- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 27 - ขืนพูดมากอีกคำ เชื่อเถอะข้าถีบเจ้าลงไปแน่
บทที่ 27 - ขืนพูดมากอีกคำ เชื่อเถอะข้าถีบเจ้าลงไปแน่
บทที่ 27 - ขืนพูดมากอีกคำ เชื่อเถอะข้าถีบเจ้าลงไปแน่
บทที่ 27 - ขืนพูดมากอีกคำ เชื่อเถอะข้าถีบเจ้าลงไปแน่
★★★★★
ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นพล่าน ทำให้เหยียนเสี่ยวหู่ของขึ้นทันที "ไอ้ลูกเต่าตัวไหนมันกล้าตบหัวพ่อ... อาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว!"
เหยียนเสี่ยวหู่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันควัน โจวชิงเห็นท่าไม่ดีรีบคุกเข่าตาม
ตอนนี้โม่งสิงเจี่ยนโกรธจนตัวสั่น นิ้วชี้หน้าลูกศิษย์สั่นระริก "ดี ดี ดีมาก แค่แป๊บเดียว ข้ามีพ่อเพิ่มมาตั้งสองคน"
"อาจารย์ พวกข้าแค่ล้อเล่นกันเฉยๆ ท่านอย่าถือสาเลยนะขอรับ" เหยียนเสี่ยวหู่รีบแก้ตัว
โม่งสิงเจี่ยนอยากจะอาละวาด แต่คนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ขืนทำไปมีหวังได้เป็นตัวตลก
เขาเลยหันมามองของบนแผง ชี้ไม้ชี้มือด่า "ขยะพวกนี้เจ้ายังกล้าเอาออกมาขายอีกเหรอ ไม่อายคนหรือไง"
"อาจารย์ ของพวกนี้ครึ่งนึงเป็นของรางวัลที่ท่านให้ข้ามาทั้งนั้น อันนี้ อันนี้ แล้วก็กองนี้ด้วย" เหยียนเสี่ยวหู่จิ้มให้ดูทีละชิ้น
โม่งสิงเจี่ยน "......"
"นี่ลุง ตกลงจะซื้อไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อก็หลบไป อย่ามาบังหน้าร้าน ศิษย์พี่ชิ้นนี้ขายยังไง"
ศิษย์สำนักเทียนจีสี่คนเดินเบียดเข้ามาถามราคา
เหยียนเสี่ยวหู่เด้งตัวลุกขึ้นทันที หน้าเปื้อนยิ้ม "ขายครับ ขายแน่นอน นี่ของดีทั้งนั้น ดูลายไม้นี่สิ เหมือนลิงไหม ไม้บรรทัดนี้นะ ที่มาไม่ธรรมดา..."
โม่งสิงเจี่ยนโดนเบียดกระเด็นไปข้างๆ อ้าปากพะงาบๆ สุดท้ายก็สะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปด้วยความหงุดหงิด
เหยียนเสี่ยวหู่กับโจวชิงที่อยู่หลังแผง ถอนหายใจโล่งอกพร้อมกัน
"คืนนี้ไม่กลับสำนักดีไหม หาที่นอนแถวนี้เอา"
"เห็นด้วย แต่ข้ากลัวว่าท่านเสวียนโยวจะเรียกไปกินข้าวเป็นเพื่อนอีกน่ะสิ จะทำไง"
"ไสหัวไปไกลๆ เลยไป!"
......
คืนนั้น ทั้งสองคนเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูทางเข้าสำนักอยู่นานสองนาน จนกระทั่งม่านพลังใกล้จะปิด ถึงได้ย่องเบาเข้าไป ท่ามกลางสายตางุนงงของศิษย์เวรยาม
พอกลับถึงบ้าน โจวชิงแน่ใจแล้วว่าอาจารย์ไม่ได้มาดักตีหัว ถึงค่อยวางใจ จากนั้นก็เริ่มต้มน้ำร้อน แช่ตัวฝึกวิชา [หัตถ์มังกรเงิน] ต่อไป
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น พอเปิดประตูออกมา ก็เจอศิษย์พี่สามในสภาพหน้าบวมปูดเขียวช้ำไปทั้งแถบ
โจวชิงหน้ากระตุก
"ฝีมืออาจารย์เหรอ" โจวชิงถาม
เหยียนเสี่ยวหู่พยายามลืมตาตี่ๆ ที่บวมจนเหลือขีดเดียว "ก็เออสิ! ทำไมเจ้าไม่โดนวะ"
"อาจจะ หรือไม่ก็ เป็นไปได้ว่าข้าเป็นน้องเล็กสุด มักจะได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษมั้ง"
โจวชิงเดา แต่ความจริงแล้ว ไอ้เรื่องพ่อสองคนนั่น ท่านเป็นคนเริ่มก่อนนะ ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ
เหยียนเสี่ยวหู่ฟังแล้วรู้สึกไม่ยุติธรรมอย่างแรง
ทันใดนั้น ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งเข้ามา เหอหานยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนกระบี่ ไม่พูดไม่จา
โจวชิงตาเป็นประกาย รีบกระโดดขึ้นไปเกาะทันทีอย่างรู้ งาน
"งั้น ศิษย์พี่สาม ท่านทำงานไปนะ ข้ากินข้าวเสร็จแล้วจะรีบมาหา!" โจวชิงตะโกนบอก
มองดูศิษย์น้องเล็กที่มีรถส่วนตัวมารับส่ง แถมยังได้ไปกินข้าวทิพย์ที่หอหยกโอชา เหยียนเสี่ยวหู่น้ำตาตกใน
"ไม่ยุติธรรม โลกนี้มันไม่ยุติธรรม——"
......
"ศิษย์พี่เหอ ครั้งนี้กินข้าวกับท่านเสวียนโยวเหมือนเดิมเหรอ"
"อืม!"
"ศิษย์น้องลู่ก็อยู่ด้วยใช่ไหม"
"อืม!"
"ความเห็นที่ข้าเสนอไปเมื่อวาน พวกเขาเอาไปปรับปรุงหรือเปล่า ไฟตอนต้มข้าววิญญาณต้องนิ่ง ข้าวถึงจะเข้าเนื้อและกลิ่นหอมไม่หายไป"
"ถ้าเจ้ายังพล่ามไม่หยุด เชื่อเถอะข้าถีบเจ้าลงไปแน่"
"เชื่อจ้ะ แต่ศิษย์พี่เหอ ข้าสร้างรากฐานแล้วนะ บินเองได้แล้ว ถึงถีบลงไปก็ไม่... เฮ้ย เอาจริงดิ ศิษย์พี่เหอ ข้าผิดไปแล้ว อย่าล็อคพลังข้าสิ เดี๋ยวตายห่ากันพอดี จะชนแล้ว..."
ณ ศาลาริมน้ำ
ลู่เหยาเหยาถามด้วยความเป็นห่วง "ศิษย์พี่โจว ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ ทำไมหน้าซีดจัง"
"มะ... ไม่เป็นไร ท่านผู้อาวุโส ศิษย์น้องลู่ กับข้าวพวกนี้พวกท่านยังไม่ได้แตะเลยนี่ ไม่กินจริงดิ"
โจวชิงมองอาหารตรงหน้าตาละห้อย
เสวียนโยวส่ายหน้าเบาๆ "วันนี้ไม่ค่อยหิว เหยาเหยาเองก็ไม่อยากกิน เจ้ากินเถอะ"
โจวชิงเลียริมฝีปาก "งั้นข้าไม่เกรงใจนะ"
พูดจบก็โซเขมือบทันที
เสวียนโยวค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปที่ระเบียงทางเดิน มองดูปลาคาร์ปในสระ แล้วกวักมือเรียกลู่เหยาเหยา
ลู่เหยาเหยาที่กำลังนั่งเท้าคางมองโจวชิงกินข้าวอย่างมูมมาม รีบกระโดดโลดเต้นตามไป
"ข้าสัมผัสได้ว่า เจ้ามีความรู้สึกพิเศษกับเขา เขาเป็นพี่ชายเจ้าเหรอ" เสวียนโยวถามเสียงเบา
ลู่เหยาเหยาหันกลับไปมองโจวชิงที่กำลังยกชามข้าวต้มซดโฮกๆ รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏบนใบหน้า
"เขาคือคนในครอบครัวเจ้าค่ะ!"
เสวียนโยวฟังแล้วก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ แต่มองผิวน้ำที่เป็นประกายระยิบระยับ แววตาดูโหยหาอดีต
"ท่านพี่สาว ท่านคิดว่าศิษย์พี่โจวเป็นคนยังไงคะ"
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เหยาเหยาก็อดถามไม่ได้
เสวียนโยวอมยิ้ม "เลี้ยงง่าย กินเก่ง!"
ได้ยินคำวิจารณ์นี้ ลู่เหยาเหยาก็กลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะคิกคัก
"ปล่อยให้เขากินคนเดียวไปเถอะ เจ้าพาข้าลงไปเดินเล่นข้างล่างหน่อยสิ เผื่อจะฟลุ๊คเจอของดีบ้าง สมุนไพรที่เจ้าบอกมา บางตัวมันหายากจริงๆ" เสวียนโยวเอ่ยชวน
ลู่เหยาเหยาตอบตกลงทันที
จากนั้น ทั้งสองคนก็เดินออกจากสวนไปเงียบๆ โดยไม่รบกวนโจวชิง
โจวชิงที่กำลังกินเพลินๆ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
พอเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าเสวียนโยวกับลู่เหยาเหยาหายตัวไปแล้ว แต่บนกำแพงด้านหลัง มีชายฉกรรจ์ห้าคนกำลังหักนิ้วเตรียมกระโจนลงมา
"ไม่กินแล้วๆ ต้องเหลือท้องไว้กินกับศิษย์พี่สามบ้าง!" โจวชิงรีบกวาดกับข้าวใส่ปิ่นโต ยัดลงถุงเก็บของ แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที...
......
"ยังถือว่า... ซี๊ด~ มีจิตสำนึกอยู่บ้าง พี่ไม่ได้รักแกเสียเปล่า โอ๊ย เบาๆ หน่อย ตาแก่โม่วันนี้เป็นบ้าอะไรไม่รู้ ลงมือหนักชะมัด..."
"อาจารย์ ท่านมาแล้ว!"
"อาจารย์ข้าผิดไปแล้วจริงๆ เมื่อกี้แค่ล้อเล่นกับศิษย์น้องเฉยๆ... ไหนล่ะ คนอยู่ไหน"
"ดูทำหน้าเข้า อย่างกับนกแตกรัง!"
โจวชิงหัวเราะก๊าก เหยียนเสี่ยวหู่โกรธจัด กระโดดเตะก้นไปสองที
ไม่นาน ทั้งสองคนก็นั่งเฝ้าแผง มองผู้คนเดินผ่านไปมา เงียบกริบ
เหยียนเสี่ยวหู่ถอนหายใจยาว "จู่ๆ ก็คิดถึงศิษย์พี่รองขึ้นมา ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับ ถ้าศิษย์พี่รองอยู่ เวลาอาจารย์ลงโทษ นางต้องปกป้องพวกเราแน่ โดยเฉพาะเจ้า"
"ข้าสังเกตมานานแล้ว อาจารย์ดูจะกลัวนางยังไงชอบกล เจ้าว่าศิษย์พี่รองกุมความลับอะไรของแกไว้หรือเปล่า"
โจวชิงส่ายหน้า "ไม่รู้สิ แต่คำพูดศิษย์พี่รองศักดิ์สิทธิ์จริงๆ"
"พอลองนึกย้อนดูเรื่องเก่าๆ เผลอๆ จะเป็นเรื่องจริง รอศิษย์พี่รองกลับมาคราวนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ข้าต้องเอาความลับนั้นมาให้ได้"
เหยียนเสี่ยวหู่แววตามุ่งมั่น ตัดสินใจเด็ดขาด
โจวชิงไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เขาแค่หวังให้ศิษย์พี่รองกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอ
"ถ้าศิษย์พี่ใหญ่ออกมา เขาก็คงปกป้องพวกเราเหมือนกัน!" โจวชิงพูดขึ้น
เหยียนเสี่ยวหู่ร้อง "ชิ" ทันที
"ฝันไปเถอะ ในสายตาอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่คือลูกรัก คือความภาคภูมิใจ พรสวรรค์ พลัง หน้าตา พวกเราเทียบอะไรได้ คนเรากลัวที่สุดคือการเปรียบเทียบ พอเราไปยืนข้างศิษย์พี่ใหญ่ อาจารย์คงได้แต่มองเราด้วยสายตาผิดหวัง" เหยียนเสี่ยวหู่บ่นอุบ
โจวชิงฟังแล้วก็ไม่รู้จะเถียงยังไง
ช่วยไม่ได้ ศิษย์เอกของแต่ละยอดเขาคือหน้าตาของสำนัก ไม่เหมือนพวกเขาสองคน ที่วันๆ เอาแต่หาเรื่องให้อาจารย์ปวดหัว
"นั่งจนตูดชาแล้ว ศิษย์พี่ท่านขายไปก่อนนะ เดี๋ยวข้าออกไปเดินเล่นหน่อย!"
โจวชิงปัดตูดลุกขึ้น เดินมั่วๆ ไปทางหนึ่ง
"อย่าลืมซื้อข้าวเที่ยงกลับมาด้วยล่ะ!" เหยียนเสี่ยวหู่ตะโกนไล่หลัง
ไม่นาน โจวชิงก็เดินมาหยุดอยู่ที่แผงขายสัตว์เป็น...
[จบแล้ว]