- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา
บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา
บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา
บทที่ 37 ประโยชน์ของลูกมังกรนิทรา
"ห้ามนักเรียนก่อกองไฟทำอาหารในหอพัก! นี่ยังจะเถียงอีกเหรอว่าไม่ได้ทำผิดกฎโรงเรียน!"
"ฉันไม่ได้ก่อไฟทำอาหารในหอพักสักหน่อย โรงเรียนก็ไม่ได้มีกฎห้ามก่อไฟทำอาหารในป่าละเมาะหลังโรงเรียนนี่นา"
เห็นเฟิงหยวนเถียงข้างๆ คูๆ ชีเฉินก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"เดี๋ยวพอนายโดนจับได้ก็รู้เองแหละว่ามีกฎหรือเปล่า"
"ไม่มีหรอก! เพื่อความชัวร์ฉันอ่านกฎโรงเรียนวนไปตั้งสามรอบ เช็กทุกข้ออย่างละเอียดแล้ว!"
"นายช่วยเอาเวลาไปตั้งใจเรียนหน่อยได้ไหม! ทีเรื่องก่อไฟทำอาหารในป่าหลังโรงเรียนนี่ศึกษาซะละเอียดเชียว ทีเรื่องเรียนไม่เห็นจริงจังขนาดนี้บ้าง"
เฟิงหยวนตั้งเตาปิกนิกพลางตอบอย่างไม่ยี่หระ
"เนื้อหาพวกนั้นมันง่ายจะตาย ไม่เห็นต้องไปจริงจังอะไรเลย"
"เสียดายที่ชวนอาจารย์หยานมาไม่ได้ กะว่าจะเลี้ยงขอบคุณสักหน่อย"
"ถ้านายชวนอาจารย์หยานมาได้จริงๆ เชื่อเถอะว่าเขาคงลากคอนายส่งฝ่ายปกครองเดี๋ยวนั้นเลย!"
ชีเฉินตกใจกับความคิดบ้าบิ่นของเฟิงหยวน เฟิงหยวนหยิบวัตถุดิบออกมาวางข้างๆ แล้วหันไปบอกลูกมังกรนิทราที่กำลังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ต่อไปก็ตาแกแล้วนะ"
"โฮก?"
"ใช้ท่าพ่นไฟของแกนั่นแหละ ระวังหน่อยอย่าให้ไฟแรงเกินไป ไม่งั้นอาหารจะไหม้หมด"
ผ่านไปพักใหญ่ เห็นลูกมังกรนิทราพ่นไฟใส่หม้ออย่างขะมักเขม้น ชีเฉินก็อดบ่นไม่ได้
"นายใช้งานมันหนักไปหรือเปล่า? แล้วเสี่ยวจีล่ะ? ทำไมไม่ให้เสี่ยวจีช่วยบ้าง?"
"ไฟของเสี่ยวจีมีพลังแห่งความตายปนอยู่ เอามาทำอาหารไม่ได้หรอก"
"จี้?"
"ไฟแรงไปแล้ว เบาลงหน่อย"
ชีเฉินมองดูเฟิงหยวนสั่งการลูกมังกรนิทราพ่นไฟอย่างเอือมระอา ผ่านไปนานพอสมควร เฟิงหยวนก็ตักอาหารใส่จาน แบ่งส่วนหนึ่งไปวางตรงหน้าพวกลูกมังกรนิทรา
"อะนี่ ส่วนของพวกแก~"
"เอ๊ะ? นั่นมันอาหารสัตว์วิญญาณเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันจะถ่อมาก่อไฟทำอาหารในป่าทำไม? นึกว่าฉันว่างนักหรือไง!"
"อามู่ กินเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"
เห็นอามู่มองหน้าเหมือนรอคำอนุญาต ชีเฉินก็บอกเสียงเบา แล้วรับชามข้าวจากเฟิงหยวนมาพลางบ่น
"ฉันว่านายว่างจัดจริงๆ นั่นแหละ แค่อาหารสัตว์วิญญาณ ต้องถึงขนาดเสี่ยงทำผิดกฎโรงเรียนเลยเหรอ?"
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ผิดกฎ อีกอย่างนายไม่สงสารพวกมันเหรอที่ต้องกินแต่อาหารเม็ดเดิมๆ ทุกวัน?"
"เออๆ นายพูดถูก"
เห็นสัตว์วิญญาณทั้งสามตัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ชีเฉินก็คร้านจะเถียงเฟิงหยวนต่อ พอกินเสร็จ ชีเฉินก็ช่วยเฟิงหยวนเก็บของ เฟิงหยวนชี้ไปที่กองขยะที่เอากลับไปไม่ได้แล้วสั่งว่า
"เสี่ยวจี ไฟวิญญาณ"
"จี้?"
ถึงจะงงๆ แต่เสี่ยวจีก็พ่นไฟวิญญาณใส่กองขยะ ด้วยผลจากการฝึกซ้อมช่วงหลัง ลูกไฟของเสี่ยวจีไม่แตกกระจายสะเปะสะปะอีกต่อไป แต่สามารถควบคุมทิศทางให้ตกลงบนเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มลุกโชนเผาผลาญขยะจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
"ไฟนั่นมันเย็นเหรอ?"
ชีเฉินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงถามเฟิงหยวนด้วยความสงสัย เฟิงหยวนพยักหน้า
"ไฟที่มีพลังแห่งความตายปะปนอยู่มากก็เป็นแบบนี้แหละ ที่รู้สึกแสบร้อนเวลาโดนตัวก็เพราะผลกระทบพิเศษที่มีต่อสิ่งมีชีวิตเท่านั้น"
"จี้?"
"โอเค~ กลับกันเถอะ~"
เฟิงหยวนจับเสี่ยวจีวางบนหัว เรียกให้ลูกมังกรนิทราตามมา แล้วหันหลังเดินกลับ
ทันทีที่กลับถึงหอพัก เฟิงหยวนก็เจออาจารย์หยานยืนรออยู่พร้อมกับคนในเครื่องแบบอีกสองคน เฟิงหยวนรีบถอดเป้ไปวางแอบไว้มุมห้อง อาจารย์หยานถามด้วยความสงสัย
"เธอหายไปไหนมาอีกแล้ว? ช่วงนี้รอบเมืองเหมามู่วุ่นวายมาก อย่าออกไปนอกเมืองบ่อยนักสิ!"
"เอ่อ... ไปหาอะไรกินมาเฉยๆ ครับ..."
อาจารย์หยานก้มดูนาฬิกาแล้วก็ยอมเชื่อแบบขอไปที ท่านหันมาแนะนำคนแปลกหน้าทั้งสองให้เฟิงหยวนกับชีเฉินรู้จัก
"สองท่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่จากในเมือง มาสอบสวนเรื่องที่ลอร์นเล็ตต้าปรากฏตัวเมื่อตอนเที่ยง"
หญิงสาวในเครื่องแบบหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งต้าเซี่ยถือสมุดจดบันทึก จ้องหน้าเฟิงหยวนเขม็งแล้วถามว่า
"สวัสดี เราอยากทราบว่าเมื่อตอนเที่ยงที่ลอร์นเล็ตต้าปรากฏตัวที่หน้าต่างห้องพักของพวกเธอ มันทำอะไรบ้าง?"
เฟิงหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอุ้มเสี่ยวจีลงจากหัววางลงบนพื้น
"ก็ไม่ได้ทำอะไรมากครับ แค่มารับนากูน่ากลับไปเฉยๆ"
หญิงสาวจ้องตาเฟิงหยวนแล้วถามต่อ
"จากคำบอกเล่าของพยานและคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ได้ เรามีเหตุผลให้สงสัยว่ามันมีการสื่อสารกับคนในห้องพักของพวกเธอ และจากกล้องวงจรปิด ช่วงเวลานั้นมีแค่เธอคนเดียวที่อยู่ในห้อง เธอไม่อยากจะอธิบายหน่อยเหรอ?"
เฟิงหยวนไม่สนใจสายตาของเธอ เขาเดินไปที่เตียง โบกมือไล่ผู้ชายที่ยืนขวางทางอยู่ออกไป แล้วนั่งลงบนเตียงมองหน้าหญิงสาวคนนั้น
"จะให้อธิบายอะไรครับ? ลอร์นเล็ตต้าคุยกับนากูน่า ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกมันคุยอะไรกัน ผมไม่ใช่สัตว์วิญญาณสักหน่อย จะได้ฟังภาษาพวกมันออก"
หญิงสาวจ้องตาเฟิงหยวนเขม็ง พอเห็นว่าเขาไม่ได้ดูมีพิรุธเหมือนโกหก เธอก็เปลี่ยนเรื่องถาม
"แล้วนากูน่าล่ะ? เธอไม่ได้เป็นผู้ทำพันธสัญญากับมันจริงๆ เหรอ?"
"ไม่ใช่ครับ ผมไม่คิดจะเป็นผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพ!"
"งั้นเธอช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนที่ลอร์นเล็ตต้าสื่อสารกับนากูน่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?"
เห็นเฟิงหยวนเริ่มรำคาญ หญิงสาวจึงเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง เฟิงหยวนเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นคร่าวๆ ให้ฟัง หญิงสาวปิดสมุดจด สูดหายใจลึก แล้วยิ้มให้เฟิงหยวน
"ขอร้องให้เธอช่วยอะไรสักอย่างได้ไหม?"
"ไม่ได้ครับ!"
"หลิงซวน ไม่ต้องไปพูดกับมันมากความหรอก! ไอ้เด็กนี่มันไม่ซื่อ มันโกหกหลายเรื่องเลย!"
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องหน้าเฟิงหยวนอย่างไม่พอใจ เฟิงหยวนมองท่าทางดุดันของอีกฝ่ายแล้วส่ายหน้า
"ผมไม่ได้โกหกนะครับ~ ที่ผมพูดไป..."
"แกโกหกหรือปิดบังอะไรแกรู้ตัวแกดี! ไม่ต้องมาแก้ตัว!"
"แต่หัวหน้าหยาง ถ้าเขาเป็นผู้ทำพันธสัญญา หรือช่วยให้คนอื่นเป็น..."
"ต้าเซี่ยของเรายังไม่ตกต่ำถึงขนาดต้องมาร้องขอความเมตตาจากสัตว์เทพหรอกนะ!"
หัวหน้าหยางดุหญิงสาวลูกน้องเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย หญิงสาวที่ชื่อหลิงซวนรีบลุกขึ้นเดินตามไป อาจารย์หยานมองตามไปที่ประตูแล้วหันมาพูดกับเฟิงหยวนอย่างอ่อนใจ
"ทำไมเธอต้องโกหกด้วย มันจะนำความเดือดร้อนมาให้เธอนะ"
"บางเรื่องผมก็ไม่อยากอธิบายครับ"
"เธอนี่นะ... เฮ้อ ช่างเถอะ"
เห็นเฟิงหยวนดื้อดึง อาจารย์หยานก็ถอนหายใจแล้วเดินจากไป ชีเฉินเดินเข้ามาในห้อง อุ้มอามู่ออกมาจากเป้วางบนเตียงแล้วถามว่า
"ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย? ถ้าไม่อยากอธิบายก็บอกไปตรงๆ ไม่ได้เหรอ? ทำแบบนี้..."
"พวกเขาก็แค่ต้องการคำตอบให้มันจบๆ ไป ส่วนจะจริงหรือเท็จมันสำคัญด้วยเหรอ? ยังไงพวกเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี"
"ไม่ขนาดนั้นมั้ง?"
เห็นท่าทางไร้เดียงสาของชีเฉิน เฟิงหยวนก็นอนแผ่บนเตียง เอามือก่ายหน้าผากทำท่าเหมือนผู้รู้แจ้ง
"นายคิดว่าคนของหน่วยสืบสวนพิเศษจะเชื่อคำพูดใครง่ายๆ เหรอ?"
"พวกเขาเป็นคนของหน่วยสืบสวนพิเศษเหรอ?"
"ดูจากเครื่องแบบก็รู้แล้ว คล้ายกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษแต่มีรายละเอียดต่างกันนิดหน่อย"
"ดูไม่ออกแฮะ"
ชีเฉินมองเฟิงหยวนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสงสัย เสี่ยวจีกระโดดขึ้นไปบนเตียง จ้องหน้าเฟิงหยวน
"จี้?"
"จริงสิ ที่เขาพูดว่าร้องขอความเมตตาจากสัตว์เทพนั่นหมายความว่ายังไง นายรู้ไหม?"
เฟิงหยวนลุกขึ้นนั่งกอดเสี่ยวจี ลูบขนขนนุ่มนิ่มของมันพลางตอบว่า
"น่าจะหมายถึงศึกชิงแชมป์ระดับภูมิภาคปลายปีหน้ามั้ง"
"ศึกชิงแชมป์ระดับภูมิภาคแล้วมันทำไมเหรอ?"
"ตอนนี้ภูมิภาคโอเมเลียมีผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพตั้งสี่คนแล้ว คนในภูมิภาคเสินโจวคงจะร้อนรนกันน่าดู เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้มีแค่อู่เฟิงจากต้าเซี่ยคนเดียวที่เป็นผู้ทำพันธสัญญากับหงส์เพลิงหลีฮั่ว"
ได้ยินคำพูดของเฟิงหยวน ชีเฉินก็ตกใจ รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาข้อมูล สักพักก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
"ไม่จริงน่า! ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"
"ก็สัตว์เทพส่วนใหญ่ในภูมิภาคต้าเซี่ยที่ยังไม่มีผู้ทำพันธสัญญา เป็นพวกที่ควบคุมพลังหลักๆ ทั้งนั้น พวกนั้นไม่ยอมทำสัญญากับมนุษย์ง่ายๆ หรอก"
"แล้วทำไมที่ภูมิภาคโอเมเลียถึงมีสัตว์เทพที่ควบคุมพลังหลักทำสัญญากับมนุษย์ตั้งสี่ตัวพร้อมกันล่ะ?"
"หรือว่าพวกเขามีวิธีควบคุมสัตว์เทพ?"
ได้ยินข้อสันนิษฐานที่มองโลกในแง่ร้ายของชีเฉิน เฟิงหยวนก็เขี่ยขนบนหัวเสี่ยวจีเล่นพลางตอบว่า
"คงไม่ใช่หรอก คิดว่าพวกลอร์นเล็ตต้าจะยอมให้ทำแบบนั้นง่ายๆ เหรอ?"
"แต่เกร็ตต้าก็ทำสัญญากับมนุษย์แล้วนี่นา?"