เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 : ผลสามเทพ

บทที่ 11 : ผลสามเทพ

บทที่ 11 : ผลสามเทพ


บทที่ 11 : ผลสามเทพ

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ได้รับผลสามเทพ*1!....บัดนี้ไอเทมได้ถูกเก็บไว้ในคลังของหอหมื่นวิถีแล้ว ผู้ถือครองสามารถเบิกใช้ได้ทุกเมื่อ]​

"ผลสามเทพงั้นเหรอ?"

พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนนี้ ลู่เย่ก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

เขาเคยอ่านเจอเรื่องราวเกี่ยวกับผลสามเทพในตำราโบราณเล่มหนึ่งมาก่อน

ร้อยปีจึงจะผลิดอก อีกร้อยปีจึงจะออกผล

ต้องใช้เวลายาวนานถึงสองร้อยปีเต็ม ถึงจะกลั่นตัวออกมาเป็นผลสามเทพที่สุกงอมเต็มที่ได้หนึ่งผล

ส่วนสรรพคุณของมันนั้น ยิ่งน่าสะพรึงกลัวเข้าไปใหญ่

หากได้กินมันในตอนที่กำลังจะทะลวงระดับพลัง ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จได้อย่างมหาศาล

และ... ยังมีโอกาสที่จะได้รับ "ความเข้าใจ" บางอย่างในระหว่างการทะลวงด่านอีกด้วย!

"มีข่าวลือกันว่า จ้าวนิกายเมฆาสีชาดคนปัจจุบัน หรือก็คือเซียนเมฆาสีชาดนั้น…การที่นางสามารถนำพานิกายให้รุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ก็เป็นเพราะเมื่อครั้งอดีตนางมีวาสนา ได้ลิ้มลองผลสามเทพเข้าไปหนึ่งผล จนทำให้พลังของนางก้าวถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ได้"

ลู่เย่มองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตาไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ

จากนั้นเขาก็หลับตาทั้งสองข้างลง โคจรคัมภีร์ดาราโบราณเพื่อเตรียมทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดในทันที

….

ณ ห้องข้างๆ ชิงหยูที่กำลังหลับใหลอย่างสะลึมสะลือ ไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยแม้แต่น้อย

เพียงชั่วครู่ต่อมา พลังดูดกลืนอันมหาศาลของคัมภีร์ดาราโบราณก็ดูดซับปราณฟ้าดินในบริเวณใกล้เคียงจนเหือดแห้งไปในพริบตา

เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังที่ตามมาเริ่มจะแผ่วลงเรื่อยๆ ลู่เย่จึงพลิกฝ่ามือ…ผลสามเทพที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่ ซึ่งส่องประกายแสงสามสีระยิบระยับ ก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา

เขากลืนมันเข้าไปในคำเดียว ทันทีที่เข้าปากมันก็ละลายหายกลายเป็นธารพลังงานอันมหาศาลที่พุ่งเข้าสู่ร่างของลู่เย่ในทันที

จากนั้น กำแพงขอบเขตปราณก่อกำเนิดที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผา ก็ถูกพลังอันมหาศาลนี้ทะลวงผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

ขอบเขตปราณก่อกำเนิด!

ทว่าหลังจากทะลวงด่านสำเร็จ ลู่เย่ยังไม่ทันจะได้ดีใจ ก็พลันมีความเข้าใจแจ้งบางอย่างผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา

ลู่เย่จมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความเข้าใจแจ้งนั้น ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงค่อยๆลืมตาขึ้น

ปราณพลังที่เพิ่งจะทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่ง กลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอีกครั้ง จนไปถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สอง!

ในแววตาของเขาฉายแววแห่งความล้ำลึกออกมาวูบหนึ่ง

"สมแล้วที่เป็นผลไม้วิเศษแห่งสวรรค์ ซึ่งต้องใช้เวลาถึงสองร้อยปีจึงจะสุกงอม"

จากการเข้าสู่สภาวะแห่งความเข้าใจในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ระดับพลังของลู่เย่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งขั้น แต่คัมภีร์ดาราโบราณของเขาก็ยังก้าวเข้าสู่ขั้นที่สองอีกด้วย

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ลู่เย่ได้บรรลุเคล็ดวิชาโจมตีอันลึกล้ำอย่างหนึ่ง

ปราณดาบไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์!

นี่คือเคล็ดวิชาสังหารที่แท้จริง ซึ่งมีเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์เท่านั้นจึงจะครอบครองได้

แต่ตอนนี้ เขาที่เพิ่งจะอยู่แค่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สอง กลับสามารถบรรลุเคล็ดวิชานี้ได้แล้ว!

ปราณดาบพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งแตกต่างจากพลังลมปราณในขอบเขตปราณก่อกำเนิดโดยสิ้นเชิง…ณ เวลานี้มันได้ปรากฏขึ้นในตันเถียนของเขาเเล้ว

"ดีมาก แบบนี้ก็มีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกใบแล้ว"

ลู่เย่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

….

ในอีกด้านหนึ่ง ภายในห้องพักเเห่งหนึ่ง

เจียงชิงเกอพลิกตัวไปมาอย่างไรก็นอนไม่หลับ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า ทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ พร้อมแววตาที่ฉายความรู้สึกซับซ้อนออกมาวูบหนึ่ง

ชั่วอึดใจต่อมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าสาวใช้และองครักษ์ที่เดินผ่านไปมา

เจียงชิงเกอกลับเดินมาถึงเขตคฤหาสน์นอกโซนคนใช้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนเล็กๆอันเงียบสงบหลังหนึ่ง

แสงจันทร์สาดส่องลงมา ขับเน้นให้ร่างในชุดสีขาวของเจียงชิงเกอดูราวกับเทพธิดาที่จุติลงมายังโลกมนุษย์

นางเม้มริมฝีปากแดงระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูเรือน สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเคาะประตู

ภายในห้อง ลู่เย่รู้สึกประหลาดใจกับเสียงเคาะประตูอยู่บ้าง

แต่เมื่อเขาใช้สัมผัสแห่งขอบเขตปราณก่อกำเนิดตรวจสอบดู สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันที

"จะเป็นนางไปได้อย่างไร?"

ครู่ต่อมา หลังจากเปิดประตูเรือนออก ลู่เย่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า "มีธุระอะไรงั้นหรือ?"

"ได้ยินมาว่าวันนี้ ท่านไปในเมืองกับหลิงเยว่มา" น้ำเสียงของเจียงชิงเกอก็เรียบเฉยไม่ต่างกัน

ชิงหยูที่ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงรีบสวมเสื้อผ้าแล้วเดินตามออกมา พอเห็นภาพตรงหน้าก็ทำหน้างุนงงทันที

คนสองคนนี้...คือคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันจริงๆหรือ?

….

ลู่เย่พยักหน้ารับ

เจียงชิงเกอแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ"

"???"

ข้อเสนอนี้ทำเอาลู่เย่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

‘นี่นางกินยาผิดขวดมารึเปล่า?’

แต่ไหนๆก็เพิ่งจะทะลวงด่านสำเร็จ อารมณ์กำลังดีอยู่พอดี ลู่เย่จึงอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจียงชิงเกอคิดจะทำอะไรกันแน่

เขาจึงพยักหน้ารับแล้วตอบไปว่า

"ได้สิ"

จากนั้นก็หันไปพูดกับชิงหยู

"เจ้ากลับไปนอนก่อนเถอะ"

เจียงชิงเกอเหลือบมองลู่เย่ด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินนำออกไปนอกคฤหาสน์ตระกูลเจียงเป็นคนแรก

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ในช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมานี้

นางกลับรู้สึกว่า...คนคนนี้ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

ย้อนกลับไปตอนที่เขามาถึงคฤหาสน์ตระกูลเจียงครั้งแรกในวันแต่งงาน แม้ว่าเขาจะดูสงบนิ่งไม่ยำเกรงหรืออ่อนข้อให้ใครก็ตาม

แต่ทว่า บนตัวเขากลับไม่มีความมั่นใจที่ดูสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อนเหมือนกับในตอนนี้เลยสักนิด

เจียงชิงเกอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าในเมื่อคนทั้งคฤหาสน์ตระกูลเจียงต่างก็ไม่ชอบหน้าเขา... ยกเว้นก็แต่เจียงหลิงเยว่คนเดียว

แถมนิกายเมฆาสีชาดเองก็ยังทอดทิ้งเขาประหนึ่งเบี้ยไร้ค่า ส่งตัวมาแต่งงานเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่สนใจไยดีความเป็นความตาย

แล้ว...เขาไปเอาความกล้าและความเชื่อมั่นมาจากไหน ถึงได้หล่อหลอมความสงบนิ่งและมั่นใจเช่นนี้ขึ้นมาได้?

ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว พอเจียงชิงเกอได้สติกลับมาอีกที ทั้งสองคนก็เดินออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเจียงแล้ว

ในโลกแห่งนี้ ตอนกลางคืนไม่ได้มีการประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้านแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ บนท้องถนนจึงยังคงมีผู้คนเดินสัญจรไปมาอยู่ไม่น้อย แถมยังมีแผงลอยเล็กๆจำนวนมากที่ยังคงส่งเสียงร้องขายของกันอยู่

เจียงชิงเกอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหน นางจึงเลือกเส้นทางหนึ่งตามอำเภอใจ แล้วค่อยๆ เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ตลอดเส้นทาง ผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมาต่างก็จ้องมองเจียงชิงเกอในชุดสีขาวผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดด้วยความตกตะลึง

ทว่าตัวเจียงชิงเกอเองกลับได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองอยู่ในใจ หน้าตางดงามแล้วจะทำไมได้เล่า…ในเมื่อไม่มีพรสวรรค์ด้านการบำเพ็ญเพียร สุดท้ายก็ไม่พ้นกลายเป็นแค่เครื่องมือในการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลอยู่ดี

หากเป็นไปได้ เจียงชิงเกอยอมที่จะแลกรูปลักษณ์หน้าตาของตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งพรสวรรค์ในเส้นทางยุทธ์เสียยังจะดีกว่า

แต่แล้วนางก็รู้สึกว่าข้างหลังมีอะไรบางอย่างไม่ค่อยจะถูกต้องนัก เจียงชิงเกอจึงหันกลับไปมอง…เเล้วก็เห็นลู่เย่ที่เดินตามมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยก็จริง แต่กลับทิ้งระยะห่างจากนางอยู่หลายเมตร

ท่าทางแบบนั้น...ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันอย่างไรอย่างนั้น

คิ้วของเจียงชิงเกอขมวดเข้าหากัน ในใจพลันเกิดโทสะขึ้นมาวูบหนึ่ง

ข้าอุตส่าห์เป็นคนเรียกเจ้าออกมาเองนะ แล้วนี่ยังจะมากลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเรารู้จักกันอีกงั้นเหรอ?

อะไรกันนักหนา?

ข้า เจียงชิงเกอ…ทำให้เจ้าขายหน้าขนาดนั้นเชียวหรือ?

เจียงชิงเกอจึงเดินตรงเข้าไปหาลู่เย่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ทำไม กลัวว่าข้าจะจับเจ้ากินหรือไง?"

สิ้นเสียงนั้น เจียงชิงเกอก็กัดฟันเล็กน้อย แล้วคว้าแขนของลู่เย่มากอดไว้ พร้อมกับแสดงท่าทีสนิทสนมออกมา

"ท่านพี่...ข้าอยากกินอันนั้น..."

ลู่เย่: "???"

ผู้หญิงคนนี้ คืนนี้กินยาผิดขวดมาจริงๆสินะ?

ที่เขาทิ้งระยะห่าง ก็เพราะไม่อยากจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวจริงๆนั่นแหละ

เจียงชิงเกอเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เขาไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย เลยเลือกที่จะอยู่ห่างๆเสียดีกว่า

แต่ใครจะไปคิดว่าเจียงชิงเกอจะเล่นไม้นี้ขึ้นมา…ในชั่วพริบตาเดียว สายตาทุกคู่บนถนนทั้งสายแทบจะจับจ้องมาที่นี่เป็นจุดเดียว

สายตาของผู้คนจำนวนมากที่มองมายังลู่เย่นั้น เต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

เเต่สีหน้าของลู่เย่ยังคงเรียบเฉย นับตั้งแต่คืนเข้าหอในวันนั้น เขาก็ไม่มีความรู้สึกดีๆให้กับเจียงชิงเกออีกต่อไปแล้ว

ลู่เย่มองตามทิศทางที่นิ้วของเจียงชิงเกอชี้ไป ก็เห็นว่าเป็นพ่อค้าหาบเร่ขายถังหูลู่ที่เพิ่งจะเดินมาตั้งแผงอยู่ตรงสุดถนน

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปซื้อสักไม้สิ" ลู่เย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่เย่ เจียงชิงเกอก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

นางได้ยินคนพูดกันว่า ตอนที่เขาออกไปข้างนอกกับน้องสาวของนาง บรรยากาศมันไม่ใช่แบบนี้เลยสักนิด ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

ช่างเถอะ...ถือว่าไว้หน้าเขาอีกสักครั้งแล้วกัน

เมื่อเดินมาถึงหน้าแผงลอย เจียงชิงเกอก็ขอถังหูลู่มาหนึ่งแต่ แล้วหันกลับไปพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก

"ท่านพี่ จ่ายเงินด้วยสิเจ้าคะ"

"?"

บนหน้าผากของลู่เย่ พลันมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นมาทันที

เราสองคนเป็นอะไรกัน?

แค่ข้าออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้าก็นับว่ามีน้ำใจที่สุดแล้วนะ นี่ยังจะให้ข้าจ่ายเงินค่าของกินให้อีกรึ?…ช่างกล้าเสียจริง

"ข้าไม่มีเงินติดตัวมา เจ้าจ่ายเองเถอะ" ลู่เย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

แต่เจียงชิงเกอจำได้ว่า เมื่อไม่กี่วันก่อน คนผู้นี้เพิ่งจะขอเงินจากเจียงหลิงเยว่ไปสิบตำลึงไม่ใช่รึ

เมื่อเห็นว่าอุตส่าห์ยอมลงให้แล้วเขาก็ยังไม่ยอมรับน้ำใจ ในใจของเจียงชิงเกอก็พลันเกิดโทสะขึ้นมาวูบหนึ่ง นางจึงเลิกใช้น้ำเสียงอ่อนโยนในทันที

"ได้ ข้าจ่ายเองก็ได้..."

พอคลำไปบนตัว ใบหน้าของเจียงชิงเกอก็พลันแข็งทื่อไป

นางรีบแต่งตัวออกมาจากห้อง โดยที่ไม่ได้พกถุงเงินติดตัวมาด้วยเลย...

ตรงกันข้าม พ่อค้าหาบเร่ขายถังหูลู่ก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ท่านทั้งสองแต่งตัวดูดีมีราศีขนาดนี้ คงจะไม่ใช่ว่าไม่มีปัญญาซื้อถังหูลู่แค่ไม้เดียวกันหรอกนะ?"

เจียงชิงเกอแสดงสีหน้าขอโทษออกมา นางกำลังจะยื่นถังหูลู่ที่ยังไม่ได้แตะต้องเลยสักนิดคืนกลับไป

ทันใดนั้นเอง! พ่อค้าหาบเร่ก็ฉวยโอกาสที่เจียงชิงเกอยื่นถังหูลู่กลับมาให้…ชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา แล้วแทงเข้าไปที่เจียงชิงเกออย่างโหดเหี้ยม!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 11 : ผลสามเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว