- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 28 การพบกันครั้งแรก
บทที่ 28 การพบกันครั้งแรก
บทที่ 28 การพบกันครั้งแรก
บทที่ 28 การพบกันครั้งแรก
เฟิงหยวนเบะปากไม่พูดอะไรต่อ พาเจ้าลูกมังกรนิทราเดินเลี่ยงออกมาอีกทาง
"โฮก~"
เจ้าลูกมังกรนิทราหาววอด ลอยขึ้นไปขดตัวบนหัวเฟิงหยวนเตรียมจะนอน เฟิงหยวนรีบคว้ามันลงมาแล้วดุ
"อย่าทำแบบนี้สิ เดี๋ยวเสี่ยวจีมาเห็นก็ทะเลาะกันอีกหรอก"
"โฮก~"
เห็นแววตาหาเรื่องของเจ้าลูกมังกรนิทรา เฟิงหยวนกำลังจะอ้าปากว่ากล่าว แต่ตำรวจนายนั้นก็ชำเลืองมองลูกมังกรนิทราในมือเฟิงหยวนแล้วถามขึ้น
"ลูกมังกรนิทราตัวนั้นเธอได้มาจากไหน?"
"โฮก?"
"มีอะไรเหรอครับ?"
เฟิงหยวนมองตำรวจนายนั้นด้วยความสงสัย เจ้าลูกมังกรนิทราฉวยโอกาสลอยกลับขึ้นไปบนหัวเฟิงหยวน แล้วจ้องมองตำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตำรวจพิจารณาลูกมังกรนิทราอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
"ลูกมังกรนิทราเป็นสัตว์วิญญาณหายาก การจะทำสัญญาต้องลงทะเบียนที่หน่วยงานใกล้เคียง ตัวนี้เธอยังไม่ได้ลงทะเบียนใช่ไหม?"
"คุณคงไม่ได้สงสัยว่าผมขโมยมาหรอกนะครับ? เจ้านี่แค่มาพักอยู่กับผมชั่วคราว ผมไม่ได้คิดจะทำสัญญากับมัน คงไม่ต้องลงทะเบียนหรอกมั้งครับ?"
"ถ้าไม่ลงทะเบียนใครจะไปรู้ว่าได้มาโดยถูกกฎหมายหรือเปล่า!"
"โฮก!"
เห็นตำรวจจ้องหน้าเฟิงหยวนเขม็ง เจ้าลูกมังกรนิทราก็ทำท่าขู่ฟ่อใส่เขา คุณยายเหมียนหลานเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย
"พอเถอะค่ะคุณตำรวจ เขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก ฉันเชื่อว่าเจ้าลูกมังกรนิทราตัวนี้แค่มาพักอยู่กับเขาชั่วคราวจริงๆ"
"แต่ตามกฎระเบียบแล้ว..."
"จะให้ลงทะเบียนตามกฎระเบียบเหรอคะ? แต่ในเมื่อเขาไม่ได้จะทำสัญญากับมัน แล้วจะให้ลงทะเบียนในฐานะอะไรล่ะ?"
ตำรวจลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังยืนกราน
"รู้หน้าไม่รู้ใจนะครับคุณยาย อย่าเพิ่งเชื่อใจเขาง่ายๆ แถวเมืองเหมามู่ไม่มีถิ่นที่อยู่ของลูกมังกรนิทราสักหน่อย ที่มาของมันน่าสงสัยจะตาย!"
"โฮก!"
"คุณลองไปถามคนเฝ้าเจดีย์พันหลงดูสิครับ เจ้านี่อยู่ที่นั่นมาตั้งนานพวกเขาน่าจะจำได้ ตอนผมพามันออกมาคนเฝ้าเจดีย์ก็น่าจะเห็น"
เฟิงหยวนกอดอกพูดอย่างไม่ยี่หระ พอได้ยินเฟิงหยวนพูดแบบนั้น ตำรวจก็นึกขึ้นได้ ลังเลอยู่พักหนึ่งก็เลิกเซ้าซี้เรื่องนี้
"จี้!"
"โฮก!"
"พอได้แล้วน่า พวกแกสองตัวเนี่ย"
ได้ยินเสียงร้องโกรธเกรี้ยวของเสี่ยวจี เฟิงหยวนก็ปัดเจ้าลูกมังกรนิทราที่แอบปีนขึ้นมาบนหัวเขาลงมาอย่างอ่อนใจ แล้วมองดูบาดแผลบนตัวเสี่ยวจีด้วยความสงสาร
"เฮ้อ ทำไมเจ็บตัวมาขนาดนี้เนี่ย พี่ชูเตี๋ยก็จริงๆ เลย ไม่รู้จักออมมือบ้างเลย มานี่มา เดี๋ยวพาไปทำแผล"
"จี้~"
"พูดเป็นเล่นน่า ยังจะให้พี่ออมมืออีกเหรอ ดูสภาพอาหลิงของพี่สิ!"
เฉินชูเตี๋ยชี้ให้ดูหญ้ากระดิ่งลม 'อาหลิง' ในอ้อมกอดที่มีรอยไหม้เกรียมเต็มตัว แล้วบ่นอย่างไม่พอใจ
"ดูสิสภาพดูไม่ได้เลย พวกเธอไปทำอะไรกันมาเนี่ย? ไม่ใช่แค่ประลองกันเล่นๆ หรอกเหรอ?"
"เรื่องนี้ต้องถามเจ้าตัวแสบของเธอนู่น เป็นแค่สัตว์วิญญาณระดับดั้งเดิมแท้ๆ แต่ทำเอาอาหลิงของพี่น่วมขนาดนี้ อย่าลืมนะว่าอาหลิงของพี่มีพลังระดับทั่วไปเชียวนะ!"
"แล้วตกลงมันยังไงกันแน่? ทำไมถึงใช้ท่าโจมตีธาตุไฟได้ตั้งหลายท่า? ไก่เปลือกไข่ปกติเป็นธาตุลมล้วนไม่ใช่เหรอ? แถมไฟนั่นยังดูแปลกๆ อีกต่างหาก"
เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีเดินไปทางห้องพยาบาลพลางตอบว่า
"เสี่ยวจีเป็นอัจฉริยะไงครับ ไม่ได้เหรอ? หรือไม่ก็อาจจะเกิดการกลายพันธุ์พิเศษตอนที่ผมช่วยชีวิตมันกลับมาก็ได้ เสี่ยวจีไม่ได้มีธาตุไฟหรอกครับ ตอนนี้น่าจะเป็นธาตุลมผสมความตายมากกว่า ส่วนทำไมถึงใช้ท่าไฟได้ผมก็สงสัยเหมือนกัน"
"เอ๊ะ! มีแบบนั้นด้วยเหรอ? สัตว์วิญญาณระดับดั้งเดิมที่รอดตายหวุดหวิดจะเกิดการกลายพันธุ์พิเศษได้งั้นเหรอ? เธอมีข้อมูลตอนนั้นเก็บไว้ไหม? นี่อาจจะเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่เลยนะ!"
"จี้?"
เฟิงหยวนกลอกตามองบนแล้วเตือนว่า
"พี่อย่าคิดจะทำให้สัตว์วิญญาณปางตายแล้วค่อยช่วยกลับมาเชียวนะ! ขืนทำแบบนั้นแล้วโดนแจ้งจับ พี่จบเห่แน่!"
"จะบ้าเหรอ พี่ไม่ใช่คนโหดร้ายแบบนั้นสักหน่อย แต่พี่ว่าพาเสี่ยวจีมาตรวจร่างกายฟรีที่วิทยาลัยเหมามู่ของพวกเราหน่อยดีไหมจ๊ะ~"
"หึๆ กะจะฉวยโอกาสวิจัยเสี่ยวจีล่ะสิ? ไม่เอาด้วยหรอก!"
"จี้!"
"งั้นเอาข้อมูลตอนที่ช่วยเสี่ยวจีมาให้พี่หน่อยสิ?"
"ผมให้ข้อมูลพวกนั้นกับอาจารย์โอลินนาไปแล้วครับ ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ไปขอที่อาจารย์เอาเองแล้วกัน"
ได้ยินแบบนั้น เฉินชูเตี๋ยก็หน้ามุ่ยบ่นอุบอิบ
"ทำไมเอาไปให้อาจารย์โอลินนาล่ะ! ยัยนั่นเป็นคนของมหาวิทยาลัยโอเลียนนะ! ถ้ารู้ว่าเธอจะเอาข้อมูลไปให้ยัยนั่น พี่คง... พี่คง... ฮึ!"
"ก็อาจารย์เขาเป็นหมอประจำโรงเรียนผมนี่ครับ อีกอย่างอาจารย์ก็ใจดีกับพวกผมมาก ตอนนั้นผมเลยไม่ได้คิดอะไรเยอะ"
เฟิงหยวนใช้ไหล่กระแทกประตูห้องพยาบาลเปิดออกแล้วอุ้มเสี่ยวจีเข้าไป เฉินชูเตี๋ยเห็นท่าทางหยาบคายแบบนั้นก็เบะปากบ่น
"ทำแบบนั้นเดี๋ยวประตูห้องพยาบาลก็พังหรอก!"
"ขอโทษครับ"
เฟิงหยวนวางเสี่ยวจีลงบนเตียงคนไข้อย่างเบามือ ปลอบโยนมันนิดหน่อย แล้วหันไปหยิบสมุนไพรมาเตรียมปรุงยา เฉินชูเตี๋ยเห็นแบบนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ วางอาหลิงลงบนเตียง ยิ้มแล้วพูดกับเสี่ยวจีว่า
"แกนี่โชคดีจริงๆ เลยนะ~"
"จี้?"
เฉินชูเตี๋ยจิ้มพุงเสี่ยวจีเบาๆ แล้วเล่าว่า
"รู้ไหมว่าตอนแรกเขากับพวกพี่รู้จักกันได้ยังไง? ตอนนั้นเขาอุ้มไข่ที่มีรอยร้าวเต็มไปหมดแอบลักลอบเข้ามาที่นี่ เอาเคียวไล่ฟาดดอกเหมียนหลานที่พวกพี่เลี้ยงไว้จนสลบเหมือด ตอนนั้นพวกพี่นึกว่าเขาเป็นคนร้ายเลยรุมเข้าไปสู้กับเขา"
"จี้!"
"เขาน่ะเก่งจริงๆ นะ คนเดียวล้มพวกพี่ได้ทั้งกลุ่มเลย ถ้าคุณยายเหมียนหลานไม่เข้ามาห้ามไว้ล่ะก็..."
"พอเถอะน่า จะรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ทำไม เสี่ยวจี มานี่มา ทายาหน่อย"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีทำหน้าอยากรู้อยากเห็น เฟิงหยวนก็หันไปทำหน้าบูดใส่เฉินชูเตี๋ย
"พี่จะเล่าเรื่องน่าอายของผมให้เสี่ยวจีฟังทำไมเนี่ย จริงๆ เลย เสี่ยวจีเลิกสงสัยได้แล้ว ลืมๆ มันไปซะ~ ลืมไปให้หมด~"
"จี้!"
"อย่าดื้อสิ~ ต่อมอยากรู้อยากเห็นอย่าทำงานดีนักเลย~"
เฟิงหยวนค่อยๆ ทายาลงบนแผลของเสี่ยวจี ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของมัน พอเห็นเฉินชูเตี๋ยกำลังผสมยา เฟิงหยวนก็ยิ้มเจ้าเล่ห์
"โทษฐานที่พี่เล่าเรื่องน่าอายของผมให้เสี่ยวจีฟัง งั้นพี่ก็ปรุงยาให้อาหลิงเองแล้วกันนะ~"
"ชิ! ฉันไม่ต้องการให้เธอช่วยหรอกย่ะ"
"ใส่เศษผลยามิสลงไปหน่อยสิ"
"ใส่ไอ้นั่นทำไม!"
ถึงปากจะเถียง แต่เฉินชูเตี๋ยก็หยิบเศษผลยามิสใส่ลงไปในขวดยา เฟิงหยวนมองดูแผลของอาหลิงแล้วอธิบาย
"ท่าไม้ตายของเสี่ยวจีแฝงพลังแห่งความตายทุกท่า ถ้าไม่ใช้ผลยามิสมาลบล้างพลังแห่งความตายที่แผล อาหลิงจะฟื้นตัวช้ามาก"
"ชิ! เรื่องพื้นฐานแค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้!"
เฉินชูเตี๋ยพูดแก้เก้อ หันมาถามเฟิงหยวน
"แล้วมีอะไรต้องระวังอีกไหม!"
"ไหนบอกว่าเรื่องพื้นฐานพี่รู้หมดแล้วไง~"
"นี่เธอ!"
"ไม่มีแล้วครับ ไม่มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษหรอก ยังไงก็ไม่ได้สู้กันถึงตาย บาดแผลแค่นี้ไม่เป็นไรมากหรอกครับ"
"จี้~"
ผ่านไปพักใหญ่ เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีเดินออกมาจากห้องพยาบาล เห็นอวิ๋นโยวคุยอยู่กับตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษวัยกลางคน ก็เดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย
"ยังจัดการไม่เสร็จอีกเหรอครับ?"
"ตอนนี้กำลังค้นหาตัวคนของลัทธิ G อยู่ค่ะ! พวกมันชักจะเหิมเกริมกันใหญ่แล้ว ถึงขนาดกล้าวางยาพิษ!"
"แล้วไม่ไปจัดการต้นตอของพิษเหรอครับ?"
ตำรวจนายนั้นปรายตามองเฟิงหยวนแล้วถามว่า
"ถามเยอะแยะจะทำอะไร! หรือว่าแกเป็นคนของลัทธิ G!"
"เอ๊ะ?"
"เอ่อ เขาไม่มีทางเป็นคนของลัทธิ G หรอกค่ะ แต่ในเมื่อมีคนของลัทธิ G ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้... หัวหน้าเฉินคะ รบกวนช่วยไปส่งเขากลับโรงเรียนหน่อยได้ไหมคะ?"
หัวหน้าเฉินมองเฟิงหยวนอย่างแปลกใจ
"คุณมั่นใจได้ยังไงว่าเขาไม่มีปัญหา?"
เขาพูดพลางก้มหน้าลงมาจ้องตาเฟิงหยวนเขม็ง
"แล้วทำไมต้องให้คนไปส่ง? เขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับลัทธิ G หรือเปล่า!"
"ในตัวเขามีพลังของสัตว์วิญญาณที่ไม่ระบุชนิดอยู่น่ะค่ะ เพราะงั้น..."
"เป็นอย่างนั้นเองเหรอ?"
"จี้!"
หัวหน้าเฉินมองเฟิงหยวนด้วยสายตาสงสาร เสี่ยวจีในอ้อมกอดเฟิงหยวนจ้องกลับตาเขียว อวิ๋นโยวหันมามองเฟิงหยวนด้วยความรู้สึกผิดแล้วถามว่า
"รบกวนช่วยไปส่งเขาทีนะคะ ได้ไหมคะ?"
"ได้สิ เขาอยู่โรงเรียนไหนล่ะ?"
หัวหน้าเฉินถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
"โรงเรียนมัธยมปลายเหมามู่ที่สองค่ะ"
พอได้ยินคำตอบของอวิ๋นโยว สีหน้าของหัวหน้าเฉินก็เปลี่ยนไปทันที เขาจ้องเฟิงหยวนตาไม่กะพริบ