- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการปรุงยา
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการปรุงยา
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการปรุงยา
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการปรุงยา
"เป็นไงบ้าง? ปรุงยาเรียบร้อยดีไหม?"
เสียงของคุณยายเหมียนหลานดังขึ้นจากด้านหลัง เฟิงหยวนก้มลงลูบหัวเสี่ยวจีที่เดินเข้ามาหาแล้วตอบว่า
"เรียบร้อยครับ ตอนนี้กำลังตรวจสอบผลข้างเคียงร้ายแรงอยู่"
คุณยายเหมียนหลานกวาดสายตาสำรวจเสื้อผ้าของเฉินชูเตี๋ยแล้วพูดขึ้น
"ดูเหมือนเธอจะฟังที่ยายพูดบ้างแล้วสินะ ผู้หญิงก็ควรรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวให้สวยงามหน่อย ไม่ใช่ปล่อยตัวกระเซอะกระเซิงตลอดเวลา ดูไม่ได้เลย"
"หนูปล่อยตัวที่ไหนกันคะ! งานหนักๆ หนูก็เป็นคนทำทั้งนั้น เสื้อผ้าจะยับบ้างก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอคะ!"
"เอ่อ... ผลการตรวจสอบออกมาแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง พลังธาตุพิษในเลือดก็หายไปแล้ว น่าจะลองใช้กับมันดูได้"
เห็นคุณยายเหมียนหลานตั้งท่าจะเทศนาต่อ เฉินชูเตี๋ยรีบเปลี่ยนเรื่องทันที หลังจากป้อนยาที่เฟิงหยวนปรุงให้เหมียนหลานเป่าเป่ากิน แล้วเห็นอาการของมันค่อยๆ สงบลง เธอก็มองเฟิงหยวนด้วยความทึ่ง
"นึกไม่ถึงเลยว่านายจะปรุงยาเก่งขนาดนี้ ฉันนึกว่าจะต้องใช้เวลานานกว่านี้ซะอีกถึงจะบรรเทาอาการได้"
"แน่นอนอยู่แล้ว~ ก็ดูซะก่อนว่าใครเป็นคนปรุง~"
"คิกๆ นายเป็นแค่นักเรียน ม.6 เองนะเนี่ย แต่ว่านายเรียนวิชาปรุงยามาจากใครเหรอ? เก่งขนาดนี้ ขนาดอาจารย์แก่ๆ ที่สอนวิชาปรุงยาพวกเราปรุงเองยังเห็นผลไม่เร็วเท่านายเลยมั้ง"
"ทายสิ~"
เห็นท่าทางภูมิใจของเฟิงหยวน เฉินชูเตี๋ยก็เหลือบมองคุณยายเหมียนหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะลองชวนดู
"นายสนใจจะมาเรียนที่คณะเภสัชศาสตร์ของพวกเราไหม? ด้วยฝีมือระดับนี้ แค่ไปคุยกับศาสตราจารย์อาวุโสของคณะเรา ท่านต้องช่วยทำเรื่องรับนายเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษแน่ๆ"
"ไม่ล่ะครับ ผมว่าเรียนคณะผู้ใช้อสูรก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเรียนเนื้อหาของคณะผู้ใช้ภูตหรอก"
"เอ๊ะ! แต่ฉันเห็นนายเก่งวิชาปรุงยามากเลยนะ! วิธีการใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ดูพิเศษไม่เหมือนใคร ทำไมไม่ลองพิจารณาคณะเภสัชศาสตร์ดูล่ะ? แบบนี้มันเสียของแย่เลยนะ"
"พอเถอะชูเตี๋ย เขาอยากจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา เธอจะไปก้าวก่ายทำไม?"
เห็นเฉินชูเตี๋ยพยายามเกลี้ยกล่อมไม่เลิก คุณยายเหมียนหลานก็พูดปรามอย่างระอา เฉินชูเตี๋ยเหลือบมองคุณยายที่ทำหน้าดุ แล้วบ่นอุบอิบเสียงเบา
"หนูแค่ไม่อยากเห็นเขาเสียพรสวรรค์ด้านการปรุงยาไปเฉยๆ นี่นา..."
"โฮก?"
"ว้าย! ลูกมังกรนิทรา!"
เห็นลูกมังกรนิทราลอยเข้ามาทางประตู เฉินชูเตี๋ยก็ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ลูกมังกรนิทรามองเธอด้วยความสงสัย แล้วลอยไปหาเฟิงหยวน พอเห็นเศษขนมติดอยู่ที่มุมปากมัน เฟิงหยวนก็รีบทัก
"เดี๋ยว! หยุดก่อน!"
"โฮก?"
"เดี๋ยวเช็ดให้"
เฟิงหยวนหยิบทิชชู่ออกมาจากกระเป๋า เช็ดมุมปากและกรงเล็บให้ลูกมังกรนิทราจนสะอาด ตรวจดูแล้วว่าไม่มีเศษขนมติดอยู่ที่อื่นอีก ก็บอกว่า
"โอเค ตามสบาย"
"โฮก~"
ลูกมังกรนิทราวนเวียนอยู่เหนือไหล่เฟิงหยวนครู่หนึ่ง แล้วร่อนลงมาขดตัวนอนบนไหล่เขาอย่างชำนาญ เฉินชูเตี๋ยพูดด้วยความอิจฉา
"มิน่าล่ะถึงไม่อยากมาเรียนคณะเภสัชศาสตร์ ที่แท้สัตว์วิญญาณตัวที่สองของนายก็เป็นถึงลูกมังกรนิทราหายากนี่เอง"
"ว่าแต่นายไปได้ลูกมังกรนิทรามาจากไหน? ฉันจำได้ว่าแถวเมืองเหมามู่ไม่มีถิ่นที่อยู่ของพวกมันนี่นา? หรือว่าฟักออกมาจากไข่ใบก่อนหน้านั้น?"
"ไม่ใช่ครับ ตัวนี้ผมเก็บได้ที่เจดีย์พันหลง"
"เอ๊ะ? โชคดีจังแฮะ ทำไมฉันไม่เห็นเดินไปเจอสัตว์วิญญาณหายากแบบนี้บ้างนะ"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังคุณยายเหมียนหลาน เฟิงหยวนก็อุ้มมันขึ้นไปวางบนหัว พอเห็นเสี่ยวจีนอนแปะอยู่บนหัวเฟิงหยวน เฉินชูเตี๋ยก็ชี้ไปที่หัวเขาแล้วหัวเราะขำ
"เจ้าไก่เปลือกไข่นั่นนายเอาไว้ใช้แทนหมวกเหรอ? แต่ว่า... ไข่ใบนั้นฟักออกมาเป็นเจ้านี่เองเหรอ?"
"จี้!"
"อุ๊ย~ ดุซะด้วย แต่ไก่เปลือกไข่ดูจะไม่ค่อยเหมาะกับฝีมือระดับนายเลยนะ นายทำสัญญาสัตว์อสูรกับมันหรือยัง? ถ้ายัง ลองพิจารณาทำสัญญาสัตว์วิญญาณเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเล่นๆ ดีไหม~"
"จี้!!!"
"ทำสัญญาสัตว์อสูรไปแล้วครับ แล้วก็เรื่องเหมาะหรือไม่เหมาะน่ะ คุณเป็นคนตัดสินไม่ได้หรอกนะครับ~"
"จี้~"
เห็นเฟิงหยวนพูดไปลูบหัวเสี่ยวจีไป เฉินชูเตี๋ยก็กลอกตาเจ้าเล่ห์ ยิ้มกวนแล้วเสนอว่า
"งั้นให้มันลองสู้กับอาหลิงของฉันดูไหมล่ะ? ถ้าอาหลิงของฉันชนะ แสดงว่าศักยภาพในการพัฒนาด้านผู้ใช้อสูรของนายถูกมันฉุดรั้งไว้ ถ้างั้นนายต้องลองเก็บเรื่องคณะเภสัชศาสตร์ของพวกเราไปพิจารณาดูนะ~"
"จี้!!!"
เห็นเสี่ยวจีกระโดดลงจากหัวมายืนขวางหน้าจ้องเฉินชูเตี๋ยเขม็ง เฟิงหยวนก็พูดอย่างจนใจ
"แล้วแต่คุณเลย"
"จริงสิ! นายห้ามลงมือนนะ!"
เฉินชูเตี๋ยนึกขึ้นได้รีบดักคอ เห็นเสี่ยวจีหันกลับมามองด้วยแววตามุ่งมั่น เฟิงหยวนก็ส่ายหน้า
"ได้ครับ ผมไม่ยุ่ง แต่คุณจะไม่รักษาเหมียนหลานเป่าเป่าพวกนั้นก่อนเหรอครับ?"
"เอ่อ..."
"จี้!"
"ช่างเถอะ พวกคุณไปสู้กันเถอะ เดี๋ยวผมปรุงยาเอง"
เห็นเสี่ยวจีเดินนำออกไปทางประตูแล้วหันมามองเฉินชูเตี๋ยอย่างท้าทาย เฟิงหยวนก็พูดอย่างปลงๆ เฉินชูเตี๋ยเหลือบมองคุณยายเหมียนหลาน เห็นท่าทางยุกยิกของเธอ คุณยายก็พูดอย่างระอาว่า
"ไปเถอะ เธอไปสู้กับเสี่ยวจีซะ ไม่งั้นคงไม่มีสมาธิทำงานแน่"
"ขอบคุณค่ะคุณยาย~"
"อาหลิง! มานี่!"
กริ๊ง~ เสียงกระดิ่งลมใสกระจ่างดังขึ้น สัตว์วิญญาณตัวกลมป้อมสีม่วงอ่อน บนหัวมีใบไม้สีเขียวเข้มขนาดใหญ่หลายใบประดับอยู่ ลอยเข้ามาหา เสี่ยวจีจ้องอาหลิงตาเขียวปัด แล้วเดินตามเฉินชูเตี๋ยไปยังสนามประลอง เฟิงหยวนมองดูขนของหญ้ากระดิ่ง จำนวนมากในห้องพยาบาลแล้วพูดด้วยความแปลกใจ
"ขนหญ้ากระดิ่งพวกนี้คงไม่ได้เก็บมาจากตัวอาหลิงทั้งหมดหรอกใช่ไหมครับ?"
คุณยายเหมียนหลานหัวเราะขำ
"ใช่จ้ะ ตอนนั้นเพื่อจะเอาขนหญ้ากระดิ่งคุณภาพดี เธอทุ่มเทเลี้ยงดูอาหลิงยกใหญ่เลย แต่หลังจากนั้นไม่รู้เธอไปทำอีท่าไหน อาหลิงเห็นหน้าเธอทีไรเป็นต้องหนีมาหลบแถวห้องพยาบาลทุกที"
มองดูกองขนจำนวนมหาศาล เฟิงหยวนก็พูดอย่างอ่อนใจ
"ก็สมควรอยู่หรอกครับ เยอะขนาดนี้ ต่อให้อาหลิงวิวัฒนาการเป็นหญ้ากระดิ่งลมแล้วก็คงทนไม่ไหวหรอก ดูจากปริมาณแล้วคงจะถอนทันทีที่ขนขึ้นเลยมั้งเนี่ย"
"เด็กคนนั้นจริงๆ เลย..."
"จี้!"
"ใจสู้ใช้ได้นี่ แต่เสียดายที่สายตาไม่ดี อาหลิงของฉันมีพลังระดับทั่วไปเชียวนะ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ระดับดั้งเดิมอย่างแกจะมาแหยมได้หรอก"
"อาหลิง! พายุใบไม้!"
กริ๊ง~
"โห ใช้ลูกไฟจุดไฟเผาใบไม้เพื่อลดความเสียหายของพายุใบไม้งั้นเหรอ? ฉลาดไม่เบานี่นา อาหลิง! สวนหนาม!"
กริ๊ง~
"จี้!"
"เปล่าประโยชน์น่า ต่อให้แกเรียนรู้ท่าโจมตีธาตุไฟมา แต่ช่องว่างระหว่างระดับพลังมันต่างกันเกินไป แกเอาชนะไม่ได้หรอก"
"จี้!"
"เฮ้อ ตัวนี้น่าจะเป็นตัวสุดท้ายแล้วนะ ที่เหลือก็แค่จัดการต้นตอของมลพิษเท่านั้น"
"ลำบากเธอแย่เลยนะ"
หลังจากป้อนยาให้เหมียนหลานเป่าเป่าตัวสุดท้ายเสร็จ เฟิงหยวนก็ปาดเหงื่อบิดขี้เกียจคลายเมื่อย ทันใดนั้นอวิ๋นโยวก็พาตำรวจสองสามนายเดินเข้ามา ตำรวจวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าทีมจ้องมองเฟิงหยวนเขม็งแล้วถามว่า
"เธอคือคนที่พบว่าในลำธารเหมียนหลานมีพลังธาตุพิษปนอยู่ใช่ไหม?"
"ใช่ครับ ผลการตรวจสอบก็ระบุแบบนั้นนี่ครับ"
"เขาพูดถูกค่ะ ฉันตรวจสอบแล้ว ในน้ำมีพลังธาตุพิษปนอยู่จริงๆ"
เห็นตำรวจทำท่าสงสัยเฟิงหยวน อวิ๋นโยวก็รีบช่วยแก้ตัว ตำรวจนายนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า
"เธอบอกได้ไหมว่าเกิดจากท่าโจมตีพิษชนิดไหน? หรือว่าเป็นการวางยาพิษโดยเจตนา?"
"คุณสงสัยลัทธิ G เหรอครับ?"
"ฉันแยกไม่ออกหรอกครับ ปริมาณสารพิษมันน้อยเกินไป แต่ไม่น่าจะเป็นการวางยาพิษโดยเจตนานะครับ เพราะปริมาณน้อยขนาดนี้ น่าจะเป็นอุบัติเหตุจากสัตว์วิญญาณธาตุพิษบางตัวมากกว่า"
เฟิงหยวนวิเคราะห์ ตำรวจนายนั้นจ้องหน้าเขาแล้วแย้งว่า
"ก็ไม่แน่หรอก! พวกบ้าลัทธิ G น่ะ ใครจะไปรู้ว่าพวกมันจะใช้ลูกไม้อะไรบ้าง"
"งั้นผมก็ไม่ทราบแล้วล่ะครับ คุณลองเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบดูสิครับ"
"พวกเราทำแน่ ช่วงนี้พวกคุณงดใช้น้ำจากลำธารเหมียนหลานไปก่อนนะครับ เพื่อป้องกันผลกระทบ"
"ครับ ตกลงครับ"
"พวกคุณไม่ไปจัดการต้นตอมลพิษเหรอครับ?"
เฟิงหยวนถามตำรวจด้วยความสงสัย อีกฝ่ายตวาดกลับ
"พวกเราจะทำงานยังไง ไม่ต้องให้เธอมาสอน!"