- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 10 : ได้รับศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 10 : ได้รับศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 10 : ได้รับศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 10 : ได้รับศาสตราวุธวิเศษ
"ตามข้ามา ข้าจะพาไปเลือกดาบ"
เจียงหลิงเยว่ยื่นมือออกมาดึงลู่เย่เดินออกไปข้างนอก
ลู่เย่: "......"
ในหัวของเขา พลันมีประโยคหนึ่งลอยขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ไป
ปกติ สตรีมีแต่จะทำให้การฝึกดาบของตนเองล่าช้าลง
แต่สตรีที่ร่ำรวยนั้นไม่เหมือนกัน...นางจะซื้อดาบดีๆให้ท่าน
และเห็นได้ชัดว่า ตอนนี้เจียงหลิงเยว่กำลังสวมบทบาทสตรีผู้ร่ำรวยอยู่
….
ณ เมืองเมฆาใบไม้ ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา บรรยากาศคึกคักอย่างยิ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เย่ออกมาข้างนอกหลังจากแต่งงานเข้าตระกูลเจียง
เจียงหลิงเยว่ดูคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี นางพาลู่เย่เดินลัดเลาะไปจนถึงมุมหนึ่งที่ค่อนข้างเปลี่ยว
ที่นี่มีร้านค้าเก่าๆที่มีชื่อว่า "หอศาสตราวุธเทวะ" ปรากฏขึ้นในสายตาของลู่เย่
หอศาสตราวุธเทวะ?
ลู่เย่คาดไม่ถึงเลยว่าในเมืองเมฆาใบไม้จะมีร้านขายอาวุธที่ตั้งชื่อได้อลังการขนาดนี้อยู่ด้วย
เพียงแต่ว่า หากมองจากภายนอกแล้ว มันก็ยากที่จะมองเห็นว่าสถานที่แห่งนี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับคำว่า "ศาสตราวุธเทวะ" ได้
พอเดินมาถึงที่นี่ เจียงหลิงเยว่ที่ปกติจะค่อนข้างร่าเริง ในตอนนี้กลับมีท่าทีที่สำรวมขึ้น พลางกระซิบเตือนเขาเบาๆว่า
"ปรมาจารย์เฮ่อนั้นอารมณ์ค่อนข้างจะแปลกๆ ท่านระวังหน่อย อย่าไปล่วงเกินท่านปรมาจารย์เข้าล่ะ"
ลู่เย่กวาดสายตามองอย่างเรียบเฉย ก่อนจะยิ้มบางๆ
อารมณ์แปลกๆ งั้นหรือ?
อย่างมากที่สุดก็แค่ไม่ซื้อก็สิ้นเรื่อง
สำหรับลู่เย่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ใบหญ้า ต้นไม้กิ่งไม้ ขอเพียงเขาต้องการ ทุกสรรพสิ่งก็สามารถกลายเป็นดาบได้
แล้วใยต้องยึดติดกับการถือดาบไว้ในมือด้วยเล่า?
เมื่อเดินตามหลังเจียงหลิงเยว่เข้าไปในร้านหอศาสตราวุธเทวะ
สิ่งที่ปะทะเข้ามาก็คือไอความร้อน
ความร้อนจากเตาหลอมด้านในยังคงแผ่กระจายออกมาไม่หยุด
เจียงหลิงเยว่เดินไปหยุดอยู่หน้าชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าไร้อารมณ์
"ท่านปรมาจารย์เฮ่อ ข้าอยากจะมาขอให้ท่านช่วยเลือกดาบให้สักเล่มเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินเสียง ปรมาจารย์เฮ่อซึ่งเป็นชายวัยกลางคนก็เอ่ยอย่างเฉยเมย
"ที่แท้ก็เป็นเด็กน้อยตระกูลเจียง ดาบอยู่ทางซ้าย พาคนของเจ้าไปเลือกเองเถอะ"
ปรมาจารย์เฮ่อไม่ได้หันกลับมามองพวกเขาทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ดาบเหล็กกล้าดำเล่มหนึ่งในมือซึ่งเพิ่งจะหลอมเสร็จใหม่ๆ
เจียงหลิงเยว่แลบลิ้นออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบกล่าวขอบคุณ
"ขอบคุณท่านปรมาจารย์เฮ่อมากเจ้าค่ะ"
จากนั้นนางก็ดึงแขนเสื้อของลู่เย่ พลางพาเขาเดินไปยังด้านซ้ายของร้าน
ลู่เย่กวาดสายตามองอาวุธที่ถูกหลอมขึ้นมาเหล่านี้อย่างสงบนิ่ง
ครู่ต่อมา เขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมที่นี่ถึงได้สามารถเรียกตัวเองว่าหอศาสตราวุธเทวะได้
อาวุธที่วางแสดงอยู่ที่นี่ นอกจากดาบธรรมดาบางส่วนแล้ว…ยังมีศาสตราวุธวิเศษที่เข้าสู่ระดับขั้นอยู่ด้วย!
นั่นหมายความว่า ร้านหอศาสตราวุธเทวะแห่งนี้ มีปรมาจารย์หลอมศาสตราวุธตัวจริงอยู่
ในโลกของผู้ฝึกตน นอกจากปรมาจารย์ปรุงยาที่สูงส่งแล้ว ก็ยังมีปรมาจารย์หลอมศาสตราอีกด้วย
ศาสตราวุธนั้นแบ่งเป็นระดับ สามัญ, ลึกลับ, วิญญาณ, และแท้จริง!
ในช่วงขอบเขตรวบรวมปราณ เนื่องจากยังอยู่ในขอบเขตแรกของการฝึกตน อาวุธธรรมดาก็ยังสามารถใช้งานได้
แต่เมื่อเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว พลังปราณภายในร่างกายจะรุนแรงยิ่งขึ้น…ดังนั้นหากใส่พลังปราณเข้าไปเต็มที่ อาวุธธรรมดาอาจจะทนทานได้ไม่นานก็จะเสียหาย
ในตอนนี้ มีเพียงศาสตราวุธวิเศษที่เข้าสู่ระดับขั้นเท่านั้น ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ฝึกตนระดับปราณก่อกำเนิดได้อย่างเต็มที่
มิน่าเล่า เจียงหลิงเยว่ที่ปกติจะดูไม่ค่อยยึดติดกับอะไร พอเข้ามาในหอศาสตราวุธเทวะแล้ว ถึงได้มีท่าทีสำรวมขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในโลกแห่งยุทธ์ ผู้ที่มีทักษะพิเศษ เช่น ปรมาจารย์ปรุงยา ปรมาจารย์หลอมศาสตรา หรือปรมาจารย์สร้างยันต์ ล้วนมีฐานะที่สูงส่งอย่างยิ่ง
ดังนั้นการที่สามารถหลอมศาสตราวุธวิเศษที่เข้าสู่ระดับขั้นได้นั้น ย่อมมีฐานะเทียบเท่ากับยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์!
ลู่เย่กวาดสายตามองไปรอบๆ ศาสตราวุธวิเศษที่วางแสดงอยู่ส่วนใหญ่เป็นดาบระดับสามัญขั้นต่ำ
ถึงกระนั้น อาวุธระดับสามัญขั้นต่ำเหล่านี้ หนึ่งเล่มอย่างน้อยก็ต้องมีราคาสิบตำลึงเงินขึ้นไป
ซึ่งหนึ่งเล่มก็เท่ากับรายได้หลายปีของครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งเลยทีเดียว
มิน่าเล่าถึงได้มีคำกล่าวว่าการฝึกตนนั้นสิ้นเปลืองเงินทอง เพราะไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน, คู่หู, วิชา, หรือสถานที่ ล้วนเป็นทรัพยากรที่มีราคาแพงทั้งสิ้น
"ถูกใจเล่มไหนหรือยัง?" เจียงหลิงเยว่กระซิบ
"ถ้าถูกใจแล้วก็บอกข้านะ วันนี้ข้าจะทุ่มสุดตัวสักครั้ง"
ลู่เย่กำลังจะหยิบมาสักเล่มอย่างส่งๆ
แต่แล้วทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นดาบยาวเล่มหนึ่งที่มีสภาพภายนอกค่อนข้างเก่า…จิตใจ​ของเขาก็พลันหยุดชะงักไป
เมื่อเทียบกับดาบยาวเล่มอื่นๆ ที่ส่องประกายแวววาว ดาบเล่มนี้เรียกได้ว่ามีรูปโฉมที่ไม่โดดเด่น แค่มองแวบเดียวก็รู้สึกได้ว่ามันธรรมดาอย่างยิ่ง
ลู่เย่หยิบดาบยาวที่ดูไม่โดดเด่นเล่มนี้ขึ้นมา ก่อนจะกล่าวว่า
"ข้าเอาเล่มนี้ก็แล้วกัน"
เจียงหลิงเยว่พยักหน้า ก่อนจะพาลู่เย่กลับไปหาปรมาจารย์เฮ่ออีกครั้ง
"ท่านปรมาจารย์เฮ่อ พวกเราเลือกเสร็จแล้วเจ้าค่ะ"
ปรมาจารย์เฮ่อหันกลับมา เมื่อเห็นดาบยาวเก่าๆในมือของลู่เย่ แววตาของเขาก็ไหววูบเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติในเวลาอันรวดเร็ว
"สิบตำลึงเงิน" ปรมาจารย์เฮ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
ราคานี้ถือว่าเป็นราคาปกติสำหรับศาสตราวุธระดับสามัญขั้นต่ำ
เจียงหลิงเยว่พยักหน้า เพราะราคาอยู่ในระดับที่นางคาดการณ์ไว้
ตอนที่ซื้อดาบจันทราคราม ก็ยังต้องจ่ายไปถึงสามสิบตำลึงเงินเลย
หลังจากที่เจียงหลิงเยว่จ่ายเงินเสร็จ ลู่เย่ก็ยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า
"ขอบคุณท่านมาก"
ปรมาจารย์เฮ่อจ้องมองลู่เย่ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
"ไม่ต้องขอบคุณข้า ของสิ่งนี้ย่อมตกเป็นของผู้มีวาสนา"
เจียงหลิงเยว่ที่อยู่ข้างๆถึงกับงุนงงไปหมด สองคนนี้กำลังพูดรหัสลับอะไรที่นางฟังไม่เข้าใจกันอยู่หรือ?
เมื่อเดินออกมาจากหอศาสตราวุธเทวะแล้ว เจียงหลิงเยว่จึงกระซิบถาม
"ทำไมท่านถึงเลือกดาบเล่มนี้ล่ะ?"
"มันมีปัญหาอะไรงั้นหรือ?"
"ปัญหาน่ะไม่มีอะไรหรอก แต่มันวางอยู่ตรงนั้นมาเกือบปีแล้ว ไม่มีใครสนใจเลย"
เจียงหลิงเยว่กล่าวอย่างเป็นเรื่องปกติ
"อีกอย่าง ดูจากภายนอกก็น่าเกลียดซะขนาดนั้น มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่น่าจะใช้ได้ดี"
ลู่เย่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
ศาสตราวุธที่ก้าวข้ามระดับสามัญขั้นต่ำจนเข้าสู่ระดับสามัญขั้นกลางได้…แถมขายในราคาสิบตำลึงเงินกลับไม่มีใครสนใจ
มิน่าเล่า ตอนที่เขาขอบคุณเมื่อครู่นี้ ปรมาจารย์เฮ่อถึงได้บอกว่าเป็นของผู้มีวาสนา
ดาบยาวสีดำสนิทในมือของลู่เย่นั้น แท้จริงแล้วคือศาสตราวุธระดับสามัญขั้นกลาง!
ในบรรดาศาสตราวุธวิเศษ แม้ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสามัญซึ่งเป็นระดับต่ำสุด…แต่อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินเจ็ดแปดสิบตำลึงเป็นอย่างต่ำจึงจะซื้อหามาได้
อย่างไรก็ตาม บนดาบที่ดูธรรมดาเล่มนี้ น่าจะถูกปรมาจารย์เฮ่อลงอาคมบางอย่างเอาไว้
คนทั่วไปย่อมไม่สามารถค้นพบระดับที่แท้จริงของมันได้...ลู่เย่เองก็ต้องอาศัยการรับรู้จากกายาดาบดารา จึงได้ค้นพบความผิดปกติเล็กน้อยนี้
ลู่เย่ชักดาบยาวออกมา ก่อนจะควงดาบเป็นลวดลายดอกไม้อย่างแผ่วเบา
"ดาบเล่มนี้จริงๆแล้วดีมากนะ"
เจียงหลิงเยว่มองดูแล้วก็ต้องตะลึงไปชั่วขณะ
นางไม่ได้ถูกดึงดูดด้วยตัวดาบ แต่กลับ...ถูกดึงดูดด้วยลวดลายดอกไม้ที่ลู่เย่ควงออกมาอย่างง่ายดาย
แม้ว่าจะเป็นเพียงลวดลายดอกไม้ที่เรียบง่าย แต่ก็ดูเหมือนจะแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
"ตาฝาดแน่ๆ ต้องเป็นตาฝาดแน่ๆ" เจียงหลิงเยว่พึมพำในใจ
เมื่อสองเดือนก่อน ลู่เย่ยังไม่รู้จักวิชาดาบเลยด้วยซ้ำ…วิชาดาบพิรุณโปรยก็เป็นนางเองที่มอบให้เขา
เเล้วเขาจะเป็นปรมาจารย์ด้านดาบได้อย่างไร!
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
"ท่านพี่เขย ตั้งชื่อให้มันหน่อยสิ"
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็กล่าวอย่างเรียบๆ
"ก็ให้ชื่อว่าดาบหลิงซีก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินว่ามีคำว่า "หลิง" อยู่ในชื่อ
ไม่รู้ว่าทำไม ใบหน้าเล็กๆที่งดงามไร้ที่ติของเจียงหลิงเยว่ก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา
หลังจากกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเจียง เจียงหลิงเยว่ก็ไม่ได้อยู่ต่อนานนัก นางรีบกลับไปยังเรือนของตนเองสุดๆ
ส่วนลู่เย่ก็นำดาบหลิงซีที่เพิ่งได้มาใหม่กลับไปยังเขตของตน
….
อีกหลายวันต่อมา ในที่สุดพลังงานของหอหมื่นวิถีก็สะสมจนเต็มอีกครั้ง
ลู่เย่เลือกที่จะสุ่มรางวัลในทันที
อันที่จริง เมื่อสองวันก่อน ลู่เย่ก็มาถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าเเบบสมบูรณ์แล้ว
แต่เนื่องจากพลังปราณฟ้าดินในเรือนชั้นนอกของตระกูลเจียงนั้นเบาบาง อีกทั้งเขาก็ไม่กล้าที่จะปลดปล่อยพลังของคัมภีร์ดาราโบราณออกมาดูดซับอย่างเต็มที่
การทะลวงสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิด หากไม่มีแหล่งพลังปราณที่เพียงพอมาเสริม ก็มีโอกาสสูงที่จะล้มเหลว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องรอคอยรางวัลใหม่จากหอหมื่นวิถีมาโดยตลอด
และในที่สุด เมื่อความคิดที่จะสุ่มรางวัลของลู่เย่ผุดขึ้นมา
หอหมื่นวิถีก็พลันส่องแสงสว่างวาบในทันที
(จบตอน)