- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 29 - คุณพระช่วย เก็บตกของดีเข้าให้แล้ว
บทที่ 29 - คุณพระช่วย เก็บตกของดีเข้าให้แล้ว
บทที่ 29 - คุณพระช่วย เก็บตกของดีเข้าให้แล้ว
บทที่ 29 - คุณพระช่วย เก็บตกของดีเข้าให้แล้ว
★★★★★
กลางลานกว้าง ศิษย์หนุ่มสองคนกำลังประมือกันอย่างดุเดือด
ศิษย์สำนักอัสนีทองคำมีสายฟ้าสีทองวิ่งพล่านรอบตัว ราวกับเทพเจ้าสายฟ้าลงมาจุติ ฝีเท้าเบาหวิวเหมือนแตะพื้นเพียงผิวน้ำ แต่ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยท่วงท่าพิสดาร
สายฟ้าเส้นเล็กจิ๋วเท่าเส้นผมพันรอบฝ่ามือ พุ่งฉวัดเฉวียนใส่คู่ต่อสู้ราวกับงูพิษในมุมที่คาดไม่ถึง
ส่วนคู่ต่อสู้จากวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงก็ไม่ยอมน้อยหน้า เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนรอบกาย ร้อนแรงดั่งดวงอาทิตย์
พลังปราณในร่างโคจรอย่างบ้าคลั่ง สร้างเกราะเพลิงขึ้นมาป้องกันตัว สายฟ้าที่พุ่งเข้ามาปะทะเกราะแตกกระจายกลายเป็นสะเก็ดไฟสวยงาม
โจวชิงจ้องมองตาไม่กระพริบ สำหรับเขา นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ และศึกษาแนวทางของสำนักใหญ่อื่นๆ
[แต้มการถูกเมิน +1]
ขณะที่กำลังดูเพลินๆ เสียงเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
โจวชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
นึกไม่ถึงว่าวิธีนี้ก็ได้ผล
จริงด้วย สถานการณ์ตอนนี้คนเยอะแถมกำลังตื่นเต้นเร้าใจ บวกกับทักษะ [ลดตัวตน] ของเขาอัปเกรดถึงเลเวล 2 (51/100) แล้ว
ทำให้ระดับสร้างรากฐานมีโอกาสมองข้ามเขาถึง 50% การจะได้แต้มถูกเมินจึงเป็นเรื่องปกติมาก
"อย่ากินมั่วซั่วสิ เดี๋ยวคนก็หันมามองข้าหรอก!"
เห็นแม่ไก่ส่ายหัวด๊อกแด๊กจะไปจิกส้นเท้าชาวบ้าน โจวชิงรีบนั่งลงอุ้มมันขึ้นมา
การต่อสู้ดำเนินต่อไป แรงกดดันจากการปะทะทำให้วงล้อมคนดูขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ
[แต้มการถูกเมิน +2]
[แต้มการถูกเมิน +1]
[แต้มการถูกเมิน +2]
......
ไม่นาน ศิษย์จากวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงก็พ่ายแพ้ ฝั่งสำนักอัสนีทองคำโห่ร้องดีใจ
"ซุนเหอเฟิ่น จากวังเต๋าวิถีเพลิงม่วง ขอท้าประลองศิษย์พี่เฉิง!"
"อะไรกัน วังเต๋าวิถีเพลิงม่วงหัดใช้หมาหมู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ศิษย์น้องเฉิงของข้าหมดแรงแล้ว ให้ข้าสวีเค่อหลิงเล่นเป็นเพื่อนศิษย์พี่ซุนแทนดีกว่า"
ว่าแล้วทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่กันอีกรอบ
วินาทีนี้โจวชิงภาวนาให้พวกเขาสู้กันให้นานที่สุด
"นัดกันมาหรือเปล่าเนี่ย" ไม่นานโจวชิงก็สังเกตเห็นว่า ในกลุ่มคนดูมีศิษย์เอกหรือศิษย์พี่ใหญ่จากยอดเขาต่างๆ ของสำนักไท่ชิงมากันเพียบ บางคนคิ้วขมวด บางคนทำท่าคันไม้คันมืออยากลงไปแจม
ดูท่าทางแล้ว เขาคงปั๊มแต้มได้ยาวๆ
[แต้มการถูกเมิน +1]
[แต้มการถูกเมิน +1]
[แต้มการถูกเมิน +1]
......
การประลองยืดเยื้อไปจนถึงพลบค่ำ ถึงได้ยอมรามือกัน
ทั้งสองสำนักส่งคนออกมาสู้กันฝั่งละห้าคน ผลออกมาเสมอกัน แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ของห้าสำนักใหญ่ฝีมือร้ายกาจไม่ใช่เล่น
พอกลับถึงบ้านในตอนค่ำ โจวชิงผูกแม่ไก่ไว้ข้างบ้าน โยนข้าวเปลือกให้กำมือหนึ่ง แล้วไปต้มน้ำอาบ
คืนนี้กระดูกสิงโตมังกรเพลิงชาดท่อนนั้นคงจะหมดฤทธิ์แล้ว และวิชา [หัตถ์มังกรเงิน] ของเขาก็น่าจะบรรลุขั้นต้นพอดี
ผ่านไปหนึ่งคืน พอโจวชิงลุกจากถังน้ำมายืนกลางลานบ้าน ดวงตาเขาก็ส่องประกายวาวโรจน์ สูดหายใจลึก พลังปราณในร่างพุ่งพล่านราวกับคลื่นยักษ์
เขายกมือขึ้นช้าๆ ร่ายรำฝ่ามืออย่างรวดเร็ว ประสานอินด้วยท่วงท่าลึกลับซับซ้อน
แสงสีเงินเริ่มปกคลุมฝ่ามือ แสงนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับถักทอด้วยเส้นเงินนับพันหมื่น
ชั่วอึดใจ มังกรเงินที่สร้างจากพลังปราณบริสุทธิ์ก็ก่อตัวขึ้นระหว่างฝ่ามือทั้งสอง
มังกรเงินแยกเขี้ยวกางกรงเล็บ ดูสมจริงราวกับมีชีวิต เกล็ดมังกรสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นเยียบ
สีหน้าโจวชิงเคร่งขรึม เขาดีดตัวลอยขึ้นฟ้า ตะโกนก้อง ผลักฝ่ามือออกไปสุดแรง
มังกรเงินคำรามกึกก้อง แหวกอากาศพุ่งออกไปจนเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู
ตูม!
เมื่อมันพุ่งชนภูเขาด้านหลัง แรกเริ่มคือความเงียบที่น่าขนลุก ตามมาด้วยเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น
แรงระเบิดทำให้หินผาและดินโคลนบนภูเขากระจายว่อน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วฟ้า
แต่ผลที่ตามมาคือพลังปราณในร่างแทบจะเหือดแห้ง เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก ร่างกายเซถลา จนต้องรีบร่อนลงพื้น
"อานุภาพของ [หัตถ์มังกรเงิน] ร้ายกาจกว่าที่คิดไว้เยอะ แค่ขั้นต้นสร้างมังกรได้สามเมตรยังแรงขนาดนี้ แต่ก็สูบพลังจนเกือบเกลี้ยง ดูท่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ห้ามใช้เด็ดขาด"
แต่เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เห็นอานุภาพขนาดนี้แล้ว ถ้าถึงคราวเข้าตาจนจริงๆ เขาน่าจะฝืนใช้ได้สักสองครั้ง ถือเป็นไพ่ตายก้นหีบได้เลย
"ท่านผู้อาวุโสต้วนหมู่ซูคงนึกไม่ถึงแน่ ว่าข้าจะฝึกสำเร็จได้เร็วขนาดนี้"
โจวชิงยืดอกอย่างภูมิใจ ต้องขอบคุณท่านลุงรองจริงๆ งานนี้
"ต้องรีบเพิ่มระดับพลังให้ไว จะได้ไม่หมดสภาพแบบนี้เวลาใช้ แล้วก็พวกกระดูกที่มีเลือดมังกรเจือปน ดูท่าจะเป็นทางลัดที่ดีในการฝึกวิชานี้"
โจวชิงวางแผนอนาคตเสร็จสรรพ
แต่พอหันหลังกลับไป ก็ต้องสะดุ้งโหยง
กลางลานบ้าน แม่ไก่ตัวนั้นกำลังตัวสั่นงันงก ตาเหล่ๆ สั่นระริก ขนไก่ทั้งตัวชี้ชันตั้งเด่เหมือนโดนไฟช็อต
"ตกใจเสียงระเบิดเมื่อกี้เหรอเนี่ย" โจวชิงยิ้มแห้ง ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปหยิบหินวิญญาณมาฟื้นฟูพลัง แม่ไก่ก็เกร็งตัวกระตุกเฮือก
จากนั้น ไข่ไก่ฟองกลมเกลี้ยงก็ร่วงตุ๊บลงมา แม่ไก่ร้อง "กะต๊าก กะต๊าก" รัวๆ
แล้วก็ทำเมิน เดินไปจิกเสาไม้หน้าตาเฉย
โจวชิงยืนตะลึงอยู่กับที่ ครู่หนึ่งถึงได้สติ รีบวิ่งเข้าไปดูด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
เพราะบนเปลือกไข่ฟองนั้น มีเส้นสายพลังวิญญาณไหลเวียนวนอยู่จางๆ ทำให้อากาศรอบๆ ดูสดชื่นขึ้นทันตา
พอโจวชิงหยิบขึ้นมาประคองไว้อย่างทะนุถนอม ไข่ยังอุ่นๆ อยู่เลย
"หินวิญญาณ? ไม่สิ ไข่วิญญาณ!"
โจวชิงสัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในไข่ฟองนี้ เทียบเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำเจ็ดแปดก้อนเลยทีเดียว
ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าบริสุทธิ์กว่าหินวิญญาณพวกนั้นเยอะ แทบไม่มีสิ่งเจือปนเลย
ความบริสุทธิ์ระดับนี้ พอๆ กับหนอนวิญญาณลี้ลับหรือปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์ที่เขาเคยใช้เลย
"มันสามารถกรองสิ่งเจือปนในพลังวิญญาณได้!!!"
ดวงตาของโจวชิงลุกวาวด้วยความโลภ จ้องเขม็งไปที่แม่ไก่ที่กำลังจิกไม้เล่นอย่างไม่วางตา
พ่อค้าคนนั้นตาถั่วชัดๆ ส่วนข้า... ข้าเก็บตกของดีระดับตำนานเข้าให้แล้ว
นี่ไม่ใช่ไก่ธรรมดา แต่มันคือไก่วิญญาณหายากที่มีค่าควรเมือง!
แม่ไก่จ๋า พี่ไก่จ๋า!
โจวชิงฉีกยิ้มประจบประแจง รีบโปรยข้าวเปลือกให้ แล้วประคองหัวแม่ไก่ให้ตรงกับกองข้าว มันถึงจะเริ่มจิกกินอย่างเอร็ดอร่อย
ยิ่งดูยิ่งรัก ดูสิ หน้าตาบ้านๆ แบบนี้แหละของจริง ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นพันธุ์อะไร
ทำไมถึงตกระกำลำบากไปอยู่กับชาวบ้านได้นะ
[จบแล้ว]