาขายได้แล้ว!"
"หากวันข้างหน้ามีโอสถจะขายอีก ก็เชิญมาที่หอโอสถหลิงหยุนของเราได้ทุกเมื่อ รับรองได้ว่าจะไม่ทำให้สหายเฉินต้องผิดหวังอย่างแน่นอน"
เมื่อออกมาท่องยุทธภพ ชื่อแซ่ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องตั้งขึ้นมาเอง
และชื่อที่ลู่เย่บอกไปก็คือ... เฉินเป่ยซวน...
ลู่เย่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบถุงเงินขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
…..
หลังจากที่ลู่เย่เดินออกจากหอโอสถหลิงหยุนไปแล้ว ผู้ประเมินก็หรี่ตาลงทันที
และจากห้องกั้นด้านหลัง ก็มีชายผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าคนหนึ่งเดินออกมา
"เจ้านั่นสามารถควักยาเม็ดรวบรวมปราณชั้นเลิศออกมาได้ทีเดียวถึงสองขวด ไม่แน่ว่าบนตัวอาจจะยังมีอีก!" ผู้ประเมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"นี่มันแกะอ้วนชัดๆ…เจ้าหน้าบาก เจ้าส่งคนระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดไปสองคน”
“จัดการลากตัวมันมา แล้วเค้นถามให้ได้ว่ายาเม็ดพวกนี้มาจากไหน ท่าทางหลบๆซ่อนๆแบบนั้น บนตัวมันต้องมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีกแน่นอน”
"ขอรับ ท่านเถ้าแก่ แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็เรียบร้อยแล้วขอรับ!" ชายหน้าบากพยักหน้ารับทันที
หลังจากออกจากหอโอสถหลิงหยุน ลู่เย่ก็ก้มหน้าก้มตาเดินไปข้างหน้า
เพียงครู่ต่อมา เมื่อสัมผัสได้ว่าเหมือนจะมีคนสะกดรอยตาม เขาก็แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกจนไม่รู้จะหนีไปทางไหน ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่เปลี่ยวนอกเมืองทันที
ชายฉกรรจ์สองคนที่มีพลังระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดสบตากัน แล้วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
แค่แกะอ้วนระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม…ถูกจ้องเล่นงานแล้วยังคิดจะหนีอีกงั้นรึ?
ชั่วครู่ให้หลัง ลู่เย่เลี้ยวซ้ายทีขวาทีอยู่ในตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวร้าง แต่ก็ยังไม่สามารถ "สลัด" ผู้ไล่ตามทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลังให้หลุดไปได้
อาจเพราะความรีบร้อนที่ไม่ทันได้เลือกทาง เขาจึงวิ่งเข้าไปในตรอกตันที่ไม่มีคนแห่งหนึ่ง
"ไม่คิดเลยว่าจะไถลไปเรื่อยได้ขนาดนี้! เกือบจะให้เจ้าหนีไปได้แล้วเชียว"
ณ ทางเข้าตรอก ชายสองคน คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขามองมายังลู่เย่ด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้วางใจ
ในใจของลู่เย่รู้สึกจนใจอยู่บ้าง ตัวเขาอุตส่าห์ออมมือให้ครั้งแล้วครั้งเล่า….ถึงอย่างนั้น "แกะอ้วน" สองตัวนี้ก็ยังเกือบจะตามไม่ทัน ช่างอ่อนหัดเสียจนน่าเหลือเชื่อ
ชายร่างสูงโปร่งมองไปยัง "แกะอ้วน" ลู่เย่ที่ถูกต้อนจนมุมในตรอกตัน แล้วพูดขึ้นว่า
"ส่งยาเม็ดกับเงินบนตัวของแกออกมาให้หมดซะดีๆ"
"ถ้าหากต้องให้ท่านปู่คนนี้ลงมือล่ะก็ รับรองได้เลยว่าแกไม่ได้จบสวยแน่!"
เมื่อมองไปยังชายสองคนที่กำลังเดินบีบคั้นเข้ามาเรื่อยๆ…ลู่เย่ที่ตอนแรกแสร้งทำเป็นหวาดกลัว ก็พลันลงมือในทันที!
เขางอนิ้วดีดออกไป พลังลมปราณสองสายควบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศ...
วิชาดัชนีผ่าภูผา!
…………………