เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ตามล่าต้นตอพิษ

บทที่ 29 ตามล่าต้นตอพิษ

บทที่ 29 ตามล่าต้นตอพิษ


บทที่ 29 ตามล่าต้นตอพิษ

"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!"

เมื่อเห็นหัวหน้าเฉินจ้องมองมาอย่างน่ากลัว เฟิงหยวนก็ถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วบ่นอย่างไม่พอใจ เสี่ยวจีในอ้อมกอดเฟิงหยวนก็จ้องเขม็งใส่หัวหน้าเฉินตาเขียวปัด หัวหน้าเฉินมองเสี่ยวจีแล้วพูดว่า

"เจ้าไก่เปลือกไข่กลายพันธุ์พิเศษตัวนั้นคือเจ้านี่สินะ? ตกลง เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอเอง"

"จี้?"

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของหัวหน้าเฉินก็ดังขึ้น เขาเดินเลี่ยงไปรับสาย สักพักก็เดินกลับมาบอกเฟิงหยวนว่า

"เกรงว่าฉันคงต้องไปส่งเธอช้าหน่อยนะ"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ?"

อวิ๋นโยวถามด้วยความสงสัย เฟิงหยวนกระซิบตอบเบาๆ

"หาตัวคนของลัทธิ G ไม่เจอน่ะสิ แสดงว่าการวางยาพิษครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ฝีมือของลัทธิ G ก็ได้"

"แกแอบฟังเรอะ!"

"จี้!"

"เปล่าสักหน่อย"

หัวหน้าเฉินจ้องหน้าเฟิงหยวนอย่างเอาเรื่อง แต่พอนึกถึงสถานะของเฟิงหยวนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา

"ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน พอฉันเคลียร์งานเสร็จแล้วจะไปส่ง"

มองตามหลังหัวหน้าเฉินที่เดินจากไป เฟิงหยวนหันไปมองพวกเหมียนหลานที่ถูกต้อนเข้าไปในบ้าน แล้วถอนหายใจ

"ไปหาต้นตอพิษกันเถอะ"

"เอ๊ะ?"

"ไปกันเถอะ~"

เห็นเฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีวิ่งไปที่ริมลำธาร อวิ๋นโยวก็ยื่นมือจะห้าม แต่เฟิงหยวนวางเสี่ยวจีลงแล้วหันมาโบกมือเรียก

"เร็วเข้า~"

"จริงๆ เลย... อย่าวิ่งเพ่นพ่านสิ"

อวิ๋นโยวเห็นเฟิงหยวนวิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ ก็ได้แต่โบกมือให้คนข้างหลังแล้วรีบวิ่งตามไป ดอกเหมียนหลานดอกใหญ่ที่มีปุยฝ้ายสีขาวล้อมรอบดอกไม้สีแดงเข้มลอยออกมาตามหลังอวิ๋นโยว เฉินชูเตี๋ยที่อุ้มอาหลิงเดินผ่านมาเห็นเข้าก็ตกใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วรีบวิ่งตามดอกเหมียนหลานไป

"ต่อไปเราต้องค้นหาบริเวณนี้..."

"หัวหน้าครับ ทางนั้นเกิดอะไรขึ้น?"

หัวหน้าเฉินกำลังแบ่งงานให้ลูกทีม ลูกทีมคนหนึ่งเหลือบไปเห็นเฟิงหยวนและคนอื่นๆ วิ่งผ่านไปก็ถามด้วยความแปลกใจ หัวหน้าเฉินหันไปมองแล้วสบถออกมา

"ไอ้เด็กบ้า! ทุกคนตามมา!"

"ครับ!"

"เสี่ยวเหยียน! ขวางพวกนั้นไว้!"

"โฮก!"

มนุษย์หินที่มีลวดลายเวทมนตร์โบราณทั่วตัวปรากฏขึ้นต่อหน้าหัวหน้าเฉิน มันทุบมือลงกับพื้น หนามหินแหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินขวางหน้าเฟิงหยวนและเสี่ยวจีไว้

"ใครน่ะ!"

เฟิงหยวนกระชับเคียวแน่น หันกลับไปมองเห็นอวิ๋นโยว เฉินชูเตี๋ย และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายนายวิ่งตามมา เขาจึงคลายมือปล่อยให้เคียวสลายไปกับสายลม

"พวกคุณตามมาทำไมครับ?"

"พวกเธอจะทำอะไรกัน! โดยเฉพาะแก! บอกให้รออยู่ในคฤหาสน์ไม่ใช่หรือไง!"

พอตามมาทัน หัวหน้าเฉินก็เทศนาเฟิงหยวนยกใหญ่ เสี่ยวจีรีบมุดไปหลบหลังเฟิงหยวนตัวสั่นงันงก ลูกมังกรนิทราหาววอด ลอยไปขดตัวบนหัวอาหลิง อาหลิงโดนน้ำหนักกดทับจนตัวจมลงไป แล้วก็ลอยกลับขึ้นมา พอเห็นอาหลิงเด้งดึ๋งขึ้นลง ลูกมังกรนิทราก็ตาเป็นประกาย นึกสนุกขึ้นมาเลยลอยตัวขึ้นแล้วทิ้งตัวลงมาทับอาหลิงเล่น

กริ๊ง~~

"คนนิสัยไม่ดี!"

เฉินชูเตี๋ยเห็นลูกมังกรนิทราแกล้งอาหลิงก็โวยวาย พยายามจะคว้าตัวลูกมังกรนิทรา แต่เจ้าตัวแสบก็หลบได้ทุกครั้ง เฉินชูเตี๋ยถลึงตาใส่ลูกมังกรนิทรา แล้วเดินเข้าไปผลักหัวหน้าเฉินที่กำลังอบรมเฟิงหยวนออก เห็นเฟิงหยวนหน้าจ๋อยสนิท เฉินชูเตี๋ยก็แอบยิ้มมุมปากแล้วแกล้งทำเป็นดุว่า

"เฟิงหยวน! ดูลูกมังกรนิทราของนายสิ! แกล้งอาหลิงจนน่วมหมดแล้ว!"

เฟิงหยวนมองเฉินชูเตี๋ยเหมือนเห็นนางฟ้ามาโปรด เขารีบเลี่ยงหัวหน้าเฉินเข้าไปหาอาหลิง แล้วกระซิบบอกลูกมังกรนิทราเบาๆ

"รอดตายหวุดหวิด~ ทำได้ดีมาก~"

"โฮก?"

"พอเถอะ กลับมาได้แล้ว อย่าแกล้งอาหลิงสิ"

"โฮก!"

ลูกมังกรนิทรมองเฟิงหยวนอย่างขัดใจ มันแกล้งลอยตัวสูงขึ้นแล้วทิ้งตัวดิ่งลงมาทับอาหลิงจนเกือบติดพื้น กริ๊ง~~~ เห็นลูกมังกรนิทราไม่เชื่อฟัง เฟิงหยวนก็เอื้อมมือจะคว้า แต่มันก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว

"กลับมา!"

"โฮก!"

เห็นท่าทางได้ใจของลูกมังกรนิทรา นัยน์ตาเฟิงหยวนก็สว่างวาบขึ้นแวบหนึ่ง

"โฮก?!"

ลูกมังกรนิทรรู้สึกเหมือนถูกจับไว้โดยไม่ทันตั้งตัว มันดิ้นรนขัดขืน เฟิงหยวนดึงตัวมันออกมาจากอาหลิงแล้วพูดอย่างอ่อนใจ

"พอได้แล้ว เลิกแกล้งอาหลิงเถอะ"

"โฮก!"

"แกล้งทำหน้าเศร้าไปก็ไร้ประโยชน์ ไปนอนซะไป"

"โฮก!"

พอเห็นว่ามารยาใช้ไม่ได้ผลกับเฟิงหยวน ลูกมังกรนิทราก็ทำท่าไม่พอใจ ลอยกลับไปที่ไหล่เฟิงหยวน กระทืบเท้าลงบนไหล่เขาแรงๆ สองสามที แล้วขดตัวนอนอย่างไม่เต็มใจ

"แกไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอว่าคิดจะทำอะไรกันแน่!"

เสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้เฟิงหยวนขนลุกซู่ดังขึ้นจากด้านหลัง เฟิงหยวนหันกลับไปแข็งทื่อ ยิ้มแห้งๆ ให้หัวหน้าเฉิน

"ผมก็แค่อยากจะไปจัดการต้นตอของพิษเฉยๆ น่ะครับ~ แหะๆๆ~"

"ลำพังแกเนี่ยนะ? แกรู้ไหมว่าถ้าโดนพวกลัทธิ G จับตัวไปจะเกิดอะไรขึ้น! แกก็ใกล้จะบรรลุนิติภาวะแล้วนะ! หัดทำตัวให้มันรอบคอบหน่อยได้ไหม!"

"เอ่อ... คงไม่เจอลัทธิ G หรอกมั้งครับ..."

"แกบอกไม่เจอก็ไม่เจอเหรอ? แกเดาใจพวกคนบ้านั่นได้หรือไง!"

"จี้..."

เห็นหัวหน้าเฉินดุเฟิงหยวนอีกแล้ว เสี่ยวจีก็รีบไปหลบหลังอวิ๋นโยว คอยชะโงกหน้าออกมามองเฟิงหยวนเป็นระยะ ผ่านไปพักใหญ่ หัวหน้าเฉินระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง

"เมื่อกี้ฉันเห็นพวกแกวิ่งไปทางเดียวกัน แกมีเบาะแสเรื่องต้นตอของพิษเหรอ?"

"ไม่มีครับ!"

"ฮึ่ม!"

เห็นเฟิงหยวนทำท่าแง่งอน หัวหน้าเฉินก็ถลึงตาใส่ อวิ๋นโยวที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มแล้วพูดว่า

"เอาน่า หัวหน้าเฉินเขาก็เป็นห่วงเธอนั่นแหละ สถานะของเธอพิเศษขืนเป็นอะไรไป คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือตัวเธอเองนะ"

"ชิ! พวกลัทธิ G ผมก็เคยไล่ตะเพิดมาแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย ต้นตอพิษอยู่ไหนผมก็ไม่รู้หรอก ผมแค่ให้เสี่ยวจีตามรอยการปนเปื้อนย้อนกลับไปเท่านั้นแหละ"

"เสี่ยวจี?"

"จี้?"

ได้ยินหัวหน้าเฉินเรียกชื่อ เสี่ยวจีก็ตัวสั่นงันงกโผล่หัวออกมาจากหลังอวิ๋นโยว เห็นท่าทางกลัวจนหัวหดของเสี่ยวจี หัวหน้าเฉินก็อดขำไม่ได้

"จะหลบทำไม แกไม่ได้ทำความผิดสักหน่อย"

"จี้?"

เห็นเสี่ยวจีลังเลค่อยๆ เดินออกมาจากหลังอวิ๋นโยว หัวหน้าเฉินก็นั่งยองๆ มองเสี่ยวจีแล้วถามยิ้มๆ

"แกตามรอยพลังธาตุพิษได้ใช่ไหม?"

"จี้?... จี้~"

"งั้นแกพาพวกเราไปหาต้นตอของพิษได้ไหม?"

"จี้~"

"งั้นนำทางเลย"

"จี้..."

เห็นเสี่ยวจีมองหน้าเฟิงหยวนอย่างทำตัวไม่ถูก หัวหน้าเฉินก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับเฟิงหยวนเสียงเข้ม

"ครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ ให้แกพาเสี่ยวจีนำทาง แต่ถ้าเจออะไรห้ามออกหน้าเด็ดขาด! หลบอยู่หลังพวกฉันไว้! คราวหน้าคราวหลังเจอเรื่องแบบนี้อย่าซี้ซั้วลุยเดี่ยวอีก!"

"คร้าบ~"

"เสี่ยวจี นำทางเลย~"

"จี้~"

"ทุกคนเรียกสัตว์วิญญาณออกมาเตรียมพร้อม!"

หัวหน้าเฉินและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ล้อมวงคุ้มกันทั้งสามคนไว้ตรงกลาง คอยระวังภัยรอบด้านขณะเดินตามการนำทางของเสี่ยวจีเพื่อค้นหาต้นตอของพิษ เดินไปได้สักพัก เสี่ยวจีก็ชี้เข้าไปในป่าลึก

"ต้นตอของพิษไม่ได้อยู่ที่ต้นน้ำหรอกเหรอ!"

หัวหน้าเฉินอุทานด้วยความแปลกใจ เห็นเสี่ยวจีพยักหน้ายืนยันและชี้ไปทางป่าลึก หัวหน้าเฉินมองดูร่องน้ำเล็กตื้นๆ บนพื้นแล้วพูดว่า

"เดี๋ยวก่อน ขอฉันรายงานหัวหน้าเหยียนแป๊บนึง"

สักพักหัวหน้าเฉินก็เก็บโทรศัพท์แล้วสั่งการ

"ไป! เดินหน้าต่อ"

"เสี่ยวเตา! เปิดทางข้างหน้า ระวังตัวด้วย!"

"เจี๊ยก!"

"โห~ ลิงซามูไรพเนจรเหรอ? หัวหน้าเฉินนี่เก่งไม่ใช่เล่นแฮะ"

เห็นลิงยักษ์สีขาวถือดาบยาวเดินนำหน้าคอยระวังภัยอย่างคล่องแคล่ว เฟิงหยวนก็เอ่ยปากชม เสี่ยวจีในอ้อมกอดได้ยินเฟิงหยวนชมคนอื่นก็ดิ้นขลุกขลักทำท่าอยากจะไปท้าดวล เฟิงหยวนรีบกอดมันไว้แน่นแล้วกระซิบดุ

"แกจะทำอะไร คิดว่าจะสู้เขาได้เหรอ ลิงซามูไรพเนจรเป็นสัตว์วิญญาณที่วิวัฒนาการข้ามขั้นนะ พลังคนละชั้นกับสัตว์วิญญาณทั่วไปเลย สภาพแกตอนนี้โดนเขาตบทีเดียวก็ร่วงแล้ว"

"จี้!"

เสี่ยวจีมองค้อนเฟิงหยวนอย่างไม่พอใจ ผ่านไปสักพัก ทุกคนก็ตามรอยน้ำเล็กๆ มาจนถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง เห็นร่องรอยรอบปากถ้ำ หัวหน้าเฉินก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา

จบบทที่ บทที่ 29 ตามล่าต้นตอพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว