เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา

บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา

บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา


บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา

"ห้ามนักเรียนก่อกองไฟทำอาหารในหอพัก! นี่ยังจะเถียงอีกเหรอว่าไม่ได้ทำผิดกฎโรงเรียน!"

"ฉันไม่ได้ก่อไฟทำอาหารในหอพักสักหน่อย โรงเรียนก็ไม่ได้มีกฎห้ามก่อไฟทำอาหารในป่าละเมาะหลังโรงเรียนนี่นา"

เห็นเฟิงหยวนเถียงข้างๆ คูๆ ชีเฉินก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

"เดี๋ยวพอนายโดนจับได้ก็รู้เองแหละว่ามีกฎหรือเปล่า"

"ไม่มีหรอก! เพื่อความชัวร์ฉันอ่านกฎโรงเรียนวนไปตั้งสามรอบ เช็กทุกข้ออย่างละเอียดแล้ว!"

"นายช่วยเอาเวลาไปตั้งใจเรียนหน่อยได้ไหม! ทีเรื่องก่อไฟทำอาหารในป่าหลังโรงเรียนนี่ศึกษาซะละเอียดเชียว ทีเรื่องเรียนไม่เห็นจริงจังขนาดนี้บ้าง"

เฟิงหยวนตั้งเตาปิกนิกพลางตอบอย่างไม่ยี่หระ

"เนื้อหาพวกนั้นมันง่ายจะตาย ไม่เห็นต้องไปจริงจังอะไรเลย"

"เสียดายที่ชวนอาจารย์หยานมาไม่ได้ กะว่าจะเลี้ยงขอบคุณสักหน่อย"

"ถ้านายชวนอาจารย์หยานมาได้จริงๆ เชื่อเถอะว่าเขาคงลากคอนายส่งฝ่ายปกครองเดี๋ยวนั้นเลย!"

ชีเฉินตกใจกับความคิดบ้าบิ่นของเฟิงหยวน เฟิงหยวนหยิบวัตถุดิบออกมาวางข้างๆ แล้วหันไปบอกลูกมังกรนิทราที่กำลังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ต่อไปก็ตาแกแล้วนะ"

"โฮก?"

"ใช้ท่าพ่นไฟของแกนั่นแหละ ระวังหน่อยอย่าให้ไฟแรงเกินไป ไม่งั้นอาหารจะไหม้หมด"

ผ่านไปพักใหญ่ เห็นลูกมังกรนิทราพ่นไฟใส่หม้ออย่างขะมักเขม้น ชีเฉินก็อดบ่นไม่ได้

"นายใช้งานมันหนักไปหรือเปล่า? แล้วเสี่ยวจีล่ะ? ทำไมไม่ให้เสี่ยวจีช่วยบ้าง?"

"ไฟของเสี่ยวจีมีพลังแห่งความตายปนอยู่ เอามาทำอาหารไม่ได้หรอก"

"จี้?"

"ไฟแรงไปแล้ว เบาลงหน่อย"

ชีเฉินมองดูเฟิงหยวนสั่งการลูกมังกรนิทราพ่นไฟอย่างเอือมระอา ผ่านไปนานพอสมควร เฟิงหยวนก็ตักอาหารใส่จาน แบ่งส่วนหนึ่งไปวางตรงหน้าพวกลูกมังกรนิทรา

"อะนี่ ส่วนของพวกแก~"

"เอ๊ะ? นั่นมันอาหารสัตว์วิญญาณเหรอ?"

"ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันจะถ่อมาก่อไฟทำอาหารในป่าทำไม? นึกว่าฉันว่างนักหรือไง!"

"อามู่ กินเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"

เห็นอามู่มองหน้าเหมือนรอคำอนุญาต ชีเฉินก็บอกเสียงเบา แล้วรับชามข้าวจากเฟิงหยวนมาพลางบ่น

"ฉันว่านายว่างจัดจริงๆ นั่นแหละ แค่อาหารสัตว์วิญญาณ ต้องถึงขนาดเสี่ยงทำผิดกฎโรงเรียนเลยเหรอ?"

"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ผิดกฎ อีกอย่างนายไม่สงสารพวกมันเหรอที่ต้องกินแต่อาหารเม็ดเดิมๆ ทุกวัน?"

"เออๆ นายพูดถูก"

เห็นสัตว์วิญญาณทั้งสามตัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ชีเฉินก็คร้านจะเถียงเฟิงหยวนต่อ พอกินเสร็จ ชีเฉินก็ช่วยเฟิงหยวนเก็บของ เฟิงหยวนชี้ไปที่กองขยะที่เอากลับไปไม่ได้แล้วสั่งว่า

"เสี่ยวจี ไฟวิญญาณ"

"จี้?"

ถึงจะงงๆ แต่เสี่ยวจีก็พ่นไฟวิญญาณใส่กองขยะ ด้วยผลจากการฝึกซ้อมช่วงหลัง ลูกไฟของเสี่ยวจีไม่แตกกระจายสะเปะสะปะอีกต่อไป แต่สามารถควบคุมทิศทางให้ตกลงบนเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มลุกโชนเผาผลาญขยะจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

"ไฟนั่นมันเย็นเหรอ?"

ชีเฉินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงถามเฟิงหยวนด้วยความสงสัย เฟิงหยวนพยักหน้า

"ไฟที่มีพลังแห่งความตายปะปนอยู่มากก็เป็นแบบนี้แหละ ที่รู้สึกแสบร้อนเวลาโดนตัวก็เพราะผลกระทบพิเศษที่มีต่อสิ่งมีชีวิตเท่านั้น"

"จี้?"

"โอเค~ กลับกันเถอะ~"

เฟิงหยวนจับเสี่ยวจีวางบนหัว เรียกให้ลูกมังกรนิทราตามมา แล้วหันหลังเดินกลับ

ทันทีที่กลับถึงหอพัก เฟิงหยวนก็เจออาจารย์หยานยืนรออยู่พร้อมกับคนในเครื่องแบบอีกสองคน เฟิงหยวนรีบถอดเป้ไปวางแอบไว้มุมห้อง อาจารย์หยานถามด้วยความสงสัย

"เธอหายไปไหนมาอีกแล้ว? ช่วงนี้รอบเมืองเหมามู่วุ่นวายมาก อย่าออกไปนอกเมืองบ่อยนักสิ!"

"เอ่อ... ไปหาอะไรกินมาเฉยๆ ครับ..."

อาจารย์หยานก้มดูนาฬิกาแล้วก็ยอมเชื่อแบบขอไปที ท่านหันมาแนะนำคนแปลกหน้าทั้งสองให้เฟิงหยวนกับชีเฉินรู้จัก

"สองท่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่จากในเมือง มาสอบสวนเรื่องที่ลอร์นเล็ตต้าปรากฏตัวเมื่อตอนเที่ยง"

หญิงสาวในเครื่องแบบหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งต้าเซี่ยถือสมุดจดบันทึก จ้องหน้าเฟิงหยวนเขม็งแล้วถามว่า

"สวัสดี เราอยากทราบว่าเมื่อตอนเที่ยงที่ลอร์นเล็ตต้าปรากฏตัวที่หน้าต่างห้องพักของพวกเธอ มันทำอะไรบ้าง?"

เฟิงหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอุ้มเสี่ยวจีลงจากหัววางลงบนพื้น

"ก็ไม่ได้ทำอะไรมากครับ แค่มารับนากูน่ากลับไปเฉยๆ"

หญิงสาวจ้องตาเฟิงหยวนแล้วถามต่อ

"จากคำบอกเล่าของพยานและคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ได้ เรามีเหตุผลให้สงสัยว่ามันมีการสื่อสารกับคนในห้องพักของพวกเธอ และจากกล้องวงจรปิด ช่วงเวลานั้นมีแค่เธอคนเดียวที่อยู่ในห้อง เธอไม่อยากจะอธิบายหน่อยเหรอ?"

เฟิงหยวนไม่สนใจสายตาของเธอ เขาเดินไปที่เตียง โบกมือไล่ผู้ชายที่ยืนขวางทางอยู่ออกไป แล้วนั่งลงบนเตียงมองหน้าหญิงสาวคนนั้น

"จะให้อธิบายอะไรครับ? ลอร์นเล็ตต้าคุยกับนากูน่า ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกมันคุยอะไรกัน ผมไม่ใช่สัตว์วิญญาณสักหน่อย จะได้ฟังภาษาพวกมันออก"

หญิงสาวจ้องตาเฟิงหยวนเขม็ง พอเห็นว่าเขาไม่ได้ดูมีพิรุธเหมือนโกหก เธอก็เปลี่ยนเรื่องถาม

"แล้วนากูน่าล่ะ? เธอไม่ได้เป็นผู้ทำพันธสัญญากับมันจริงๆ เหรอ?"

"ไม่ใช่ครับ ผมไม่คิดจะเป็นผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพ!"

"งั้นเธอช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนที่ลอร์นเล็ตต้าสื่อสารกับนากูน่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?"

เห็นเฟิงหยวนเริ่มรำคาญ หญิงสาวจึงเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง เฟิงหยวนเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นคร่าวๆ ให้ฟัง หญิงสาวปิดสมุดจด สูดหายใจลึก แล้วยิ้มให้เฟิงหยวน

"ขอร้องให้เธอช่วยอะไรสักอย่างได้ไหม?"

"ไม่ได้ครับ!"

"หลิงซวน ไม่ต้องไปพูดกับมันมากความหรอก! ไอ้เด็กนี่มันไม่ซื่อ มันโกหกหลายเรื่องเลย!"

ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องหน้าเฟิงหยวนอย่างไม่พอใจ เฟิงหยวนมองท่าทางดุดันของอีกฝ่ายแล้วส่ายหน้า

"ผมไม่ได้โกหกนะครับ~ ที่ผมพูดไป..."

"แกโกหกหรือปิดบังอะไรแกรู้ตัวแกดี! ไม่ต้องมาแก้ตัว!"

"แต่หัวหน้าหยาง ถ้าเขาเป็นผู้ทำพันธสัญญา หรือช่วยให้คนอื่นเป็น..."

"ต้าเซี่ยของเรายังไม่ตกต่ำถึงขนาดต้องมาร้องขอความเมตตาจากสัตว์เทพหรอกนะ!"

หัวหน้าหยางดุหญิงสาวลูกน้องเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย หญิงสาวที่ชื่อหลิงซวนรีบลุกขึ้นเดินตามไป อาจารย์หยานมองตามไปที่ประตูแล้วหันมาพูดกับเฟิงหยวนอย่างอ่อนใจ

"ทำไมเธอต้องโกหกด้วย มันจะนำความเดือดร้อนมาให้เธอนะ"

"บางเรื่องผมก็ไม่อยากอธิบายครับ"

"เธอนี่นะ... เฮ้อ ช่างเถอะ"

เห็นเฟิงหยวนดื้อดึง อาจารย์หยานก็ถอนหายใจแล้วเดินจากไป ชีเฉินเดินเข้ามาในห้อง อุ้มอามู่ออกมาจากเป้วางบนเตียงแล้วถามว่า

"ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย? ถ้าไม่อยากอธิบายก็บอกไปตรงๆ ไม่ได้เหรอ? ทำแบบนี้..."

"พวกเขาก็แค่ต้องการคำตอบให้มันจบๆ ไป ส่วนจะจริงหรือเท็จมันสำคัญด้วยเหรอ? ยังไงพวกเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี"

"ไม่ขนาดนั้นมั้ง?"

เห็นท่าทางไร้เดียงสาของชีเฉิน เฟิงหยวนก็นอนแผ่บนเตียง เอามือก่ายหน้าผากทำท่าเหมือนผู้รู้แจ้ง

"นายคิดว่าคนของหน่วยสืบสวนพิเศษจะเชื่อคำพูดใครง่ายๆ เหรอ?"

"พวกเขาเป็นคนของหน่วยสืบสวนพิเศษเหรอ?"

"ดูจากเครื่องแบบก็รู้แล้ว คล้ายกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษแต่มีรายละเอียดต่างกันนิดหน่อย"

"ดูไม่ออกแฮะ"

ชีเฉินมองเฟิงหยวนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสงสัย เสี่ยวจีกระโดดขึ้นไปบนเตียง จ้องหน้าเฟิงหยวน

"จี้?"

"จริงสิ ที่เขาพูดว่าร้องขอความเมตตาจากสัตว์เทพนั่นหมายความว่ายังไง นายรู้ไหม?"

เฟิงหยวนลุกขึ้นนั่งกอดเสี่ยวจี ลูบขนขนนุ่มนิ่มของมันพลางตอบว่า

"น่าจะหมายถึงศึกชิงแชมป์ระดับภูมิภาคปลายปีหน้ามั้ง"

"ศึกชิงแชมป์ระดับภูมิภาคแล้วมันทำไมเหรอ?"

"ตอนนี้ภูมิภาคโอเมเลียมีผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพตั้งสี่คนแล้ว คนในภูมิภาคเสินโจวคงจะร้อนรนกันน่าดู เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้มีแค่อู่เฟิงจากต้าเซี่ยคนเดียวที่เป็นผู้ทำพันธสัญญากับหงส์เพลิงหลีฮั่ว"

ได้ยินคำพูดของเฟิงหยวน ชีเฉินก็ตกใจ รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาข้อมูล สักพักก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

"ไม่จริงน่า! ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"

"ก็สัตว์เทพส่วนใหญ่ในภูมิภาคต้าเซี่ยที่ยังไม่มีผู้ทำพันธสัญญา เป็นพวกที่ควบคุมพลังหลักๆ ทั้งนั้น พวกนั้นไม่ยอมทำสัญญากับมนุษย์ง่ายๆ หรอก"

"แล้วทำไมที่ภูมิภาคโอเมเลียถึงมีสัตว์เทพที่ควบคุมพลังหลักทำสัญญากับมนุษย์ตั้งสี่ตัวพร้อมกันล่ะ?"

"หรือว่าพวกเขามีวิธีควบคุมสัตว์เทพ?"

ได้ยินข้อสันนิษฐานที่มองโลกในแง่ร้ายของชีเฉิน เฟิงหยวนก็เขี่ยขนบนหัวเสี่ยวจีเล่นพลางตอบว่า

"คงไม่ใช่หรอก คิดว่าพวกลอร์นเล็ตต้าจะยอมให้ทำแบบนั้นง่ายๆ เหรอ?"

"แต่เกร็ตต้าก็ทำสัญญากับมนุษย์แล้วนี่นา?"

จบบทที่ บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา

คัดลอกลิงก์แล้ว