เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนปลาย)

บทที่ 52 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนปลาย)

บทที่ 52 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนปลาย)


เด็กหนุ่มได้ยินประโยคแรกก็เผยสีหน้าประหลาดใจ ดวงตาดอกท้อที่ฉ่ำน้ำคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม

ไม่ใช่เพียงแค่เขา แม้แต่ฉู่เย่าที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังเปลี่ยนสีหน้า ภายใต้ความสงบนิ่งคล้ายมีคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวรอวันปะทุ

เซินถังไม่ได้ใส่ใจปฏิกิริยาของทั้งสอง สายตาจับจ้องไปที่ปากไหสุรา รวบรวมสมาธิจดจ่อ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมาอย่างเชื่องช้า

"จะคลายทุกข์โศกได้อย่างไร? มีเพียงตู้คังเท่านั้น!" สิ้นเสียง ปราณแก่นปราชญ์ที่สั่งสมไว้ก็พลันพรั่งพรูมารวมตัวกัน ข้างหูแว่วเพียงเสียงสายน้ำไหลริน ปลายจมูกได้กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำทิพย์จากสวรรค์

เซินถังเลื่อนมือขวาออก ปากไหที่เคยว่างเปล่ากลับมีสุราใสกระจ่างดุจหยกเขียวบรรจุอยู่จนเต็ม

เด็กหนุ่มอดขยับจมูกฟุดฟิดไม่ได้ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นยิ่งทอประกายสดใส ร้องอุทานว่า "สุราดี!"

ผู้คนผ่านทางไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เห็นเพียงเด็กหนุ่มจ่ายเงินแล้วตะโกนว่า 'สุราดี' ก็พากันถอนหายใจด้วยความเวทนา การค้าขายสมัยนี้ช่างไร้ยางอายขึ้นทุกวัน พ่อหนุ่มคนนี้หน้าตาดีแท้ๆ งานการมีตั้งเยอะแยะไม่ทำ ดันลดตัวมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดขายสุราหลอกลวงผู้คนเสียได้

ทว่าฉากต่อมากลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงจนตาค้าง

เห็นเพียงเด็กหนุ่มคว้าไหสุราไปอย่างอดรนทนไม่ไหว แหงนหน้ากระดกขึ้นดื่มทันที ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าน้ำสุราจะกระฉอกเปื้อนคอเสื้อ

ไหสุราตู้คังนี้ไม่ใช่สุราหมักใหม่ น้ำสุราใสกระจ่างดุจหยก รสชาติหวานล้ำติดปลายลิ้น กลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจ แม้แต่เด็กหนุ่มที่ลิ้มรสสุราเลิศรสมานักต่อนักก็ยังอดชื่นชอบไม่ได้

ดื่มอึกแล้วอึกเล่าอย่างไม่รู้จักพอ เพียงครู่เดียวก็ดื่มจนหมดเกลี้ยงไห

"เอ๊ะ? หมดแล้วหรือ?" เขาเดาะลิ้นอย่างเสียดาย เขย่าไหสุราที่ว่างเปล่า หรี่ตามองเข้าไปข้างใน ราวกับไม่เชื่อสายตาว่าตนดื่มหมดรวดเดียว เขาเพิ่งจะได้ลิ้มรสชาติเองแท้ๆ

มือยกขึ้นตบถุงเงินที่เอว ควักก้อนเงินที่ใหญ่กว่าเศษเงินเมื่อครู่ถึงสองเท่าออกมา พลางกล่าวอย่างห้าวหาญ "แม่นางน้อย เอามาสองไห!"

พูดจบ เขาเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ความเขินอายและฤทธิ์สุราทำให้ใบหน้าขาวเนียนเริ่มซับสีเลือด ลามเลียจากลำคอขึ้นไปจนแดงระเรื่อดุจดอกท้อ

เขาก้มศีรษะขอขมาเซินถังรัวๆ "ขออภัย ขออภัย คุณชายอย่าได้ถือโทษ ข้าไม่ได้เจตนาจำผิด..."

เนื่องจากเซินถังเอาแต่นั่งจึงไม่ได้เปิดเผยตราประทับแก่นปราชญ์ที่เอว เด็กหนุ่มจึงตัดสินบุรุษสตรีของอีกฝ่ายจากใบหน้า คิดไปเองว่านี่คือแม่นางน้อยผู้ห้าวหาญที่มาตั้งร้านขายสุรา

ส่วนเรื่องใช้วิชาสร้างสุราจากแก่นปราชญ์ที่ฟังดูเหลือเชื่อนั้น ปฏิกิริยาของเขากลับไม่มากนัก

วาจาสิทธิ์นั้นวิเศษพันลึก ในเมื่อสร้างม้าศึกและอาวุธขึ้นมาได้ การจะสร้างสุราก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด

ในสายตาของเด็กหนุ่ม เรื่องพวกนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง แต่การมองบุรุษเป็นสตรีนี่สิเรื่องใหญ่!

เขากลัวเหลือเกินว่าหากขอโทษช้าไปเพียงลมหายใจเดียว คุณชายท่านนี้จะโกรธจนหน้ามืด คว้าไหสุรากระโดดฟาดศีรษะเขาจนแตก และเมื่อถึงตอนนั้นเขาควรจะยอมให้ตีหรือสู้กลับดีเล่า? เฮ้อ! น่าลำบากใจจริงๆ

เซินถัง "......"

หากไม่ใช่เห็นแก่ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ แถมยังมีใบหน้าน่าเอ็นดูจนน่าสงสาร นางคงอยากจะแนะนำให้ควักลูกตาออกมาล้างน้ำทำความสะอาดสักรอบ

ต้องตาถั่วเพียงใดถึงจะปักใจเชื่อว่านางเป็นผู้ชาย? แต่เอาเถอะ ในเมื่อคนตาถั่วไม่ได้มีแค่คนเดียว นางก็จะยอมอดทน

เซินถังตอบเสียงแข็ง "ไม่ต้องขอโทษ"

รอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้าของเด็กหนุ่มในทันที เขาดูมีชีวิตชีวาและตีสนิทกับคนง่ายอย่างยิ่ง ทั้งยังประสานมือคารวะเซินถัง "คุณชายใจกว้าง ข้าจ๋ายเล่อ ชาวเมืองชวีเตียน นามรอง เซี่ยวฟาง ขอทราบนามของท่านได้หรือไม่? สุราของท่านช่างยั่วน้ำลายเหลือเกิน ข้าอยากผูกมิตรกับท่าน"

'ชวีเตียน? มันคือที่ใดกัน?' เซินถังอดไม่ได้ที่จะเบนสายตาไปทางฉู่เย่า

เห็นฉู่เย่านิ่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อครู่ ราวกับมีเรื่องหนักใจบางอย่าง เมื่อสบตากับเซินถัง จึงค่อยได้สติ เขากล่าวว่า "ชวีเตียนอยู่ในแคว้นเซินขอรับ"

เซินถังมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว "แล้วแคว้นเซินอยู่ที่ใด?"

ฉู่เย่า "......"

เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เด็กหนุ่มกลับไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน กลับยิ้มร่าแย่งตอบว่า "แคว้นเซินอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ชวีเตียนอยู่ทางเหนือของแคว้นเซิน"

เซินถัง "......"

แคว้นเซินอยู่ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป เมืองเซี่ยวที่อยู่ตอนนี้คือตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป สองแห่งนี้ห่างไกลกันคนละซีกโลก เจ้าเด็กนี่วิ่งมาได้ยังไง?

ดูเหมือนจะอ่านความสงสัยในแววตาของเซินถังออก เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ เกาหัวแก้เก้อ "ข้านัดหมายกับสหายออกมาเที่ยว... เอ้ย! หาประสบการณ์ ในเมื่อมาหาประสบการณ์แล้วจะให้วนเวียนอยู่แต่ที่เดิมๆ จะไปสนุกเช่นไร? เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า ท่องไปท่องมาจะมาโผล่ที่นี่ได้"

เซินถัง "......"

'เจ้ากับสหายท่องมาไกลดีนะ คนหนึ่งอยู่ตะวันตกเฉียงเหนือ อีกคนอยู่ตะวันออกเฉียงใต้ ต่อให้บินตรงมาหากันยังต้องใช้เวลานานโข ระหว่างทางแต่ละแคว้นก็รบกันนัวเนีย ช่างสรรหาที่วิ่งเล่นเสียจริง!' เซินถังบ่นอุบ

"ข้าเซินถัง นามรองโย่วหลี" เซินถังประสานมือเลียนแบบเด็กหนุ่มอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่บอกภูมิลำเนา เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าร่างเดิมเป็นคนที่ใด

จ๋ายเล่อ "ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดีที่ได้รู้จัก!"

หลังจากใช้วิธีเดิมสร้างสุราตู้คังออกมาอีกสองไห เด็กหนุ่มจ๋ายเล่อก็อุ้มไหสุราซ้ายขวาอย่างพึงพอใจ วิ่งเหยาะๆ กลับไปทางทิศที่เขาเคยหันไปมอง

เซินถังแอบสังเกตการณ์ เห็นเขาไปสมทบกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่สูงกว่าเขาครึ่งศีรษะ แล้วยื่นสุราไหหนึ่งให้

ชายหนุ่มผู้นั้นแต่งกายคล้ายกับจ๋ายเล่อ ใบหน้าก็ดูคล้ายคลึงกันหลายส่วน เพียงแต่บรรยากาศรอบตัวดูเย็นชากว่ามาก

และแตกต่างจากความอิสระเสรีของจ๋ายเล่อ เขาดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่า ในขณะที่จ๋ายเล่อเดินเท้าเปล่าใส่รองเท้าฟาง ผมเผ้าแค่มัดลวกๆ ด้วยเชือกแดง

"ดื่มหรือไม่?"

ชายหนุ่มถาม "สุราอะไรเจ้าก็กล้าดื่มงั้นรึ?"

จ๋ายเล่อบ่นอุบอิบ "เมื่อครู่พี่ชายพนันกับข้าไม่ใช่หรือ? ดูสิ ข้าชนะพนันแล้ว เหตุใดจึงไม่กล้าดื่ม? อย่าว่าแต่สุราตู้คังชั้นเลิศปานนี้เลย ก่อนเข้าเมืองเซี่ยวแม้แต่เหล้าขาวสักชามยังหาดื่มไม่ได้ ท่านไม่ดื่มจริงรึ? ถ้าท่านไม่ดื่มข้าจะเหมาคนเดียวแล้วนะ"

ชายหนุ่มส่งเสียงหึ ในลำคอ คว้าสุราไหหนึ่งไปจากมือจ๋ายเล่อ สายตาเย็นชาทอดมองมา ปะทะกับสายตาของเซินถังโดยไม่หลบเลี่ยง

เซินถังหรี่ตามอง 'นางขายสุราแบบติดป้ายราคาชัดเจน ไม่ได้โกงตาชั่งหรือขายเหล้าปลอม มองนางด้วยสายตาเช่นนั้นทำไมกัน???'

ชายหนุ่มผู้นั้นอายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ แก่กว่าจ๋ายเล่อสักสองสามปี

สายตาของเขากับเซินถังปะทะกันเพียงครู่เดียวแล้วผละออก เขาหิ้วคอเสื้อจ๋ายเล่ออย่างไม่เกรงใจ ลากตัวเข้าไปในร้านน้ำชา

แว่วเสียงจ๋ายเล่อตะโกนโวยวาย "มีอะไรค่อยพูดค่อยจา พี่ชายอย่าลากข้าสิ ข้าไม่ต้องรักษาหน้าหรืออย่างไร?"

ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในร้านน้ำชา สายตาของเซินถังกวาดผ่านเอวของเขาแวบหนึ่ง ซึ่งที่เอวของคนผู้นั้นห้อยตราประทับแก่นปราชญ์สีเขียวมรกตอยู่จริงๆ

แค่ไม่รู้ว่าเป็นแก่นปราชญ์ระดับใด มิน่าล่ะถึงกล้าเดินทางท่องเที่ยวจากตะวันออกเฉียงใต้มาถึงตะวันตกเฉียงเหนือ

คนหนึ่งบุ๋นคนหนึ่งบู๊ พอฟัดพอเหวี่ยง

ด้วยอานิสงส์จากเด็กหนุ่มที่จากไป ผู้คนที่สัญจรไปมาเริ่มสนใจฝีมือของเซินถัง ทยอยกันเข้ามาซื้อสุรา ถึงแม้จะไม่มีผู้ใดกล้าที่จะควักเหมือนจ๋ายเล่อที่ซื้อทีละไห ส่วนใหญ่ซื้อแค่หนึ่งหรือสองจอกเพื่อลิ้มลองรสชาติ

ยอดขายถึงจะไม่ถล่มทลาย แต่ก็ไม่แย่แน่นอน

เซินถังตบตราประทับแก่นปราชญ์ที่เอวด้วยรอยยิ้มหน้าบาน ดูท่าทางนางคงจะไม่ซวยตลอดไปหรอก

'ของฟรีนี่มันหอมหวานจริงๆ' มองดูถุงเงินที่เริ่มตุง ประกอบกับเงินเหลือจากการขายภาพวาด เซินถังคำนวณในใจ น่าจะพอซื้อผ้าเนื้อดีสักสองสามพับ ตัดชุดใหม่สะอาดๆ ได้สักสองสามชุด

ฤดูใบไม้ร่วงของเมืองเซี่ยวมาเร็ว พ้นช่วงฤดูร้อนไปไม่นาน อากาศก็จะเริ่มเย็นลงแล้ว

"ท่านผู้เฒ่า พวกเราไปซื้อผ้ากันเถอะ"

หลังจากซื้อผ้าและสร้างสุราตู้คังตุนไว้อีกสองไห ก็ได้เวลากลับบ้านพร้อมข้าวของเต็มมือ

เมื่อกลับมาถึงเรือนหลังน้อยที่คุ้นเคย เพียงผลักประตูรั้วเข้าไปก็เห็นฉีซ่านนั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ระเบียงทางเดิน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

นางจึงตะโกนเรียก "หยวนเหลียง ที่นี่มีห้องว่างเหลือหรือไม่?"

ฉีซ่านจึงได้สติกลับมา "เจ้ากลับมาสักที..."

แต่เขาก็ต้องชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นฉู่เย่าที่ยืนอยู่เบื้องหลังเซินถังในทันที ประจวบเหมาะกับที่ฉู่เย่าก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ

จบบทที่ บทที่ 52 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนปลาย)

คัดลอกลิงก์แล้ว