เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 : ความรู้สึกอันซับซ้อนของเจียงชิงเกอ

บทที่ 8 : ความรู้สึกอันซับซ้อนของเจียงชิงเกอ

บทที่ 8 : ความรู้สึกอันซับซ้อนของเจียงชิงเกอ


บทที่ 8 : ความรู้สึกอันซับซ้อนของเจียงชิงเกอ

ศิษย์ตระกูลเจียงสองคน, เจียงหยุนและเจียงหยวน, สบตากัน พลางเผยสีหน้าจนปัญญาออกมา

แม้ว่าเจียงชิงเกอจะไม่สามารถฝึกตนได้ แต่นางก็ยังเป็นถึงธิดาของประมุขตระกูล ซึ่งถือเป็นสายเลือดหลักของตระกูลเจียง

ส่วนพวกเขาทั้งสองคนเป็นเพียงคนในสายรองของตระกูลเจียงเท่านั้น

ถึงแม้จะได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์บรรพบุรุษของตระกูลเจียงที่กินพื้นที่กว้างใหญ่กว่าร้อยหมู่ แต่ก็ทำได้เพียงพักอาศัยอยู่ที่เรือนชั้นนอก

ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งงานของเจียงชิงเกอยังเป็นเรื่องที่ประมุขตระกูลจัดการด้วยตนเอง…ต่อให้พวกเขามีความกล้ามากกว่านี้อีกแปดเท่า ก็ไม่กล้าพูดอะไรมากความ

เเละหากพวกเขาเป็นคนในสายตรงของตระกูลเจียง ก็คงไม่ต้องมาคอยประจบประแจงคุณชายจากตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซานซึ่งเป็นตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นนี้

"พี่ใหญ่โหย่วไฉวางใจได้เลย พี่หญิงชิงเกอไม่เคยเห็นคนผู้นั้นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย"

เจียงหยุนเอ่ยเเล้วเข้ามากระซิบใกล้​ๆ

"ได้ยินมาว่าในคืนเข้าหอ คนผู้นั้นก็ถูกไล่ออกมาแล้ว"

"ตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ต้องไปอาศัยอยู่ที่เรือนชั้นนอก ซึ่งเป็นที่รวมของเหล่าคนรับใช้!"

เมื่อได้ยินดังนั้น หวังโหย่วไฉก็พลันชะงักไป

เขาหยุดฝีเท้าลง ทำให้ไขมันทั่วร่างหยุดกระเพื่อมตามไปด้วย

เจียงชิงเกอได้รับการยอมรับว่าเป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาใบไม้

แม้แต่ในเมืองชิงซานที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้ ก็ยังมีคุณชายจากตระกูลใหญ่มากมายที่หลงใหลในตัวนาง

เรื่องที่คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงแต่งงานอย่างกะทันหันนั้น ได้แพร่สะพัดไปในวงสังคมชั้นสูงเรียบร้อย…เเละมันทำให้ชายหนุ่มนับไม่ถ้วนต้องทอดถอนใจด้วยความเสียดาย

ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้ว เจียงชิงเกอจะไม่เคยชายตาแลพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

แต่ในเมื่อพวกเขาไม่ได้นาง คนอื่นก็ไม่ได้เช่นกัน เหล่าคุณชายทั้งหลายจึงยังพอจะทำใจได้

ทว่าตอนนี้เมื่อนึกถึงว่าเจียงชิงเกอได้แต่งงานไปแล้ว...เทพธิดาได้กลายเป็นของคนอื่น คุณชายมากมายต่างก็พากันกุมหัวร้องไห้

ส่วนฐานะของฝ่ายชายนั้น หวังโหย่วไฉก็ได้ยินมาบ้างว่าเป็นศิษย์ฝ่ายในของนิกายเมฆาสีชาด

นิกายเมฆาสีชาดนั้นคือสุดยอดขุมกำลังที่ไร้ผู้เทียมทานในรัศมีหลายหมื่นลี้นี้อย่างไม่ต้องสงสัย!

ขอเพียงผู้อาวุโสสักคนหนึ่งก้าวออกมา ก็สามารถสยบตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ที่มีรากฐานอ่อนแอกว่าได้แล้ว

ตระกูลเจียงนี่...กล้าหาญขนาดนี้เชียวหรือ

กล้าดียังไงถึงได้จัดให้ศิษย์ฝ่ายในที่มาแต่งเข้าตระกูลไปอยู่ในที่แบบนั้น

เมื่อมองดูแววตาตกตะลึงของหวังโหย่วไฉ เจียงหยุนจึงกระซิบว่า

"นี่ไม่ใช่ข้าเป็นคนจัดนะขอรับ แต่เป็นเจียงชิงเกอตัดสินใจเอง"

"แต่ว่า เรื่องอาหารการกินของคนผู้นั้น ข้าเป็นคนจัดการเอง" เจียงหยุนหัวเราะหึๆ

"ก็ในเมื่อเจียงชิงเกอจัดให้เขาไปอยู่ในเขตของคนรับใช้ ข้าก็เลยสั่งให้โรงครัวจัดเตรียมอาหารแบบเดียวกับที่คนรับใช้กินให้เขาเสียเลย"

ตัวตนที่แท้จริงของลู่เย่นั้น ในตอนแรกมีเพียงคนในเรือนชั้นในบางส่วนเท่านั้นที่รู้

แต่ก็มีบางคนที่ปากอยู่ไม่สุข อีกทั้งแต่ละตระกูลก็ต่างมีสายสืบที่แฝงตัวอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

สายสืบเหล่านั้นมีตำแหน่งที่ไม่ต่ำนัก เมื่อทราบเรื่องแล้วก็จงใจปล่อยข่าวออกไป จนกระทั่งบัดนี้ศิษย์ตระกูลเจียงที่มีหน้ามีตาอยู่บ้างแทบทุกคนต่างก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว

หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าลู่เย่เป็นเพียงศิษย์รับใช้ และยังไม่เป็นที่โปรดปรานของเจียงชิงเกออย่างมาก…เจียงหยุนก็คงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้เพื่อเอาใจหวังโหย่วไฉ

ทันใดนั้น ดวงตาของหวังโหย่วไฉก็เป็นประกายขึ้นมา พลางหัวเราะร่า

"เจียงหยุน เจ้านี่ช่างทำงานให้ข้าได้ถูกใจจริงๆ….ฮ่าๆๆๆ!"

"ใครๆก็รู้ว่านอกจากพี่ใหญ่โหย่วไฉจะเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลหวังแล้ว ยังเป็นศิษย์รักของผู้อาวุโสอินหมางแห่งภูเขาอินหมางอีกด้วย ในอนาคตก็จะต้องบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างแน่นอน"

"หากข้าเป็นเจียงชิงเกอ ข้าไม่มีทางทำให้ความตั้งใจของพี่ใหญ่โหย่วไฉต้องผิดหวังแน่นอนขอรับ"

"เจ้านี่ช่างมีสายตาแหลมคมจริงๆ!" หวังโหย่วไฉตบไหล่เจียงหยุนอย่างชื่นชม

….

อีกด้านหนึ่ง

ตอนนี้เวลาใกล้เที่ยงแล้ว

ชิงหยูถือปิ่นโตไปรับอาหารให้คนทั้งสองที่โรงครัวอย่างเร่งรีบตามปกติ

บังเอิญว่าวันนี้เจียงชิงเกอก็มาที่โรงครัวเพื่อเลือกอาหารด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

ยังไม่ทันจะเดินเข้าไป นางก็ได้ยินเสียงอ้อนวอนของชิงหยูดังแว่วออกมาจากในโรงครัว

"ท่านลุงฉิน ยังคงเป็นอาหารสองชุดเหมือนเดิมเจ้าค่ะ ท่านเขยฝึกตนอย่างหนักมาก…ท่านลุงฉิน ได้โปรดตักให้เยอะกว่านี้อีกหน่อยเถอะนะเจ้าคะ..."

"เฮ้อ ก็ได้ๆ" ลุงฉินถอนหายใจ

ถึงแม้ว่าเจียงหยุนจะกำชับให้เขาปฏิบัติต่อลู่เย่ตามมาตรฐานของคนรับใช้…แต่ทุกครั้งที่ชิงหยูมา นางก็จะอ้อนวอนอยู่ร่ำไป จนในที่สุดลุงฉินก็ยอมตักข้าวและกับข้าวเพิ่มให้อีกหนึ่งทัพพี

"ขอบคุณท่านลุงฉินเจ้าค่ะ! ขอบคุณท่านลุงฉิน!" ชิงหยูยิ้มหน้าบาน

นางเพิ่งจะหิ้วปิ่นโตที่เต็มไปด้วยอาหารเดินออกมาจากโรงครัว ก็ได้ยินเสียงเย็นชาดังมาจากข้างหลัง

"เจ้าเป็นสาวใช้ของใคร?"

ฝีเท้าของชิงหยูชะงักงัน นางหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจจนรีบโค้งคำนับ

"ชิงหยูคารวะคุณหนูชิงเกอเจ้าค่ะ”

“บ่าวเป็น...เป็นสาวใช้ของท่านเขยลู่เย่เจ้าค่ะ”

คิ้วของเจียงชิงเกอกระตุกขึ้น ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของนางจะไม่ผิด

ท่านเขยที่พูดถึง... คือลู่เย่ที่น่าตายคนนั้นจริงๆ ด้วย

แต่ว่าเรื่องอาหารการกินนั้น นางไม่เคยออกคำสั่งที่เข้มงวดอะไรเลยนี่นา

ฟังจากที่สาวใช้ของเขาพูดแล้ว ทำไมถึงได้ดูเหมือนกับว่ากินข้าวไม่อิ่มกันเลย?

เจียงชิงเกอมองไปยังปิ่นโต แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าเปิดปิ่นโตออก"

ชิงหยูรีบเปิดปิ่นโตออกทันที

เมื่อเห็นสำรับอาหารที่ดูน้อยนิดและเรียบง่ายในปิ่นโต เจียงชิงเกอก็ขมวดคิ้วในทันที

"นี่คืออาหารสำหรับลู่เย่หรือ?"

ชิงหยูแอบเหลือบมองเจียงชิงเกอแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้าลงแล้วตอบเสียงเบา

"เจ้าค่ะ...นี่คืออาหารของท่านเขย"

เดิมทีชิงหยูคิดว่าคำสั่งให้ลดปริมาณอาหารของท่านเขยนั้นเป็นคำสั่งของคุณหนูชิงเกอเอง

แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้...ดูเหมือนจะไม่ใช่เสียแล้ว?

เจียงชิงเกอมองสำรับอาหารที่มีเพียงผักกาดขาว หัวไชเท้า และข้าวกล้องอยู่นาน ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในโรงครัว

"ลุงฉิน เรื่องการลดปริมาณอาหารของลู่เย่ มันเป็นมาอย่างไรกัน?"

แม้ว่าเจียงชิงเกอจะยังคงเรียกเขาว่า "ลุงฉิน" แต่ใครๆก็สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นในน้ำเสียงของนาง

การที่นางไม่ชอบหน้าลู่เย่ นั่นเป็นเรื่องของนางเอง

แต่ยังไงลู่เย่...ก็ยังเป็นสามีตามกฎหมายที่แต่งงานกับนางแล้ว ทว่าบัดนี้กลับถูกคนนอกจงใจกลั่นแกล้งเช่นนี้

เจียงชิงเกอจ้องมองลุงฉินอย่างเย็นชา

เหงื่อเย็นของลุงฉินพลันไหลออกมาทันที

และเมื่อเทียบกับเจียงหยุนซึ่งเป็นเพียงศิษย์สายรองแล้ว เจียงชิงเกอคือธิดาของประมุขตระกูลตัวจริงเสียงจริง!

ดังนั้น เขาจึงไม่กล้าปิดบังอะไรอีกต่อไป รีบสารภาพออกมาทันที

"เจียงหยุนหรือ?"

ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงชิงเกอหรี่ลงเล็กน้อย นางหันหลังกลับ พร้อมกับทิ้งท้ายประโยคอย่างเย็นชา

"หากหลังจากนี้ข้าพบว่ามีการลดปริมาณอาหารอีก เจ้าก็กลับบ้านไปพักผ่อนที่บ้านเกิดได้เลย"

"ขอรับ คุณหนูใหญ่"

เมื่อมองดูแผ่นหลังที่ค่อยๆเดินจากไป ลุงฉินก็เช็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆบนหน้าผาก

ในขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อเจียงหยุน

นี่น่ะหรือที่เจ้าบอกว่าจะไม่มีปัญหาอะไร?!

ที่บอกว่าถ้าคุณหนูชิงเกอรู้เข้า มีแต่จะตบมือดีใจน่ะ?!

เกือบไปแล้ว! อาชีพที่ทำเงินได้ดีของข้าเกือบจะหลุดลอยไปแล้ว!

"เจ้าไปตักอาหารมาใหม่" เจียงชิงเกอทิ้งท้ายคำพูดเรียบๆ ขณะเดินผ่านชิงหยูไป

…..

และในขณะนั้นเอง เจียงหยุนและพรรคพวกอีกสองคนที่ตกลงกันว่าจะไปผ่อนคลายที่หอชุ่ยเซียง ก็เดินมาจากอีกทางหนึ่งเพื่อเตรียมจะออกจากคฤหาสน์

เมื่อเห็นเจียงชิงเกอผู้มีท่วงท่างดงามราวกับเทพธิดาอยู่ฝั่งตรงข้ามของทางเดิน หวังโหย่วไฉก็ถึงกับตะลึงค้างไป

ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง เทพธิดาของเขายังคงงดงามเช่นเคย!

เพียงครู่ต่อมา เรื่องที่ทำให้หวังโหย่วไฉประหลาดใจยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น

เจียงชิงเกอเดินตรงมาทางเขา!

ในทางกลับกัน เจียงหยุนที่อยู่ข้างๆ กลับใจหายวาบ รู้สึกได้ถึงลางไม่ดี

และก็เป็นไปตามคาด ในวินาทีต่อมา เจียงชิงเกอก็มายืนอยู่ตรงหน้าเจียงหยุน พร้อมกับยื่นฝ่ามือออกไป...

เพียะ!

ฝ่ามือตบลงบนใบหน้าของเจียงหยุนอย่างจัง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างทันที

"นับจากนี้ไป หย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าจงใจกลั่นแกล้งลู่เย่อีก"

เจียงชิงเกอจ้องมองเจียงหยุนอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

เจียงหยุนก้มหน้าลงต่ำ แววตาฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง

เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ที่ฝึกตนไม่ได้ แต่กลับกล้ามาลงมือกับเขาต่อหน้าธารกำนัล!

หากมีโอกาส... เขาจะต้องทำให้เจียงชิงเกอต้องเสียใจ!

ด้านหลัง

ชิงหยูที่ถือปิ่นโตซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 8 : ความรู้สึกอันซับซ้อนของเจียงชิงเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว