- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 38 หอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่
บทที่ 38 หอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่
บทที่ 38 หอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่
บทที่ 38 หอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่
"เกร็ตต้า? แล้วการที่มันทำสัญญากับมนุษย์มันทำไมเหรอ?"
"ก็มันเป็นสัตว์เทพธาตุกาลเวลาเหมือนกับลอร์นเล็ตต้าไม่ใช่เหรอ? ถ้าเป็นวิธีการพิเศษจริงๆ..."
"นายคิดอะไรอยู่เนี่ย เกร็ตต้าแค่ใช้ท่าไม้ตายธาตุกาลเวลาได้เฉยๆ นะ ถ้าเจอเจ้าแห่งกาลเวลาอย่างลอร์นเล็ตต้าเข้าไป ไม่ถึงนาทีคงโดนตบลงไปกองกับพื้นแล้วมั้ง"
เฟิงหยวนมองชีเฉินอย่างอ่อนใจ ชีเฉินถามด้วยความประหลาดใจว่า
"เป็นอย่างนั้นหรอกเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ นายเรียนวิชาสัตว์อสูรมายังไงเนี่ย? ในสี่ตัวที่โผล่มาที่ภูมิภาคโอเมเลีย มีแค่คันนาซิสที่พอจะเรียกได้ว่าแข็งแกร่ง นอกนั้นก็งั้นๆ แหละ แค่เก่งกว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นิดหน่อยเอง"
"อีกอย่างนะ ถ้ามีคนกล้าควบคุมสัตว์เทพจริงๆ นายคิดว่าวิหารสัตว์เทพจะยอมอยู่เฉยๆ เหรอ?"
"นั่นสินะ..."
เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีลุกขึ้นยืน เห็นชีเฉินยังคงขมวดคิ้วคิดไม่ตก ก็พูดอย่างเอือมระอาว่า
"ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เชิญนายคิดให้หัวแตกไปคนเดียวเถอะ"
"จี้?!"
"เฮ้ย! เสี่ยวจี แกจะหนีไปไหน!"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีมุดหนีเข้าไปในบ้านจำลอง คอยชะโงกหน้าออกมามองเขาเป็นระยะ เฟิงหยวนก็ส่ายหน้า
"ถ้าไม่อยากอาบก็ตามใจ"
"จี้~"
วันต่อมา ข่าวเรื่องลอร์นเล็ตต้าปรากฏตัวที่โรงเรียนก็แพร่สะพัดไปทั่ว มีนักเรียนเข้ามาเกาะแกะถามข่าวคราวจากชีเฉินไม่ขาดสาย แต่เพราะบุคลิกที่ดูเข้าถึงยากของเฟิงหยวน ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาถามเขาตรงๆ ในคาบเรียน จ้งหลิวเหยียนมองเฟิงหยวนด้วยความสงสัยแล้วพูดว่า
"ไม่นึกเลยว่านายจะเป็นที่โปรดปรานของเหล่าสัตว์เทพขนาดนี้~ ขนาดลอร์นเล็ตต้ายงมาหาถึงที่"
"ใครว่าล่ะ มันแค่มารับนากูน่ากลับไปเฉยๆ ต่างหาก"
"จ้าๆ ลอร์นเล็ตต้าไม่ได้มาหานายหรอกเนอะ~"
จ้งหลิวเหยียนพูดล้อเลียน เฟิงหยวนรู้ทันทีว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของเขา ได้แต่ถอนหายใจแล้วอุ้มเสี่ยวจีไปหลบมุม มองเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่แอบชี้ไม้ชี้มือซุบซิบกันเป็นระยะ
ชีวิตที่ตกเป็นเป้าสายตาดำเนินไปจนถึงวันศุกร์ กระแสความตื่นเต้นเรื่องลอร์นเล็ตต้าก็เริ่มซาลง เฟิงหยวนที่เพิ่งจะโล่งใจว่าชีวิตอันสงบสุขกลับมาแล้ว ก็ต้องมาเจอกับการบ้านวิชาปรุงยาที่ทำเอาเขาแทบบ้า
"อ๊าก!!! ทำไมต้องเป็นงานกลุ่มด้วยฟะ!!! สมุนไพรวิญญาณขึ้นชื่อของเมืองเหมามู่!!! แบบนี้มันต้องถ่อไปค้นที่หอสมุดใหญ่สถานเดียวน่ะสิ!!!"
เฟิงหยวนตะโกนโวยวายอย่างบ้าคลั่งในห้องพัก ชีเฉินเก็บของไปพลางพูดว่า
"พอได้แล้วน่า ก็เป็นนายเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะรับผิดชอบเนื้อหาส่วนนี้"
"ฉันก็อยากจะเลือกหัวข้อเก็บตัวอย่างสมุนไพรนะ แต่พวกนายไม่ยอมให้ฉันทำนี่นา"
"ช่วยไม่ได้ ช่วงนี้เมืองเหมามู่วุ่นวายจะตายเพราะเรื่องลอร์นเล็ตต้า ขืนนายออกนอกเมืองไปมันอันตรายเกินไป"
เฟิงหยวนบ่นอุบ
"แต่ลอร์นเล็ตต้าก็บอกแล้วนี่นาว่าคนของลัทธิ G จะไม่มาหาเรื่องฉันแล้ว!"
"แต่คนที่อยากตามหาลอร์นเล็ตต้ามีเยอะกว่านั้นอีกนะ นายรับมือไหวเหรอ?"
ชีเฉินมองค้อนเฟิงหยวน เฟิงหยวนตอบอึกอัก
"ก็น่าจะ...รับมือได้แหละมั้ง..."
"เว้นแต่นายจะลงมือฆ่าพวกนั้นทิ้ง แต่ถ้านายทำแบบนั้นนายก็ติดคุกนะ"
"ชิ วุ่นวายชะมัด"
"รออีกสักพักเดี๋ยวคนก็เลิกเห่อกันไปเอง ถึงตอนนั้นนายก็ปลอดภัยแล้ว แต่ลอร์นเล็ตต้าก็เอาข่าวดีมาบอกนะ อย่างน้อยนายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องลัทธิ G แล้ว"
เฟิงหยวนเบะปากไม่พูดอะไร ชีเฉินเก็บของเสร็จก็อุ้มอามู่ใส่เป้แล้วหันมาถามเฟิงหยวน
"นายจะไปบ้านฉันไหม?"
"ไปบ้านนายทำไม? นอนโซฟามันไม่สนุกนะ"
"พรุ่งนี้เราจะไปหอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่ด้วยกันไง นายอย่าลืมสิว่านายก็ต้องรับผิดชอบหาข้อมูลด้วยนะ"
เฟิงหยวนทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงแกล้งทำเป็นหมดแรง
"นายมารับฉันสิ วันนี้เหนื่อยจะตายอยู่แล้วไม่อยากออกไปไหน"
"นอนมาเกือบทั้งบ่ายยังจะเหนื่อยอีกเหรอ? ก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะมารับ"
"นอนทั้งบ่ายที่ไหนกัน..."
เห็นชีเฉินสะพายเป้เดินออกจากห้องไป เฟิงหยวนก็พึมพำแล้วลุกขึ้นมาบอกลูกมังกรนิทราว่า
"ไป~ ไปทำกับข้าวที่ป่าหลังโรงเรียนกันเถอะ~"
"โฮก~"
"หอสมุดใหญ่เมืองเหมามู่นี่มันคนละชั้นกันเลยแฮะ~ แค่ชื่อต่างกันคำเดียว แต่ห้องสมุดเหมามู่เทียบรัศมีไม่ได้เลย~"
เฟิงหยวนมองอาคารไม้ขนาดมหึมาตรงหน้าด้วยความทึ่ง ชีเฉินมองลวดลายแกะสลักอันวิจิตรบรรจงบนคานไม้แล้วพูดว่า
"แน่นอนอยู่แล้ว ก็ที่นี่เป็นหนึ่งในหอสมุดเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่นี่นา"
"จี้~"
"เสี่ยวจี เดี๋ยวเข้าไปแล้วต้องทำตัวดีๆ นะ~"
เห็นเฟิงหยวนจับเสี่ยวจีวางบนหัว ชีเฉินก็เหลือบมองลูกมังกรนิทราบนไหล่เฟิงหยวนแล้วเตือนว่า
"ดูแลสองตัวนี้ให้ดีๆ ล่ะ ถ้าเข้าไปก่อเรื่องข้างใน นายงานเข้าแน่"
"ไม่หรอกน่า~ พวกมันเด็กดีจะตาย จริงไหม~"
"จี้~"
"โฮก~"
พอเดินเข้ามาในโถงกว้างของหอสมุด เฟิงหยวนมองป้ายบอกทางแล้วพูดว่า
"ฉันจะไปหาข้อมูลเรื่องสมุนไพรวิญญาณที่มีชื่อเสียงในอดีต ส่วนที่เหลือฝากนายด้วยนะ~"
"กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ชีเฉินคว้าคอเสื้อเฟิงหยวนลากกลับมา หน้าบึ้งตึงพูดว่า
"สมุนไพรวิญญาณที่มีชื่อเสียงมันมีเนื้อหาแค่นิดเดียวเองนะ! แล้วเรื่องวิวัฒนาการของสมุนไพรวิญญาณรอบเมืองเหมามู่ล่ะ?"
"ฝากนายไง~"
"ไอ้เลว! ไปช่วยหามาส่วนหนึ่งเลยไป!"
"เอ๊ะ! นายหาเองไม่ได้เหรอ?"
เห็นชีเฉินเงียบไปแต่ยังทำหน้าบึ้งจ้องหน้าเขาอยู่ เฟิงหยวนก็เลิกทำหน้าเศร้าแล้วเปลี่ยนมายิ้มแฉ่ง
"งั้นเราแลกกันก็ได้~"
ชีเฉินมองเฟิงหยวนอย่างระแวง
"นายคิดจะทำอะไรอีก? ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะใจดีขนาดนั้น"
"เปล่าสักหน่อย~ ตกลงตามนี้นะ~"
"เดี๋ยว!"
เฟิงหยวนฉวยโอกาสตอนชีเฉินเผลอรีบชิ่งหนีไป เห็นเฟิงหยวนหายลับไปแล้ว ชีเฉินก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา เอื้อมมือไปลูบหัวอามู่ที่โผล่หน้าออกมาจากเป้แล้วพึมพำกับตัวเอง
"หวังว่าคราวนี้หมอนั่นคงไม่ได้เล่นตลกอะไรอีกนะ..."
"จี้?"
"โห หนังสือเยอะขนาดนี้! บอสกู่กะจะเอาให้ตายเลยหรือไงเนี่ย!"
เห็นกองหนังสือตรงหน้าตั้งสูงท่วมหัว เฟิงหยวนก็พูดอย่างอ่อนใจ ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจกับปากพล่อยๆ ของตัวเองก่อนหน้านี้แล้ว พอนึกได้ว่านี่เป็นแค่ข้อมูลส่วนหนึ่ง เฟิงหยวนก็แทบคลั่ง เสี่ยวจีกระโดดขึ้นไปบนกองหนังสือ กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนานพลางมองเฟิงหยวน
"จี้~"
เฟิงหยวนมองเสี่ยวจีที่กำลังร่าเริงแล้วยิ้มขำ หยิบหนังสือทีละเล่มมาถ่ายรูปเนื้อหาที่ต้องใช้อย่างรวดเร็ว พอเก็บหนังสือเล่มสุดท้ายเข้าชั้น เฟิงหยวนก็อุ้มเสี่ยวจีที่หลับปุ๋ยไปวางบนหัว แล้วเดินไปหยิบข้อมูลชุดต่อไป ขณะที่กำลังจัดเรียงหนังสือ เฟิงหยวนก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เขาค่อยๆ วางเสี่ยวจีที่ยังหลับสนิทลงบนกองหนังสือ ทำสัญญาณมือบอกให้ลูกมังกรนิทราเงียบเสียง แล้วย่องไปที่ชั้นหนังสือใกล้ๆ
"เป็นไง? เจอไหม? ตกลงมันคือสัตว์วิญญาณอะไร?"
เห็นคนกลุ่มนั้นถือกรงขัง เฟิงหยวนก็ขมวดคิ้ว เรียกเคียวออกมาแล้วพุ่งออกไปตะโกนลั่น
"สัตว์วิญญาณในมือพวกแกจับมาจากไหน!"
ชายรูปร่างผอมกะหร่องในกลุ่มนั้นถลึงตาตี่ๆ ใส่เฟิงหยวนแล้วตะคอกกลับ
"ยุ่งอะไรด้วย! ทำไม? อยากจะทำตัวเป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรมหรือไง!"
"วางมันลงซะ!"
"เฮอะ! กล้ามาปล้นกันกลางเมืองแบบนี้ เพิ่งเคยเจอแฮะ"
เฟิงหยวนชี้เคียวไปที่คนกลุ่มนั้นแล้วยิ้มเยาะ
"ปล้นเหรอ? แน่ใจนะว่าสัตว์วิญญาณในมือพวกแกไม่ใช่สัตว์วิญญาณหายาก? จับสัตว์วิญญาณหายากโดยไม่ได้รับอนุญาตมันผิดกฎหมายนะรู้ไหม!"
"มั่วซั่ว! พวกเราเจอมันโดยบังเอิญในถ้ำต่างหาก! เพื่อรักษามันพวกเราเสียเงินไปตั้งเยอะนะโว้ย!"
"พวกแกช่วยมันไว้เหรอ?"
"จิน่า..."
เห็นสัตว์วิญญาณในกรงพยักหน้า เฟิงหยวนก็เก็บเคียวแล้วเกาหัวแก้เก้อ
"ขอโทษที ฉันนึกว่าพวกแกเป็นพวกลักลอบจับสัตว์... ขอโทษด้วยนะ"
"ไอ้บ้าเอ๊ย! อย่าตัดสินคนจากภายนอกสิวะ!"
"คุณรู้ไหมครับว่ามันคือสัตว์วิญญาณอะไร?"
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพใส่แว่นที่กำลังค้นข้อมูลอยู่เงยหน้าถามเฟิงหยวนด้วยความสงสัย เฟิงหยวนมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยความประหลาดใจ
"คุณเป็นนักเรียนเหรอครับ? ทำไมถึงมาอยู่กับเขาได้ล่ะ?"
"พูดงี้หมายความว่าไงวะ! แกดูถูกฉันเหรอ!"