เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนปลาย)

บทที่ 49 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนปลาย)

บทที่ 49 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนปลาย)


"เรื่องพรรค์นี้... เกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นเรื่องปกติหรือ?"

แม้ฉีซ่านและฉู่เย่าจะเคยกล่าวว่าระดับของแก่นปราชญ์ไม่ใช่เครื่องตัดสินทุกสิ่ง แต่แก่นปราชญ์ระดับสูงย่อมมีข้อได้เปรียบ

ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางที่เป็นรองเพียงระดับหนึ่งชั้นสูงสุด! ผู้ใดครอบครองแก่นปราชญ์ระดับสูงแล้ว จะยอมลดตัวไปใช้ระดับกลางหรือระดับล่างเล่า?

การสลับเสาเปลี่ยนคาน ก็ไม่ต่างอะไรกับการแย่งชิงอนาคตและทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง!

"ไม่บ่อยและไม่ปกติ อีกประการหนึ่ง วิถีบัณฑิตที่สามารถขโมยแก่นปราชญ์ผู้อื่นได้ก็ไม่ใช่ใครจะมีได้ง่ายๆ และไม่ใช่ว่าแก่นปราชญ์ของใครก็จะสามารถนำมา 'สลับเสาเปลี่ยนคาน' ได้ เพียงแต่แก่นปราชญ์ของข้าบังเอิญเหมาะสมพอดี...การกระทำเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในแคว้นใดก็นับเป็นโทษมหันต์สถานเดียวคือประหารชีวิต"

ฉู่เย่ายิ้มเยาะตนเอง "ทว่า หากเป็นความ 'สมัครใจ' ก็ย่อมไม่มีความผิด"

เซินถังรู้สึกราวกับเห็นวิญญาณ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเดือดดาล "ระดับแก่นปราชญ์เกี่ยวข้องกับอนาคตทั้งชีวิต จะมีผู้ใดสมัครใจกัน? ทิ้งแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางไป แล้วสมัครใจแลกเปลี่ยนเอาระดับล่างมาแทนอย่างนั้นหรือ? เว้นเสียแต่ว่า…คนผู้นั้นจะถูกทำให้สมัครใจ"

ฉู่เย่ากล่าว "ถูกต้องถูกทำให้สมัครใจ"

เซินถัง "......"

ฉู่เย่ากล่าวต่อ "ข้าฐานะยากจนมาแต่เล็ก ถูกบิดามารดาขายมาเป็นเด็กรับใช้ของบุตรชายคนโตตระกูลฉู่ตั้งแต่วัยเยาว์ ได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนพร้อมคุณชายใหญ่ แต่คุณชายท่านนั้นไม่ใช่คนรักเรียน นิสัยเกเรชอบเล่นซน มักจะให้ข้าทำการบ้านแทนเขาอยู่เสมอ"

คุณชายใหญ่ชื่นชอบการฝึกวิทยายุทธ์ แต่ฉู่เย่ากลับหลงใหลในกลยุทธ์การปกครอง จึงฉวยทุกโอกาสตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนัก

"ไม่นาน เรื่องที่ข้าแอบทำการบ้านแทนผู้เป็นนายก็ถูกจับได้ เดิมทีนึกว่าจะถูกไล่ออกจากจวน หรือไม่ก็ถูกทุบตีจนน่วมแล้วขายทิ้งไปที่ใดสักแห่ง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าของจวนกลับเมตตา ไม่เพียงรับข้าเป็นศิษย์ ยังมอบแซ่ 'ฉู่' ให้"

เซินถังถาม "คนที่สลับเสาเปลี่ยนคานคืออาจารย์ของท่าน?"

ฉู่เย่าส่ายหน้า "ไม่ใช่เขา"

เซินถัง "อ้อ เช่นนั้นข้าก็ใส่ร้ายคนดีแล้วสิ"

ฉู่เย่าส่ายหน้าพร้อมยิ้มขื่น "แต่เขาก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง"

อาจารย์ท่านนั้นทุ่มเทแรงกายแรงใจสั่งสอนฉู่เย่าจริงๆ การดูแลในทุกด้านเทียบเท่ากับบุตรชายสายตรง จนทำให้คุณชายใหญ่ผู้มีนิสัยใจกว้างยังอดอิจฉาไม่ได้ แม้แต่ฮูหยินของอาจารย์ยังแอบสงสัยว่าฉู่เย่าเป็นลูกนอกสมรสที่ไข่ทิ้งไว้นอกบ้านหรือไม่ มิเช่นนั้นจะดีเกินไปแล้ว!

ขนาดคนในครอบครัวอาจารย์ยังคิดเช่นนั้น ฉู่เย่าที่เป็นคนรับผลประโยชน์โดยตรงจะไม่เห็นความลำเอียงและการดูแลเอาใจใส่ของอาจารย์ได้อย่างไร?

จนกระทั่งหนึ่งปีก่อนพิธีสวมหมวก---

ฉู่เย่าติดตามอาจารย์เข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง ดื่มสุรามากไปถึงสองจอก พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในคุกใต้ดิน

อาจารย์ผู้มีพระคุณที่เขาเคารพดุจบิดาบังเกิดเกล้ามานานนับสิบปี ได้ยื่นข้อเรียกร้องอันไร้เหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนฝันร้ายทุกครั้งที่หวนนึกถึง

'อู๋ฮุ่ย มอบแก่นปราชญ์ของเจ้าให้องค์ชายเสีย!'

เขามองริมฝีปากของอาจารย์ที่ขยับขึ้นลง ทุกถ้อยคำที่พ่นออกมาจากปากนั้น ฟังดูห่างไกลและเลือนรางราวกับลอยมาจากขอบฟ้า

ท้ายที่สุดมันประกอบกันเป็นประโยคที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย ดังก้องอยู่ในหู และปะติดปะต่อเป็นความจริงที่ทำให้เลือดในกายไหลย้อนกลับ

ตั้งแต่ต้นจนจบ มันคือหลุมพรางที่วางแผนมาอย่างประณีต

"อาจารย์รับข้าเป็นศิษย์ มีความจริงใจอยู่สามส่วน" ฉู่เย่าเอ่ย

เซินถังทำหน้าบอกบุญไม่รับ "มีจริงใจสามส่วน แต่อีกเก้าสิบเจ็ดส่วนที่เหลือคือผลประโยชน์และการวางแผน เขาจ้องแก่นปราชญ์ของท่าน เก็บตัวท่านไว้เป็นหมากสำรองให้รัชทายาทจอมปลอมนั่น" เหอะ! ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง รสชาติมันจะไปดีได้อย่างไร?

ฉู่เย่า "แต่คนนอกย่อมไม่คิดเช่นนั้น"

ตัวอย่างเช่นรัชทายาทผู้ได้รับผลประโยชน์ผู้นั้น

เขาให้สัญญากับฉู่เย่าว่า รอให้การแลกเปลี่ยนแก่นปราชญ์เสร็จสิ้น วันหน้าเมื่อเขาได้ขึ้นครองราชย์ จะไม่ลืมคุณูปการของฉู่เย่า แม้ฉู่เย่าจะไม่มีแก่นปราชญ์ระดับสูงแล้ว ภายภาคหน้าก็จะยังใช้งาน

อีกทั้งยังกล่าวว่า ยามที่ฉู่เย่าถูกบิดามารดาขายมาก็ตกเป็นทาสชั้นต่ำไปแล้ว หากไม่ได้บุญคุณที่อาจารย์เล็งเห็นความสามารถและชุบเลี้ยง ต่อให้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศปานใด อย่างมากก็เป็นได้แค่บ่าวรับใช้ที่พอมีความฉลาดอยู่บ้าง จะมีหน้ามีตาอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร?

คิดเช่นนี้แล้ว สบายใจขึ้นบ้างหรือไม่? ดังนั้น เขาควรจะซาบซึ้งในบุญคุณไม่ใช่เคียดแค้น

"อาจารย์ยังปลอบใจว่า 'สลับเสาเปลี่ยนคาน' ไม่ใช่การขโมยแก่นปราชญ์ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนแก่นปราชญ์ทั้งสองดวง"

เพียงแค่เสียแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลาง ไม่ได้เสียแก่นปราชญ์ไปเลยเสียหน่อย ตราบใดที่แก่นปราชญ์ยังอยู่ ต่อให้เป็นระดับเจ็ดชั้นกลางค่อนล่าง นั่นก็เป็นสิ่งที่คนชาติกำเนิดต่ำต้อยอย่างเขาไม่อาจเอื้อม

เขายังจะมีอะไรไม่พอใจอีก?

เซินถังกดด่า "นี่มันตรรกะโจรชัดๆ! ไฉนเขาไม่เอาแก่นปราชญ์ของตัวเองให้รัชทายาทบ้าบอนั่นเล่า? สิ่งที่ตนเองไม่ชอบ อย่าได้ยัดเยียดให้ผู้อื่น ร่ำเรียนมาตั้งหลายปี คืนลงท้องสุนัขไปหมดแล้วรึ?"

ใครบ้างจะไม่รู้ว่าแก่นปราชญ์ระดับสูงดีกว่าระดับต่ำ? โจรก็คือโจร ดันจะมาอ้างเหตุผลสวยหรูว่าจงรักภักดี ช่างน่าสะอิดสะเอียนไร้ยางอายสิ้นดี!

อาจารย์อาจจะยังพอมีมโนธรรมและความรู้สึกผิดหลงเหลืออยู่บ้าง ประกอบกับฉู่เย่ายังมีประโยชน์ ดังนั้นไม่ว่าเขาอยากเรียนอะไรอยากดูอะไร เท่าที่รับปากได้ก็จะรับปาก

ฉู่เย่าแม้จะคับแค้นใจ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาฝึกฝน หวังจะกอบกู้อะไรกลับมาได้บ้าง

"ผ่านไปไม่ถึงสองปี ก็เกิดเรื่องน่าขบขันขึ้นอีกเรื่อง"

เซินถังซักไซ้ "เรื่องอันใด?"

ฉู่เย่าทำหน้าพิลึก "รัชทายาทพ่ายแพ้ในการแย่งชิงอำนาจกับพี่น้องคนอื่นๆ จนเข้าไปพัวพันกับ 'คดีคุณไสย' ระหว่างถูกคุมขังลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก พลัดตกลงไปในหลุมส้วมจนสิ้นใจ พรรคพวกก็ถูกถอนรากถอนโคน หนึ่งในนั้นก็คืออาจารย์ของข้า ต้องโทษถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ"

เซินถัง "......"

แม้อาจารย์จะดีกับฉู่เย่าประดุจบุตรในไส้ แต่ก็ไม่เคยทำเรื่องคืนสถานะราษฎรสามัญให้ ดังนั้นตอนที่ถูกยึดทรัพย์ เขาจึงพลอยโดนหางเลขไปด้วย

ในฐานะพรรคพวกของรัชทายาทที่ถูกปลด จุดจบย่อมไม่สวยหรู ถูกทำลายตันเถียน และถูกขายทอดตลาด

เขาอาศัยเส้นสายที่สั่งสมมาแต่ก่อน จึงไม่ถึงกับตกระกำลำบากนัก กลับได้รับความช่วยเหลือจากสหายให้กลายเป็นเด็กในบ้านของพระสนมฉู่จี และติดตามพระสนมฉู่จีมายังแคว้นซิน

ทว่ายังไม่ทันจะได้อยู่อย่างสงบสุข พระสนมฉู่จีก็ล้ม

ฉู่เย่าถูกขายทอดตลาดพร้อมกับทรัพย์สินอื่นๆ ของพระสนมฉู่จี ระหกระเหินมาจนถึงเมืองเซี่ยว และล้างจานอยู่ในหอเย่ว์หัวมาห้าปี

เซินถังที่ฟังเรื่องราวดราม่าชีวิตจบ "......"

'คนเราซวยไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แปลกคือซวยซ้ำซ้อนไม่เลิกรา ตั้งแต่เขาเข้าพิธีสวมหมวกถูกสับเปลี่ยนแก่นปราชญ์ ชีวิตก็ดิ่งลงเหวไม่เคยขึ้นมาได้อีกเลย!'

ทว่า--- "ท่านก็ยังไม่ได้บอกอยู่ดีว่า 'สามตำลึง' คือเรื่องอะไร"

ฉู่เย่า "ข้ายังไม่ได้บอกหรือ?"

เซินถังตีหน้าตาย "ท่านยังไม่ได้บอก"

"อ้อ เช่นนั้นข้าคงลืมบอกเรื่องวิถีบัณฑิตของข้า"

เซินถัง "เรื่องนี้บอกได้หรือ?"

ฉู่เย่ากลับตอบอย่างไม่ยี่หระ "เหตุใดจะบอกไม่ได้? อย่างไรเสียแก่นปราชญ์ก็หายไปแล้ว วิถีบัณฑิตก็ถูกทำลาย บอกไปแล้วจะเป็นไร?"

เซินถัง "ก็มีเหตุผล"

ฉู่เย่ากล่าวอย่างจนปัญญาว่า "'วิถีบัณฑิต' ของข้าคือ 'หลิวอั้นฮวาหมิง' ที่มาจากวรรคทอง 'ภูผาซ้อนนทีซ้ำไร้หนทาง หมู่บ้านหลิวอั้นฮวาหมิงพลันปรากฏ'"

"หากไม่ถึงทางตันก็ใช้ไม่ได้ และไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะควบคุมได้ ส่วนมันจะมีประโยชน์หรือไม่ ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ารู้เพียงว่าคืนที่ถูกสับเปลี่ยนแก่นปราชญ์ ข้าฝันเห็นความฝันที่ยาวนานและชัดเจนมาก ในฝันข้าไปที่ร้านยาและได้รับใบสั่งยามาใบหนึ่ง"

เซินถัง "......"

'สรุปว่าเป็นสกิลติดตัวแบบสุ่มที่ควบคุมไม่ได้ จะติดหรือไม่ติด ติดแล้วจะมีประโยชน์หรือไม่ ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง…ซวยซับซ้อนจริงๆ'

เซินถังถามต่อ "ใบสั่งยาอะไร?"

"โสม ต้าหวง ฟู่จื่อ ตี้หวง อย่างละห้าเฉียน ปรุงด้วยจันทร์กระจ่างสามตำลึง จะรู้แจ้งชะตาฟ้า ขจัดโรคร้ายเรื้อรัง"

มุมปากเซินถังกระตุก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก "นี่เป็นแค่ใบสั่งยาในฝัน ท่านผู้เฒ่าก็เชื่อด้วยหรือ?"

'กลัวจะเป็นหมอเถื่อนสั่งยาให้น่ะสิ'

'ส่วนไอ้วิถีบัณฑิตของเขา ฟังดูไม่น่าเชื่อถือพอกันกับคำเตือนในโฆษณาที่ว่า ภาพประกอบนี้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น'

จบบทที่ บทที่ 49 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนปลาย)

คัดลอกลิงก์แล้ว