เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ!

บทที่ 12 : ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ!

บทที่ 12 : ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ!


บทที่ 12 : ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ!

ณ หอสุราแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล

บนชั้นสอง เจียงหยุนและเจียงหยวนกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง

จากตำแหน่งนี้ สามารถมองเห็นลู่เย่กับเจียงชิงเกอได้อย่างพอดิบพอดี

ทันใดนั้น เจียงหยวนก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวลและเสียงอันแผ่วเบา

"พี่หยุน... แผนการของพวกเรานี่...มันจะเสี่ยงเกินไปหน่อยหรือเปล่าขอรับ?"

"หากมีใครรู้เข้าว่าพวกเรากล้าลงมือกับเจียงชิงเกอ...รับรองได้เลยว่าตายแบบไม่มีที่ฝังศพแน่นอน"

"มีข้าอยู่ด้วย เจ้าจะกลัวอะไร? คืนนี้เป็นโอกาสทองที่นางออกมาข้างนอกตามลำพัง ไม่มีองครักษ์ แถมยังพาสามีจอมปลอมที่เป็นแค่เศษสวะระดับรวบรวมปราณขั้นที่สามมาด้วยอีกคน"

"โอกาสฟ้าประทานเช่นนี้ หากไม่รีบคว้าไว้ ในอนาคตจะต้องมานั่งเสียใจทีหลังแน่!" เจียงหยุนแค่นเสียงเย็นชา

"อีกอย่าง คนที่ข้าจ้างก็คือนักฆ่าจากหอน้ำพุเหลือง ซึ่งเป็นองค์กรนักฆ่าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตซวนโจวแห่งนี้ ไม่มีภารกิจไหนที่พวกเขาทำไม่สำเร็จหรอก"

"ดูนั่นสิ ลงมือแล้ว!"

ในขณะนั้นเอง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหยุน

ด้วยรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาของเจียงชิงเกอ ทำให้คนรุ่นเยาว์ในตระกูลเจียงสายรองจำนวนมากต่างก็แอบหลงรักนางอยู่เงียบๆ

แต่ในวันนั้น การที่เจียงชิงเกอลงมือตบหน้าเจียงหยุนเพื่อปกป้องคนนอกอย่างลู่เย่ ก็ได้ปลุกจิตใจที่บิดเบี้ยวของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

แววตาของเจียงหยุนฉายแววเสียดายออกมาวูบหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วกลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

ส่วนเจียงหยวนนั้นได้แต่ก้มหน้าลง ไม่กล้าที่จะมองภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น

คืนนี้...เจียงชิงเกอต้องตายสถานเดียว

ทันทีที่ได้ข่าวว่าเจียงชิงเกอพาลู่เย่ออกจากคฤหาสน์ เจียงหยุนก็รีบติดต่อสาขาของหอน้ำพุเหลืองในเมืองเมฆาใบไม้ทันที

และเพื่อความไม่ประมาท เมื่อพิจารณาจากระดับพลังของลู่เย่ที่อยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม พวกเขาจึงส่งนักฆ่าป้ายเหล็กที่มีพลังถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้ามาปฏิบัติการ

ภายใต้การลอบสังหารแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ เจียงหยวนนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าคนทั้งสองจะรอดชีวิตไปได้อย่างไร

….

บนท้องถนน

แววตาของลู่เย่พลันแข็งกร้าวขึ้น

เขามองพ่อค้าหาบเร่ที่จู่ๆก็ชักมีดสั้นออกมาแล้วแทงเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม

ครืนนน!!!

พลังลมปราณในร่างพลันปะทุออกมา ก่อนจะใช้วิชาดัชนีผ่าภูผาจี้สวนออกไป!

ฉึก!

รูเลือดรูหนึ่งทะลวงผ่านข้อมือของนักฆ่าในคราบพ่อค้า เเละทำให้มีดสั้นในมือของมันหลุดร่วงลงพื้นทันที

นักฆ่าแสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียมออกมา ไม่คาดคิดเลยว่าเป้าหมายจะรับมือยากถึงเพียงนี้!

ข้อมูลที่ได้มาผิดพลาดโดยสิ้นเชิง

แต่ด้วยสัญชาตญาณพื้นฐานของนักฆ่า มันจึงหยิบกล่องเข็มเงินอาบยาพิษออกมาอีกอันหนึ่ง แล้วกดปล่อยเข็มออกไปอย่างรวดเร็ว!

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!

ในชั่วพริบตา เข็มเงินหลายเล่มก็พุ่งตรงเข้าหาลู่เย่

ทว่าสีหน้าของลู่เย่กลับไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว การควบคุมพลังลมปราณของตนเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนในระดับรวบรวมปราณจะจินตนาการได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างขอบเขตปราณก่อกำเนิดกับระดับรวบรวมปราณก็คือ ขอบเขตปราณก่อกำเนิดสามารถ "ควบแน่นปราณเป็นม่านป้องกัน" ได้!

อย่างไรก็ตาม การลอบสังหารระดับนี้ ยังไม่จำเป็นต้องเปิดเผยว่าตนเองบรรลุถึงขั้นควบแน่นปราณเป็นม่านป้องกันแล้ว

ลู่เย่เพียงแค่โบกมือคราหนึ่ง ก็เกิดเป็นม่านพลังลมปราณที่อ่อนแอกว่าเล็กน้อยขึ้นมา

ในพริบตาเดียว ม่านพลังนั้นก็สกัดกั้นเข็มเงินที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดเอาไว้ได้ ก่อนจะสะท้อนกลับไปโดยตรง

"ม่านพลังลมปราณ…นี่เจ้าอยู่ระดับรวบรวมปราณขั้นปลายงั้นรึ?!"

นักฆ่าคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก

ในใจได้แต่สาปแช่งบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของผู้ที่มอบภารกิจนี้ให้เขานับร้อยนับพันครั้ง

นี่มันระดับรวบรวมปราณขั้นที่สามที่ไหนกัน?!

ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดถึงขั้นที่เก้า ถือเป็นระดับรวบรวมปราณขั้นปลาย ซึ่งเริ่มที่จะควบคุมการสร้างม่านพลังลมปราณได้แล้ว!

และเมื่อไหร่ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิด ก็จะสามารถพัฒนามันให้กลายเป็นวิชาควบแน่นปราณเป็นม่านป้องกันที่ลึกล้ำยิ่งขึ้นไปอีก

ฉึก ฉึก!

เข็มเงินอาบยาพิษทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ร่างของนักฆ่าอย่างจัง โดยไม่มีพลาดแม้แต่เล่มเดียว

ในวินาทีนั้นเอง ในใจของนักฆ่าก็พลันเกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...

"ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้...ข้าคงไม่เอายาพิษที่ร้ายแรงขนาดนี้มาอาบเข็มหรอก"

ความคิดนี้แวบผ่านเข้ามาในหัวของนักฆ่าเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตายในทันที

จากนั้น ลู่เย่ก็รีบดึงถุงเงินของนักฆ่าในคราบพ่อค้าออกมาอย่างแนบเนียนด้วยสีหน้าสงบนิ่ง (คนมันจนนี่นา)

"ข้างนอกนี่อันตราย ข้าจะรีบพากลับไปส่งที่คฤหาสน์ก่อน"

ในขณะนี้ เจียงชิงเกอได้แต่ยืนตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์

วินาทีที่เห็นนักฆ่าชักมีดสั้นออกมา ใบหน้าของนางก็ซีดเผือดลงทันที

เจียงชิงเกอถึงกับเตรียมใจที่จะได้รับบาดเจ็บ หรือกระทั่งเตรียมใจตายเอาไว้แล้ว

แต่เหตุการณ์ทั้งหมดหลังจากนั้นกลับเกิดขึ้นรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

นักฆ่าที่มาลอบสังหาร กลับต้องมาตายเพราะเข็มเงินอาบยาพิษของตัวเอง

เเละพอได้ยินคำพูดของลู่เย่ เจียงชิงเกอก็รีบพยักหน้ารับทันที

"ได้สิ กลับกันเถอะ"

บนหอสุรา

เจียงหยุนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความอำมหิตยังไม่ทันได้จางหายไปเลยด้วยซ้ำ

ม่านพลังลมปราณที่ลู่เย่ควบแน่นขึ้นมาในชั่วพริบตานั้น ทำให้รูม่านตาของเจียงหยุนหดเล็กลงอย่างรุนแรง

"ลมปราณคุ้มกาย...นี่มันระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดงั้นรึ?!"

ไอ้คนที่ถูกนิกายเมฆาสีชาดส่งมาแต่งงานเข้าบ้านคนอื่น แถมยังได้ยินมาว่าเป็นแค่ศิษย์รับใช้ที่ปลอมตัวเป็นศิษย์ฝ่ายใน...มันกลับซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ได้ลึกขนาดนี้เลยรึ!

ด้วยพลังระดับนี้ เห็นได้ชัดว่านี่คือมาตรฐานของศิษย์ฝ่ายในโดยแท้

พวกเขาทุกคนถูกหลอกกันถ้วนหน้า!

"ครั้งนี้ถือว่าพวกแกโชคดีไป แต่ในเมื่อเปิดไพ่ตายออกมาหมดแล้ว คราวหน้าคงจะไม่มีโชคดีแบบนี้อีกแล้วล่ะ" เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของเจียงหยุนดังสะท้อนก้องอยู่ในใจ

….

อีกด้านหนึ่ง

ทั้งสองคนเดินกลับมาจนถึงหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเจียง โดยไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นอีกเลย

เมื่อส่งเจียงชิงเกอถึงทางเข้าคฤหาสน์ในแล้ว ลู่เย่ก็หันหลังกลับเพื่อตรงไปยังเรือนเล็กของตนเองทันที

แต่ก่อนเขาจะกลับ เจียงชิงเกอเม้มริมฝีปากแดงระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอันแผ่วเบา

"ท่าน...ท่านอยู่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดงั้นหรือ?"

ถึงแม้ว่านางจะไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ แต่เรื่องความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นปลายนั้น…เจียงชิงเกอก็เคยได้ยินผู้คนพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง

ลมปราณที่หนาแน่นสามารถคุ้มกายได้ คมดาบทั่วไปยากที่จะทำอันตราย!

ตอนที่ได้ยินนักฆ่าคนนั้นตะโกนบอกระดับพลังของลู่เย่ออกมา ความประหลาดใจของเจียงชิงเกอก็ไม่ต่างอะไรไปจากคืนนั้นที่ได้ยินว่า... เขาเป็นแค่ศิษย์รับใช้ปลอมตัวมาเลย

ไหนว่ากันว่าศิษย์รับใช้ล้วนแต่มีพรสวรรค์ย่ำแย่กันทั้งนั้นไม่ใช่รึ?

ด้วยอายุเท่านี้ แต่สามารถบรรลุถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดได้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคำว่า "พรสวรรค์ย่ำแย่" ได้เลย

เมื่อได้ยินคำถามนั้น ลู่เย่ก็หันกลับมามองเจียงชิงเกอด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปยังเรือนเล็กในเขตคฤหาสน์นอกโซนสามโดยไม่พูดอะไรต่อ

สายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าแบบนั้น ทำให้เจียงชิงเกอที่กำลังรู้สึกสับสนในใจ พลันโกรธขึ้นมาทันที (งอนอีกและ)

เขาหมายความว่าอย่างไร?

นางอุตส่าห์เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อนแท้ๆแต่เขากลับไม่อยากจะพูดด้วยแม้แต่คำเดียวงั้นรึ?

"ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน?" เจียงชิงเกอขบฟันพูด

"อย่างไรเสีย ข้าก็คือ... ภรรยาที่แต่งงานกับท่านผ่านพิธีคำนับสามครั้งนะ ท่านถึงกับไม่อยากจะพูดกับข้าสักคำเลยหรือ?"

"ข้าได้ยินมาว่าตอนที่ท่านอยู่กับน้องเล็ก ท่านกลับพูดคุยไม่หยุดปากเลยนี่"

มีคนตั้งมากมายที่อยากจะพูดคุยกับนาง แต่นางกลับไม่เคยชายตาแลเลยแม้แต่น้อย

แต่มาบัดนี้...นางกลับถูกคนผู้นี้ปฏิบัติต่อเช่นนี้ มันช่างกลับตาลปัตรกันเสียจริง

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดพออยู่กับน้องเล็กถึงได้หัวเราะอย่างเปิดอก แต่พออยู่กับนาง กลับทำหน้าไร้อารมณ์เเบบนั้น?

ลู่เย่หยุดฝีเท้าลง แล้วส่ายหน้าเบาๆอย่างเรียบเฉย

"คุณหนูชิงเกอ เส้นทางนี้เป็นท่านที่เลือกเอง ตอนนี้ท่านกับข้า ก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนที่ต่างฝ่ายต่างก็แสวงหาสิ่งที่ตนต้องการ…เป็นแค่แสดงละครตบตากันไปวันๆเท่านั้นแหละ"

เมื่อมองไปยังสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกของลู่เย่ ซึ่งดูราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง…สีหน้าของเจียงชิงเกอก็พลันซับซ้อนขึ้นมา

เป็นอย่างที่คิดจริงๆสินะ...ในใจของเขา นางเทียบไม่ได้กับน้องเล็กแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งถังหูลู่ราคาไม่กี่อีแปะไม้หนึ่ง เขาก็ยังไม่ยอมเสียเงินซื้อให้นางเลย

แต่นางคือภรรยาที่แต่งงานอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ผ่านพิธีคำนับฟ้าดินด้วยกันมาแล้วนะ!

เจียงชิงเกอขบฟันแน่นขณะมองไปยังชายหนุ่มในชุดผ้าป่านที่ดูราวกับมีม่านหมอกลึกลับปกคลุมอยู่

นางสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างกะทันหัน เป็นรอยยิ้มที่งดงามจนน่าตกตะลึง

"บางที... ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นข้าที่ทำไม่ถูกเอง”

“ลู่เย่...ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ?”

โอกาส?

จะให้โอกาสข้าได้เป็นไอ้เบ๊คอยวิ่งตามงั้นรึ?

พอได้ฟัง ลู่เย่ก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

ของที่มาช้าไปน่ะ หมามันยังไม่เอาเลย!

คิดว่าตัวเองแค่หน้าตาดีหน่อย มีตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาใบไม้ค้ำคออยู่ แล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้ทุกอย่างเลยงั้นรึ?

"ถ้ายังไม่ได้กินยา ก็กลับไปกินยาซะ ข้าเหนื่อยแล้ว…ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน"

ลู่เย่เหลือบมองเจียงชิงเกอที่รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้าด้วยสายตาเย็นชา

ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 12 : ถ้าหาก...ข้าให้โอกาสท่านสักครั้งล่ะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว