เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 ตัวช่วยมาแล้ว

บทที่ 58 ตัวช่วยมาแล้ว

บทที่ 58 ตัวช่วยมาแล้ว


จ๋ายเล่อลอบสังเกตการณ์การต่อสู้ เขาง้างธนูพาดสาย ยิงศัตรูที่ลอบโจมตีเจ้าหัวขโมยจนกระเด็น

จากนั้นก็พลิกกายเข้าไปใกล้เจ้าหัวขโมย ยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยความหวังดี ฉุดดึงคนผู้นั้นออกมาจากวงล้อม

เจ้าหัวขโมยผู้นี้ร่างกายโชกไปด้วยเลือด ไม่รู้ว่าก่อนที่พวกเขาจะมาถึงต้องกรำศึกหนักมานานเพียงใด ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะอาศัยปณิธานอันแรงกล้าค้ำจุนล้วนๆ

เมื่อด้ามดาบหลุดจากมือ เขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้น "ขอบใจมากสหายตัวน้อย"

"เรื่องขอบคุณเอาไว้ก่อนเถอะ ภายหน้ากลับตัวกลับใจเป็นคนดีก็พอ" เพราะยื่นมือเข้าช่วยเจ้าหัวขโมย จ๋ายเล่อจึงกลายเป็นหนามยอกอกของเหล่าศัตรูทันที

เมื่อเห็นศัตรูระลอกแล้วระลอกเล่าดาหน้าเข้ามาล้อมกรอบ ต่อให้เขาเส้นตื้นเพียงใดก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติ

เขาเอ่ยถามเจ้าหัวขโมยว่า "คนพวกนี้เป็นผู้ใดกัน? มือสังหารเดนตายของตระกูลใดอย่างนั้นหรือ?"

ทว่าสิ่งที่เขาอยากถามยิ่งกว่านั้นคือ พี่ชายหัวขโมยท่านนี้ไปขโมยสิ่งใดมากันแน่ ถึงได้ถูกไล่ล่าหมายเอาชีวิตถึงเพียงนี้?

เจ้าหัวขโมยผู้นั้นไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่กัดฟันกุมดาบขึ้นมาฟาดฟันศัตรู จ๋ายเล่อเห็นการสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล ก็ได้แต่ถอนหายใจและสู้เป็นเพื่อน

ทว่าในใจกลับอดบ่นพึมพำไม่ได้ 'คุณชายเซิน ตัวเขา และหัวขโมยสามคน สองแก่นยุทธ์ หนึ่งแก่นปราชญ์ ดูอย่างไรก็ต้องให้คุณชายเซินเล่นบทตัวช่วยถึงจะมีโอกาสชนะมากที่สุด...'

"ค่ายกลหมากดารา!"

ในขณะที่จ๋ายเล่อยิงธนูพลางครุ่นคิดว่าพี่ชายของตนจะเหาะลงมาจากฟากฟ้าหรือไม่ สถานการณ์ในลานประลองก็พลันเกิดความเปลี่ยนแปลง!

ตัวอักษรสีดำและขาวนับไม่ถ้วนถาโถมประดุจเกลียวคลื่น พริบตาเดียวก็ปูลาดไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ก่อตัวเป็นกระดานหมากรุกสีขาวดำขนาดมหึมาวางแนวตั้งขวางสลับซับซ้อน

จ๋ายเล่อตะโกนลั่นด้วยความดีใจ "พี่ชาย ในที่สุดท่านก็มา!"

ผู้มาเยือนไม่ได้ขานรับ ไม่ทันเห็นตัว แต่เสียงแว่วมาถึงก่อน

เขาเอื้อนเอ่ยบทกวีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อันปราชญ์เมธี ย่อมถนอมรักษาตัว ตื่นตัวทิวาราตรี เพื่อรับใช้เหนือหัว!"

'รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี!'

ปราณแก่นปราชญ์สองสีขาวดำพวยพุ่งขึ้นมาถักทอเป็นดักแด้ ห่อหุ้มคุ้มครองร่างของ เจ้าหัวขโมยที่บาดเจ็บสาหัสที่สุดเอาไว้ ปล่อยให้คมดาบของศัตรูฟาดฟันลงมาโดยที่ดักแด้นั้นไม่สะเทือนแม้แต่น้อย

ลำดับถัดมาคือเซินถัง และคนสุดท้ายถึงเป็นจ๋ายเล่อ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยนี้ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าผู้มาเยือนไม่ใช่พี่ชายของตน

แสงเพลิงลุกโชนเสียดฟ้า ศัสตราวุธปะทะกัน เลือดสดๆ สาดกระเซ็น

บัณฑิตหนุ่มในชุดหรูหรามีสีหน้าเคร่งขรึม สายตาเย็นชาจับจ้องมองสถานการณ์การต่อสู้ที่โกลาหลวุ่นวายเบื้องล่าง ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวมันบานปลายจนมาตีกันได้อย่างไร

แต่ว่า นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว

มองดูซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดระเกะระกะ ฉีซ่านก็รู้ว่าเรื่องนี้ยากจะจบลงด้วยดี แผนการในตอนนี้มีเพียงต้องฆ่าศัตรูในที่นี้ให้หมดสิ้น และเมื่อเทียบกับคนเป็นที่มีความแปรเปลี่ยนได้ร้อยแปด คนตายเท่านั้นที่รักษาความลับได้ดีที่สุด!

สายตาของเขาเบนไปทางคุณชายน้อยเซินที่กำลังพัวพันต่อสู้กับชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง ใบหน้าที่ราบเรียบไร้อารมณ์พลันปรากฏระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกขึ้นมาในที่สุด

'ไอ้ขี้เมานี่มันบ้าจริงๆ! คออ่อนยังพอว่า แต่นิสัยตอนเมายังย่ำแย่ถึงเพียงนี้!' ฉีซ่านจะรังเกียจก็ส่วนรังเกียจ แต่ปัญหาที่ก่อไว้ก็จำต้องตามล้างตามเช็ด ตราประทับแก่นปราชญ์ที่เอวส่องประกายวูบวาบ ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยเบาๆ

"สามจิตสองใจ" สิ้นเสียงวาจาสิทธิ์ ใต้เท้าของฉีซ่านก็ปรากฏปราณแก่นปราชญ์สองกลุ่มไหลทะลักออกมาดั่งสายน้ำที่หนืดข้น กลุ่มหนึ่งสีดำ กลุ่มหนึ่งสีขาว

เพียงชั่วเวลาหายใจเข้าออก ปราณแก่นปราชญ์เหล่านั้นก็ยืดขยายจนสูงเท่าคนจริง ท้ายที่สุดก็แปรสภาพเป็น 'มนุษย์' ที่หน้าตาเหมือนฉีซ่านทุกประการออกมาสองคน

สามคนสามจิต หนึ่งคนรับผิดชอบหนึ่งด้าน

การแบ่งจิตควบคุมหลายทางนับเป็นวาจาสิทธิ์ชั้นสูงของกุนซือสายแก่นปราชญ์ วาจาสิทธิ์บทนี้ของฉีซ่านไม่ใช่เพียงแยกหนึ่งเป็นสาม แต่ยังสามารถทำให้ปราณแก่นปราชญ์เพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีในระยะเวลาสั้นๆ

นี่คือการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะรั้งคนข้างล่างเหล่านี้ไว้ทั้งหมด ไม่ให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง "......"

เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ไล่ล่าสังหารข้ามน้ำข้ามทะเลมาพันลี้ นึกว่าในที่สุดก็ต้อนเป้าหมายจนมุม เตรียมจะลงมือปิดบัญชี แต่ผู้ใดจะรู้ว่ากลับมีคนกระโดดเข้ามาปั่นป่วนคนแล้วคนเล่า

เด็กหนุ่มถือกระบี่ที่โผล่มาคนแรกแม้จะเป็นบัณฑิตมีแก่นปราชญ์ แต่เจ้านั่นเอาแต่ตะบี้ตะบันตีรันฟันแทง ไม่มีความคิดจะสนับสนุนสหายแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มชุดดำคนที่สองวิชาธนูน่าตื่นตะลึง แต่ถึงอย่างไรก็ยังเยาว์วัย ไม่น่าเกรงกลัวเท่าใดนัก

แต่คนที่สามนี่สิ---

(╯‵□′)╯︵┻━┻ (ล้มโต๊ะ)

'มารดามันเถอะ โผล่มาถึงก็แผ่รังสีอำมหิตหมายจะฆ่าแกงกันให้ตาย!'

สามคนร่วมมือกันบวกกับระดับเก้าอู่ต้าฟูที่บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่ง… ไม่ว่าจะดูอย่างไร การจะรั้งเป้าหมายไว้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

เขากัดฟันกรอด จ้องมองเจ้าหัวขโมยที่ถูกจ๋ายเล่อคุ้มกันอยู่ด้านหลังด้วยความเคียดแค้น เลือดลมตีขึ้นมาจุกอกแทบจะสำลักตาย

นี่มันต่างอะไรกับลงแรงหว่านเมล็ดใส่ปุ๋ยดูแลไร่นา เฝ้ารอจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วจู่ๆ ก็มีโจรโผล่มาปล้นข้าวเปลือกไปจนหมดเกลี้ยง?

หว่านเมล็ดบิดาก็หว่านเอง ใส่ปุ๋ยบิดาก็ทำเอง แต่ผลลัพธ์ตอนเก็บเกี่ยวกลับไม่มีส่วนของบิดา!

ภายในใจเกิดการต่อสู้กันอย่างหนัก ท้ายที่สุดก็จำต้องตัดสินใจถอยทัพอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีไม่สาย! วันหน้าค่อยมาคิดบัญชีรวบยอดกับคนพวกนี้!

ฉีซ่านล่วงรู้เจตนาของอีกฝ่ายในทันที จึงใช้ปราณแก่นปราชญ์สร้างกำแพงเมืองขวางกั้นทางหนี

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง ตวัดดาบฟันกำแพงจนแตกกระจาย

มุมปากของฉีซ่านยกยิ้มเย็นเยียบ เขาตระหนักดีว่ากำแพงปราณแก่นปราชญ์ที่ไร้การเสริมพลังจากกองทัพเช่นนี้เปราะบางยิ่งนัก แต่ทว่าขอเพียงถ่วงเวลาเป้าหมายได้สักชั่วอึดใจก็เพียงพอแล้ว

เป็นไปตามคาด ไอ้ขี้เมาถือกระบี่พุ่งเข้ามาฆ่าฟันในพริบตา กระโจนทะยานขึ้นฟ้า ปลายกระบี่ชี้ตรงมาที่ใบหน้า

ฝ่ายหนึ่งขี่ม้าใช้หอกตะขอเคียว ส่วนฝ่ายหนึ่งเดินเท้าใช้กระบี่ยาว ดูอย่างไรเซินถังก็เสียเปรียบ

แต่ติดตรงที่เซินถังนั้นคล่องแคล่วยิ่งกว่าลิง กระโดดโลดเต้นไปมา พลังกายล้นเหลือ กลายเป็นว่าความได้เปรียบของชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงกลับกลายเป็นจุดอ่อน การเคลื่อนที่ไม่ได้ดั่งใจเท่าเซินถัง ทั้งการรุกและการรับล้วนถูกจำกัดอย่างหนัก

ท้ายที่สุด ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงก็ถูกบีบคั้นจนถึงขีดสุด

เขาทำท่าทางหนึ่งที่นอกจากเซินถังแล้ว คนอื่นๆ ล้วนคุ้นเคยดี---เร่งเร้าแก่นยุทธ์ กระตุ้นตราพยัคฆ์ที่ห้อยอยู่ข้างเอว!

ปราณกังชี่สีแดงฉานประดุจสัตว์ร้ายที่คำรามก้อง พุ่งทะยานสู่ห้วงเวหา ความรุนแรงของเปลวพลังกดข่มปราณแก่นปราชญ์สีขาวดำที่กำลังพลิ้วไหวลงไปชั่วขณะ

จ๋ายเล่อพอเห็นท่าทีเช่นนี้ก็ร้องในใจว่า 'แย่แล้ว'

ฉีซ่านเห็นเซินถังไม่ถอยกลับมา ซ้ำยังคิดจะบุกเข้าไปอีก ก็โกรธจนแทบคลั่ง จะหวังให้คุณชายน้อยเซิน 'ใจตรงกัน' กับตนคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาเตรียมจะใช้ 'ย้ายบุปผาต่อหยก' บังคับย้ายคนออกมา

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา

ปราณกังชี่สีแดงฉานพุ่งเสียดฟ้าก่อนจะโปรยปรายลงมาดุจเม็ดฝน กลายเป็นทหารสวมเกราะหวายสีแดงฉานทั้งตัว ดูด้วยสายตาคร่าวๆ มีจำนวนถึงสามสี่ร้อยนาย

ระดับแปดกงเฉิง ตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์สามารถบัญชาการทหารได้สี่ร้อยนาย พูดภาษาชาวบ้านก็คือเรียกพวกมาได้สี่ร้อยคน

และเซินถัง ก็พุ่งเข้าไปอยู่กลางวงล้อมของคนสี่ร้อยคนพอดิบพอดี คุณชายน้อยเซินกำลังถูกรุมกินโต๊ะเข้าให้แล้ว

เมื่อเห็นสถานการณ์ย่ำแย่ ฉีซ่านเตรียมจะใช้ 'ย้ายบุปผาต่อหยก' ย้ายเซินถังออกมาเพื่อลดแรงกดดัน แต่ผู้ใดจะรู้ว่าสถานการณ์กลับพลิกผันอีกครา

เด็กหนุ่มชุดดำผู้ถือธนูผู้นั้นก็กระตุ้นตราพยัคฆ์เช่นกัน--- ระดับเจ็ดกงต้าฟู สามารถบัญชาการทหารได้สามร้อยห้าสิบนาย

เมื่อปราณกังชี่สีดำตกลงสู่พื้นกลายเป็นทหารเกราะดำทีละนายๆ จ๋ายเล่อก็ใช้ตราพยัคฆ์ออกคำสั่งให้พวกมันเข้าปะทะกับทหารเกราะแดง

คนไม่กี่สิบคนตะลุมบอนกัน กลับกลายเป็นสงครามขนาดย่อมของคนเกือบพัน!

แรงกดดันฝั่งเซินถังลดฮวบลงทันที นางเบนสายตาไปที่หัวคน อย่างไรเสียหัวของชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงก็มีค่าที่สุด

นางสืบเท้าสลับร่าง ถือกระบี่เอื้อนเอ่ยในใจ "พันลี้บมิรั้งรอ" เงากระบี่ถี่ยิบ ถักทอเป็นตาข่าย

นางเดินทอดน่องราวกับชมสวนมุ่งหน้าไปสังหารชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง ตลอดเส้นทางที่เงาร่างพาดผ่าน ทหารเกราะแดงล้วนถูกกระบี่ฟันคอจนขาดกระเด็น

ฉีซ่านตะโกน "โจรจนตรอกอย่าได้ไล่ตาม!"

เซินถังหาได้สนใจไม่ "บิดาจะไล่! ต่อให้ต้องบุกไปถึงบ้านบรรพชนมัรข้าก็จะไล่!"

ฉีซ่าน "......"

"อานเงินส่องอาชาขาว... วายุพัดราว..."

เซินถังดึงปราณแก่นปราชญ์จากในแก่นปราชญ์ที่ตันเถียนออกมาอย่างไม่ลังเล กระตุ้นวาจาสิทธิ์เตรียมจะไล่ล่า ทว่าท่องไปได้เพียงครึ่งประโยค ตันเถียนที่เหลือพลังเพียงน้อยนิดก็พลันว่างเปล่าในพริบตา

ความรู้สึกอ่อนแรงอย่างรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กระบี่ยาวสลายหายไป เข่าอ่อนยวบ ล้มตึงลงกับพื้นดังพลั่ก

นาง สร่างเมาเสียแล้ว

—---------------

ปล. คำเตือนข้าผู้นี้ อย่าคิดที่จะให้เซินถังได้กรอกสุราเข้าปากอีกเป็นอันขาด ฮ่า ฮ่า ฮ่า… โอ๊ย! แม่จะบ้า

จบบทที่ บทที่ 58 ตัวช่วยมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว