- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 28 - ศิษย์น้องโจว ท่านจูงไก่เดินเล่นเหรอ?
บทที่ 28 - ศิษย์น้องโจว ท่านจูงไก่เดินเล่นเหรอ?
บทที่ 28 - ศิษย์น้องโจว ท่านจูงไก่เดินเล่นเหรอ?
บทที่ 28 - ศิษย์น้องโจว ท่านจูงไก่เดินเล่นเหรอ?
★★★★★
ตรงนี้เต็มไปด้วยกรงเหล็กวางเรียงราย ภายในขังไว้ด้วยสัตว์หน้าตาประหลาดพิสดาร
ไม่ว่าจะเป็นงูเกล็ดดำสองหัว คางคกสี่ตาสามขา นกกระเรียนขาเดียว หรือแม้แต่ค้างคาวดำที่มีหัวงอกออกมาทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
ผู้คนต่างพากันมุงดูและส่งเสียงฮือฮา ไม่รู้ว่าพ่อค้าไปสรรหาของแปลกพวกนี้มาจากไหน
ยิ่งพอพ่อค้าเป่าหูว่าเป็นสัตว์เทพที่มีนิมิตมงคลติดตัวมาแต่เกิด เลี้ยงไว้แล้วจะโชคดี ก็ยิ่งมีคนหลงเชื่อควักเงินซื้อกันใหญ่
โจวชิงเดินดูไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับภาพที่ดูตลกขบขัน
ในกรงหนึ่งมีไก่เนื้อตัวอ้วนกลมถูกขังอยู่ ตาของมันปูดโปนออกมา แถมยังเหล่เข้าหากันจนดูตลก หัวเล็กๆ ส่ายไปส่ายมาตลอดเวลา บางทีก็กระพือปีกพั่บๆ บางทีก็ใช้จงอยปากจิกกรงเล่น
อาจจะเป็นเพราะตาเหล่จนมองภาพซ้อน อาหารวางอยู่ข้างๆ แท้ๆ มันกลับมองไม่เห็น เอาแต่ก้มหน้าจิกพื้นเปล่าๆ ดัง โป๊ก โป๊ก
ท่าทางเด๋อด๋าของมันทำให้ใครเห็นเป็นต้องกลั้นขำไม่อยู่
"กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก~~"
โจวชิงแหย่นิ้วเข้าไปเล่นกับมัน ต้องยอมรับเลยว่าไก่ตัวนี้อ้วนจ้ำม่ำจริงๆ ถ้าเอามาเสียบไม้หมุนย่างไฟ โรยผงยี่หร่าหอมๆ คงอร่อยเหาะ
พ่อค้าหน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนหนูเห็นโจวชิงสนใจ ก็รีบปรี่เข้ามาประจบสอพลอทันที
"คุณชาย ท่านตาถึงจริงๆ นี่คือแม่ไก่ผู้ยิ่งใหญ่ ดูสายตาอันชาญฉลาดของมันสิขอรับ ถ้าวันไหนท่านอารมณ์บ่จอย แค่เห็นมันเดินเตาะแตะไปมา รับรองท่านต้องหลุดขำออกมาแน่นอน"
โจวชิงไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ไม่ควรถูกหัวเราะเยาะเพราะความบกพร่องทางร่างกาย แต่ถ้ามองในแง่สัตว์เลี้ยงคลายเครียดก็น่าสน
"เท่าไหร่" โจวชิงถาม
พ่อค้ารีบตอบ "สามหินวิญญาณขอรับ"
โจวชิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังเดินหนีทันที
แค่ไก่ธรรมดาตัวเดียว ถ้าเป็นโลกมนุษย์ใช้เงินแดงซื้อได้เป็นเล้า
พอเปลี่ยนที่ขายหน่อย คิดจะมาโก่งราคากันหน้าด้านๆ เลยรึ
"คุณชายอย่าเพิ่งไปสิขอรับ ราคาคุยกันได้"
"สองก้อน สองก้อนก็ได้... เอ้า ก้อนเดียว ก้อนเดียวขาดตัวแล้วขอรับ!" พ่อค้าตะโกนไล่หลัง
สุดท้าย โจวชิงก็ซื้อมาได้ในราคาหนึ่งหินวิญญาณ แต่พอยื่นหมูยื่นแมวเสร็จ พอเขาอุ้มไก่ขึ้นมาแนบอก ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เวรเอ๊ย โดนหลอกแล้ว!
ไก่ตัวนี้ผอมกะหร่องจนน่าตกใจ ที่เห็นว่าอ้วนกลมนั่นมันขนฟูล้วนๆ
จะเอาไปย่างกินคงได้แต่กระดูก เนื้อน้อยจนไม่พอจะยัดร่องฟันด้วยซ้ำ
พ่อค้าเห็นโจวชิงรู้ตัว ก็ถอยหลังกรูดทำหน้าเจ้าเล่ห์
"กฎของงานแลกเปลี่ยน ซื้อแล้วห้ามคืน คุณชายอย่ามองข้าด้วยสายตาอาฆาตแบบนั้นสิขอรับ ข้าเองก็รับซื้อมาจากชาวบ้านอีกที ไก่นี่เนื้อน้อยกินไม่อร่อยหรอก เลี้ยงไว้ดูเล่นขำๆ ดีกว่านะขอรับ"
พ่อค้าแนะนำด้วยความหวังดี (แกมเยาะเย้ย)
โจวชิงเดินจากมาด้วยความเจ็บใจ
นึกไม่ถึงว่าจะเสียท่าเร็วขนาดนี้ ดีที่เสียไปแค่หนึ่งหินวิญญาณ ถือเป็นค่าครู ต่อไปต้องระวังให้มากกว่านี้
ด้วยความหงุดหงิด โจวชิงขี้เกียจจะอุ้มมันแล้ว เลยหยิบเชือกเส้นหนึ่งออกมาผูกขาไก่ แล้วลากจูงมันเดินแทน
"ศิษย์พี่โจว นั่นท่านทำอะไรน่ะ"
ขณะที่โจวชิงกำลังเดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนน เสียงของลู่เหยาเหยาก็ดังขึ้น
พอหันไปมอง ก็เห็นลู่เหยาเหยายืนอยู่กับสตรีสวมหมวกผ้าคลุมหน้า
โจวชิงเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที มิน่าล่ะเมื่อเช้ากินข้าวอยู่ดีๆ เงยหน้ามาอีกทีหายตัวไปกันหมด ที่แท้ก็แอบมาเดินเที่ยวงานนี่เอง
โจวชิงกำลังจะทำความเคารพ แต่เสวียนโยวซ่างเซียนยกมือห้ามไว้เบาๆ
ลู่เหยาเหยานั่งยองๆ ลง ลูบหัวแม่ไก่ด้วยความเอ็นดู หัวเราะคิกคัก "แม่ไก่น่ารักจังเลยเจ้าค่ะ!"
แม่ไก่ตาเหล่จิกพื้น โป๊ก โป๊ก ใส่เท้าลู่เหยาเหยาอย่างเมามัน โจวชิงรู้สึกขายหน้าพิลึก
แต่อุตส่าห์เสียเงินซื้อมาแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย
อย่างน้อยก็ขุนให้อ้วนก่อนค่อยเชือดกิน อีกอย่าง งานนี้ยังมีอีกตั้งยี่สิบกว่าวัน เก็บเจ้าไก่นี่ไว้เตือนใจจะได้ไม่โดนหลอกซ้ำสอง
"ไก่ใช้ได้!" เสวียนโยวปรายตามองแล้วเอ่ยชมสั้นๆ
โจวชิงได้แต่ยิ้มแห้ง "ซื้อมาเล่นๆ น่ะขอรับ"
[แต้มส่องใจ +4]
วินาทีถัดมา ฉายา [เจ้าคนหลายใจ] บนหัวลู่เหยาเหยา ก็เปลี่ยนเป็น [เจ้าคนปัญญาอ่อน]
รอยยิ้มของโจวชิงแข็งค้าง
ไม่ใช่สิ จูงไก่เดินเล่นมันปัญญาอ่อนตรงไหน
เชื่อไหม เดี๋ยวข้าจะไปหาไม้มาอันนึง หาห่วงเหล็กมาอันนึง แล้วกลิ้งโชว์กลับสำนักไท่ชิงให้ดู
จากนั้นลู่เหยาเหยาก็ลุกขึ้น "ศิษย์พี่โจว งั้นท่านเล่น... เอ้ย ทำธุระไปเถอะ ข้าจะพาพี่สาวไปเดินเล่นทางนู้นหน่อย"
"ตามสบายเลย!" โจวชิงรีบโบกมือไล่
แต่เดินไปได้แค่สองก้าว ก็จ๊ะเอ๋กับคนคุ้นเคยอีกแล้ว
"ศิษย์น้องโจว จูงไก่เดินเล่นเหรอ" ศิษย์พี่สือเจินทักทายด้วยรอยยิ้ม
โจวชิงหมดแรงจะอธิบาย ตอบส่งๆ ไปว่า "อื้ม ว่างๆ ไม่มีอะไรทำน่ะ วันนี้ศิษย์พี่ได้ของดีบ้างไหม"
สือเจินพยักหน้า "ได้ของหลุดจำนำมาสองสามชิ้น อ้อ ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้ายังไม่ออกจาฌานอีกเหรอ"
โจวชิงส่ายหน้า "ยังเลย คนอย่างเขาจริงจังจะตาย คงไม่ออกมาง่ายๆ หรอก"
สือเจินได้ยินก็ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน
"งั้นข้าขอตัวไปดูทางนู้นก่อนนะ"
"ขอให้ได้ของดีเพียบนะศิษย์พี่!"
"เจ้าก็เหมือนกัน!"
พอโจวชิงหันหลังจะเดินต่อ เสียงเตือนระบบก็ดังขึ้น
[แต้มส่องใจ +5]
หันกลับไปมอง ก็เห็นฉายา [ศิษย์น้องโจวเนื้อหอม] บนหัวสือเจิน เปลี่ยนเป็น [ศิษย์น้องโจวผู้ไร้สาระ] เรียบร้อย
พอก้มมองแม่ไก่ที่วิ่งไปจิกก้อนอิฐข้างทางอย่างเอาเป็นเอาตาย โจวชิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ถือซะว่าเอามาปั๊มแต้มก็แล้วกัน!"
[แต้มส่องใจ +6]
พอโจวชิงจูงไก่กลับมาที่แผงของศิษย์พี่สาม ก็เป็นไปตามคาด ฉายา [ศิษย์น้องผู้เก่งกาจเทียมฟ้า] ของเหยียนเสี่ยวหู่ เปลี่ยนเป็น [ศิษย์น้องผู้รู้จักหาทำ] ทันที
"รสนิยมดีนี่หว่า ไก่ตัวนี้อ้วน... ผอมชิบเป๋ง เจ้าไปถูกใจมันตรงไหนเนี่ย"
เหยียนเสี่ยวหู่ลองอุ้มขึ้นมาแล้วก็รีบโยนทิ้ง
แม่ไก่ตาเหล่เซถลาวิ่งไปจิกกองขยะบนแผงของเหยียนเสี่ยวหู่อย่างบ้าคลั่ง
โจวชิงส่งปิ่นโตอาหารที่ห่อมาจากภัตตาคารให้ "รีบกินซะ!"
เห็นหน้าตาบูดบึ้งของโจวชิง เหยียนเสี่ยวหู่ก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
ขณะที่เหยียนเสี่ยวหู่เพิ่งจะโซ้ยไปได้สองคำ เสียงระเบิดดังสนั่นก็ดังมาจากไม่ไกล โจวชิงรีบลุกขึ้นมองตามเสียง
เหยียนเสี่ยวหู่ทำท่าทางชินชา "ทุกปีก็ต้องมีเรื่องให้เอะอะตึงตังกันแบบนี้แหละ ไม่รู้จักเหนื่อยกันบ้างหรือไง"
โจวชิงนั่งยองๆ ลง ถามอย่างสงสัย "ศิษย์พี่สาม เกิดเรื่องอะไรขึ้น มีคนบังคับซื้อขายหรือเปล่า"
"บังคับซื้อขายคงไม่ใช่ กฎที่นี่ทุกคนรู้ดี ใครกล้ามาก่อเรื่องเท่ากับหักหน้าห้าสำนักใหญ่ แถมยังทำให้สำนักตัวเองเสียชื่ออีก" เหยียนเสี่ยวหู่ตอบเนิบๆ
โจวชิงยิ่งงง ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้น แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ
เหยียนเสี่ยวหู่มองฝูงชนที่แห่กันไปทางนั้น แล้วแค่นเสียงเฮอะ "ก็พวกคนรุ่นใหม่ไฟแรงอยากประลองฝีมือกันนั่นแหละ ถ้าศิษย์พี่ใหญ่ออกมานะ แป๊บเดียวก็จัดการพวกมันได้หมดแล้ว"
โจวชิงถึงบางอ้อ
ที่เขาว่ากันว่าห้าสำนักใหญ่ภายนอกดูปรองดอง แต่ภายในแข่งขันกันดุเดือด เห็นท่าจะเป็นเรื่องจริง
"ข้าขอไปดูหน่อยนะ!"
ความอยากรู้อยากเห็นกำเริบ โจวชิงลากแม่ไก่วิ่งตามฝูงชนไปทันที
ตรงนั้นมีคนมุงดูอยู่เพียบ กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก บางคนถึงขั้นตะโกนเชียร์ด้วย
[จบแล้ว]