- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด
บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด
บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด
บทที่ 39 สัตว์วิญญาณประหลาด
"ฉันเป็นนักเรียนของวิทยาลัยเหมามู่นะ! มาหาว่าฉันเป็นคนเลวได้ยังไง!"
"เอ๊ะ? เป็นนักเรียนเหรอครับ? ขอโทษครับ ขอโทษที..."
"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไร แต่ทำไมมันถึงดูน่าสงสารขนาดนั้นล่ะครับ? พวกพี่ทำร้ายมันเหรอ?"
"ใครจะไปทำร้ายมันเล่า! เจ้านี่ไม่ยอมกินอะไรเลย ดูอ่อนแอลงเรื่อยๆ พวกเราเลยต้องมาหาข้อมูลอยู่นี่ไง"
เฟิงหยวนมองชายร่างเล็กด้วยความประหลาดใจแล้วถาม
"แล้วทำไมพวกพี่ต้องขังมันไว้ในกรงด้วยล่ะครับ?"
"ก็เพราะมันชอบหนีน่ะสิ! ก่อนหน้านี้มันแอบหนีไป แล้วอีกสองวันต่อมาพวกเราก็ไปเจอมันที่ป่าชามู่บนเขายอดเมฆ ใครจะไปรู้ว่ามันหนีจากในเมืองไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง!"
"แล้วพวกพี่ก็จับมันกลับมาอีก?"
"เปล่า! ตอนที่เจอ มันดูอ่อนแอกว่าเดิมอีก!"
เฟิงหยวนยื่นมือเข้าไปหาด้วยความสงสัย แต่พอเข้าใกล้กรง สัตว์วิญญาณตัวนั้นก็ถอยกรูดไปชิดมุมกรงอีกฝั่งทันที เฟิงหยวนมองทั้งสองคนแล้วถาม
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย?"
"ฉันก็อยากรู้เหมือนกันโว้ย! มันเป็นแบบนี้ตลอด น่ารำคาญจะตาย!"
"ก็บอกแล้วไงว่าให้ส่งไปที่สถาบันวิจัย นายก็ไม่ยอม"
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพปิดหนังสือแล้วดันแว่น พูดตำหนิชายร่างเล็กอย่างไม่พอใจ ชายร่างเล็กหันไปมองสัตว์วิญญาณที่ขดตัวอยู่มุมกรงแล้วพูดอย่างดูถูก
"สถาบันวิจัยเหรอ? พวกนั้นจะไปรู้อะไร? สำหรับพวกนั้นมันก็แค่สัตว์วิญญาณตัวหนึ่ง ขอแค่ได้ผลการทดลอง พวกมันไม่สนหรอกว่าสัตว์วิญญาณจะเป็นตายร้ายดียังไง!"
เฟิงหยวนนั่งยองๆ มองสัตว์วิญญาณที่ขดตัวอยู่มุมกรง รูปร่างของมันคล้ายตุ๊กตาคนตัวเล็กๆ ผมเป็นรูปกลีบดอกไม้ สวมชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตากลมโตส่องประกายราวกับดวงดาว แต่คงเพราะไม่ได้กินอะไรมานานเลยดูอ่อนแอมาก เฟิงหยวนถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนแล้วบอกทั้งสองคนว่า
"ขอลองดูหน่อยได้ไหมครับ"
"นายเนี่ยนะ?อายุน้อยกว่าฉันอีก จะไปมีปัญญาทำอะไรได้?"
เฟิงหยวนส่ายหน้า ใช้เคียวฟันแม่กุญแจจนขาด แล้วยื่นมือเข้าไปอุ้มสัตว์วิญญาณตัวนั้นออกมา สัมผัสได้ว่ามันตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด ยังไม่ทันจะได้ดูให้ละเอียด ชายร่างเล็กก็คว้าตัวสัตว์วิญญาณกลับไปจากมือเฟิงหยวนทันที พอเห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างระแวง เฟิงหยวนก็คลายมือ ปล่อยเคียวให้สลายไปในอากาศ
"แก!"
พอเห็นเฟิงหยวนสลายเคียว ชายสองคนนั้นก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรบ สัตว์วิญญาณหลายตัวปรากฏขึ้นด้านหลังพวกเขา หมูป่าหินผายักษ์กระโดดเข้ามาขวางระหว่างเฟิงหยวนกับทั้งสองคน ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด
"โฮก?"
ลูกมังกรนิทราขยี้ตาอย่างงัวเงีย ลอยไปเกาะบนหัวหมูป่าหินผายักษ์ หมูป่าหินผามองลูกมังกรนิทราที่จู่ๆ ก็ลอยมาจากไหล่เฟิงหยวนด้วยความงุนงง ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเห็นลูกมังกรนิทราทำตัวสบายใจเฉิบก็ถามหยั่งเชิง
"นายเป็นใครกันแน่!"
"เฟิงหยวน!"
ชีเฉินตะโกนเรียกแล้ววิ่งเข้ามายืนข้างเฟิงหยวน ตั้งท่าเตรียมสู้ สั่งอามู่ว่า
"อามู่! บาเรียเถาวัลย์!"
"ตู!"
"ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ?"
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพกระซิบกับเพื่อน แล้วก้าวออกมาข้างหน้าพูดอย่างระมัดระวัง
"ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าพวกนายเป็นใคร? พวกเราเป็นสมาชิกทีมอัคคีชาดจากวิทยาลัยเหมามู่ คนที่อยู่ข้างๆ นายคนนั้น..."
"เขาไม่ได้ถูกลัทธิ G ควบคุม เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม เรียนอยู่ที่มัธยมปลายเหมามู่ที่สองครับ"
ชีเฉินเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย จึงสั่งให้อามู่เก็บเถาวัลย์ แล้วหันไปบ่นเฟิงหยวนอย่างอ่อนใจ
"นายใช้อำนาจของสัตว์วิญญาณพร่ำเพรื่ออีกแล้วใช่ไหม? ทำแบบนี้คนอื่นเขาจะเข้าใจผิดเอานะ"
"ชิ!"
เฟิงหยวนเบะปากอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้เถียง พอเห็นชีเฉินกำลังคุยกับชายหนุ่มท่าทางสุภาพ เฟิงหยวนก็เดินไปหาชายร่างเล็กแล้วพูดว่า
"ขอดูหน่อยได้ไหมครับ?"
"นายยังเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายเองนะ! จะไปดูรู้อะไร!"
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ปลอบสัตว์วิญญาณในมือ แล้วค่อยๆ ส่งมันให้เฟิงหยวน พอเห็นว่ามันยังสั่นไม่หยุด เฟิงหยวนพูดปลอบไปสองสามคำก็ไม่ได้ผล แถมดูไม่ออกว่ามันบาดเจ็บหรือผิดปกติตรงไหน พอชายร่างเล็กทำท่าจะขอคืน เฟิงหยวนก็หลับตาลง เริ่มฮัมเพลงเบาๆ
"เพลงส่งวิญญาณ?"
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพมองเฟิงหยวนด้วยความตกใจ แล้วรีบกางบาเรียสีเขียวอ่อนขึ้นมาป้องกันตัว ชีเฉินเห็นแบบนั้นก็รีบกางบาเรียขึ้นมาบ้าง ชายร่างเล็กมัวแต่สนใจสัตว์วิญญาณเลยไม่ทันสังเกตเพื่อนและเฟิงหยวน
สักพักชายร่างเล็กกับสัตว์วิญญาณก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป เห็นดังนั้นเฟิงหยวนก็เปลี่ยนทำนองเพลง เป็นบทเพลงที่ฟังดูว่างเปล่าและยาวนาน แม้จะฟังไม่ออกว่าร้องว่าอะไร แต่คนในบาเรียทั้งสองกลับรู้สึกจิตใจสงบลงอย่างประหลาด
"เพลงกล่อมวิญญาณ..."
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพมองเฟิงหยวนด้วยสายตาซับซ้อน สักพักเฟิงหยวนก็หยุดร้อง ไม่นานสัตว์วิญญาณและชายร่างเล็กก็ค่อยๆ ตื่นขึ้น เฟิงหยวนส่งสัตว์วิญญาณคืนให้ชายร่างเล็ก แล้วหันไปล้วงกระเป๋าเป้ของชีเฉิน
"เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ!"
ชีเฉินตะโกนโวยวาย เฟิงหยวนค้นอยู่สักพักก็หยิบอาหารสัตว์วิญญาณออกมาห่อหนึ่ง
"ขอยืมอาหารของอามู่นายหน่อยนะ~"
"เอ๊ะ!"
"จิน่า?"
"กินสิ~"
เห็นเฟิงหยวนยื่นอาหารให้ สัตว์วิญญาณตัวนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับไปกัดกินคำเล็กๆ พอเห็นมันยอมกิน ชายร่างเล็กก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ
"เอ๊ะ! ยอมกินแล้ว!"
"จิน่า..."
สัตว์วิญญาณตัวนั้นชะงักไป หันไปมองชายร่างเล็กแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้ากินต่อ เห็นมันคอยหันมามองคนข้างหลังเป็นระยะ เฟิงหยวนก็ลูบคางครุ่นคิด พอกินเสร็จ มันก็นั่งเหม่อลอยอยู่ในอ้อมกอดของชายร่างเล็ก ชายร่างเล็กเห็นแบบนั้นก็รีบถามเฟิงหยวนอย่างร้อนรน
"มันเป็นอะไรไปอีกแล้วล่ะ?"
"พี่คิดจะให้มันเป็นสัตว์อสูรตัวต่อไปของพี่เหรอครับ? ถึงได้ห่วงขนาดนี้?"
เฟิงหยวนถาม ชายร่างเล็กหัวเราะแห้งๆ
"เปล่าหรอก ตอนนี้สัญญาสัตว์อสูรของฉันเต็มแล้ว แค่เห็นมันน่าสงสารเฉยๆ น่ะ แหะๆ"
"ถ้าไม่ได้คิดจะทำสัญญากับมัน แล้วไปห่วงมันขนาดนั้น เดี๋ยวจะยุ่งเอานะครับ"
"เอ๊ะ! หมายความว่าไง!"
เฟิงหยวนเอื้อมมือไปแตะสัตว์วิญญาณตัวนั้นเบาๆ แล้วพูดว่า
"ดูจากสภาพแล้วมันน่าจะมีเรื่องเสียใจอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าพี่ไปทำดีกับมันมากๆ ตอนนี้ แล้วสุดท้ายพี่ทำสัญญากับมันไม่ได้ พี่คิดถึงผลที่จะตามมาหรือยังครับ?"
"เฮ้ย! ไม่จริงน่า! แต่ว่า... มันน่าจะรอฉันสักสองปีไหวนะ... สองปี! อีกสองปีฉันก็จะทำสัญญาเพิ่มได้แล้ว!"
"แล้วพี่รู้เหรอครับว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณระดับไหน?"
ชายร่างเล็กอึกอักตอบไม่ได้ ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนแล้วบอกว่า
"หงจื้อ นายส่งมันให้รุ่นน้องคนนั้นเถอะ"
"ทำไมล่ะ!"
"เขาใช้เพลงส่งวิญญาณกับเพลงกล่อมวิญญาณได้ อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่ามันจะไม่ อดตาย แล้วนายพร้อมจะทำสัญญากับมันจริงๆ เหรอ?"
"แต่ว่า..."
หงจื้อส่งสัตว์วิญญาณให้เฟิงหยวนอย่างอาลัยอาวรณ์
"ดูแลมันให้ดีนะ! เดี๋ยวฉันจะกลับไปหาวิธีอื่น... นายทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้ฉันหน่อย!"
"ผมอยู่ชั้น ม.6 ห้อง 3 ชื่อเฟิงหยวน พี่น่าจะเข้ามาในโรงเรียนเราได้ใช่ไหม? มัธยมปลายเหมามู่ที่สอง ผมพักอยู่หอพักโรงเรียน เบอร์โทรศัพท์คือ..."
หงจื้อจดข้อมูลยิกๆ ทวนซ้ำกับเฟิงหยวนจนมั่นใจ แล้วร่ำลาสัตว์วิญญาณตัวนั้นด้วยความอาลัย ก่อนจะหันหลังกลับไปค้นหาข้อมูลในห้องสมุดต่อ ชีเฉินเดินเข้ามามองสัตว์วิญญาณปริศนาที่มีแววตาไร้ชีวิตชีวาด้วยความสงสาร
"ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ!"
"ไม่รู้สิ"
"นายลองขอให้ลอร์นเล็ตต้าช่วยตรวจสอบหน่อยได้ไหม?"