เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 สู่ขอแมว (ตอนต้น)

บทที่ 62 สู่ขอแมว (ตอนต้น)

บทที่ 62 สู่ขอแมว (ตอนต้น)


"คุณชายเซินมองดูสิ่งใดอยู่หรือ?"

ก้งซูอู่สังเกตเห็นแต่เช้าตรู่แล้วว่าแววตาที่เซินถังมองเขานั้นทั้งประหลาดใจทั้งอิจฉาระคน ใบหน้าซูบซีดจึงเผยรอยยิ้มอันหาได้ยากออกมาหลายส่วน

เซินถังถูกจับได้คาหนังคาเขา จึงละสายตากลับมาด้วยอาการขัดเขินอาย "อะแฮ่ม ข้าพบว่าท่านจอมยุทธ์ก้งซูสูงใหญ่แท้จริง"

ในบรรดาสี่คนที่อยู่ ณ ที่นี้ ส่วนสูงของนางนั้นเตี้ยต่ำที่สุด แม้แต่จ๋ายเล่อยังสูงกว่านางกว่าครึ่งศีรษะ ทำให้เซินถังเวลาพูดจากับผู้อื่นจำต้องเงยหน้าขึ้นมอง ไม่สบายตัวนัก

นางจึงขอคำชี้แนะด้วยจิตใจถ่อมตน "มีเคล็ดลับอันใดที่ช่วยให้สูงขึ้นรวดเร็วหรือไม่?"

'ถ้ามีตำราฝึกกล้ามด้วยจะแจ่มแมสสิบล้านเท่า กล้ามเนื้อแบบเหิงเลี่ยนนี่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าซ่อนพลังระเบิดมหาศาลเอาไว้ เสื้อผ้าธรรมดายังปิดไม่มิด เห็นแล้วน่าอิจฉาชะมัด'

'ถ้าแม่มีความสูงที่น่าภาคภูมิใจ กับกล้ามเนื้อที่ต่อยคนสมองไหลได้สักหมัด ไอ้พวกปัญญาอ่อนทั่วหล้าเห็นแล้วคงต้องรู้จักรักนวลสงวนตัวมีมารยาทกันบ้างแหละ'

ฉีซ่าน "......"

จ๋ายเล่อหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างไม่เกรงใจ

ก้งซูอู่มีสีหน้าตะลึงงันวูบหนึ่ง ครั้นแล้วจึงเผยรอยยิ้มผ่อนคลายบางเบาออกมา ชำเลืองมองตราประทับแก่นปราชญ์ที่เอวของเซินถัง แล้วกล่าวอ้อมค้อมว่า "คุณชายเซินยังเยาว์วัยนัก ต้องผ่านไปอีกหลายปีจึงจะสูงโปร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว"

เซินถังถาม "ไม่มีเคล็ดลับหรือ?"

"ไม่มีเคล็ดลับขอรับ"

ยกเว้นกรณีพิเศษส่วนน้อย รูปร่างของผู้มีแก่นยุทธ์ส่วนใหญ่มักจะสูงใหญ่กว่าบุรุษทั่วไป พละกำลังก็มหาศาลกว่า เพราะมีเพียงร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถสำแดงพลังอันมหาศาลออกมาได้

หากร่างกายแบกรับพลังที่แก่นยุทธ์มอบให้ไม่ไหว ไม่เพียงฆ่าศัตรูไม่สำเร็จ กลับจะทำร้ายตนเองเสียก่อน

แก่นยุทธ์นั่นแลคือเคล็ดลับที่ดียิ่งที่สุด แต่น่าเสียดายที่คุณชายน้อยเป็นบัณฑิตแก่นปราชญ์

เซินถัง "......"

นางเขียนคำว่า 'ผิดหวัง' แปะไว้บนใบผากอย่างชัดเจน

ฉีซ่านกล่าวขึ้นว่า "คุณชายน้อยเซินเตือนสติข้าพอดี รูปโฉมและตราประทับแก่นปราชญ์ของเจ้าจำต้องอำพรางเสียหน่อย มิฉะนั้นจะนำความยุ่งยากมาสู่ตัว"

รูปร่างกลับไม่สำคัญเท่าใดนัก เพราะคนที่โดดเด่นสะดุดตายามโยนเข้าไปในฝูงชนไม่ได้มีเพียงก้งซูอู่ผู้เดียว ขอเพียงตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์ผ่านการตรวจสอบ และรูปโฉมไม่ถูกจำได้ การจะตบตาผ่านด่านไปก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น และนี่ก็เป็นหนึ่งในวิชาถนัดก้นหีบของฉีซ่านพอดี

ความยุ่งยากเพียงอย่างเดียวก็คือ--- "วิชานี้คงสภาพได้เพียงเจ็ดวัน"

ก้งซูอู่ถาม "เจ็ดวันกระนั้นหรือ?"

ฉีซ่านทำหน้าละอายใจ "อืม ฉีผู้นี้ศึกษามาไม่แตกฉาน คงสภาพไว้ได้เพียงเจ็ดวัน และเมื่อผ่านพ้นเจ็ดวันก็จะคืนกลับสู่รูปโฉมเดิม"

ก้งซูอู่ทอดถอนใจเบาๆ แม้จะเสียดายแต่ก็ไม่ได้ไม่พอใจ ตัวเขาย่อมรู้เรื่องของตัวเองดี ปัญหาที่ติดตัวเขานั้นใหญ่หลวงและมากมายเกินไป คนนอกมาข้องแวะเพียงนิดก็เท่ากับรนหาที่ตาย มีภัยถึงชีวิต

ฉีซ่านและเหล่าจอมยุทธ์ผู้ทรงธรรมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขายังซาบซึ้งใจแทบไม่ทัน

"เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านฉีสำแดงวิชาแล้ว" ก้งซูอู่ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

ดวงตาของฉีซ่านโค้งลงเล็กน้อย พลางโบกมือพัลวัน "เรื่องเล็กน้อย หาได้ยุ่งยากไม่"

เซินถังที่ยืนอยู่ด้านข้างเลิกคิ้วขึ้น ฉีซ่านช่วยก้งซูอู่อำพรางรูปโฉมและตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์ ดูเหมือนจะเป็นวิธีเดียวกับที่ช่วยนางอำพรางตราประทับแก่นปราชญ์ใช่หรือไม่?

แล้วทำไมนางถึงไม่รู้ว่าของพรรค์นี้มีเวลาจำกัดด้วย?

นับตั้งแต่การปลอมแปลงคราวก่อน หยวนเหลียงก็ไม่เคยพูดเรื่องต้องใช้วิชาใหม่ทุกเจ็ดวันอะไรทำนองนั้นเลย และหากมีเวลาจำกัดจริงๆ เขาต้องเตือนนางแล้วสิ เพื่อไม่ให้นางกำเริบเสิบสานเกินไปจนเผยพิรุธออกมา

ดวงตาของเซินถังไหววูบ เก็บงำความคิดเหล่านี้ให้เรียบร้อย แล้วซ่อนไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ 'แม่กล้าพนันเลยว่า ในใจหยวนเหลียงต้องกำลังบ่มเพาะแผนชั่วอยู่แน่ๆ!'

"ท่านฉี ท่านช่วยแก้ให้ข้าบ้างได้หรือไม่?" จ๋ายเล่อเห็นแล้วก็นึกสนุกอยากร่วมวงด้วย แถมยังเป็นแบบ 'ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์' เขาเอ่ยว่า "ข้าขอคิดก่อนนะ แก้เป็นเช่อโหวระดับยี่สิบไปเลยแล้วกัน! พอกลับไปจะเอาไปหลอกพี่ชายดู ไม่ทำให้เขาตกใจจนสะดุ้งก็ให้มันรู้ไป!"

เช่อโหวระดับยี่สิบ นั่นคือเป้าหมายที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนอุทิศทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้า! หนึ่งคนกุมด่านหมื่นคนมิอาจผ่าน ช่างฮึกเหิมเลือดพล่านยิ่งนัก!

ฉีซ่าน "......"

เขานึกไปถึงตอนที่เพิ่งพบคุณชายน้อยเซิน อีกฝ่ายก็เปิดปากมาว่า 'แก่นปราชญ์ระดับหนึ่งชั้นสูงสุด' เหมือนกัน เจ้าเด็กตรงหน้านี่ก็อยากได้ 'เช่อโหวระดับยี่สิบ' เจ้าพวกนี้ทำไมไม่บรรลุเซียนเหาะขึ้นฟ้าไปเลยเล่า! วันๆ เอาแต่ฝันกลางวัน!

ในใจแม้จะก่นด่า ทว่าการกระทำกลับตอบสนองความปรารถนาอันเล็กน้อยของจ๋ายเล่อ รอให้เขาเอาตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์ที่ปลอมแปลงแล้วนี้ไปหลอกพี่ชาย รับรองได้เลยว่าเขาคงโดนทุบโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเมืองเซี่ยว

ราษฎรที่ต่อแถวรอเข้าเมืองยังคงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ทหารยามหน้าประตูเมืองก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย ตวาดข่มขู่ชาวบ้านตาดำๆ วางก้ามโอหัง แต่กลับประจบสอพลอผู้ที่มีตราประทับแก่นปราชญ์หรือตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์ พยายามเอาอกเอาใจสุดชีวิต การตรวจสอบก็ทำเพียงเป็นพิธีเท่านั้น

หลังจากเข้าเมือง ทั้งสี่คนก็แยกย้ายกัน

จ๋ายเล่อต้องกลับที่พักเพื่อไปสมทบกับพี่ชาย ไม่กลับมาทั้งคืนเกรงว่าพี่ชายจะออกตามหา จึงแลกเปลี่ยนที่อยู่กับเซินถัง และนัดแนะเวลาที่จะออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน

ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ว่าคุณชายเซินจะตั้งแผงขายสุราเมื่อใด เขาจะได้ไปอุดหนุน

ส่วนก้งซูอู่ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาเจ็ดวัน หากเขาคิดจะพำนักในเมืองเซี่ยวก็ไม่อาจอยู่ห่างจากฉีซ่านเกินไปนัก

เวลานี้ฉีซ่านจึงบอกเขาด้วยความหวังดีว่าบ้านชาวบ้านข้างๆ สามารถเช่าอยู่ได้ ก้งซูอู่เกรงใจไม่อยากปฏิเสธความปรารถนาดีของผู้อื่น จึงตอบตกลง

เซินถังในฐานะคนวงนอกเป็นสักขีพยานในทุกสิ่ง นางยิ่งรู้สึกว่าในพุงกะทิของฉีหยวนเหลียงกำลังบ่มแผนชั่วร้ายเอาไว้

ทั้งสามกลับมาถึงที่พัก ฉีซ่านไหว้วานหญิงชราให้ช่วยจัดการเรื่องที่พักของก้งซูอู่ ผ่านไปครู่หนึ่งฉู่เย่าก็หิ้วใบบัวห่อของกลับมาหลายห่อ ด้านหลังยังมีเด็กน้อยรูปร่างบึกบึนคนหนึ่งเดินตามมาด้วย

เด็กน้อยมัดผมจุกชี้ฟ้าสองข้าง แก้มแดงปลั่ง ในอ้อมกอดอุ้มสิ่งมีชีวิตที่ห่อด้วยผ้าเอาไว้ ขยับดุ๊กดิ๊กไปมา

เขาถามเซินถัง "อู่หลางสร่างเมาแล้วหรือ?"

ฉีซ่านกล่าวอย่างไม่มีอารมณ์ว่า "ป่านนี้ถ้ายังไม่สร่างเมา ไหนเลยจะกล้าพากลับมา? เมืองเซี่ยวคงถูกเขาถล่มจนราบคาบไปแล้ว!"

ฉู่เย่ากระเซ้าว่า "อู่หลางตามสมบัติล้ำค่ากลับมาได้หรือไม่?"

เซินถังหน้าแดงด้วยความกระดากอาย อึกอักกล่าวว่า "โธ่ นั่นมันเมาสุราไม่ใช่หรือ? วาจาคนเมาเชื่อถือไม่ได้ ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น"

ฉีซ่าน "คุณชายน้อยเซินพา 'สมบัติล้ำค่า' กลับมาแล้ว"

ฉู่เย่าประหลาดใจ "ไหนว่าเข้าใจผิด?"

"เมื่อคืนไล่กวดไปตลอดทาง ช่วยคนกลับมาได้คนหนึ่งที่นอกเมืองห่างออกไปยี่สิบกว่าลี้"

พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ไฟโทสะในใจฉีซ่านก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงจึงกระแทกกระทั้นขึ้นสามส่วน "เสียแรงไปตั้งมากมาย แบกรับความเสี่ยงตั้งขนาดนั้นเพื่อช่วยกลับมา จะเรียกว่า 'สมบัติล้ำค่า' สักคำไม่ได้เชียวหรือ?"

ฉู่เย่า "......"

เขาเกิดความอยากรู้อยากเห็นในตัวคนที่ฉีซ่านพากลับมาขึ้นมาหลายส่วน

แม้ว่าก่อนหน้าเมื่อวานนี้ เขากับฉีซ่านจะรู้จักกันเพียงผ่านทางตัวอักษร เพิ่งจะได้พบตัวจริงกันเมื่อวาน แต่จากข่าวลือที่ผ่านมา เขารู้ซึ้งดีว่าคนผู้นี้เป็นคนประเภทไม่มีผลประโยชน์ไม่ตื่นเช้า

แม้จะมีศัตรูอยู่ทั่วทุกสารทิศ แต่ไม่ชอบเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับความยุ่งยาก หากยอมยื่นมือเข้าไปยุ่ง ย่อมต้องมีผลประโยชน์ให้กอบโกย ไหนขอเขาดูหน่อยสิ ใครกันหนอที่เป็นผู้โชคร้ายถูกหมายหัว?

ฉู่เย่าไม่พูดจา ทว่าสีหน้าของเขาขายความในใจจนหมดเปลือก ฉีซ่านทางนี้เองก็เข้าใจความหมายโดยนัย คิ้วกระตุกอย่างรุนแรง

เขากวาดสายตามอง ปราดเดียวก็สังเกตเห็นเจ้าอ้วนกลมที่เดินตามหลังฉู่เย่ามา จึงเอ่ยถามขึ้น "เด็กผู้นี้ลูกเต้าเหล่าใดหรือ?"

ฉู่เย่า "บุตรชายคนขายเนื้อร้านนั้นขอรับ บิดาของเขามอบค่าเล่าเรียนให้ข้าแล้ว ข้าจะทิ้งขว้างบุตรชายเขาได้อย่างไร ไหนๆ อู่หลางยังต้องพำนักอยู่ในเมืองเซี่ยวอีกระยะหนึ่ง จึงพามาสั่งสอนเสียหน่อย ในยุคสมัยเช่นนี้ เรียนรู้วิชาติดตัวไว้เสียหน่อย ย่อมไม่ผิดพลาด"

พูดจบก็ตบศีรษะเจ้าอ้วนกลมเบาๆ เขามองไปทางเซินถัง แล้วกล่าวกับเจ้าอ้วนกลมว่า "ไม่ต้องประหม่า คุณชายท่านนี้คืออู่หลางแซ่เซิน ผู้เป็นนายของข้า"

เด็กน้อยก้มหน้าด้วยความขัดเขินอาย ก้าวไปข้างหน้าแล้วทำความเคารพอย่างไม่ค่อยถูกระเบียบนัก เห็นตัวอ้วนๆ ทว่าน้ำเสียงกลับกังวานใสอย่างไม่น่าเชื่อ "สวัสดีขอรับคุณชาย"

ฉู่เย่าหันไปมองฉีซ่านอีกครั้ง "นี่คือฉีหยวนเหลียง เรียกว่าท่านอาจารย์ก็พอ"

เจ้าอ้วนกลมกล่าวอย่างว่าง่าย "สวัสดีขอรับท่านอาจารย์"

สีหน้าของฉีซ่านที่มีต่อเด็กดูดีขึ้น พยักหน้าถือว่ารับรู้ กำลังจะเดินเข้าห้องไปพักผ่อน เพราะเมื่อคืนนอนค้างแรมกลางป่า สภาพแวดล้อมเลวร้ายยิ่ง ยุงแมลงรบกวนจนหลับไม่สนิท แต่ทันใดนั้น ข้างหูก็แว่วเสียง 'เหมียว' ที่เบาแสนเบา เขาชะงักฝีเท้าทันที

แล้วได้ยินเซินถังถามเจ้าอ้วนกลมว่า "ในอกเจ้านั่นแมวหรือ?"

จบบทที่ บทที่ 62 สู่ขอแมว (ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว