- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 7 : วิชาดาบระดับลึกลับ
บทที่ 7 : วิชาดาบระดับลึกลับ
บทที่ 7 : วิชาดาบระดับลึกลับ
บทที่ 7 : วิชาดาบระดับลึกลับ
เมื่อเห็นชิงหยูหน้าแดงก่ำ ลู่เย่เองก็มีสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน
สุดท้าย เจียงหลิงเยว่ก็รีบกระทืบเท้าเบาๆ
"ข้าหมายความว่าข้าอยากจะเรียนวิชายุทธ์ของท่านต่างหาก"
วิชายุทธ์? ดัชนีผ่าภูผา?
ในใจของลู่เย่พลันไหววูบ เขาคิดว่านี่เป็นโอกาสดี พอดิบพอดีเลยที่เขากำลังต้องการวิชาดาบหลังจากปลุกกายาดาบขึ้นมา
ถ้าเช่นนั้น ก็ถือโอกาสนี้แลกเปลี่ยนกับเจียงหลิงเยว่เสียเลย
"อยากเรียนวิชายุทธ์ของข้างั้นรึ? ก็ได้อยู่หรอกนะ แค่เอา 'ของ' ของเจ้ามาแลกก็พอ"
เจียงหลิงเยว่เบิกตากว้าง
พี่เขยกำมะลอคนนี้... เขา...ทำไมถึง?!
"ข้าหมายถึง เอาวิชาดาบของเจ้ามาแลก วิชาดัชนีของข้ามีแค่วิธีฝึกสองกระบวนท่าแรกเท่านั้น" ลู่เย่เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย
"นี่เป็นสิ่งที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ มันเป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์"
อันที่จริงแล้ว ดัชนีผ่าภูผามีทั้งหมดสี่กระบวนท่า และแน่นอนว่าลู่เย่มีเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์อยู่กับตัว
แต่ว่า...ดัชนีผ่าภูผาฉบับสมบูรณ์นั้นมีอานุภาพที่ร้ายกาจเกินไป
ในโลกแห่งยุทธ์นี้ คัมภีร์วิชาลับต่างๆ ล้วนมีการแบ่งระดับขั้นอย่างชัดเจน
เเละนั่นคือ
สวรรค์​
ปฐพี
ลึกลับ​
และสีเหลือง
….
ดัชนีผ่าภูผาฉบับสมบูรณ์นั้น จัดอยู่ในระดับลึกลับขั้นสูง!
และจากข้อมูลที่ลู่เย่รู้มา…โดยทั่วไปแล้ว สมบัติล้ำค่าที่เป็นรากฐานของตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ส่วนใหญ่นั้น ก็เป็นเพียงวิชาบำเพ็ญและวิชายุทธ์ในระดับลึกลับเท่านั้น
ดังนั้น ลู่เย่จึงเตรียมคำพูดเเก้ต่างเอาไว้แล้ว
เขาได้คัมภีร์ดัชนีผ่าภูผามาโดยบังเอิญ แต่เป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์
ถึงกระนั้น แม้จะเป็นเพียงสองกระบวนท่า ลู่เย่ก็คาดว่ามันน่าจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับวิชายุทธ์ระดับลึกลับขั้นต่ำได้
"ฉบับที่ไม่สมบูรณ์หรือ?"
เจียงหลิงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจว่าคัมภีร์ฉบับที่ไม่สมบูรณ์ก็ยังใช้ได้
นับตั้งแต่ได้ยินข่าวว่ามีกายาเทวะปรากฏขึ้นเมื่อคืนนี้ เจียงหลิงเยว่ก็ตื่นเต้นอย่างมาก และความกระตือรือร้นในการฝึกตนก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อนึกถึงภาพที่ได้เห็นพี่เขยกำมะลอฝึกตนแวบหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอก็รู้สึกว่าวิชายุทธ์ในมือของเขาดูไม่ธรรมดาเลย จึงได้รีบรุดมาหาในเช้านี้
ส่วนเรื่องวิชาดาบนั้น โดยปกติเจียงหลิงเยว่ก็เป็นผู้ฝึกดาบอยู่แล้ว
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจใช้วิชาดาบระดับลึกลับขั้นต่ำที่ตนเองกำลังฝึกฝนอยู่มาแลกเปลี่ยนกับลู่เย่
แม้ว่านางจะรู้สึกว่าระดับของวิชายุทธ์ที่ลู่เย่ฝึกในวันนั้นไม่น่าจะต่ำ แต่เจียงหลิงเยว่ก็คาดเดาว่ามันน่าจะอยู่ราวๆระดับสีเหลืองขั้นสูงเท่านั้น
การที่นางมอบวิชาดาบระดับลึกลับขั้นต่ำให้เขา ก็ถือว่าเป็นการชดเชยที่เขาต้องทนรับอารมณ์ของคนในตระกูลเจียงมามากมาย
"ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่เขย นี่คือคัมภีร์วิชาดาบของข้า เชิญรับไป"
เจียงหลิงเยว่หยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
ส่วนลู่เย่ก็แสร้งทำเป็นเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อไปหยิบคัมภีร์
แต่แท้จริงแล้ว เขาได้หยิบคัมภีร์สองกระบวนท่าแรกของดัชนีผ่าภูผาออกมาจากคลังของหอหมื่นวิถี
เมื่อเดินออกจากห้อง เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้เป็นเพราะเจียงหลิงเยว่ให้เงินสิบตำลึงแก่เขา เขาถึงได้สามารถสุ่มได้กายาดาบดารามา
ลู่เย่จึงเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า
"ข้าจะสาธิตให้เจ้าดูสักรอบ"
อย่างไรเสีย ดัชนีผ่าภูผาก็เป็นวิชายุทธ์ระดับลึกลับขั้นสูงที่ถูกแยกส่วนออกมา หากต้องอาศัยการทำความเข้าใจด้วยตนเองทั้งหมด…คงต้องเสียเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางช่วยเหลือเขาเมื่อวานนี้ ลู่เย่จึงตัดสินใจที่จะสาธิตให้ดูสักครั้ง
"ดีเลยเจ้าค่ะ! ขอบคุณท่านพี่เขยมาก!" ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงหลิงเยว่เป็นประกายขึ้นมา
สิ่งที่พี่สาวพูดว่าเขาเป็นพวกเสแสร้งทำดีนั้น…ดูเหมือนว่าจะไม่ถูกต้อง
นางกลับรู้สึกว่าพี่เขยคนนี้ก็เข้ากับคนง่ายดีออกนี่นา
….
เมื่อมาถึงหน้าเสาไม้ ดวงตาของลู่เย่ก็พลันคมปลาบขึ้นมาในทันที
ฝ่ามือของเขางอลงเล็กน้อยราวกับตะขออันแหลมคมในชั่วพริบตา!
จากนั้น ก็จ้วงแทงไปยังเสาไม้อย่างรวดเร็ว...
ปุ ปุ ปุ!
บนเสาไม้ ปรากฏรูกลวงลึกน่าสะพรึงกลัวเรียงกันเป็นแถว
ในเวลาไม่นาน การสาธิตสองกระบวนท่าก็จบลง เเละลู่เย่ก็เก็บมือกลับอย่างสงบนิ่ง
ชิงหยูยังคงมีสีหน้า "แม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่าสุดยอด" เหมือนเดิม
ในขณะที่เจียงหลิงเยว่นั้น อ้าปากเล็กๆค้าง…ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในฐานะคุณหนูรองของตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ และยังมีพรสวรรค์ด้านยุทธ์ที่โดดเด่น เจียงหลิงเยว่ย่อมมีสายตาที่เฉียบแหลม
วิชาดัชนีนี้...ทั้งตระกูลเจียงน่าจะหาวิชาที่ล้ำเลิศกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ดังนั้นที่นางเคยประเมินไว้สูงสุดแค่ระดับสีเหลืองขั้นสูงนั้น ผิดมหันต์เลยทีเดียว
นี่คือวิชายุทธ์ดัชนีที่สามารถเทียบเคียงกับวิชาดาบของนางได้อย่างแน่นอน และในเมื่อลู่เย่สาธิตให้นางดูแล้วครั้งหนึ่ง เจียงหลิงเยว่ก็ไม่อยากจะเอาเปรียบเขาเช่นกัน
"ท่านพี่เขย ข้าจะสาธิตวิชาดาบให้ท่านดูบ้าง"
ลู่เย่พยักหน้าเล็กน้อย เขาเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าความสำเร็จในวิถีดาบของเจียงหลิงเยว่อยู่ในระดับใด
เจียงหลิงเยว่ชักดาบจันทราครามออกมา ก่อนจะเริ่มร่ายรำวิชาดาบกลางลานเรือนทันที
ฟุ่บๆๆๆ!!!
เสียงคมดาบแหวกอากาศดังหวีดหวิว
สำหรับวิชาดาบที่นางฝึกฝนมาหลายปีนี้ นางค่อนข้างมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะนางได้บรรลุถึงระดับชำนาญแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ นางสามารถสำแดงพลังออกมาได้เหนือกว่าปกติอย่างมาก ใกล้เคียงกับระดับสำเร็จขั้นต้นเลยทีเดียว
เมื่อร่ายรำเสร็จ นางเก็บดาบกลับเข้าฝักอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย พลางไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
แต่สายตาที่มองไปยังลู่เย่นั้น แสดงออกอย่างชัดเจนว่า...แบบนี้แล้วยังจะทนไม่เอ่ยปากชมได้อีกหรือ?
ลู่เย่: "......"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อได้เห็นวิชาดาบของเจียงหลิงเยว่ ลู่เย่คงจะเอ่ยชมว่าสุดยอดมาก…เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่เข้าใจเรื่องดาบ
แต่ในตอนนี้ หลังจากที่หลอมรวมกับกายาดาบดาราแล้ว ความเข้าใจในวิถีดาบของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
เมื่อมองดูวิชาดาบที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ของเจียงหลิงเยว่ ลู่เย่ก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า...นางยังต้องฝึกอีกเยอะ
แน่นอนว่าต่อหน้าเจียงหลิงเยว่ ลู่เย่ย่อมไม่ทำร้ายจิตใจนาง เขาเพียงยิ้มบางๆแล้วกล่าวว่า
"วิชาดาบของเจ้าไม่เลวเลย"
"หนึ่งนาทีบนเวที สิบปีใต้เวที ข้าฝึกมาตั้งหลายปีแล้วนะ"
เจียงหลิงเยว่หันหลังกลับอย่างพึงพอใจ
"นี่….ถ้าหลังจากนี้มีตรงไหนไม่เข้าใจ ก็มาถามข้าที่เรือนชั้นในได้"
"ข้าจะไปแน่นอน ขอบใจมาก" ลู่เย่ทำสีหน้าจริงจัง
เขามองออกว่าเจียงหลิงเยว่พูดคำนี้ออกมาจากใจจริง
หลังจากที่เจียงหลิงเยว่เดินจากไปด้วยฝีเท้าเบาสบายแล้ว ลู่เย่ถึงได้มีเวลาพิจารณาคัมภีร์ในมือ
"วิชาดาบพิรุณโปรย?"
วิชาดาบนี้มีทั้งหมดสามกระบวนท่า ได้แก่ พิรุณโปรยดั่งม่าน, หมอกซ่อนเร้นใบไม้ และพิรุณหลั่งไหลสู่ธาราสวรรค์
จากชื่อและกระบวนท่า ดูแล้วก็เป็นวิชาดาบที่เหมาะสำหรับสตรีฝึกฝนอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ลู่เย่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าแบบไหน ขอแค่สามารถใช้ต่อสู้กับศัตรูได้ก็ถือเป็นวิชาดาบที่ดีแล้ว
ในตอนนี้ ลู่เย่ยังไม่มีดาบอยู่ในมือ….เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงไปหักกิ่งไม้ที่ค่อนข้างตรงมาจากต้นไม้ในเรือน
จากนั้น เขาก็ใช้กิ่งไม้แทนดาบ เเล้วเริ่มฝึกฝนวิชาดาบพิรุณโปรย
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องข้างๆ…ชิงหยูกำลังตั้งใจปักรองเท้าคู่ใหม่ให้ลู่เย่
เมื่อมองดูท่านเขยที่ใช้กิ่งไม้ฝึกดาบอยู่ในลานเรือน ดวงตาของนางก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แม้ว่าชีวิตของนางเองก็ไม่ได้ดีนัก แต่เมื่อเห็นสภาพของลู่เย่เช่นนี้ ชิงหยูก็ยังคงรู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง
ชิงหยูเม้มริมฝีปาก ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาปักรองเท้าคู่ใหม่ต่อไปอย่างเงียบๆ
…..
ณ กลางลานเรือน
เมื่อเริ่มฝึกด้วยกิ่งไม้เป็นครั้งแรก ด้วยพลังเสริมจากกายาดาบ ลู่เย่ก็สามารถเข้าสู่ระดับแรกเริ่มได้ทันที
ยิ่งระดับของวิชาบำเพ็ญและคัมภีร์สูงเท่าไหร่ ความยากในการเข้าสู่ระดับแรกเริ่มและการทะลวงขั้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
"วิชาดาบระดับลึกลับ สำเร็จขั้นแรกเริ่มในครั้งเดียว"
ลู่เย่ถอนหายใจออกมาอย่างทอดถอนใจ…เรื่องแบบนี้ หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด
สมแล้วที่เป็นหนึ่งในร้อยกายาเทวะที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝันถึง
ลู่เย่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสงบนิ่ง ในใจพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
พรสวรรค์ด้านวิถีดาบของเขาในตอนนี้ น่าจะเป็นอันดับหนึ่งในเมืองเมฆาใบไม้อย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแต่ว่า เขายังคงอยู่ในช่วงเก็บตัวบ่มเพาะพลัง จึงยังไม่มีใครล่วงรู้
….
ในอีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มสามคนกำลังเดินเล่นพูดคุยและหัวเราะกันอยู่ในบริเวณคฤหาสน์ตระกูลเจียง
คนรับใช้ที่เดินผ่านไปมาเมื่อเห็นคนทั้งสาม ก็ต่างพากันโค้งคำนับด้วยใบหน้าที่แสดงความหวาดกลัว
เห็นได้ชัดว่า คนกลุ่มนี้ไม่ใช่เจ้านายที่ปรนนิบัติรับใช้ได้ง่ายๆ
"พี่ใหญ่หวัง วันนี้คิดอย่างไรถึงได้มาหาน้องเล็กหรือขอรับ? หรือว่าเป็นเพราะคิดถึงพี่หญิงชิงเกอ?"
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น
ชายหนุ่มอีกสองคนข้างๆ มองไปยังชายหนุ่มร่างเตี้ยท้วมที่อยู่ตรงกลางด้วยแววตาประจบประแจง
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่หวังนั้นมาจากตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซาน ซึ่งในตระกูลก็มีปรมาจารย์ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งอยู่เช่นกัน
"ข้าเพิ่งจะออกไปไม่ถึงสิบวัน พอกลับมาก็ได้ยินว่าเจียงชิงเกอแต่งงานแล้ว?! พวกเจ้าเป็นพ่อสื่อให้ข้ากันอย่างไร!" หวังโหย่วไฉฮึ่มฮั่มอย่างเย็นชา
(จบตอน)