เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 : ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้!

บทที่ 13 : ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้!

บทที่ 13 : ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้!


บทที่ 13 : ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้!

ลู่เย่เดินเข้าไปในเรือนเล็กของตนเองพลางส่ายหัวไปมา

อีกฝ่ายอยากจะยอมรับผิดแท้ๆแต่ทัศนคติยังคงหยิ่งยโสโอหังอยู่เหมือนเดิม

แล้วอะไรคือ "ข้าจะให้โอกาสท่านสักครั้ง" นั่นอีก

สมองของเขาก็ไม่ได้มีปัญหานะ

ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี เขาก็ทะลวงระดับขึ้นมาจนถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สองได้แล้ว ขอเวลาอีกสักพัก ขอบเขตเหนือสวรรค์ก็อยู่แค่เอื้อม

มีแต่คนสมองมีปัญหานั่นแหละถึงจะยอมไปเป็นไอ้เบ๊คอยวิ่งตามสาวงาม

….

ณ ทางเข้าคฤหาสน์สายใน

เจียงชิงเกอถึงกับยืนตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์

"เขา...เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ?!"

ไม่ได้กินยา…ก็ไปกินยางั้นรึ?

เจียงชิงเกอไม่ใช่คนโง่ นางเข้าใจความหมายในทันที

นี่เขา…ด่าว่านางเป็นบ้าชัดๆ!

คำพูดของลู่เย่ทำเอานางโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด

เจียงชิงเกอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เวลาที่ลู่เย่ด่าคน...มันจะน่าโมโหได้ถึงขนาดนี้!

นางต้องรวบรวมความกล้ามากขนาดไหนกว่าจะพูดประโยคนั้นออกไปได้…แต่ใครจะไปคิดว่ากลับถูกลู่เย่เมินเฉยอย่างไม่ไยดี!

เขา...ไม่ได้เห็นค่าโอกาสที่นางมอบให้เลยแม้แต่น้อย

สีหน้าของเจียงชิงเกอค่อยๆเปลี่ยนเป็นเย็นชา

นางเองก็มีทิฐิเหมือนกัน

ในเมื่อไม่ต้องการโอกาสนี้ งั้นวันหลังก็อย่ามาเสียใจก็แล้วกัน!

แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นปลาย ในตระกูลเจียงของนางมีอยู่ถมเถไป

หัวใจที่เจียงชิงเกอเพิ่งจะคิดจะเปิดออกเพียงนิดเดียว บัดนี้กลับถูกการกระทำของลู่เย่ถมทับด้วยดินโคลนจนมิด!

….

อีกด้าน

ภายในห้องที่มืดสลัวแห่งหนึ่ง

เจียงหยุนยืนอยู่ในห้องด้วยใบหน้าที่ประจบสอพลอ

ตรงข้ามกับเจียงหยุน มีชายในชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าของเขาถูกผ้าคลุมสีดำปิดบังเอาไว้

"คุณชายเจียง ข้อมูลที่ท่านให้มามันผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ทำให้พวกเราประเมินเป้าหมายคลาดเคลื่อนไป"

น้ำเสียงของชายชุดดำเย็นเยียบ

"เรื่องนี้ ทำให้หอน้ำพุเหลืองของเราต้องสูญเสียนักฆ่าป้ายเหล็กไปหนึ่งคน คุณชายเจียงพอจะมีคำอธิบายอะไรให้พวกเราบ้างหรือไม่?"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงหยุนได้แต่ยิ้มแหยๆ

"ผู้คุมกฎสิบสาม ครั้งนี้เป็นความผิดของข้าเอง ข้าจะชดใช้ให้ ข้าจะจ่ายเพิ่มให้อีกร้อยตำลึงเงิน"

ชายชุดดำแค่นเสียงเย็นชา แล้วพูดว่า

"หึ! คุณชายเจียงคิดว่าชีวิตของนักฆ่าป้ายเหล็กหนึ่งคน จะประเมินค่าได้ด้วยเงินเพียงร้อยตำลึงอย่างนั้นรึ?"

ใบหน้าของเจียงหยุนแข็งทื่อไปทันที ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วถามว่า

"ถ้าเช่นนั้น...ไม่ทราบว่าผู้คุมกฎสิบสามมีทางออกอย่างไรบ้างขอรับ?"

"ต้องสองร้อยตำลึง" ชายชุดดำกล่าวอย่างเคร่งขรึม

เจียงหยุนที่ตอนแรกนึกว่าจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อครั้งใหญ่ พอได้ยินดังนั้นก็ดีใจขึ้นมาทันที

"ไม่มีปัญหา! เพียงแต่ว่า...ภารกิจครั้งต่อไป อาจจะต้องรบกวนผู้คุมกฎสิบสามส่งคนไปจัดการต่อด้วยขอรับ"

"เรื่องนี้ไม่ต้องให้ท่านบอก หอน้ำพุเหลืองของเราก่อตั้งมานับพันปี ยังไม่เคยมีประวัติทำงานระดับล่างพลาดมาก่อน" ชายชุดดำโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

"หากทำไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นความอัปยศของหอน้ำพุเหลืองเรา!"

"ในเมื่อเป้าหมายมีพลังถึงระดับรวบรวมปราณขั้นปลาย เช่นนั้นครั้งหน้า ข้าจะส่งนักฆ่าป้ายเงินที่อยู่ในขอบเขตปราณก่อกำเนิดไป…เพื่อกำจัดเรื่องไม่คาดฝันทุกอย่างให้สิ้นซาก!"

ขอบเขตปราณก่อกำเนิดงั้นรึ?!

พอได้ยินดังนั้น เจียงหยุนก็ถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น

ช่องว่างระหว่างระดับรวบรวมปราณกับขอบเขตปราณก่อกำเนิดนั้น มันห่างไกลกันราวฟ้ากับเหว!

ไอ้ลู่เย่นั่น อย่างเก่งก็คงอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดหรือแปดเท่านั้น แล้วมันจะเอาอะไรไปต้านทานการลอบสังหารจากยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดได้?

หอน้ำพุเหลืองสมแล้วจริงๆที่เป็นองค์กรนักฆ่าที่มีชื่อเสียงที่สุดในอาณาจักรต้าจิ่ง

พวกเขาทำงานได้น่าเชื่อถือจริงๆ!

คราวนี้ แค่รอให้สบโอกาสเท่านั้นแหละ…แล้วมาดูกันว่าพวกแกจะหนีไปได้ยังไง!

…..

อีกด้าน

เมื่อกลับมาถึงเรือนเล็ก ลู่เย่ก็รีบหยิบถุงเงินของนักฆ่าคนนั้นออกมาดูทันที

"พวกที่ทำอาชีพนักฆ่านี่ร่ำรวยกันจริงๆแฮะ"

ลู่เย่มองเงินประมาณสามสิบถึงสี่สิบตำลึงในถุงแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

ขอแค่หาเงินเพิ่มอีกหน่อย เขาก็จะสามารถใช้สิทธิ์สุ่มเลือกพรสวรรค์ด้านกายาพิเศษได้อีกครั้งแล้ว! (ครั้งเเรกใช้ 10 ตำรึง ครั้งต่อไปต้องคูณสิบต่อไปเรื่​อยๆ)​

"เเต่เมื่อกี้ดูเหมือนว่าแม่นางเจียงชิงเกอนั่นจะอยากทำดีด้วยนะ..."

ลู่เย่เริ่มรู้สึกเสียดาย

เมื่อครู่นี้เขาน่าจะฉวยโอกาส ขอยืมเงินนางสักร้อยตำลึง…แล้วหลังจากนั้นค่อยบอกว่านางไม่ได้กินยา?

แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆมีหวังเจียงชิงเกอได้ระเบิดอารมณ์อยู่ตรงนั้นแน่ๆ

ลู่เย่ส่ายศีรษะเบาๆ

เงินน่ะค่อยๆหาก็ได้ แต่กับเจียงชิงเกอคนนี้ เขาไม่อยากจะไปมีเรื่องพัวพันด้วยจริงๆ

เเต่การที่คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียงถูกลอบทำร้ายอยู่ข้างนอก แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เจียงเหลียนซานทราบข่าวนี้ ก็ถึงกับเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งการให้คนไปสืบสวนหาความจริงในทันที

ทว่า เมื่อหน่วยข่าวกรองของตระกูลเจียงสืบสาวจนพบเบาะแสบางอย่าง…พอเจียงเหลียนซานได้รับรายงาน เขากลับนิ่งเงียบไป

ภายในโถงใหญ่

เจียงเหลียนซานมองเจียงชิงเกอผู้มีใบหน้าเย็นชา เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ ก็ทำให้ลูกสาวคนโตของเขาต้องเสียสละไปแล้วครั้งหนึ่ง…มาตอนนี้ก็ยังมาถูกลอบทำร้ายอีก

เเถมพอสืบจนรู้ตัวตนเบื้องหลังของนักฆ่าแล้ว...สุดท้ายก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

หอน้ำพุเหลือง!

องค์กรที่เห็นแก่เงินยิ่งกว่าชีวิต

พวกมันเป็นองค์กรนักฆ่าระดับสูงสุดที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งซวนโจว หรือกระทั่งทั่วทั้งเจ็ดแคว้นแห่งอาณาจักรต้าจิ่ง!

อย่าว่าแต่ตอนนี้ที่บรรพบุรุษของตระกูลเจียงบาดเจ็บสาหัสเลย

ต่อให้ท่านบรรพบุรุษยังแข็งแรงดีอยู่ การจะไปเผชิญหน้ากับองค์กรที่ยิ่งใหญ่ดุจพญามารอย่างหอน้ำพุเหลือง ก็ไม่ต่างอะไรไปจากตั๊กแตนตำข้าวที่คิดจะขวางทางรถม้า

นับตั้งแต่ก่อตั้งมา หอน้ำพุเหลืองได้สังหารยอดฝีมือระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคน!

การจะคิดไปแก้แค้นหอน้ำพุเหลืองนั้น ถือเป็นเรื่องที่เกินกำลังจริงๆ

"เฮ้อ...ชิงเกอ พ่อได้ไปพูดคุยกับคนของสาขาหอน้ำพุเหลืองในเมืองเมฆาใบไม้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ้างนักฆ่า ตระกูลเจียงของเราจะจ่ายให้เป็นสองเท่าหลังจากนี้ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ…วางใจเถอะ"

เจียงชิงเกอพยักหน้ารับอย่างเย็นชา

สำหรับเรื่องความเป็นความตายนั้น นางรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ใส่ใจมันขนาดนั้นแล้ว

เมื่อคืนนี้ หากไม่ใช่เพราะลู่เย่ที่จู่ๆแสดงพลังระดับรวบรวมปราณขั้นปลายออกมา…ป่านนี้ ทั้งสองคนคงจะสิ้นใจไปพร้อมกันแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงชิงเกอก็เอ่ยถามขึ้น "แล้วลู่เย่ล่ะคะ ท่านได้ซื้อความคุ้มครองให้เขาด้วยหรือเปล่า?"

ถึงแม้ว่านางจะยังจำเรื่องที่ลู่เย่ด่าว่าตนเองเมื่อคืนว่าไม่ได้กินยาได้อยู่ก็ตาม…แต่เจียงชิงเกอก็คิดว่าเรื่องไหนเรื่องนั้น ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะน่ารังเกียจอย่างยิ่ง แต่เขาก็ช่วยชีวิตนางไว้

"ลูกเขยของตระกูลเจียงที่มีพลังถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด แถมยังฝึกฝนม่านพลังลมปราณคุ้มกายได้แล้ว…มีหรือที่พ่อจะไม่ซื้อให้" เจียงเหลียนซานหัวเราะเบาๆแล้วกล่าวต่อ

"ดูท่าทางแล้ว พรสวรรค์ของลู่เย่คนนี้อาจจะไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่เราคิดไว้ในตอนแรก"

พอได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็เม้มปากเล็กน้อย

นางไม่เชื่อหรอกว่าถ้านางลงมือ(อ่อย)​จริงๆ แล้วจะเอาชนะใจลู่เย่ไม่ได้?

นางจำได้อย่างชัดเจน ในคืนเข้าหอวันนั้น ตอนที่ชายผู้นั้นเปิดผ้าคลุมหน้าของนางขึ้น ในแววตาของเขาฉายประกายแห่งความประหลาดใจออกมา

นั่นก็หมายความว่า รูปโฉมของนางทำให้เขาตกตะลึง…ในตอนนั้น เขาคงมีความรู้สึกดีๆให้นางอยู่บ้าง

ครู่ต่อมา หลังจากที่ความคิดต่างๆวิ่งวนอยู่ในหัว เจียงชิงเกอก็ราวกับถูกผีผลัก จนเดินมาถึงเขตคฤหาสน์นอกโซนคนใช้​อีกครั้ง

ชิงหยูที่กำลังตากผ้าอยู่ พอเห็นเงาร่างที่ปรากฏขึ้นนอกเรือนก็เกือบจะตกใจจนร้องออกมา

"คุณหนูชิงเกอ?"

ณ เวลานี้ ลู่เย่กำลังทานอาหารเช้าอยู่พอดี

เขามองไปยังเจียงชิงเกอที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

นี่คงไม่ใช่ว่าเมื่อคืนถูกด่าให้ไปกินยา วันนี้เลยจะมาหาเรื่องหรอกนะ?

"ขอบคุณที่เมื่อคืนช่วยชีวิตข้าไว้"

เจียงชิงเกอยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือน แล้วคลี่ยิ้มออกมา

ชิงหยูถึงกับมองตาค้าง สมแล้วที่ใครๆก็พูดกันว่าคุณหนูชิงเกอคือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาใบไม้

ภาพที่งดงามเช่นนี้ แม้แต่หญิงสาวอย่างชิงหยูเองก็ยังรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปบ้าง

เจียงชิงเกอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

"เจ้า...มีอะไรที่ต้องการหรือไม่ หากรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ไม่สบายใจ จะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ได้นะ"

"ขอแค่เป็นสิ่งที่ข้าทำได้ สามารถบอกมาได้เลย"

"ขอน้ำแกงล้างหัวกุ้ง" ลู่เย่ทำหน้าไร้อารมณ์

( เป็นคำแสลง แปลประมาณว่า "เพ้อเจ้อ" หรือ "ไร้สาระ")

เจียงชิงเกอได้ยินไม่ชัด แต่ก็ยังคงยกยิ้มอยู่ที่มุมปาก

"เจ้าว่าอะไรนะ? ต้องการจะย้ายที่อยู่หรือ?"

ลู่เย่ถอนหายใจ เเล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เรื่องย้ายที่อยู่คงไม่จำเป็นหรอก ด้วยฐานะของข้า อยู่ที่นี่ก็เหมาะสมดีแล้ว แต่ถ้าหากเจ้าอยากจะขอบคุณข้าจริงๆล่ะก็"

"ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้"

เจียงชิงเกอ: "(0___0)???"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 13 : ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็ได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว