เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 : พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า วิชาสามดาบสะท้านสวรรค์!

บทที่ 14 : พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า วิชาสามดาบสะท้านสวรรค์!

บทที่ 14 : พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า วิชาสามดาบสะท้านสวรรค์!


บทที่ 14 : พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า วิชาสามดาบสะท้านสวรรค์!

ยะ...ยืมเงินงั้นรึ?

ในวินาทีนี้เอง ในที่สุดเจียงชิงเกอก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดในครั้งนั้น ตอนที่น้องสาวของนางพูดถึงเรื่องเงินสิบตำลึง สีหน้าถึงได้ดูแปลกประหลาดนัก

ที่แท้ในสายตาของคนคนนี้ ก็มีแต่เงินเท่านั้นสินะ!

นางอุตส่าห์แสดงความปรารถนาดีออกมาขนาดนี้ เป็นฝ่ายเริ่มทำดีด้วยก่อนแท้ๆแต่ลู่เย่กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้อย่างไร?

"เจ้าขาดเงินมากหรือ?" เจียงชิงเกอเอ่ยถาม

ลู่เย่พยักหน้า

หลังจากครั้งนี้ใช้เงินหนึ่งร้อยตำลึงในการสุ่มแบบเจาะจงไปแล้ว หากจะทำอีกครั้ง ก็ต้องใช้ถึงหนึ่งพันตำลึงเงินเลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างนั้นลู่เย่ก็ไม่ได้ร้อนใจอะไรนัก เพราะเมื่อไหร่ที่เขาบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว โอกาสในการหาเงินก็มีอยู่ถมเถไป

เงินแค่หนึ่งพันตำลึง ไม่ได้เป็นปัญหายากเย็นอะไรสำหรับขอบเขตเหนือสวรรค์หรอก

"ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะให้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึง เเละไม่ต้องคืน…ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ก็แล้วกัน"

นางอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสให้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ลู่เย่ก็ยังไม่ยอมรับ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ช่างเถอะ

นางก็ไม่ใช่คนไม่มีศักดิ์ศรีเสียหน่อย

หลังจากนำเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาจากคฤหาสน์สายใน เจียงชิงเกอก็หันหลังจากไปทันทีโดยไม่พูดอะไรอีกเลย

….

ไม่ต้องคืนงั้นรึ?

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอตอบแทนน้ำใจเจ้าเช่นกัน หากวันข้างหน้ามีเรื่องอะไรที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือ ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ขัดต่อหลักการของข้า ข้าจะช่วยเจ้าหนึ่งครั้ง"

แม้ว่าตอนนี้ลู่เย่จะยังไม่ได้อยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์ก็ตาม

แต่ด้วยปราณดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์ และยันต์ดาบเหนือสวรรค์ที่อยู่ในมือ

ในช่วงเวลาสั้นๆเขาก็มีพลังพอที่จะต่อกรกับยอดฝีมือระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์

ที่เขายอมติดค้างบุญคุณครั้งนี้ ก็เห็นแก่เงินหนึ่งร้อยตำลึงที่จะทำให้เขาสามารถสุ่มพรสวรรค์ได้อีกครั้งหรอกนะ

เเละเมื่อได้ยิน​เช่นนี้ ฝีเท้าของเจียงชิงเกอก็ชะงักไปเล็กน้อย

"ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณมาก... อ้อ... นักฆ่าเมื่อคืนนี้ มาจากหอน้ำพุเหลือง"

"แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ทางตระกูลเจียงได้ออกหน้าจัดการให้แล้ว จะรับรองความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าเอง"

นางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของลู่เย่เลยแม้แต่น้อย

ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้น อย่างมากก็ถือว่าพอมีฝีมืออยู่บ้างเท่านั้น

เจียงชิงเกอไม่คิดว่า หากนางเจอปัญหาอะไรที่แม้แต่ตระกูลเจียงยังแก้ไขไม่ได้…. แล้วเขาจะมีปัญญาไปทำอะไรได้?

ลู่เย่มองตามร่างของเจียงชิงเกอที่ค่อยๆเดินจากไปพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย

หอน้ำพุเหลือง?…องค์กรนักฆ่าอันดับหนึ่งของแคว้นเสวียนนั่นน่ะเหรอ?

ถึงแม้ว่าคมมีดแรกของนักฆ่าคนนั้นจะพุ่งเป้าไปที่เจียงชิงเกอก็ตาม แต่ถ้าหากว่าเขาเป็นแค่คนระดับรวบรวมปราณขั้นที่สามตามที่แสดงออกไปจริงๆล่ะก็….หลังจากที่เจียงชิงเกอตายแล้ว พวกมันก็คงจะไม่ปล่อยลู่เย่ไปอย่างแน่นอน

สำหรับใครก็ตามที่คิดจะเอาชีวิตของเขา ไม่ว่าจะเป็นหอน้ำพุเหลืองหรือใครหน้าไหน ลู่เย่ก็จะไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆ

"รอให้ข้าบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์เสียก่อนเถอะ...หอน้ำพุเหลืองใช่ไหม"

ถึงตอนนั้น เขาจะทำให้หอน้ำพุเหลืองได้รู้ซึ้งเอง

การถูกยอดฝีมือระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ลึกลับที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนคอยจ้องเล่นงาน มันเป็นความรู้สึกที่แม้แต่นักฆ่าก็ยังต้องหวาดกลัว!

ในเมื่อกล้าที่จะลงมือกับเขา ก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่ตามมาด้วย

ลู่เย่พึมพำกับตัวเองในใจ ก่อนจะเก็บแท่งเงินหนึ่งร้อยตำลึงเข้าไปในอกเสื้อ แล้วย้ายมันเข้าไปเก็บไว้ในคลังของหอหมื่นวิถี

แต่เดิมตามที่ลู่เย่คาดการณ์ไว้ พอเจียงหลิงเยว่ได้ยินข่าวเรื่องที่เขาถูกลอบทำร้ายเมื่อคืน นางก็น่าจะรีบร้อนมาหาเขาแล้ว

แต่ใครจะไปคิดว่า รอแล้วรอเล่าจนผ่านไปหลายวัน ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจียงหลิงเยว่

พอไปถามไถ่ดู…ถึงได้รู้ว่า นางถูกส่งไปตรวจดูกิจการร้านค้า เหมืองแร่ และทรัพยากรต่างๆของตระกูลเจียงในที่ต่างๆ

"ให้เจียงหลิงเยว่ไปตรวจตรากิจการ... หรือว่าคิดจะฝึกฝนนาง เพื่อให้ขึ้นเป็นประมุขตระกูลเจียงคนต่อไปกันนะ?"

ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของลู่เย่

เขาส่ายหัวเบาๆแล้วไม่ได้คิดอะไรต่ออีก

นี่เป็นเรื่องของตระกูลเจียง ไม่เกี่ยวกับเขา

….

หลายวันต่อมา ทุกอย่างก็สงบราบรื่น

ในที่สุด พลังงานของหอหมื่นวิถีก็สะสมจนเต็มอีกครั้ง

[หอหมื่นวิถี (10/10)]​

ภายในห้อง ลู่เย่เพียงแค่คิดในใจ…เงินหนึ่งร้อยตำลึงก็หายวับไปในทันที

"ข้าขอเลือกสุ่มแบบเจาะจงในหมวดพรสวรรค์และกายาพิเศษ"

ลู่เย่เลือกสุ่มในหมวดที่คุ้มค่าที่สุดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วจึงนั่งรอผลลัพธ์อย่างใจเย็น

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ได้รับพรสวรรค์ "เสริมพลังร้อยเท่า"! สามารถเลือกหลอมรวมได้ทุกเมื่อ!]​

เสริมพลังร้อยเท่า?!

ในตอนแรกลู่เย่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มอันลึกลับออกมา

ตามชื่อของมันเลย พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าก็คือความสามารถที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของลู่เย่ให้สูงขึ้นถึงหนึ่งร้อยเท่า!

ยกตัวอย่างเช่น หากเดิมทีเขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งร้อยวันจึงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สามได้...แต่ด้วยพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า มันสามารถย่นระยะเวลานั้นให้เหลือเพียงแค่วันเดียวได้!

นับจากนี้ไป ความเร็วในการเลื่อนระดับของเขา น่าจะเหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะขั้นสุดยอดของขุมกำลังโบราณที่ว่ากันว่าเก่งกาจที่สุดเสียอีก

เขากดเลือกหลอมรวมพรสวรรค์ในทันที

ทันใดนั้น ความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์สายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

ลู่เย่รู้สึกได้ว่า ความสามารถในการรับรู้ถึงปราณฟ้าดินที่ล่องลอยกระจัดกระจายอยู่ในอากาศของเขานั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เพียงสองวันให้หลัง แม้ว่าปราณฟ้าดินในเขตคฤหาสน์นอกจะเบาบางเพียงใด ลู่เย่ก็ยังคงสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สามได้สำเร็จ

และสิบวันต่อมา...ทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สี่!

ความเร็วในการพัฒนาที่พุ่งทะยานราวกับจรวดเช่นนี้ ทำให้ลู่เย่ได้สัมผัสกับความน่าสะพรึงกลัวของพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าอย่างแท้จริง!

ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างที่ฝึกฝนวิชาต่อสู้ ลู่เย่ก็ได้ลองใช้พรสวรรค์นี้ดูเช่นกัน

และก็เป็นไปตามคาด...มันได้ผล

คุณสมบัติในการเสริมพลังร้อยเท่า ยังคงแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิชาดาบพิรุณโปรยนั้นบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ไปนานแล้ว ส่วนวิชาดัชนีผ่าภูผาและวิชาตัวเบาใบไม้ร่วง…เมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยพรสวรรค์นี้ ก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์​ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

วิชาต่อสู้ทั้งสามชนิดที่เขามีอยู่ตอนนี้ ล้วนพัฒนาไปจนถึงขีดสุดแล้ว!

"ด้วยสภาพในตอนนี้ ต่อให้ไม่ต้องใช้ปราณดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์….ยอดฝีมือระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เจ็ดทั่วๆไป ก็น่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าแล้ว"

ลู่เย่ไม่ได้หลงตัวเอง แต่เขามีความมั่นใจ

หากมีพลังถึงขนาดนี้แล้วยังไม่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ งั้นเหล่าอัจฉริยะจากสำนักใหญ่ๆหรือทายาทจากตระกูลโบราณทั้งหลาย ก็คงไม่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้เช่นกัน

….

พริบตาเดียว สิบวันก็ผ่านไป

หอหมื่นวิถีก็สามารถเปิดใช้งานเพื่อสุ่มรางวัลได้อีกครั้ง…ลู่เย่จึงกดสุ่มในทันที

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ได้รับวิชาดาบ "สามดาบสะท้านสวรรค์"! บัดนี้ไอเทมได้ถูกเก็บไว้ในคลังของหอหมื่นวิถีแล้ว]​

"เอ๊ะ คราวนี้ไม่ใช่ยาเม็ดการันตีขั้นต่ำแล้วแฮะ"

เขาเพ่งสมาธิไปยังตำราเคล็ดวิชาเล่มหนึ่งในคลังของหอหมื่นวิถี ทันใดนั้นข้อมูลก็ปรากฏขึ้นมา

[สามดาบสะท้านสวรรค์: สร้างสรรค์ขึ้นโดยเซียนดาบชิงหมิง กู้หวูเจวี๋ย เมื่อสามหมื่นปีก่อน ถือเป็นสุดยอดวิชาของเซียนดาบชิงหมิง ประกอบด้วยสามกระบวนท่าสะท้านฟ้า ได้แก่ ดาบสะท้านสวรรค์, ดาบพลิกปฐพี และดาบดับเทวะ!]​

หลังจากอ่านคำอธิบายของสามดาบสะท้านสวรรค์จบ ในใจของลู่เย่ก็มีเพียงคำเดียวที่ผุดขึ้นมา

วิชาดาบเล่มนี้...แข็งแกร่งมาก!

ถึงแม้จะไม่ได้ระบุระดับขั้นที่แน่ชัดเอาไว้ แต่ลู่เย่คาดว่าอย่างน้อยที่สุดมันก็ต้องเป็นตำราวิชาดาบระดับสวรรค์อย่างแน่นอน

ลู่เย่เคยอ่านเจอในตำราโบราณ ว่ากันว่าในยุคโบราณกาล โลกใบนี้เคยเกิดสงครามครั้งใหญ่ที่สะเทือนเลื่อนลั่นขึ้น

และช่วงเวลาเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ก็คือยุคสุดท้ายอันรุ่งโรจน์หลังจากสงครามยุคโบราณสิ้นสุดลง

เซียนดาบชิงหมิงเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ลู่เย่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับแนวหน้าของทวีปอย่างไม่ต้องสงสัย

สุดยอดวิชาที่สืบทอดมาจากเขา ย่อมต้องน่าตื่นตะลึงและสะท้านโลกหล้าเป็นธรรมดา

คิดได้​ดังนั้น ลู่เย่จึงเริ่มฝึกฝนสามกระบวนท่าสะท้านฟ้าในทันที

ด้วยพรสวรรค์ด้านวิถีดาบของเขาที่ก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว ทำให้ตอนที่ทำความเข้าใจสามกระบวนท่าสะท้านฟ้านั้น พรสวรรค์นี้ก็ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่

เขาใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็บรรลุถึงขั้นเริ่มต้น

ใช้เวลาสามวัน ก็เข้าสู่ขั้นชำนาญ

และในวันที่เก้า หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่ห้า เขาก็สามารถฝึกฝนสามดาบสะท้านสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญได้

ความเร็วในการฝึกฝนอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้...หากมีคนภายนอกล่วงรู้เข้า จะต้องสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งโลกของผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอน

สามดาบสะท้านสวรรค์ที่เซียนดาบชิงหมิงทุ่มเททั้งชีวิต และสร้างสรรค์ขึ้นมาในช่วงที่พลังของตนเองอยู่ในจุดสูงสุด...กลับถูกคนในขอบเขตปราณก่อกำเนิดคนหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ฝึกฝนจนทะยานขึ้นสู่ขั้นเชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็ว!

ทว่าลู่เย่รู้ดีว่า ที่เขาสามารถมีความก้าวหน้าที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้

กายาดาบดารานั้นเป็นส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือผลจากพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่านั่นเอง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 14 : พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า วิชาสามดาบสะท้านสวรรค์!

คัดลอกลิงก์แล้ว