- หน้าแรก
- วาจาประกาศิต สยบปฐพี
- บทที่ 55 มีคนขโมยของข้า (ตอนต้น)
บทที่ 55 มีคนขโมยของข้า (ตอนต้น)
บทที่ 55 มีคนขโมยของข้า (ตอนต้น)
ฉีซ่าน "สร่างเมาแล้วรึ?"
เร็วปานนี้เชียว?
เมื่อเห็นคุณชายน้อยเซินมีสีหน้าเป็นปกติ ฉีซ่านก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อครู่เห็นคุณชายน้อยนอนขดตัวแน่นนิ่งไม่ไหวติง ยังนึกว่าถูกผู้ใดวางยาพิษตายไปเสียแล้ว โชคดีที่เป็นแค่เรื่องตกใจเปล่าๆ
ทว่าคุณชายน้อยเซินกลับไม่สนใจเขา นางลุกขึ้นมาสวมเกี๊ยะไม้อย่างตั้งอกตั้งใจ
ฉู่เย่า "ใส่รองเท้าสลับข้างซ้ายขวา ชัดเจนว่ายังเมาอยู่ขอรับ"
ฉีซ่าน "......"
เซินถังทำหน้าตาย หันมองซ้ายมองขวาราวกับกำลังหาของบางอย่าง ผ่านไปครู่ใหญ่ก็จ้องเขม็งไปที่ทิศทางของประตูรั้ว ฉีซ่านและฉู่เย่าในตอนแรกยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งใด
ชั่วขณะถัดมาก็เห็นเด็กหนุ่มยกมือขึ้น คว้าจับบางสิ่งจากความว่างเปล่า
ปราณแก่นปราชญ์ปั่นป่วน ก่อตัวขึ้นเป็นกระบี่ยาว
กระบี่เล่มนี้ยาวถึงสามชือสี่ชุ่น ตัวกระบี่กว้างกว่าสองนิ้วมือเพียงเล็กน้อย ดูเรียวยาวสง่างามภายใต้แสงจันทร์
หากพินิจดูด้ามกระบี่ จะพบว่ามีมังกรทองเก้าตัวพันเกลียวกันในอิริยาบถต่างๆ ฝังอัญมณีเป็นดวงตา ตัวกระบี่สลักอักษรจว้านคำว่า 'เมตตา'
ฉีซ่าน "!!!???"
ฉู่เย่า "!!!???"
เดี๋ยวนะ นี่เขาจะทำอะไร!!!
เมื่อเห็นเซินถังถือกระบี่มุ่งหน้าไปทางประตูรั้ว ฉีซ่านก็ตัดสินใจทันควัน พลันตะโกนลั่น "โย่วหลี!"
เซินถังชะงักฝีเท้า เอียงคอเล็กน้อยมองไปทางฉีซ่าน คิ้วขมวดมุ่น ราวกับกำลังพยายามแยกแยะว่าเจ้าตัวที่ส่งเสียงอยู่นั้นคือผู้ใด
"หยวนเหลียงเองรึ ทำไมยังไม่นอนอีกเล่า?" น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีอาการเมามายแม้แต่น้อย
"เวลายังหัวค่ำ ยังไม่ง่วง" ฉีซ่านมองกระบี่ในมือเซินถัง รู้สึกหนังศีรษะชาวาบ ขี้เมาไร้สติถือกระบี่วิ่งเพ่นพ่าน มองอย่างไรก็อันตรายชัดๆ
"โย่วหลี เจ้าเมาแล้ว เดี๋ยวข้าไปต้มน้ำแกงสร่างเมาให้ดื่มที่ครัว"
ใครจะรู้ว่าเซินถังกลับทำหน้าตายแล้วส่งเสียง "หึ!"
ฉีซ่าน "......"
เพียงแค่เสียงลมหายใจสั้นๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจ
เซินถังพาดกระบี่ขึ้นบ่า "ข้าคอทองแดงพันจอกไม่เมา! ไม่ต้องกินน้ำแกงสร่างเมาอะไรทั้งนั้น ท่านก็ไม่ต้องต้ม รีบไปนอนซะเถอะ"
ฉีซ่าน "......"
พูดออกมาได้ไม่อายปากบ้างหรือ?
ฝีมือวาดภาพห่วยแตกก็ปากแข็งว่าฝีมือล้ำเลิศ คออ่อนก็ปากแข็งว่าพันจอกไม่เมา วันข้างหน้ายังมีหลุมพรางอะไรเตรียมรอเขาอยู่อีกหรือไม่?
ฉู่เย่าถาม "อู่หลาง ครานี้คิดจะไปที่ใดหรือขอรับ?"
เซินถังได้ยินคำถามนี้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันตา น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลัง ยืดคอตะโกนก้อง "ลมพัดโชยชาย น้ำอี้เหอหนาวเหน็บ จอมยุทธ์จากไปไม่หวนคืน! คนรุ่นเราย่อมต้องยืนหยัดค้ำฟ้าดิน กวาดล้างความชั่วช้า ขจัดภัยเพื่อปวงประชา! ข้าจะไปผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์!"
ฉู่เย่าติดอ่างอย่างหาได้ยาก "หะ... หนทางข้างหน้าอันตรายนะขอรับ"
สืบเนื่องจากกิจการเริงรมย์อันเลื่องชื่อของเมืองเซี่ยว จึงไม่มีกฎห้ามสัญจรยามวิกาล ผู้คนสัญจรยามค่ำคืนมีไม่น้อย หากไปเจอขี้เมาถือกระบี่อาละวาดเช่นนี้เข้าจะไม่เป็นอันตรายหรอกหรือ?
เซินถังตวาดฉับ ฟาดกระบี่ออกไปหนึ่งดาบ ปราณกระบี่ที่รุนแรงและคมกริบตัดผ่านหินโม่แป้งกลางลานบ้านขาดเป็นสองท่อนราวกับตัดเต้าหู้
ประกาศก้องอย่างห้าวหาญ "เช่นนั้นก็ไม่ขอหวนคืน!"
ฉู่เย่า "......"
ฉีซ่าน "......"
ขี้เมาผู้นี้ลงมือหนักหน่วงเกินไปแล้ว หากปล่อยให้หลุดออกไปเพ่นพ่าน มิต้องก่อเภทภัยแก่ชาวเมืองหรอกหรือ?
เซินถังทำสีหน้าปกติปลอบโยนทั้งสองคน "พวกท่านวางใจเถอะ รอข้าสังหารไอ้โจรชั่วนั่น แล้วชิงของล้ำค่าที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้เมื่อไร ข้าจะกลับมา"
ของล้ำค่าที่ถูกขโมย?
อาศัยจังหวะที่ทั้งสองกำลังงุนงงเพียงชั่วครู่ เซินถังก็กระโดดตัวลอย ร่างกายเบาหวิวดุจขนนก ราวกับพญาอินทรีสยายปีก ข้ามกำแพงหายวับไปกับตา
ฉีซ่านโกรธจนกัดฟันกรอด ถึงกับปีนกำแพงหนีเลยรึ! แล้วเมื่อครู่จะมองประตูรั้วทำบ้าอะไร!
ฉู่เย่ายกมือผลักเขา "ตามไปสิขอรับ"
ฉีซ่าน "แล้วท่านล่ะ?"
ฉู่เย่าหัวเราะขบขัน "หากแก่นปราชญ์ของข้ายังอยู่ ป่านนี้ข้าคงลงมือมัดคนไว้แล้ว มีหรือจะยอมยืนดูอู่หลางวิ่งหนีออกไปตาปริบๆ?"
ฉีซ่าน "......"
เหตุผลหนักแน่น เถียงไม่ออกจริงๆ เขาจำต้องเร่งเร้าปราณแก่นปราชญ์ ไล่กวดขี้เมาที่วิ่งหายไปจนไม่เห็นฝุ่น สยายปีกเหินเวหาทะลุเมฆา ควบม้าไล่ล่าสายลมเหยียบย่ำเงาตะวัน
ความเร็วของวิชา 'ไล่ล่าสายลม เหยียบย่ำเงาตะวัน' นับว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของหมู่วาจาสิทธิ์ ยิ่งฉีซ่านฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ผลลัพธ์ยิ่งไม่ธรรมดา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไล่ตามเซินถังไม่ทัน
เห็นเพียงแผ่นหลังของคุณชายน้อยเซินที่คล่องแคล่วราวกับลิงค่าง กระโดดโลดเต้น ปีนป่ายหลังคาบ้านเรือน
ฉีซ่านโมโหจนจุกอก "เมาแล้วเหตุใดจึงวิ่งเร็วเช่นนั้น?"
สรุปแล้วจะไปขจัดภัยให้ปวงประชา ชิงของล้ำค่าคืนที่ใดกันแน่? แต่สิ่งที่ทำให้ฉีซ่านกังวลยิ่งกว่าคือ เซินถังกำลังวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง
เบื้องล่างผู้คนเริ่มหนาตา เงาคนขวักไขว่ แว่วเสียงหัวเราะเฮฮาและเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้า
หากคุณชายน้อยเซินไปอาละวาดกลางวงเหล้า ไล่แทงคนไปทั่ว เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะห้ามอยู่ จะเอาชีวิตแก่ๆ ของข้าไปทิ้งเสียแล้ว!
…..
เด็กหนุ่มชุดดำยืนพิงหน้าต่าง มองไหสุราทรงกลมในมือด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม "จะคลายทุกข์โศกได้อย่างไร มีเพียงตู้คังเท่านั้น... ตู้คังหนอตู้คัง ช่างยั่วยวนจนแทบขาดใจ! พี่ชาย ท่านว่าเหตุใดข้าถึงสร้างสุราออกมาไม่ได้กัน? ถ้าทำได้ วันหน้าคงประหยัดค่าน้ำเมาไปได้โข"
สุราในไหหมดเกลี้ยงแล้ว แต่เขายังดื่มไม่จุใจ ไม่รู้ว่าคุณชายน้อยผู้นั้นพรุ่งนี้จะมาเปิดร้านอีกหรือไม่
คำบ่นของจ๋ายเล่อไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบกลับจากพี่ชายแม้แต่น้อย
เขารู้สึกเบื่อหน่าย กำลังคิดจะปีนหน้าต่างออกไปหาสุราดื่มที่ตลาดกลางคืน หูก็พลันได้ยินเสียงกระเบื้องหลังคาถูกเหยียบ ตามด้วยเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านศีรษะไป ฟุ่บ หายไปในพริบตา
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าเงาหลังนั้นคุ้นตาชอบกล ชั่วขณะต่อมาก็คิดออก ตะโกนลั่น "คนขายสุราหยุดก่อน! ขออีกสองไห!"
พูดจบ ก็กระโดดข้ามหน้าต่าง ไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
เขากำลังคิดอยู่ว่าจะกระตุ้นพลังแก่นยุทธ์ไล่ตามดีหรือไม่ ทันใดนั้นคุณชายน้อยขายสุราก็หยุดฝีเท้าลงบนหลังคาร้านสุราแห่งหนึ่ง สายตาเย็นชาจ้องมองเขาเขม็ง
สัญญาณเตือนภัยของจ๋ายเล่อดังลั่น เขาไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป ทำมือป้องปากตะโกนถามจากระยะไกล "คุณชายเซิน ยังขายสุราอยู่หรือไม่?"
เซินถังถือกระบี่ ตอบเสียงเย็น "ตอนนี้งดขายชั่วคราว"
จ๋ายเล่อผิดหวัง "เช่นนั้นคุณชายจะไปที่ใด?"
สวมเพียงเสื้อตัวในบางเบา ดูเหมือนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จหมาดๆ
"ผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์ ขจัดภัยเพื่อปวงประชา ปราบปรามคนชั่วกำจัดคนเลว!"
สิบหกคำสั้นๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ฟังจนจ๋ายเล่อรู้สึกละอายใจ คุณชายเซินมีจิตวิญญาณกล้าหาญเพียงนี้ ตัวเขาเองกลับคิดแต่เรื่องดื่มสุราจนเกือบทำลายธุระสำคัญของผู้อื่น น่าละอายยิ่งนัก
เซินถังเสริมอีกว่า "และจะไปชิงของล้ำค่ากลับคืนมา!"
จ๋ายเล่อตกใจ "มีหัวขโมยมาขโมยของรักของคุณชายเซินหรือ?"
"ถูกต้อง น่ารังเกียจที่สุด!" เซินถังกัดฟันกรอด ใบหน้าที่ไร้อารมณ์เริ่มฉายแววโกรธเกรี้ยว นางเอ่ยปากชักชวนจ๋ายเล่อให้มาร่วมทาง "พี่จ๋ายยินดีร่วมทางไปกับข้าหรือไม่?"
จ๋ายเล่อคึกคักขึ้นมาทันที ค่ำคืนอันยาวนาน ช่างน่าเบื่อหน่าย สู้ไปร่วมผดุงความยุติธรรมดีกว่า! "ยินดี ยินดี!"
"พี่จ๋ายประเสริฐนัก!"
ก่อนที่ฉีซ่านจะไล่ตามมาทันเพียงไม่กี่อึดใจ เซินถังก็คว้าคอเสื้อเด็กหนุ่มแล้วลากวิ่งไปทางนอกเมือง ทิ้งระยะห่างออกไปอีกครั้ง
ฉีซ่านทันเห็นเพียงคุณชายน้อยเซินจับตัวเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกัน เด็กผู้นั้นยังตะโกนร้องให้ช่วยว่า 'ท่านอย่าลากข้า' อะไรทำนองนั้น
ฉีซ่าน "......"
จ๋ายเล่อสังเกตเห็นว่าเซินถังเปลี่ยนทิศทาง เดิมทีมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์กลาง ผู้คนยิ่งหนาแน่น แต่ตอนนี้กลับวิ่งออกไปทางนอกเมือง แสงไฟเบื้องล่างเริ่มบางตา เหลือเพียงแสงไฟวับแวมสองสามจุด ถ้าวิ่งต่อไปอีกก็คงจะออกนอกเมืองแล้ว
เขาถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนทิศทาง แต่เซินถังสีหน้าเรียบเฉย "ไอ้โจรชั่วนั่นหนีไปแล้ว ไม่ได้อยู่ทางนั้น"
จ๋ายเล่อโกรธแค้น "พวกโจรชั่วนี่ช่างเจ้าเล่ห์นัก"
เซินถัง "ใช่แล้ว ดังนั้นจะปล่อยไว้ไม่ได้!"
จ๋ายเล่อเองก็เป็นคนรักความยุติธรรม เกลียดชังความชั่วร้าย ตลอดทางที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือผู้คนมาไม่น้อย ย่อมสนับสนุนเต็มที่ เขาถามอีกว่า "เมื่อครู่ข้าสังเกตเห็นมีคนไล่ตามท่าน นั่นใช่ศัตรูของท่านหรือไม่?"
"นั่นไม่ใช่ศัตรู นั่นคือ 'ไกด์ เอ็นพีซี'!"
จ๋ายเล่อกระพริบตาปริบๆ งุนงงไม่เข้าใจ "เป็นชาวเป่ยโม่หรือชาวสืออูงั้นหรือ?"
ชาวจงหยวนคงไม่ตั้งชื่อประหลาดว่า 'ไกด์เอ็นพีซี' หรอกใช่หรือไม่? แต่ดูจากปฏิกิริยาของคุณชายเซิน น่าจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู ไม่ต้องกังวล
ฉีซ่านที่วิ่งไล่ตามจนหอบแฮก "......"