เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 มีคนขโมยของข้า (ตอนปลาย)

บทที่ 57 มีคนขโมยของข้า (ตอนปลาย)

บทที่ 57 มีคนขโมยของข้า (ตอนปลาย)


เจ้าหัวขโมย "......"

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง "......"

ทั้งสองจ้องมองเด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่ที่ไม่คุ้นตาด้วยสีหน้าแตกต่างกัน

ฝ่ายแรกงุนงง เขาหมดหวังโดยสิ้นเชิงแล้ว เตรียมที่จะรีดเค้นศักยภาพทั้งหมดของตันเถียนและแก่นยุทธ์เพื่อฝืนยกระดับพลัง เดิมพันด้วยชีวิตเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

ต่อให้ตายก็ต้องลากพวกมันไปลงนรกด้วยสักสองสามคน! แต่คิดไม่ถึงเลยว่าในยามคับขันเช่นนี้ จู่ๆ จะมีเด็กหนุ่มแปลกหน้ากระโดดออกมาจากที่ใดก็สุดจะรู้

ฝ่ายหลังมีสีหน้าเคร่งเครียด เพียงมองดูอานุภาพของรอยกระบี่นั้นก็รู้ว่าผู้มาเยือนมีฝีมือไม่ธรรมดา หากประมาทเลินเล่ออาจล่มเรือในหนองน้ำได้

"พรวด---"

เจ้าหัวขโมยตั้งท่าจะเอ่ยปากแต่กลับสะเทือนถึงบาดแผล ลำคอกระตุกเกร็งอย่างควบคุมไม่อยู่ กระอักเลือดเสียคำโตออกมา ทำให้ใบหน้าที่มอมแมมอยู่แล้วยิ่งดูสะบักสะบอมยิ่งกว่าเดิม

เขาไออยู่หลายครั้ง ฝืนกลั้นแรงขย้อนในอก หอบหายใจกล่าวว่า "สหายตัวน้อย นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเรา เจ้าอย่าได้เอาตัวเข้ามาเกลือกกลั้วในน้ำโคลนบ่อนี้เลย"

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงแค่นหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม "ริอ่านจะเลียนแบบผู้กล้าผดุงคุณธรรมกระนั้นหรือ? หากรู้ความก็ไสหัวไปซะ!"

เซินถังยังคงตีหน้าตาย เดิมทีความสนใจของนางถูกเจ้าหัวขโมยด้านหลังดึงดูดไว้ แต่พอได้ยินชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงกล่าวเช่นนี้ ไฟโทสะที่เพิ่งมอดลงก็ลุกโชนขึ้นมาสูงเสียดฟ้า

ความโกรธเกรี้ยวทำให้นางเบิกตากว้าง "ข้าว่าแล้วเชียวว่าโจรชั่วเยี่ยงพวกเจ้าต้องมีเจตนาไม่ซื่อ"

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงนึกรังเกียจที่เซินถังพูดจาไร้สาระ "พูดจาเลอะเทอะ ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ"

คมดาบตวัดวูบ ออกคำสั่ง "ฆ่ามันทั้งคู่!"

สิ้นเสียงคำสั่ง คมกระบี่ก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้า ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงตกตะลึงพรึงเพริด มองไม่ทันเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเข้ามาประชิดตัวได้อย่างไร

เขาคำรามลั่น เร่งเร้าพลังแก่นยุทธ์ คลื่นลมกระแทกออกจากร่างซัดสาดไปแปดทิศสี่ทาง พร้อมกันนั้นก็ขวางดาบยาวในมือ ตัวดาบเข้าสกัดกระบี่เล่มนั้น ผ่าคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาปะทะซึ่งๆ หน้า

เคร้ง!

ดาบและกระบี่เข้าปะทะกัน เงาดาบสีแดงฉานระเบิดออก คลื่นลมม้วนตลบ

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงถูกกระแทกถอยหลังไปเจ็ดแปดก้าวจึงจะทรงตัวอยู่ได้ ตัวดาบในมือไม่อาจแบกรับภาระไหว ส่งเสียง 'แกรก' แผ่วเบา รอยร้าวเล็กละเอียดสามสี่สายพลันปรากฏขึ้น

เขาเผยสีหน้าตื่นตระหนก ในขณะที่เด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย แม้ถูกคนนับสิบรุมล้อมก็ยังไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

"สิบก้าวสังหารหนึ่งคน"

เด็กหนุ่มสืบเท้าสลับร่าง ราวกับเหยียบเมฆขี่ลม เคลื่อนไหวอิสระท่ามกลางแสงดาบเงากระบี่ กรีดผ่านลำคอของผู้ขวางทางอย่างลื่นไหลต่อเนื่องดุจน้ำไหลเมฆลอย ล้วนเป็นหนึ่งกระบี่ปลิดชีพ!

ลิ้นไฟแลบเลีย เลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูดร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิง! เพียงสองช่วงลมหายใจ ใต้คมกระบี่ก็มีวิญญาณเพิ่มมาอีกสามดวง!

ดวงตาของเด็กหนุ่มดำขลับดุจแต้มหมึก ริมฝีปากแดงเม้มเล็กน้อย แม้แสงเพลิงจะย้อมใบหน้าที่เย็นชาให้อบอุ่นขึ้นหลายส่วน แต่ก็ยังทำให้ผู้คนหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ติ๋ง ติ๋ง---

เลือดอุ่นระอุบนคมกระบี่ไหลย้อยลงมาตามตัวกระบี่ ไม่นานนักก็หยดลงบนพื้นดินจนเปียกชุ่ม ทิ้งรอยด่างสีแดงฉานเอาไว้

เด็กหนุ่มมองชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงด้วยสายตาเย็นเยียบ "ไม่อยากตาย ก็ไสหัวไปซะ!"

เมื่อเผชิญกับการยั่วยุเช่นนี้ ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงกลับหัวเราะด้วยความโกรธจัด ตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์ที่เอวส่องประกายวูบวาบ ปราณกังชี่สีแดงฉานไหลเวียนไปทั่วร่าง ชั่วพริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นชุดเกราะหัวสัตว์ที่ดูดุร้ายน่ากลัว

ดาบเยี่ยนหลิงในมือก็แปรสภาพเป็นหอกตะขอเกี่ยวเคียวพู่แดง กลิ่นอายสังหารพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ทั้งร่างดูประหนึ่งก้อนอัคคีที่กำลังลุกไหม้

เขาวิ่งตะบึงออกมาสองก้าว ม้าสีดำทมิฬที่มีเปลวเพลิงลุกท่วมกีบเท้าก็ปรากฏขึ้นใต้ว่างขา พุ่งทะยานเข้าใส่เซินถังราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง

เคร้ง!

แม้คมหอกจะพลาดเป้า แต่ก็เฉียดผ่านโหนกคิ้วของเซินถังไปอย่างเฉิวเฉียด ทิ้งรอยเลือดเป็นเส้นยาว ขับเน้นให้ผิวพรรณยิ่งดูขาวซีด

หอกแรกพลาดเป้า การโจมตีระลอกต่อมาก็ติดตามมาติดๆ

หัวหอกตะขอเคียวหมุนคว้าง ตะขอที่ด้านข้างตวัดขึ้นหมายเล่นงานใบหน้าของเซินถัง หากโดนเข้าไป อย่างเบาที่สุดศีรษะคงแยกเป็นเสี่ยงๆ

"ไป๋สื่อ!" สายธนูสั่นสะเทือน ลูกธนูขนรสีหมึกพุ่งแหวกอากาศมา

หัวลูกศรปะทะเข้ากับตะขอของหอกเคียวอย่างแม่นยำ เสียงปะทะของทั้งสองดังก้องแก้วหู จนหูอื้ออึงไปหมด

"ซานเหลียน!" ลูกธนูขนสีหมึกพุ่งตามมาอีกครา ครั้งนี้กลับเป็นหนึ่งดอกตามติดด้วยสามดอก

ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงแผ่วเบา แต่ยามสัมผัสจริงกลับหนักหน่วงปานพันชั่ง กระแทกจนทิศทางของหอกตะขอเคียวเบี่ยงออกไป ทำเอาผู้ถือหอกง่ามมือชาด้าน

เป้าหมายของลูกธนูได้ได้มีเพียงชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง คนที่เหลือแทบจะโดนกันคนละดอก ล้วนปักเข้าที่กลางแสกหน้า ลำคอ หัวใจ และจุดตายอื่นๆ อย่างแม่นยำ

ผู้ตายยังไม่ทันจะตอบสนอง ก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง บางคนถึงกับถูกแรงธนูพาร่างปลิวไปปักติดกับผนัง

ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงเพ่งมอง ก็เห็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดดำผูกผมด้วยเชือกแดงกระโดดออกมาอีกคน มือซ้ายถือคันธนูยาวสีดำสนิท บนร่างไร้ซึ่งกระบอกใส่ลูกธนู

เด็กหนุ่มผู้นั้นเหาะเหินลงสู่พื้น ปลายเท้ายังไม่ทันยืนมั่น มือขวาก็ง้างสายธนูจนเต็มวงพระจันทร์

"จิ่งอี้!" ปราณกังชี่สีหมึกควบแน่นที่ปลายนิ้วกลายเป็นลูกธนูสี่ดอก หนึ่งดอกสกัดกั้นชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิง กระแทกหอกตะขอเคียวของเขาให้เบี่ยงออกไปอีกครั้ง ส่วนอีกสามดอกยิงสังหารคนที่กลุ้มรุมเซินถัง

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว สามดอกปลิดชีพไปอีกสามคน ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงเห็นแล้วอยากจะด่าเปิงเสียให้ได้! 'เจ้าเด็กบ้าพวกนี้โผล่มาจากที่ใดกันนักกันหนา?'

กระบี่ในมือเซินถังกำลังจะปาดคอศัตรู แต่กลับถูกลูกธนูขนสีหมึกดอกหนึ่งชิงเจาะกะโหลกศัตรูไปเสียก่อน หัวคนหายวับ!

นางหันขวับกลับไปมองจ๋ายเล่อทันที 'นี่มันไอ้พวกชอบแย่งคิลที่ชิงตัดหน้านางไป!'

จ๋ายเล่อกลับไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาว พลิกกายหลบหลีกการไล่ล่าอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าดีดส่งร่างกระโจนขึ้นไปบนชายคา อาศัยทำเลหลอกล่อศัตรู พร้อมกับยิงธนูสวนกลับมาเป็นระยะ ล้วนเข้าจุดตายทุกดอก

วิชาธนูของเขายอดเยี่ยมยิ่งนัก การเคลื่อนไหวก็พลิ้วไหวจนน่าทึ่ง ปากก็ยังไม่ลืมที่จะตะโกนโวยวาย

"คุณชายเซิน คนพวกนี้ฆ่าได้หมดเลยหรือไม่? แล้วเหตุใดพวกเขาถึงไล่ตามแต่ข้าเล่า! ร้อน ร้อน ร้อน เท้าร้อนจะตายอยู่แล้ว!" บ่นไปพลางก็ยิงธนูออกไปอีกหลายดอก

เขากระโดดเหยียบศีรษะคนด้านล่างโผนทะยานไปยังหลังคาบ้านอีกหลัง แขนข้างหนึ่งคว้าชายคาเหวี่ยงตัวเปลี่ยนทิศทาง หลบเลี่ยงการไล่ล่าได้อีกครั้ง เอาตัวรอดจากการถูกขนาบตีสามด้านได้อย่างงดงาม

ปากคอก็ยังไม่ยอมว่างเว้น "ดูการประสานงานนี้ไม่เห็นจะเหมือนโจรป่าเลย"

เขากับพี่ชายท่องเที่ยวจากตะวันออกเฉียงใต้จรดตะวันตกเฉียงเหนือ ตลอดทางเจอคนถ่อยมาไม่ต่ำกว่าเก้าร้อยหรือหนึ่งพัน

พวกโจรปลายแถว ต่างคนต่างสู้ ฝีมือก็ลุ่มๆ ดอนๆ ง่ายที่จะจัดการทีละคน แต่คนถ่อยพวกนี้มีการประสานเสริมซึ่งกันและกัน ดูเหมือนพวกกินเบี้ยหวัดหลวงมากกว่า

"คิดถึงพี่ชายยิ่ง ไม่มีแก่นปราชญ์คอยช่วยเหลือแล้วไม่ชินเลย คุณชายเซิน ท่านช่วยข้าหน่อยสิ แก่นปราชญ์ แก่นปราชญ์ แก่นปราชญ์!" ปากของจ๋ายเล่อไม่หยุดขยับแม้แต่น้อย

เซินถังถูกบ่นจนรำคาญ จึงกล่าวว่า "เจ้าหุบปากได้หรือไม่?"

หางตาเหลือบไปทางจ๋ายเล่อ ข้อมือสะบัดเบาๆ กระบี่ยาวหลุดมือพุ่งออกไป เสียบทะลุศัตรูที่ง้างดาบเตรียมลอบกัดจ๋ายเล่อจากด้านหลัง

"ข้าไม่เคยเล่นบทตัวหนุนให้ผู้ใด!" กล่าวจบสองนิ้วก็ตวัดเรียก กระบี่ยาวราวกับได้รับการเรียกขาน บินกลับเข้ามาในมือนางอย่างว่านอนสอนง่าย

จ๋ายเล่อที่ถูกเลือดสาดกระเซ็นใส่หน้าเต็มๆ "......"

มันน่าน้อยใจยิ่ง??? แม้จะฟังไม่เข้าใจว่าเล่นบทตัวหนุนหมายถึงสิ่งใด แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าผู้ติดตามคือสิ่งใด คุณชายเซินนี่รังเกียจเขาชัดๆ 'เฮ้อ! ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนก็ได้'

ความผ่อนคลายบนใบหน้าของจ๋ายเล่อค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งเครียดเล็กน้อย อย่าเห็นว่าเขากับคุณชายเซินกำลังได้เปรียบ แต่จำนวนศัตรูกลับมีแต่เพิ่มขึ้นไม่ลดลง ไม่รู้ว่าพวกเขาโผล่มาจากไหน ให้ความรู้สึกเหมือนไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว

นอกจากนี้ ชายฉกรรจ์ดาบเยี่ยนหลิงผู้นั้นอย่างน้อยก็มียศระดับแปดกงเฉิง ตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์สามารถบัญชาการทหารได้สี่ร้อยนาย

ทหารสี่ร้อยนายนี้ยังไม่ออกโรง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังออมมืออยู่มาก ตอนนี้กลับใช้พวกทหารเลวปลายแถวมาตัดกำลังพวกเขา สถานการณ์ไม่สู้ดีเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 57 มีคนขโมยของข้า (ตอนปลาย)

คัดลอกลิงก์แล้ว