- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 20 ธูปต่ออายุ
บทที่ 20 ธูปต่ออายุ
บทที่ 20 ธูปต่ออายุ
บทที่ 20 ธูปต่ออายุ
เมื่อเห็นท่าทางไร้พิษสงของธูปต่ออายุ จ้งหลิวเหยียนก็ถามอย่างงุนงง
"ฉันไม่ค่อยรู้อะไรมาก รู้แค่ว่าดูเหมือนจะช่วยยืดอายุขัยของคนได้ แล้วมันมีปัญหาอะไรเหรอ? ดูหน้าตาซื่อบื้อแบบนั้นไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรนะ"
"จี้!"
พอเห็นเฟิงหยวนแหย่ธูปต่ออายุเล่น เสี่ยวจีก็รีบกระโจนขึ้นมาเกาะบนหัวเฟิงหยวน จ้องมองธูปต่ออายุอย่างท้าทาย
"อู?~"
"ของที่ช่วยยืดอายุขัยอย่างธูปต่ออายุน่ะ พวกนายไม่ได้ใช้หรอก! ทำไมไม่ให้ฉันจับมันล่ะ! ของแบบนี้พวกนายไม่มีปัญญาขายหรอก! ขืนใครรู้เข้าว่าพวกนายมีของพรรค์นี้ พวกนายตายกันหมดแน่!"
เผยอวี่เห็นเฟิงหยวนเล่นกับธูปต่ออายุก็เริ่มโวยวายเหมือนคนเสียสติ เฟิงหยวนมองเผยอวี่ด้วยความขบขันแล้วพูดว่า
"ยืดอายุขัย? ใครบอกนายว่ามันทำแบบนั้นได้? ท่าไม้ตายของธูปต่ออายุมีแค่อย่างเดียว นั่นคือลิขิตชะตา"
"นายโกหก! ไม่ว่าจะชื่อหรือตำนานก็บอกว่ามันช่วยชีวิตคนได้!"
เห็นเผยอวี่เริ่มสติแตก เฟิงหยวนก็ถอนหายใจ เอื้อมมือไปเกาธูปต่ออายุที แล้วก็เกาพุงเสี่ยวจีที่กำลังงอนตุ๊บป่องอีกที ก่อนจะพูดว่า
"นายก็พูดเองนี่ว่าช่วยชีวิตคน ลิขิตชะตาของธูปต่ออายุทำได้แค่บังคับให้ความเป็นไปได้หนึ่งในอนาคตเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน แถมการใช้ลิขิตชะตายังต้องแลกด้วยพลังชีวิตของตัวมันเองอีกต่างหาก เพราะงั้นไอ้ที่ว่าจะเอาไปยืดอายุขัยน่ะ เลิกเพ้อเจ้อได้เลย"
"เป็นไปไม่ได้! ฉันไม่เชื่อ! นายหลอกฉัน!"
"ฉันจะหลอกนายไปเพื่ออะไร? ไม่เชื่อก็ไปถามพวกศาสตราจารย์ดูก็ได้ ที่มันถูกเรียกว่าธูปต่ออายุเป็นแค่เรื่องบังเอิญเฉยๆ ฉันว่าเรียกว่า 'ธูปอธิษฐาน' ยังจะเหมาะซะกว่า~"
"แล้วอันตรายล่ะ? ไหนนายบอกว่ามีอันตรายไง?"
จ้งหลิวเหยียนมองเฟิงหยวนอย่างคลางแคลงใจ เห็นธูปต่ออายุหลับตาลงนอนต่อ เฟิงหยวนก็ตบมือเปาะแปะแล้วพูดว่า
"เขาคิดจะใช้กำลังบังคับจับมันใช่ไหมล่ะ? เธอคิดว่าถ้าธูปต่ออายุใช้ลิขิตชะตาสักสองสามครั้งจะเกิดอะไรขึ้น? ท่าไม้ตายที่ต้องแลกด้วยชีวิตเชียวนะ อย่างมากแค่สองครั้งก็น่าจะทำให้เขาเจออุบัติเหตุถึงตายได้แล้วมั้ง?"
ได้ยินเฟิงหยวนพูดแบบนั้น จ้งหลิวเหยียนก็เริ่มคิดตาม มือที่กดไหล่เผยอวี่ไว้ออกแรงบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เผยอวี่มองธูปต่ออายุด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะทรุดตัวลงพิงเจ้าตัวมอนอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"มอ..."
สัมผัสได้ถึงความผิดหวังของเจ้านาย เจ้าตัวมอนก็พยายามปลอบใจเขา ชีเฉินเดินมาหาเฟิงหยวน ชำเลืองมองเผยอวี่แล้วกระซิบถาม
"จับมันไม่ได้จริงๆ เหรอ?"
เฟิงหยวนเหลือบมองเผยอวี่แล้วตอบเสียงเบา
"ใช้กำลังบังคับไม่ได้หรอก ส่วนจะเกลี้ยกล่อมก็คงยาก ธูปต่ออายุถูกวางไว้เป็นกระถางธูปที่นี่ คิดยังไงก็น่าจะเป็นฝีมือของผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพคนนั้น ในเมื่อมันยอมเฝ้าอยู่ที่นี่มาตลอด การเกลี้ยกล่อมคงไม่มีผลหรอก"
"จี้?"
"นั่นมันจะทำอะไร?"
"หรือว่า?"
จู่ๆ ธูปต่ออายุก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง กระโดดดึ๋งๆ ด้วยขาสั้นป้อมลงจากโต๊ะบูชา เดินตรงเข้าไปหาเผยอวี่ เฟิงหยวนนึกถึงภาพวาดตอนที่เด็กน้อยเจอกับมังกรวารีทมิฬแล้วก็ตาโตด้วยความตกใจ
"อู~"
"แกจะทำอะไร?"
เห็นธูปต่ออายุเดินมาหยุดอยู่ที่เท้า เผยอวี่ก็ถามอย่างงุนงง จ้งหลิวเหยียนจ้องธูปต่ออายุเขม็งอย่างระแวดระวัง เฟิงหยวนตะโกนบอกเผยอวี่เสียงดัง
"อธิษฐานในใจถึงสิ่งที่นายปรารถนา! สิ่งที่นายต้องการมากที่สุด!"
ได้ยินเฟิงหยวนบอก เผยอวี่ก็รีบพนมมือหันหน้าเข้าหาธูปต่ออายุ หลับตาอธิษฐานเงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ธูปยาวบนหัวของธูปต่ออายุก็ลุกไหม้อย่างรวดเร็วและหดสั้นลงไปท่อนหนึ่ง
"อู~"
ธูปต่ออายุร้องอย่างพอใจ แล้วเดินลัลล้ากลับไปที่โต๊ะบูชา ทุกคนต่างงงเป็นไก่ตาแตกกับการกระทำของมัน ชีเฉินถามอย่างไม่เข้าใจ
"ไหนบอกว่าถ้าใช้ท่าไม้ตายจะกินพลังชีวิตไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมมันถึงยัง..."
เฟิงหยวนยิ้มมองเผยอวี่ที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วตอบว่า
"การทำให้ความปรารถนาที่บริสุทธิ์เป็นจริง คือความหมายในการมีชีวิตอยู่ของธูปต่ออายุไงล่ะ~ เผยอวี่ ความปรารถนาของนายจะต้องเป็นจริงแน่นอน แต่จะมาในรูปแบบของอุบัติเหตุต่างๆ นะ~"
"จริงเหรอ! เยี่ยมไปเลย!"
เห็นท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นของเผยอวี่ จ้งหลิวเหยียนก็ยิ้มแล้วถามเฟิงหยวน
"งั้นพวกเราขอพรบ้างได้ไหม? ฉันก็มีความปรารถนาที่อยากให้เป็นจริงตั้งเยอะแยะ~"
"พวกเธอจะทำแบบนั้นได้ยังไง! นั่นมันแลกด้วยชีวิตของธูปต่ออายุนะ!"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์มันไม่ทำให้หรอก~"
"แต่ฉันว่าความปรารถนาของฉันบริสุทธิ์ทุกข้อเลยนะ~"
จ้งหลิวเหยียนพูดหยอกเล่น แต่ก็ไม่ได้คิดจะเดินเข้าไปหาธูปต่ออายุจริงๆ พอเห็นชีเฉินทำหน้าไม่พอใจ เธอก็ถามต่อ
"การที่ธูปต่ออายุยอมแลกชีวิตเพื่อทำให้ความปรารถนาเป็นจริง มันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างใช่ไหม?"
เฟิงหยวนมองธูปต่ออายุที่กลับไปนอนหลับปุ๋ยบนโต๊ะบูชาแล้วตอบ
"ใช่แล้ว ตัวธูปต่ออายุเองจะไม่ได้รับผลกระทบจากการไหลผ่านของเวลา พูดง่ายๆ ก็คือถ้าไม่ทำให้ความปรารถนาเป็นจริง ในทางทฤษฎีมันก็จะเป็นอมตะ"
"จี้?"
"แต่ว่านะ ธูปต่ออายุเกิดจากวิญญาณที่มีบาปหนาในชาติก่อนกลับมาเกิดใหม่ มันเลยต้องลบล้างบาปด้วยการทำให้ความปรารถนาที่บริสุทธิ์เป็นจริง เมื่อบาปกรรมหมดสิ้นแล้ว วิญญาณบาปข้างในถึงจะได้ไปผุดไปเกิด ไม่อย่างนั้นต่อให้ใช้ลิขิตชะตาจนตัวตาย ก็จะกลับมาเกิดเป็นธูปต่ออายุวนเวียนอยู่อย่างนั้น"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? แล้วถ้าวิญญาณบาปไม่อยากไปเกิดล่ะ?"
ชีเฉินมองกระถางธูปบนโต๊ะบูชาด้วยความประหลาดใจ เฟิงหยวนแค่นหัวเราะ
"เป็นไปไม่ได้หรอก การเกิดเป็นธูปต่ออายุ ทุกวินาทีที่หายใจคือการทรมานวิญญาณบาป ตัวที่อยู่วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้านี่ถือว่าโชคดีแล้ว ได้รับการอภัยโทษจากสัตว์เทพ อย่างน้อยถ้าไม่ออกไปจากวิหารก็จะไม่ทรมานเท่าไหร่"
"นายรู้ได้ไง? เรื่องแบบนี้ดูออกด้วยเหรอ?"
"เดาเอาน่ะ แต่ดูจากการที่มันนอนหลับสบายขนาดนั้นก็น่าจะใช่ ปกติธูปต่ออายุตัวอื่นจะวิ่งพล่านไปทั่วเพื่อหาคนมีวาสนามาขอพรนะ~"
"ไถ่บาปงั้นเหรอ?"
"จี้!"
จ้งหลิวเหยียนมองธูปต่ออายุบนโต๊ะบูชาด้วยความสงสาร เห็นลูกมังกรนิทราที่ก่อนหน้านี้เกาะอยู่บนรูปปั้นหินลอยกลับมาเกาะไหล่ เฟิงหยวนก็ลูบหัวปลอบเสี่ยวจีบนหัว แล้วชี้ไปที่ประตูข้าง
"ไปกันเถอะ~ ไปดูข้างหลังกัน~"
"ขอบใจนะ"
ตอนเดินผ่านประตูข้าง เผยอวี่แอบเดินอ้อมไปที่โต๊ะบูชาเพื่อขอบคุณธูปต่ออายุ
"นายเก็บตัวมอนไปก่อนดีกว่า จะพังวิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า ระวังมังกรเขียวอี๋มู่จะมาคิดบัญชีเอานะ~"
"รู้แล้วน่า!"
เห็นตัวมอนตัวใหญ่เกินกว่าจะผ่านประตูข้างได้ เฟิงหยวนก็ยิ้มกวน เผยอวี่มองหาทางอื่นแล้วไม่เจอ ก็จำใจต้องเก็บตัวมอนเข้ามิติตามสัญญา
เฟิงหยวนเอามือประสานท้ายทอยเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี
"ทำไมถึงไปทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหญ่เทอะทะแบบนั้นน้า~ จะเข้าที่แคบๆ ก็ลำบาก~"
"หุบปาก! เสี่ยวจีของนายก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก! ฉันจำได้ว่าร่างวิวัฒนาการของไก่เปลือกไข่ไม่มีตัวไหนตัวเล็กเลยสักตัว!"
"จี้?!"
"ตัวใหญ่สิดี~ ขี่บินได้ไง~ ขี่นกกระจอกบินมันจะไปเท่ตรงไหน~"
"ตัวมอนก็ขี่ได้เหมือนกันแหละ! ขี้เกียจเถียงกับนายแล้ว! เชอะ!"
เผยอวี่เห็นว่าเถียงกับเฟิงหยวนไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยสะบัดหน้าหนี เฟิงหยวนยิ้ม ยื่นมือไปขยี้หัวเสี่ยวจีบนหัว
"อยากเห็นร่างวิวัฒนาการของเสี่ยวจีจังเลยน้า~ ถึงตอนนั้นให้เสี่ยวจีพาบินไปต่างเมือง ไม่ต้องเสียเงินนั่งรถไฟความเร็วสูงแล้ว~"
"จี้~"
"เสี่ยวจี อย่าไปฟังหมอนี่นะ สองเมืองมันไกลกันขนาดนั้น ให้เธอบินแบกหมอนี่ไป มีหวังได้เหนื่อยตายก่อนพอดี"
ชีเฉินบ่นใส่เฟิงหยวนอย่างไม่จริงจังนัก เฟิงหยวนยักไหล่ กวาดสายตามองไปรอบๆ ลานด้านหลังวิหารแล้วมองท้องฟ้า
"การจัดวางที่นี่แปลกจัง มีแต่ของตกแต่ง ไม่มีห้องหับอะไรเลย? เป็นแค่ลานเล็กๆ งั้นเหรอ?"
"แถมไม่เห็นมีรูปปั้นมังกรวารีทมิฬเลย ลานนี้มีไว้เพื่ออะไรกันแน่?"
"โฮก~"
ลูกมังกรนิทราบนไหล่เฟิงหยวนมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วลอยตัวขึ้นช้าๆ ลอยไปหยุดอยู่ที่รูปปั้นหินตรงกำแพงด้านหลังลาน แล้วขดตัวนอนหาววอดบนแท่นหิน
"เอ่อ รูปปั้นมังกรเขียวอี๋มู่ทำไมเล็กจิ๋วขนาดนั้น? เจ้านั่นก็นะ ตามใจฉันจริงๆ"
เฟิงหยวนมองรูปปั้นมังกรเขียวอี๋มู่ที่เล็กกว่ารูปปั้นมังกรวารีทมิฬในวิหารหลักตั้งเยอะด้วยความอึ้งๆ ก่อนจะเดินเข้าไปดูข้อความบนแท่นหินด้วยความสนใจ