- หน้าแรก
- เก็บตัวฝึกวิชาบนเขามาสองปี พอลงมาทำไมไอพวกปีศาจโลกนี้มันอ่อนแอกันจัง
- บทที่ 2 - หมู่บ้านเชิงเขา
บทที่ 2 - หมู่บ้านเชิงเขา
บทที่ 2 - หมู่บ้านเชิงเขา
บทที่ 2 - หมู่บ้านเชิงเขา
ไหดินเผาสีดำหลายใบวางเรียงรายอยู่บนรถลาก เมื่อครู่หลังจากจั่วเฉินเป่าลมปราณใส่ เจ้าลาตัวนั้นก็ตื่นตกใจ หันหัวเตรียมจะวิ่งหนี
จั่วเฉินยื่นมือซ้ายออกไปคว้าบังเหียนไว้ทันควัน เจ้าลาดำตัวนั้นพลันขยับเขยื้อนไม่ได้ ทำได้เพียงหมุนตัวไปมาอยู่กับที่
เขาใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่ไห เด็กน้อยเจ็ดแปดคนก็ร่วงกราวออกมาจากข้างใน
พวกเขานั่งนิ่งอยู่กับพื้นราวกับคนเสียสติ ไม่ร้องไห้และไม่งอแง เพียงแค่เงยหน้ามองจั่วเฉินตาแป๋ว
จั่วเฉินเป่าลมปราณใส่เด็กเหล่านี้อีกครั้ง แววตาที่แข็งทื่อไร้ชีวิตชีวาของเด็กน้อยก็ค่อยๆ กลับมาสดใส
จากนั้นพวกเขาก็ระเบิดเสียงร้องไห้จ้าออกมาพร้อมกัน
ชาวบ้านรอบๆ ที่ได้ยินเสียงร้องไห้ต่างพากันแห่มามุงดู มีทั้งที่ถือไม้นวดแป้ง ถือจอบ และถือส้อมตักมูลสัตว์
จั่วเฉินรีบอธิบายเรื่องราวให้ชาวบ้านที่ล้อมเข้ามาฟัง เมื่อนั้นชาวบ้านจึงสังเกตเห็นคนค้ามนุษย์ที่นอนหนาวสั่นเกือบแข็งตายอยู่บนพื้น
ระดับขอบเขตสร้างรากฐานย่อมไม่เกรงกลัวการต่อสู้กับคนธรรมดาเหล่านี้ แต่จั่วเฉินกลัวคนถือส้อมตักมูลสัตว์นั่นที่สุด
นั่นมันอาวุธติดพิษร้ายแรงชัดๆ
หลังจากใช้เวลาสักพักลำดับเหตุการณ์จนเข้าใจตรงกัน ชาวบ้านต่างพากันขอบอกขอบใจจั่วเฉินเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เกือบจะเสียลูกไป แทบจะคุกเข่าโขกหัวให้จั่วเฉินเลยทีเดียว
จั่วเฉินไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก
สำหรับเขาแล้วนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่พอช่วยได้ก็ช่วย ตอนนี้เขาบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ความสามารถย่อมแตกต่างจากคนธรรมดาราวฟ้ากับเหว
ในจุดตันเถียนของจั่วเฉินมีกระแสปราณบริสุทธิ์สายหนึ่ง ปราณนี้สามารถเป่าออกมาทางปาก หากเป็นลมเย็นก็ทำให้หินจับตัวเป็นน้ำแข็ง หากเป็นลมร้อนก็ละลายหิมะฤดูหนาวได้ หากออกแรงมากหน่อยก็ถึงขั้นทำให้ต้นไม้ใบหญ้าในดินกลับมาผลิดอกออกใบได้ นับเป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำได้ในตอนนี้
เมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมด ชาวบ้านต่างกรูกันเข้าไปรุมทุบตีคนค้ามนุษย์ด้วยไม้กระบอง ชายที่เหลือลมหายใจเพียงรวยรินอยู่แล้วจึงถูกตีตายคาที่ ร่างไร้วิญญาณถูกลากไปแขวนประจานไว้บนต้นไม้
ส่วนชาวบ้านที่เหลือ ภายใต้การนำของหัวหน้าหมู่บ้าน ต่างพากันเตรียมฆ่าไก่ตั้งเตาไฟเพื่อเลี้ยงต้อนรับจั่วเฉิน
จั่วเฉินไม่อยากรบกวนชาวบ้านที่ดูยากจนข้นแค้นเหล่านี้ แต่ทนความกระตือรือร้นของพวกเขาไม่ไหว ประกอบกับฟ้ามืดแล้ว แม้เขาจะไม่จำเป็นต้องนอนหลับ แต่จั่วเฉินก็ยังรักษานิสัยการพักผ่อนในยามค่ำคืนไว้ จึงตอบตกลงในที่สุด
หัวหน้าหมู่บ้านรับเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงที่บ้านของตน
เมื่อมาถึงบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน โต๊ะแปดเซียนถูกยกออกมาตั้ง ครอบครัวที่ได้ลูกคืนมาใครมีไก่ก็เอาไก่มาร่วม ใครมีข้าวก็เอาข้าวมาร่วม หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จึงรวบรวมอาหารที่มีเนื้อสัตว์ขึ้นโต๊ะมาได้หนึ่งมื้อ
กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก ปลุกพยาธิแห่งความหิวโหยในท้องของจั่วเฉินที่ต้มกินเองบนเขามาตลอดให้ตื่นตัวทันที
"ขอบคุณท่านนักพรตน้อยที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้ท่าน หมู่บ้านเราคงเสียเด็กไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่!"
"ไม่เป็นไรๆ" จั่วเฉินไม่เกรงใจ คีบเนื้อเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
กลิ่นหอมอบอวลในปาก! รสชาติของน้ำมันสัตว์นี่มันดีจริงๆ!
เมื่อร่ำสุราไปได้สามจอก ใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านก็เริ่มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุราหมัก เขาพิจารณาจั่วเฉินขึ้นลงสองสามทีก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง
"ท่านนักพรตน้อย ท่านลงมาจากเขาฮุยหรือขอรับ"
"ใช่แล้ว อาศัยอยู่บนเขามาสองปีกว่า เรียนรู้วิชาจนหมดแล้ว เลยคิดจะลงเขามาหาลู่ทางใหม่ๆ" จั่วเฉินกินอย่างมีความสุขจึงพูดคุยมากขึ้นอีกหน่อย "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านพอจะรู้ไหมว่าแถวนี้มีที่ไหนที่สอนวิชาได้บ้าง แบบพวกสำนักเซียนที่ฝึกตนให้สูงขึ้นไปได้น่ะ"
"เรื่องสำนักเซียนข้าไม่รู้หรอก แต่ในเมืองชิงโจวใกล้ๆ นี้มีสำนักหนึ่ง ชื่อว่าสมาคมไป๋เหล่า ในสมาคมนั้นมียอดฝีมือมากมาย ไม่ว่าท่านจะไปเรียนรู้วิชาหรือไปสืบข่าวสาร ที่นั่นย่อมสะดวกกว่าในหมู่บ้านเราแน่นอน"
จั่วเฉินพยักหน้า จดจำชื่อสมาคมไป๋เหล่าไว้ในใจ
เขาไม่กล้าดูแคลนพรรคพวกในเมือง เพราะที่นี่คือโลกของผู้บำเพ็ญเพียร หัวหน้าพรรคเล็กพรรคน้อยอาจจะเป็นยอดฝีมือระดับจินตานก็ได้ ลองไปสัมผัสดูบ้างก็ดีเหมือนกัน
ขณะที่กำลังครุ่นคิด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในห้อง หัวหน้าหมู่บ้านได้ยินเสียงก็รีบร้อนวิ่งเข้าไป ไม่นานก็กลับออกมา
"ขออภัยด้วยขอรับ พ่อข้าแกแก่มากแล้ว ขาแข้งไม่ดี เมื่อกี้คงชนโดนอะไรเข้า"
"ไม่เป็นไร" จั่วเฉินโคจรพลังปราณในจุดตันเถียนให้ไหลย้อนขึ้นมารวมที่ดวงตาทั้งสองข้าง
สายตาทะลุผ่านผนังไม้ จั่วเฉินมองเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังขดตัวอยู่บนเตียง ภายใต้การสะท้อนของดวงตา จั่วเฉินมองเห็นเงามืดมากมายในร่างกายของชายชราผู้นั้น
ชายชรากำลังเกาะหน้าต่างมองออกมาข้างนอก ดูเหมือนกำลังจ้องมองจั่วเฉิน ริมฝีปากขยับเม้มเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จั่วเฉินก็หยิบไข่ไก่เปลือกแดงออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ของตน แล้วยื่นให้หัวหน้าหมู่บ้าน
"นี่เป็นของดีจากบนเขา ท่านหัวหน้าหมู่บ้านลองให้บิดาท่านทานดูสิ เผื่อเขาจะชอบ"
หัวหน้าหมู่บ้านรับไข่แดงมาด้วยความงุนงง แต่ก็พยักหน้ารับคำ
"ขอบคุณท่านนักพรตน้อย"
หลังจากอิ่มหนำสำราญ หัวหน้าหมู่บ้านก็จัดห้องเก็บฟืนให้จั่วเฉินพักผ่อน จั่วเฉินกล่าวขอบคุณและกำลังจะเข้าไปนั่งสมาธิ แต่หัวหน้าหมู่บ้านก็รั้งตัวเขาไว้
"ท่านนักพรตน้อย ท่านลงมาจากเขา ท่านเคยพบเห็นท่านเซียนเฒ่าบ้างไหมขอรับ"
"ท่านเซียนเฒ่า?" จั่วเฉินชะงักไปเล็กน้อย ภาพศีรษะที่หลุดร่วงของนักพรตชราแวบเข้ามาในหัว สีหน้าของเขาจึงดูแปลกพิกล
"ใช่ขอรับ พ่อข้าเคยขึ้นเขาไปกราบไหว้ท่านเซียนเฒ่าผู้นั้น ท่านก็สวมชุดนักพรต ข้าเห็นท่านแต่งกายเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าท่านอาจจะรู้จัก"
"นักพรตเฒ่าที่ท่านพูดถึง ข้ารู้จักดีทีเดียว แต่ว่า... เขาเสียชีวิตไปแล้ว"
"เสียชีวิตแล้ว!?" ดวงตาของหัวหน้าหมู่บ้านเบิกกว้าง "ตายได้อย่างไร"
"น่าจะถูกปองร้ายจนตายน่ะ" จั่วเฉินครุ่นคิด โดนคนเด็ดหัวไปแบบนั้นคงไม่ใช่การฆ่าตัวตายแน่
หัวหน้าหมู่บ้านโซเซถอยหลังไปสองก้าว ราวกับทรงตัวไม่อยู่
ริมฝีปากเขาสั่นระริก สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด
"โลกนี้ช่างวุ่นวายนัก แม้แต่ท่านเซียนเฒ่าก็ยังตาย..."
จั่วเฉินอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เห็นหัวหน้าหมู่บ้านเดินโซซัดโซเซออกจากห้องพักแขกไปแล้ว เขาจึงส่ายหน้าเบาๆ แล้วเริ่มนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณในห้องพัก
หัวหน้าหมู่บ้านกลับมาที่ห้องนอนของตน มองดูบิดาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง สุดท้ายก็หยิบไข่แดงฟองนั้นออกมา
"พ่อ ท่านนักพรตน้อยฝากนี่มาให้ พ่อกินเสียหน่อยเถอะ เผื่อจะมีปาฏิหาริย์..."
ค่ำคืนผ่านไปโดยไร้เรื่องราว เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จั่วเฉินเก็บสัมภาระเรียบร้อย กล่าวลาหัวหน้าหมู่บ้านและเตรียมตัวออกเดินทาง
หัวหน้าหมู่บ้านพูดคุยตามมารยาทกับจั่วเฉินสองสามประโยค ก็ไม่ได้เดินไปส่งต่อ
รอจนจั่วเฉินเดินจากไปไกลแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็เตรียมจะกลับเข้าบ้าน
แต่พอหันกลับมา เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน
เพ่งมองให้ดี นั่นมันพ่อของเขานี่นา!
"พ่อ? พ่อหายดีแล้วรึ?!" หัวหน้าหมู่บ้านตกใจจนสะดุ้ง ไม่รู้ว่าที่เห็นอยู่นี่คนหรือผี
อาการป่วยของพ่อเขารู้ดีที่สุด อย่าว่าแต่ลุกจากเตียงเลย จะอยู่รอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่ายังไม่รู้!
แต่ตอนนี้ชายชรากลับมีใบหน้าแดงเปล่งปลั่ง ร่างกายดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงยิ่งนัก!
ชายชราไม่สนใจลูกชาย ก้าวยาวๆ สามก้าวก็ถึงกลางลานบ้าน มองซ้ายมองขวาแล้วร้องถามอย่างตื่นตระหนก
"ท่านเซียนเฒ่าล่ะ? ท่านเซียนเฒ่าอยู่ไหน!"
"พ่อ" สีหน้าหัวหน้าหมู่บ้านดูไม่สู้ดี ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบไปว่า
"ไม่มีท่านเซียนเฒ่าหรอก เมื่อวานมีแค่นักพรตน้อยคนหนึ่งมาพัก"
"นักพรตน้อยอะไรกัน!"
ชายชราหนวดกระดิกถลึงตาตาเขียวปัด แล้วตบกะโหลกลูกชายไปทีหนึ่ง "เมื่อวานข้าแอบดูผ่านช่องหน้าต่าง นั่นมันท่านเซียนเฒ่าชัดๆ! เขาหน้าตาเหมือนกับเมื่อหกสิบปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน! ปู่เจ้าเคยบอกว่าเมื่อร้อยยี่สิบปีก่อนท่านก็หน้าตาแบบนี้!"
"ว่ากระไรนะ!?"
หัวหน้าหมู่บ้านตกตะลึงพรึงเพริด รีบวิ่งลนลานไปยังทางออกหมู่บ้าน
แต่เมื่อไปถึงปากทาง จะไปเห็นเงาของจั่วเฉินได้ที่ไหน
มีเพียงถนนดินสายเล็กเชื่อมต่อกับถนนใหญ่คังหยางที่ทอดยาวว่างเปล่า
[จบแล้ว]