- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 19 วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า
บทที่ 19 วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า
บทที่ 19 วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า
บทที่ 19 วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า
"วิหารเทพแห่งบึงสายฟ้า? ไม่ใช่วิหารมังกรเขียวอี๋มู่จริงๆ ด้วยแฮะ"
จ้งหลิวเหยียนเงยหน้ามองป้ายชื่อวิหารตรงประตูใหญ่ด้วยความประหลาดใจ แล้วหันมามองเฟิงหยวนที่ทำท่าเหมือนรู้อยู่แล้ว
"แหงอยู่แล้ว รูปแบบวิหารสัตว์เทพมักจะตายตัว จะจู่ๆ มีรูปแบบแปลกประหลาดโผล่มาได้ยังไง" เฟิงหยวนตอบอย่างมั่นใจ
"แล้วทำไมถึงมีเส้นทางสัตว์เทพได้ล่ะ?" จ้งหลิวเหยียนยังคงสงสัย
"ไม่รู้สิ มังกรเขียวอี๋มู่อาจจะเป็นคนสร้างขึ้นเองก็ได้มั้ง เพราะของแบบนี้มีแต่มันเท่านั้นที่สร้างได้ตามใจชอบ" เฟิงหยวนยักไหล่ ตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก
เห็นท่าทางจนปัญญาของเฟิงหยวน จ้งหลิวเหยียนก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
"โฮก~"
ลูกมังกรนิทราที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนไหล่เฟิงหยวนจู่ๆ ก็เหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ มันลอยตัวขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปในวิหารเทพแห่งบึงสายฟ้าทันที เห็นดังนั้นทุกคนจึงรีบวิ่งตามเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เอ๊ะ? นั่นมันมังกรวารีทมิฬนี่นา?"
เฟิงหยวนมองลูกมังกรนิทราที่กำลังเอาตัวถูไถรูปปั้นหินแกะสลักรูปมังกรดูน่าเกรงขามตรงกลางวิหารด้วยความแปลกใจ เผยอวี่ปรายตามองรูปปั้นหินแวบหนึ่งแล้วพูดแย้งเฟิงหยวนอย่างดูแคลน
"นายดูผิดแล้วมั้ง? ชื่อวิหารก็บอกอยู่ว่าเป็นเทพแห่งบึงสายฟ้า จะเป็นมังกรวารีทมิฬได้ยังไง? อีกอย่างรูปปั้นหินก็ไม่มีสี ฉันจะบอกว่าเป็นมังกรสายฟ้าสีม่วงก็ยังได้เลย!"
โต้วเยียนหลานอุ้มเหมียนฮวาเดินเข้าไปสังเกตรูปปั้นหินใกล้ๆ อย่างละเอียด ก่อนจะยืนยันว่า
"เป็นมังกรวารีทมิฬจริงๆ ค่ะ ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ ล้วนเป็นลักษณะเฉพาะที่มีแต่ในมังกรวารีทมิฬเท่านั้น"
เผยอวี่มองตามจุดที่โต้วเยียนหลานชี้ แล้วพยายามเถียงข้างๆ คูๆ
"ไม่แน่คนแกะสลักอาจจะจำผิดก็ได้นี่นา? เรื่องแบบนี้มีออกจะบ่อยไปไม่ใช่เหรอ?"
"เมี๊ยว~"
"ฮึ!"
เหมียนฮวาในอ้อมกอดโต้วเยียนหลานร้องใส่อย่างดูถูก เผยอวี่ทนอับอายไม่ไหวจึงเดินเลี่ยงไปยืนหน้าบึ้งอยู่มุมหนึ่ง
"จี้?"
เห็นเฟิงหยวนที่มีเสี่ยวจีเกาะอยู่บนหัวกำลังพิจารณาภาพจิตรกรรมฝาผนังรอบวิหาร คนอื่นๆ ก็เริ่มหันไปสนใจภาพเหล่านั้นบ้าง เสี่ยวจีมองภาพจิตรกรรมอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มเบื่อ มันชำเลืองมองลูกมังกรนิทราที่ขดตัวอยู่บนรูปปั้นหินอย่างท้าทาย แต่พอเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ มันก็ค่อยๆ ชะโงกตัวลงมาห้อยหัวมองหน้าเฟิงหยวน
"เสี่ยวจี อย่ากวนสิ"
จู่ๆ ก็มีขนจุกโผล่มาตรงหน้า เฟิงหยวนจึงดันหัวเสี่ยวจีกลับขึ้นไป
"จี้!"
พอโดนดันกลับ เสี่ยวจีก็ไม่พอใจ เปลี่ยนท่านั่งเป็นนอนแปะลงบนหัวเฟิงหยวน ขนจุกบนหัวมันส่ายไปมาตามจังหวะการเดินของเฟิงหยวน
"นึกว่าคนโบราณเป็นคนสร้างซะอีก ที่แท้ผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพเป็นคนสร้างวิหารเทพแห่งบึงสายฟ้านี่เอง มิน่าล่ะถึงมีเส้นทางสัตว์เทพได้"
หลังจากดูภาพจิตรกรรมจนทั่ว เฟิงหยวนก็พูดขึ้นเหมือนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เผยอวี่ถามเสียงขุ่น
"นายดูรู้เรื่องด้วยเหรอ? ภาพวาดนามธรรมขนาดนั้นนายดูออกได้ไง?"
พอเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนอื่นๆ เฟิงหยวนก็ยักไหล่
"พวกนายถ่ายรูปเก็บไว้ก็ได้นี่ เดี๋ยวออกไปก็เอาไปโพสต์ถามในเน็ตดู"
"นายดูออกจริงๆ เหรอว่าภาพพวกนี้หมายความว่าไง?"
จ้งหลิวเหยียนถามด้วยความแคลงใจ เฟิงหยวนชี้ไปที่ภาพจิตรกรรมแล้วอธิบาย
"แน่นอน เนื้อหาคร่าวๆ ก็คือ มีเด็กคนหนึ่ง ตอนเด็กๆ เจอภัยแล้งหนัก เลยมาขอความช่วยเหลือจากมังกรวารีทมิฬที่นี่คนเดียว มังกรวารีทมิฬก็ช่วยบันดาลฝนให้หลายครั้งจนภัยแล้งบรรเทาลง หลังจากนั้นเด็กคนนั้นกับมังกรวารีทมิฬก็สนิทสนมกันมากขึ้น มังกรวารีทมิฬก็คอยช่วยเหลือหมู่บ้านรอบๆ ตามคำขอของเด็กคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง"
"แต่ที่น่าแปลกคือ ตามภาพวาดดูเหมือนภัยแล้งนั้นจะมีเงื่อนงำบางอย่าง"
"จี้?"
เฟิงหยวนพูดพลางมองภาพวาดตอนที่มังกรวารีทมิฬใช้ท่าฝนกระหน่ำซ้ำๆ ด้วยความสงสัย ชีเฉินถามอย่างหมดความอดทน
"มีเงื่อนงำอะไร? อย่ามาพูดให้อยากรู้แล้วจากไปสิ!"
"หรือว่าเป็นเพราะต้องใช้ท่าฝนกระหน่ำซ้ำๆ? เดี๋ยวสิ ปกติท่าเปลี่ยนสภาพอากาศถ้าไม่โดนท่าอื่นมาลบล้าง มันก็น่าจะอยู่ได้เหมือนสภาพอากาศธรรมชาติไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องใช้ซ้ำๆ ล่ะ?"
จ้งหลิวเหยียนเริ่มเอะใจถึงความผิดปกติ เฟิงหยวนพยักหน้า
"นั่นแหละที่น่าสงสัย แต่ในภาพวาดไม่ได้บอกรายละเอียดไว้ เลยไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ทำไมถึงมีผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพมาสร้างวิหารให้?"
"หลังจากนั้นเหรอ? เด็กคนนั้นก็ไปเข้าตากรรมการอย่างมังกรเขียวอี๋มู่เข้า เลยได้เป็นผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพ แล้วก็ออกเดินทางท่องเที่ยวไป ทิ้งมังกรวารีทมิฬไว้ พอกลับมาอีกทีก็พบว่ามังกรวารีทมิฬตายไปนานแล้ว เลยสร้างวิหารเทพแห่งบึงสายฟ้านี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์"
เฟิงหยวนพูดจบก็ยื่นมือจะไปเกาพุงเสี่ยวจี แต่ลืมไปว่ามันนอนแปะอยู่บนหัว เลยเกือบจิ้มตาเสี่ยวจีเข้าให้
"ทำไมทำแบบนั้นล่ะ! เขาทิ้งมังกรวารีทมิฬไปดื้อๆ เลยเหรอ!"
"จี้!"
"อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่ได้ตั้งใจ"
เฟิงหยวนรู้สึกถึงสัมผัสที่ผิดปกติ เลยรีบลูบหัวขอโทษเสี่ยวจี เสี่ยวจีลุกขึ้นนั่งหันหลังให้ด้วยความงอน เฟิงหยวนหันไปมองเผยอวี่ที่กำลังโกรธแค้นแทนมังกรวารีทมิฬแล้วพูดอย่างจนใจ
"นายคิดว่าคนเราจะเริ่มทำพันธสัญญากับมังกรวารีทมิฬได้ตั้งแต่แรกเลยเหรอ?"
"เอ่อ..."
"อีกอย่างฉันเดาว่ามังกรวารีทมิฬตัวนี้น่าจะเคยมีผู้ทำพันธสัญญามาก่อนแล้ว ไม่งั้นคงไม่มาอยู่ในที่แบบนี้หรอก"
"..."
เผยอวี่เถียงไม่ออก ชีเฉินถามด้วยความเสียดาย
"แล้วมังกรวารีทมิฬตายได้ยังไง?"
"แก่ตายไง สัตว์วิญญาณถึงจะอายุยืนกว่ามนุษย์แต่ก็ไม่ได้เป็นอมตะนะ ยกเว้นพวกสัตว์เทพ พวกนั้นเป็นอมตะโดยกำเนิด อิจฉาไปก็เท่านั้น"
"จี้~"
รู้สึกได้ว่าเสี่ยวจีบนหัวดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น เฟิงหยวนแอบคิดในใจ
"เจ้าทึ่มเอ๊ย"
"เมื่อกี้ไม่ทันสังเกต ที่นี่มีคนอยู่เหรอ?"
ชีเฉินมองอามู่ด้วยสายตาซับซ้อน ขณะกำลังจะเข้าไปดูรูปปั้นมังกรวารีทมิฬใกล้ๆ ก็สังเกตเห็นกระถางธูปโบราณบนโต๊ะบูชาที่มีธูปจุดทิ้งไว้ดอกหนึ่ง ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง
"นี่มัน!"
เผยอวี่ตาโต รีบพุ่งเข้าไปดูที่กระถางธูป พอเห็นเผยอวี่หันไปมองเจ้าตัวมอนเป็นระยะ เฟิงหยวนก็รีบเตือน
"ถ้านายคิดจะแตะต้อง 'ธูปต่ออายุ' ดอกนั้นล่ะก็ เลิกคิดซะเถอะ"
"นายจะไปรู้อะไร! เจอสัตว์วิญญาณหายากระดับธูปต่ออายุแล้วไม่จับมาทำสัญญา ก็เหมือนเอาของดีไปทิ้งขว้างชัดๆ!"
"เสี่ยวจี ห้ามตัวมอนไว้ อย่าให้มันรนหาที่ตาย"
"จี้?"
เสี่ยวจีงงกับคำสั่ง แต่ก็ยอมกระโดดลงจากหัวเฟิงหยวนมายืนจ้องเจ้าตัวมอนที่กำลังเดินเข้าไปหาเผยอวี่ พอโดนสายตาเสี่ยวจีกดดัน เจ้าตัวมอนที่เคยร่วมสู้กับเสี่ยวจีมาหลายครั้งก็ชะงักฝีเท้า
"เฟิงหยวน นายจะทำอะไร! ฉันไม่ได้จะฮุบไว้คนเดียวสักหน่อย! ให้ฉันพามันกลับไปเถอะ! เดี๋ยวกลับไปฉันจะจ่ายเงินชดเชยให้พวกนายอย่างงามเลย!"
"ฉันแค่ไม่อยากเห็นนายรนหาที่ตายเฉยๆ"
"นาย!"
เฟิงหยวนดึงเผยอวี่ออกมาห่างจากโต๊ะบูชา เผยอวี่มองเฟิงหยวนอย่างไม่พอใจ พอเห็นเฟิงหยวนเรียกเคียวออกมาขู่ เผยอวี่ก็ฟิวส์ขาด เดินไปหาเจ้าตัวมอนแล้วสั่งการ
"ตัวมอน! พุ่งชน!"
"จี้!"
"เหมียนฮวา เสน่ห์เย้ายวน!"
"เมี๊ยว~~"
"โต้วเยียนหลาน! เธอทำอะไรเนี่ย!"
เห็นตัวมอนโดนท่าเสน่ห์เย้ายวนเข้าไปจนไม่ฟังคำสั่ง เผยอวี่ก็ตวาดใส่โต้วเยียนหลานด้วยความโกรธจัด เจ้าตัวมอนสะบัดหัวเรียกสติตื่นจากภวังค์ แล้วหันไปจ้องเหมียนฮวาในอ้อมกอดโต้วเยียนหลานตาขวาง
"เมี๊ยว~"
เห็นตัวมอนจ้องมองมา เหมียนฮวาก็ร้องใส่อย่างไม่ยี่หระ จ้งหลิวเหยียนเดินเข้าไปหาเผยอวี่แล้วพูดเตือนสติ
"พอได้แล้ว! ใจเย็นๆ หน่อย!"
"จะให้เย็นได้ไง! เธอดูพวกมันสิ! ฉันบอกแล้วว่าจะไม่ฮุบคนเดียว ยังจะมาขวางฉันอีก!"
เห็นเผยอวี่เริ่มคลั่ง จ้งหลิวเหยียนก็กดไหล่เขาไว้แล้วหันมาถามเฟิงหยวน
"นายไม่อธิบายหน่อยเหรอ? ทำไมสิ่งนั้นถึงอันตราย?"
"พวกนายรู้จักธูปต่ออายุมากแค่ไหนล่ะ?"
เฟิงหยวนเดินไปที่กระถางธูป ยื่นมือไปเกากระถางธูปโบราณเล่น สักพักลวดลายบนกระถางธูปก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่หนึ่ง
"อู?"
ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นมองเฟิงหยวนอย่างงุนงง ด้วยท่าทางใสซื่อไร้เดียงสา