เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด

บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด

บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด


บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด

"ฉันเป็นนักเรียนของวิทยาลัยเหมามู่นะ! มาหาว่าฉันเป็นคนเลวได้ยังไง!"

"เอ๊ะ? เป็นนักเรียนเหรอครับ? ขอโทษครับ ขอโทษที..."

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไร แต่ทำไมมันถึงดูน่าสงสารขนาดนั้นล่ะครับ? พวกพี่ทำร้ายมันเหรอ?"

"ใครจะไปทำร้ายมันเล่า! เจ้านี่ไม่ยอมกินอะไรเลย ดูอ่อนแอลงเรื่อยๆ พวกเราเลยต้องมาหาข้อมูลอยู่นี่ไง"

เฟิงหยวนมองชายร่างเล็กด้วยความประหลาดใจแล้วถาม

"แล้วทำไมพวกพี่ต้องขังมันไว้ในกรงด้วยล่ะครับ?"

"ก็เพราะมันชอบหนีน่ะสิ! ก่อนหน้านี้มันแอบหนีไป แล้วอีกสองวันต่อมาพวกเราก็ไปเจอมันที่ป่าชามู่บนเขายอดเมฆ ใครจะไปรู้ว่ามันหนีจากในเมืองไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง!"

"แล้วพวกพี่ก็จับมันกลับมาอีก?"

"เปล่า! ตอนที่เจอ มันดูอ่อนแอกว่าเดิมอีก!"

เฟิงหยวนยื่นมือเข้าไปหาด้วยความสงสัย แต่พอเข้าใกล้กรง สัตว์วิญญาณตัวนั้นก็ถอยกรูดไปชิดมุมกรงอีกฝั่งทันที เฟิงหยวนมองทั้งสองคนแล้วถาม

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย?"

"ฉันก็อยากรู้เหมือนกันโว้ย! มันเป็นแบบนี้ตลอด น่ารำคาญจะตาย!"

"ก็บอกแล้วไงว่าให้ส่งไปที่สถาบันวิจัย นายก็ไม่ยอม"

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพปิดหนังสือแล้วดันแว่น พูดตำหนิชายร่างเล็กอย่างไม่พอใจ ชายร่างเล็กหันไปมองสัตว์วิญญาณที่ขดตัวอยู่มุมกรงแล้วพูดอย่างดูถูก

"สถาบันวิจัยเหรอ? พวกนั้นจะไปรู้อะไร? สำหรับพวกนั้นมันก็แค่สัตว์วิญญาณตัวหนึ่ง ขอแค่ได้ผลการทดลอง พวกมันไม่สนหรอกว่าสัตว์วิญญาณจะเป็นตายร้ายดียังไง!"

เฟิงหยวนนั่งยองๆ มองสัตว์วิญญาณที่ขดตัวอยู่มุมกรง รูปร่างของมันคล้ายตุ๊กตาคนตัวเล็กๆ ผมเป็นรูปกลีบดอกไม้ สวมชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตากลมโตส่องประกายราวกับดวงดาว แต่คงเพราะไม่ได้กินอะไรมานานเลยดูอ่อนแอมาก เฟิงหยวนถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนแล้วบอกทั้งสองคนว่า

"ขอลองดูหน่อยได้ไหมครับ"

"นายเนี่ยนะ?อายุน้อยกว่าฉันอีก จะไปมีปัญญาทำอะไรได้?"

เฟิงหยวนส่ายหน้า ใช้เคียวฟันแม่กุญแจจนขาด แล้วยื่นมือเข้าไปอุ้มสัตว์วิญญาณตัวนั้นออกมา สัมผัสได้ว่ามันตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด ยังไม่ทันจะได้ดูให้ละเอียด ชายร่างเล็กก็คว้าตัวสัตว์วิญญาณกลับไปจากมือเฟิงหยวนทันที พอเห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างระแวง เฟิงหยวนก็คลายมือ ปล่อยเคียวให้สลายไปในอากาศ

"แก!"

พอเห็นเฟิงหยวนสลายเคียว ชายสองคนนั้นก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรบ สัตว์วิญญาณหลายตัวปรากฏขึ้นด้านหลังพวกเขา หมูป่าหินผายักษ์กระโดดเข้ามาขวางระหว่างเฟิงหยวนกับทั้งสองคน ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด

"โฮก?"

ลูกมังกรนิทราขยี้ตาอย่างงัวเงีย ลอยไปเกาะบนหัวหมูป่าหินผายักษ์ หมูป่าหินผามองลูกมังกรนิทราที่จู่ๆ ก็ลอยมาจากไหล่เฟิงหยวนด้วยความงุนงง ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเห็นลูกมังกรนิทราทำตัวสบายใจเฉิบก็ถามหยั่งเชิง

"นายเป็นใครกันแน่!"

"เฟิงหยวน!"

ชีเฉินตะโกนเรียกแล้ววิ่งเข้ามายืนข้างเฟิงหยวน ตั้งท่าเตรียมสู้ สั่งอามู่ว่า

"อามู่! บาเรียเถาวัลย์!"

"ตู!"

"ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ?"

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพกระซิบกับเพื่อน แล้วก้าวออกมาข้างหน้าพูดอย่างระมัดระวัง

"ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าพวกนายเป็นใคร? พวกเราเป็นสมาชิกทีมอัคคีชาดจากวิทยาลัยเหมามู่ คนที่อยู่ข้างๆ นายคนนั้น..."

"เขาไม่ได้ถูกลัทธิ G ควบคุม เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม เรียนอยู่ที่มัธยมปลายเหมามู่ที่สองครับ"

ชีเฉินเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย จึงสั่งให้อามู่เก็บเถาวัลย์ แล้วหันไปบ่นเฟิงหยวนอย่างอ่อนใจ

"นายใช้อำนาจของสัตว์วิญญาณพร่ำเพรื่ออีกแล้วใช่ไหม? ทำแบบนี้คนอื่นเขาจะเข้าใจผิดเอานะ"

"ชิ!"

เฟิงหยวนเบะปากอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้เถียง พอเห็นชีเฉินกำลังคุยกับชายหนุ่มท่าทางสุภาพ เฟิงหยวนก็เดินไปหาชายร่างเล็กแล้วพูดว่า

"ขอดูหน่อยได้ไหมครับ?"

"นายยังเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายเองนะ! จะไปดูรู้อะไร!"

ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ปลอบสัตว์วิญญาณในมือ แล้วค่อยๆ ส่งมันให้เฟิงหยวน พอเห็นว่ามันยังสั่นไม่หยุด เฟิงหยวนพูดปลอบไปสองสามคำก็ไม่ได้ผล แถมดูไม่ออกว่ามันบาดเจ็บหรือผิดปกติตรงไหน พอชายร่างเล็กทำท่าจะขอคืน เฟิงหยวนก็หลับตาลง เริ่มฮัมเพลงเบาๆ

"เพลงส่งวิญญาณ?"

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพมองเฟิงหยวนด้วยความตกใจ แล้วรีบกางบาเรียสีเขียวอ่อนขึ้นมาป้องกันตัว ชีเฉินเห็นแบบนั้นก็รีบกางบาเรียขึ้นมาบ้าง ชายร่างเล็กมัวแต่สนใจสัตว์วิญญาณเลยไม่ทันสังเกตเพื่อนและเฟิงหยวน

สักพักชายร่างเล็กกับสัตว์วิญญาณก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป เห็นดังนั้นเฟิงหยวนก็เปลี่ยนทำนองเพลง เป็นบทเพลงที่ฟังดูว่างเปล่าและยาวนาน แม้จะฟังไม่ออกว่าร้องว่าอะไร แต่คนในบาเรียทั้งสองกลับรู้สึกจิตใจสงบลงอย่างประหลาด

"เพลงกล่อมวิญญาณ..."

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพมองเฟิงหยวนด้วยสายตาซับซ้อน สักพักเฟิงหยวนก็หยุดร้อง ไม่นานสัตว์วิญญาณและชายร่างเล็กก็ค่อยๆ ตื่นขึ้น เฟิงหยวนส่งสัตว์วิญญาณคืนให้ชายร่างเล็ก แล้วหันไปล้วงกระเป๋าเป้ของชีเฉิน

"เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ!"

ชีเฉินตะโกนโวยวาย เฟิงหยวนค้นอยู่สักพักก็หยิบอาหารสัตว์วิญญาณออกมาห่อหนึ่ง

"ขอยืมอาหารของอามู่นายหน่อยนะ~"

"เอ๊ะ!"

"จิน่า?"

"กินสิ~"

เห็นเฟิงหยวนยื่นอาหารให้ สัตว์วิญญาณตัวนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับไปกัดกินคำเล็กๆ พอเห็นมันยอมกิน ชายร่างเล็กก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ

"เอ๊ะ! ยอมกินแล้ว!"

"จิน่า..."

สัตว์วิญญาณตัวนั้นชะงักไป หันไปมองชายร่างเล็กแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้ากินต่อ เห็นมันคอยหันมามองคนข้างหลังเป็นระยะ เฟิงหยวนก็ลูบคางครุ่นคิด พอกินเสร็จ มันก็นั่งเหม่อลอยอยู่ในอ้อมกอดของชายร่างเล็ก ชายร่างเล็กเห็นแบบนั้นก็รีบถามเฟิงหยวนอย่างร้อนรน

"มันเป็นอะไรไปอีกแล้วล่ะ?"

"พี่คิดจะให้มันเป็นสัตว์อสูรตัวต่อไปของพี่เหรอครับ? ถึงได้ห่วงขนาดนี้?"

เฟิงหยวนถาม ชายร่างเล็กหัวเราะแห้งๆ

"เปล่าหรอก ตอนนี้สัญญาสัตว์อสูรของฉันเต็มแล้ว แค่เห็นมันน่าสงสารเฉยๆ น่ะ แหะๆ"

"ถ้าไม่ได้คิดจะทำสัญญากับมัน แล้วไปห่วงมันขนาดนั้น เดี๋ยวจะยุ่งเอานะครับ"

"เอ๊ะ! หมายความว่าไง!"

เฟิงหยวนเอื้อมมือไปแตะสัตว์วิญญาณตัวนั้นเบาๆ แล้วพูดว่า

"ดูจากสภาพแล้วมันน่าจะมีเรื่องเสียใจอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าพี่ไปทำดีกับมันมากๆ ตอนนี้ แล้วสุดท้ายพี่ทำสัญญากับมันไม่ได้ พี่คิดถึงผลที่จะตามมาหรือยังครับ?"

"เฮ้ย! ไม่จริงน่า! แต่ว่า... มันน่าจะรอฉันสักสองปีไหวนะ... สองปี! อีกสองปีฉันก็จะทำสัญญาเพิ่มได้แล้ว!"

"แล้วพี่รู้เหรอครับว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณระดับไหน?"

ชายร่างเล็กอึกอักตอบไม่ได้ ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนแล้วบอกว่า

"หงจื้อ นายส่งมันให้รุ่นน้องคนนั้นเถอะ"

"ทำไมล่ะ!"

"เขาใช้เพลงส่งวิญญาณกับเพลงกล่อมวิญญาณได้ อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่ามันจะไม่ อดตาย แล้วนายพร้อมจะทำสัญญากับมันจริงๆ เหรอ?"

"แต่ว่า..."

หงจื้อส่งสัตว์วิญญาณให้เฟิงหยวนอย่างอาลัยอาวรณ์

"ดูแลมันให้ดีนะ! เดี๋ยวฉันจะกลับไปหาวิธีอื่น... นายทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้ฉันหน่อย!"

"ผมอยู่ชั้น ม.6 ห้อง 3 ชื่อเฟิงหยวน พี่น่าจะเข้ามาในโรงเรียนเราได้ใช่ไหม? มัธยมปลายเหมามู่ที่สอง ผมพักอยู่หอพักโรงเรียน เบอร์โทรศัพท์คือ..."

หงจื้อจดข้อมูลยิกๆ ทวนซ้ำกับเฟิงหยวนจนมั่นใจ แล้วร่ำลาสัตว์วิญญาณตัวนั้นด้วยความอาลัย ก่อนจะหันหลังกลับไปค้นหาข้อมูลในห้องสมุดต่อ ชีเฉินเดินเข้ามามองสัตว์วิญญาณปริศนาที่มีแววตาไร้ชีวิตชีวาด้วยความสงสาร

"ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ!"

"ไม่รู้สิ"

"นายลองขอให้ลอร์นเล็ตต้าช่วยตรวจสอบหน่อยได้ไหม?"

จบบทที่ บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว