เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนกลาง)

บทที่ 51 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนกลาง)

บทที่ 51 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนกลาง)


"ไหสุรา? อู่หลางชื่นชอบสุราด้วยหรือขอรับ?" ข้อนี้ดูไม่ออกเลยสักนิด

อู่หลางผู้นี้มีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายความป่าเถื่อนพยศอยู่บ้าง แต่เพราะรูปงามจนเกินประมาณ ทั้งยังมีเครื่องหน้าหวานล้ำราวกับสตรี จึงกลับดูเหมือนคนที่ไม่แตะต้องของมึนเมาเสียอย่างนั้น

ทว่าการชื่นชอบสุราก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ในยุคโกลาหลเช่นนี้ ผู้คนนิยมความเปิดเผยห้าวหาญ ไม่ว่าชายหญิงหรือคนเฒ่าคนแก่ล้วนดื่มได้สักจอกสองจอก

คนคอแข็งหน่อยก็ดื่มพันจอกไม่เมา

เซินถังกำลังจะเอ่ยตอบ ก็เกิดชะงักงันลง 'ว่าแต่... คอของนางแข็งแค่ไหนกันนะ?'

"อู่หลาง ไม่สบายที่ใดหรือขอรับ?" เมื่อเห็นเซินถังใจลอยไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สีหน้าดูเหม่อลอย ฉู่เย่าจึงเอ่ยเรียกสติของอีกฝ่ายกลับมา

เซินถังส่ายหน้า การที่ความทรงจำถูกขโมยไปนี่มันช่างยุ่งยากเสียจริง นางกล่าวอย่างกลัดกลุ้มว่า "ข้าสบายดี แค่กำลังคิดว่าตนเองคอแข็งเพียงใด... ดูท่าข้าคงจะไม่สู้สุรากระมัง?"

'ในฐานะนักวาดสาวสายเก็บตัวที่วันๆ เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน คอคงไม่แข็งเท่าไรหรอก'

ฉู่เย่าได้ยินดังนั้นก็หลุดขำ ในใจลอบคิดว่าคงมีแต่เด็กหนุ่มวัยนี้เท่านั้นที่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ ทั้งรักศักดิ์ศรีและหน้าบาง กลัวว่าหากคออ่อนจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาได้

เขาจึงกล่าวปลอบโยนอย่างอ้อมค้อม "ทุกสิ่งอย่างหากมากเกินไปย่อมไม่ดี ทางสายกลางดีที่สุดขอรับ จิบเพียงเล็กน้อยสร้างสุนทรีย์ แต่หากดื่มจนเมามายย่อมทำลายสุขภาพ อู่หลางกำลังอยู่ในวัยกำลังโต คออ่อนบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกขอรับ รอให้โตกว่านี้ค่อยหัดดื่มก็ยังไม่สายเกินไป"

เซินถัง "......"

รู้สึกเหมือนพวกเรากำลังคุยกันคนละคลื่นความถี่ชอบกล

ทันทีที่ตลาดเปิด รถม้าและผู้คนก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย พ่อค้าแม่ขายที่มีแผงประจำต่างตั้งร้านร้องเรียกลูกค้ากันแต่เช้าตรู่ ส่วนพวกพ่อค้าเร่ที่หาบของขายก็เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย

ฉู่เย่าจูงล่อเจ้ามอเตอร์ไซค์มาหยุดอยู่เบื้องหน้าร้านสุราที่คุ้นเคย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านขายเนื้อสัตว์ที่เขามาซื้อเครื่องในเป็นประจำ บางครั้งมีคนที่รู้จักทักทายเขา เขาก็ผงกศีรษะตอบรับ

ฉู่เย่า "สุราร้านนี้รสชาติถือว่าใช้ได้ขอรับ"

ส่วนใหญ่เป็นสุรารสหวาน น่าจะถูกปากคุณชายน้อย ที่สำคัญคือสุราหนึ่งไหราคาไม่แพง

เซินถังกล่าว "ข้าไม่ซื้อสุรา ข้าจะซื้อไหสุรา"

ซื้อแต่ไหไม่ซื้อสุรา? นี่มันเรื่องแปลกประหลาดอันใด

ฉู่เย่าไม่รู้ว่าอู่หลาง ผู้นี้คิดจะทำอะไร แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง พาเดินไปยังร้านเครื่องปั้นดินเผาอีกร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ร้านนี้ทำกิจการเครื่องปั้นดินเผาและมีไหสุราขายด้วย

ไหสุราของร้านสุราก่อนหน้านี้ก็รับมาจากร้านนี้ เขาย่อมรู้ราคาคร่าวๆ อยู่ในใจ

เซินถังเลือกสินค้า นางสั่งไหสุราทรงกลมสีน้ำตาลดินรวดเดียวสิบใบ ตัวไหอ้วนกลม ก้นไหมีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น

ในที่สุดฉู่เย่าก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่ "อู่หลางซื้อไหสุราไปด้วยเหตุใดหรือขอรับ?"

"ขายสุรา! น่าเสียดายที่ไหพวกนี้ไม่ประณีตพอ ไม่เช่นนั้นข้าจะจับมาแปลงโฉมเป็นสุราชั้นเลิศ ไว้หลอกขายคนรวยกับพวกหมูในอวย"

ฉู่เย่าถาม "อู่หลางรู้วิธีหมักสุราด้วยหรือขอรับ?"

"ไม่รู้ แต่เรื่องแบบนี้มันลองกันได้"

รอยยิ้มของฉู่เย่าค่อยๆ แข็งค้าง 'ลองดูงั้นหรือ?'

จากนั้นเขาก็มองดูเซินถังไปซื้อเก้าอี้ไม้ยาวมาหนึ่งตัว เลือกมุมถนนสักแห่งแล้วนั่งลง นำไหสุราออกมาเรียงรายทีละใบ ดูมีมาดเหมือนแม่นางจั๋วเหวินจวินตั้งร้านขายสุราอยู่ไม่น้อย

ติดอยู่แค่ว่าฉู่เย่ารู้ดีแก่ใจว่าในไหสุรานั้นว่างเปล่า แล้วแบบนี้จะขายสุราได้อย่างไร?

เซินถังล้วงมีดแกะสลักเล่มเล็กออกมาจากถุงข้างเอว จากนั้นมีดแกะสลักในมือของนางก็พลิ้วไหวราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ลื่นไหลไร้สะดุด เพียงครู่เดียวก็สลักคำว่า 'สุรา' ตัวใหญ่ลงบนแผ่นไม้

นางกระแทกป้ายไม้ตั้งขึ้นบนแผงเสียงดังตึง

ฉู่เย่ายืนดูอยู่ข้างๆ นึกไม่ออกเลยว่า 'ลิขิตสวรรค์' ของตนคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ 'สรุปแล้วนี่คือการขายสุราหรือขายอากาศ? ต่อให้ใส่น้ำเปล่าลงไปสักหน่อย ก็ยังดูเป็นผู้เป็นคนกว่าขายอากาศเปล่าๆ'

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองด้วยความแปลกใจหรือสงสัย และสาเหตุหลักเป็นเพราะขนาดตัวและสีผิวของเจ้ามอเตอร์ไซค์นั้นสะดุดตาเกินไป รองลงมาคือภาพลักษณ์ของคู่หูเซินถังกับฉู่เย่าที่ดูไม่เข้ากันอย่างมาก และสุดท้ายถึงจะเป็นแผงขายสุราอันแสนซอมซ่อ

ยังมีคนที่เห็นกับตาว่าเซินถังทั้งสองเดินออกมาจากร้านเครื่องปั้นดินเผา รู้ดีว่าไหสุรานั้นว่างเปล่า แม้แต่น้ำสักหยดก็ยังไม่ได้กรอกใส่

"แม่นางน้อย เจ้าขายสิ่งใดหรือ?" มีคนที่ว่างจัดจนอยู่ไม่สุข เดินเข้ามาถามด้วยตนเอง

เซินถังตอบ "ข้าขายสุรา"

คนผ่านทางชี้ไปที่ไหสุรา "แต่นี่มันไหเปล่านะ"

"ถึงตอนนี้มันจะว่างเปล่า แต่หากท่านซื้อ มันก็จะเต็มปรี่ สุราหนึ่งไหหนักสองชั่ง ราคาสามร้อยอีแปะ ห้ามต่อรอง!"

คนผ่านทางได้ฟังก็หัวเราะด้วยความโมโห ไม่ต้องพูดถึงราคาที่แพงกว่าสุราเก่าแก่ในร้านสุรา ต่อให้ราคาถูกแสนถูก ผู้ใดมันจะบ้าควักเงินสามร้อยอีแปะมาซื้ออากาศหรือน้ำเปล่าหนึ่งไห?

"แม่นางน้อย เจ้าคงเป็นโรคประสาทหลอนแล้วกระมัง?" คนผ่านทางพูดจบก็ไม่รอให้เซินถังตอบ หันไปพูดกับฉู่เย่าว่า

"ตาเฒ่า อย่ามัวแต่พาหลานสาวมาทำบ้าๆ บอๆ อยู่เลย หากที่บ้านพอมีเงินเก็บ ก็พานางไปหาหมอที่ร้านยาหัวถนนตรวจดูสมองเสียหน่อยเถอะ รีบไปรักษาเสียตอนนี้ เผื่อจะยังพอเยียวยาได้"

ฉู่เย่า "......"

เขาเองก็ดูไม่ออกว่าอู่หลางจะเล่นลูกไม้ใด แต่ก็ไม่คิดจะขัดขวาง เพียงแค่อยากรู้ว่าในไหของเซินถังมียาอะไรขายกันแน่

อา…ไม่สิ ต้องบอกว่าในไหสุราขายสุราอะไรต่างหาก!

"แม่นางน้อย สุรานี้ขายอย่างไร?"

เซินถังนั่งอยู่บนตั่งพับ ตัวเล็กอย่างเรียบง่าย สองมือเท้าคางมองดูผู้คนสัญจรไปมา กำลังคิดอยู่ว่าจะตะโกนเรียกลูกค้าสักหน่อยดีหรือไม่ ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็บดบังแสงดวงอาทิตย์เหนือศีรษะ

นางกับฉู่เย่าเงยหน้ามองพร้อมกัน เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของผู้มาเยือนชัดเจน ก็อดอุทานในใจไม่ได้ว่าช่างหล่อเหลาเอาการ

ผู้มาเยือนเป็นเด็กหนุ่มรูปงามโดดเด่นผู้หนึ่ง ดูจากภายนอก อายุเพิ่งจะพ้นวัยสิบห้าสิบหกมาหมาดๆ

แม้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่จะเป็นเพียงผ้าเนื้อหยาบธรรมดา ผมยาวถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ด้วยเชือกแดง ข้อมือพันเชือกดำ เอวคาดผ้าดิบ เท้าสวมรองเท้าฟาง แต่ก็ไม่อาจปิดบังกลิ่นอายสูงศักดิ์รอบกายได้

คงเป็นเพราะคนผู้นี้มีผิวพรรณขาวผ่อง ฟันเรียงตัวสวยสะอาด มองอย่างไรก็ไม่ใช่ลูกหลานชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปจะเลี้ยงดูออกมาได้

ยิ่งพิจารณาใบหน้า จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงระเรื่อราวกับทาชาด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าย่อมหนีไม่พ้นดวงตาดอกท้อที่ดูเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มคู่นั้น

ทั้งที่มุมปากไม่ได้ยกขึ้นแม้แต่น้อย แต่มองดวงตาคู่นั้นกลับรู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มกำลังยิ้มอยู่ เห็นแล้วน่าเอ็นดู ชวนให้รู้สึกสนิทสนมขึ้นมาทันที

ฉู่เย่ามองเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดตรงหน้า แล้วหันกลับมามองไหสุราเปล่าที่วางอยู่บนแผงของอู่หลาง สงสัยเหลือเกินว่าบนหน้าผากของเด็กผู้นี้จะมีคำว่า 'หมูในอวย' แปะอยู่

เซินถังได้สติ กลับมาถามว่า "ท่านจะซื้อสุราหรือ?"

เด็กหนุ่มถาม "ซื้อไม่ได้หรือ?"

เซินถังตอบ "ซื้อได้ ซื้อได้ ย่อมซื้อได้แน่นอน สุราหนึ่งไหหนักสองชั่ง ราคาสามร้อยอีแปะ ห้ามต่อรอง คุณชายน้อย คิดจะซื้อจริงหรือ?"

เด็กหนุ่มล้วงเอาเศษเงินก้อนหนึ่งออกมาจากถุงเงิน วางกระแทกลงบนเก้าอี้ไม้ดังปัง! กล่าวอย่างผ่าเผย "ข้าซื้อ!"

ฉู่เย่า "......"

ชาวบ้านที่รอดูเรื่องสนุกต่างพากันซุบซิบ ไม่นึกเลยว่าจะมีคนโง่แต่เงินหนามาซื้อไหสุราเปล่าจริงๆ

เซินถังเดาะเศษเงินก้อนนั้นชั่งน้ำหนักดู แล้วเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไหสุราเปล่ามาใบหนึ่ง

ยังไม่ทันจะขยับตัว เด็กหนุ่มก็ยื่นมือออกมาขวาง "แม่นางน้อย เจ้าจะขายไหเปล่าให้ข้าหรือ?"

พูดจบก็หันไปมองทางทิศใดทิศหนึ่งด้านหลัง แล้วทำหน้าย่น กล่าวอย่างน้อยใจ "ทำมาค้าขายเช่นนี้ได้อย่างไร?"

เซินถังย้อนถามอย่างขบขัน "ข้าบอกเมื่อไรว่าจะขายไหเปล่าให้ท่าน? คุณชายน้อยท่านนี้นี่ตลกคนจริง ในเมื่อกลัวว่าข้าจะขายไหเปล่า เหตุใดจึงยังกล้าควักกระเป๋าให้ถูกหลอกเล่า? ไม่กลัวจะเสียเงินฟรีหรือ?"

ฉู่เย่าแอบกระตุกชายแขนเสื้อของเซินถัง บุ้ยปากไปทางเอวของเด็กหนุ่ม

ทีแรกเซินถังยังไม่เข้าใจ พอมองตามไปกลับพบว่าที่เอวของเด็กหนุ่มห้อยหยกรูปหัวพยัคฆ์สีดำสนิท บนตัวหยกมีลวดลายสีทองหม่น พอมองดูดีๆ ถึงเห็นว่าเป็นตัวอักษรจิ๋วจ้อยจว้าน

เพียงแต่หยกชิ้นนี้มีสีกลมกลืนกับเสื้อผ้ามากเกินไป จึงไม่ทันสังเกตเห็นในแวบแรก

เซินถัง "......"

ตราพยัคฆ์แก่นยุทธ์

'(╯‵□′)╯︵┻━┻ (ล้มโต๊ะ!)'

มิน่าล่ะถึงไม่กลัวโดนหลอก

ถ้าโดนหลอกเงินไปจริงๆ เกรงว่าพ่อหนุ่มน้อยคงจะล้มแผงทิ้งคาที่ แล้วลากแม่ค้าหน้าเลือดมาซ้อมจนน่วม เพื่อขจัดภัยให้ปวงประชาเป็นแน่

เด็กหนุ่มไม่ล่วงรู้ถึงความคิดในใจของเซินถัง ได้แต่มองไหสุราในมือนางตาละห้อย เร่งเร้าว่า "แม่นางน้อย สุราของข้าล่ะ?"

เซินถังส่งเสียงหึ! ในลำคอ พลางกระตุ้นปราณแก่นปราชญ์ พร้อมเอื้อนเอ่ยบทกวี "รินสุราขับขานลำนำ ความระกำยากจะลืมเลือน"

จบบทที่ บทที่ 51 ตั้งร้านขายสุรา (ตอนกลาง)

คัดลอกลิงก์แล้ว