- หน้าแรก
- วาจาประกาศิต สยบปฐพี
- บทที่ 48 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนต้น)
บทที่ 48 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนต้น)
บทที่ 48 แก่นปราชญ์ที่ถูกสลับเสาเปลี่ยนคาน (ตอนต้น)
'รอ… รอเงินสามตำลึงของนาง?' สมองของเซินถังหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ผนวกกับนิสัยชอบคิดฟุ้งซ่านจินตนาการไปไกล จึงผุดข้อสันนิษฐานขึ้นมานับไม่ถ้วน
หรือว่านางจะเป็นเทพธิดาแห่งโชคชะตาในตำนาน?
ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นโลกที่ฝาโลงของวิทยาศาสตร์ถูกตอกตายสนิท ความไม่เป็นวิทยาศาสตร์ต่างหากคือวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง แต่พอคิดอีกทีนางเริ่มต้นด้วยโหมดยากระดับนรกแตก แถมยังไม่มีระบบช่วยเหลือผู้ทะลุมิติ แล้วยังถูกขโมยบ้านอีก
นางจึงส่ายหน้าในใจหัวเราะเยาะตัวเองว่าคิดมากไป 'เทพธิดาแห่งโชคชะตาบ้าบออะไรกัน… ตัวซวยที่โชคร้ายซ้ำซ้อนชัดๆ'
"เรื่องนี้มีเงื่อนงำเบื้องหลังอันใดหรือ?" เซินถังพยายามทำน้ำเสียงไม่ให้ฟังดูหลงตัวเองจนเกินไป แต่มุมปากกลับอดไม่ได้ที่จะยกขึ้น ถามฉู่เย่าว่า "คนที่ให้เงินสามตำลึงจำเป็นต้องเป็นข้า หรือจะเป็นผู้ใดก็ได้ แต่ต้องเป็นเงินสามตำลึง?"
คำตอบของฉู่เย่าเหนือความคาดหมายของนาง เขากล่าวว่า "ไม่ทราบขอรับ"
ฉู่เย่าไม่เล่นตามบท เซินถังจึงมีเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่มผุดขึ้นกลางหน้าผาก น้ำเสียงพลอยสูงขึ้นไปด้วย "ไม่ทราบ?"
"เรื่องนี้พูดไปแล้วยาว ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก"
เซินถัง "แต่ข้ามีเวลาฟัง ท่านค่อยๆ เล่า"
นิสัยคนผู้นี้เหมือนฉีซ่านไม่มีผิด แค่ประโยคเดียวว่า 'เรื่องนี้พูดไปแล้วยาว' ก็คิดจะตัดจบดื้อๆ ทิ้งให้นางอยากรู้อยากเห็นจนแทบลงแดงตาย
"อู่หลางอยากรู้จริงๆ หรือ?"
เซินถังยอมรับตามตรงอย่างว่าง่าย "อยากรู้มาก!"
"เช่นนั้นคงต้องเริ่มเล่าตั้งแต่ปีที่ข้าเริ่มศึกษาเล่าเรียน" ฉู่เย่าตั้งท่าจะเล่าเรื่องราว เตรียมจะสาธยายอย่างละเอียด ทว่าเซินถังหาใช่เด็กดีที่จะนั่งฟังนิทานเงียบๆ
เขาเพิ่งจะเกริ่นนำ นางก็สวนขึ้นทันที "ปีที่เริ่มศึกษาเล่าเรียน? เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?"
แม้ฉู่เย่าจะไม่ได้มีนิสัยชอบเล่นลิ้นให้คนค้างคาใจเช่นฉีซ่าน แต่การเท้าความหนหลังนี้กลับย้อนไปไกลโข มิน่าเล่าเขาจึงบอกว่าเรื่องนี้พูดไปแล้วยาว
"ปีนั้นไม่ได้เกิดเรื่องอันใดขึ้น"
เซินถัง "......"
ความเงียบงันจากด้านหลังทำให้ฉู่เย่าหลุดขำ ไม่ต้องหันไปมองเขาก็สามารถจินตนาการสีหน้าพูดไม่ออกของเด็กหนุ่มบนหลังล่อได้
ฉู่เย่ากล่าวอย่างเรียบง่ายว่า "ข้าเพียงแค่สัมผัสพลังปราณฟ้าดินได้ในปีที่เริ่มศึกษาเล่าเรียน และรวบรวมแก่นปราชญ์ได้ในปีเดียวกันนั้น"
เซินถังถามต่อ "แก่นปราชญ์ระดับใด?"
ฉู่เย่าตอบว่า "ระดับสองชั้นสูงกลาง"
เซินถังได้ยินดังนั้นก็เดาะลิ้น "สูงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
ฉีซ่านที่วางท่าเสียเต็มประดายังแค่ระดับหกชั้นกลางค่อนล่าง
แก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางนั้นเป็นรองเพียงแค่ระดับหนึ่งชั้นสูงสุดเท่านั้น! แก่นปราชญ์ระดับหนึ่งชั้นสูงสุดหรือที่เรียกว่าระดับอริยบุคคล เป็นเพียงระดับในตำนาน มีเพียงเจ้าแคว้นผู้ครอบครองตราลัญจกรแผ่นดินเท่านั้นที่จะมีได้ ดังนั้นแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางจึงถือเป็นระดับสูงสุดที่ปุถุชนคนธรรมดาจะครอบครองได้
การมีแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางก็ไม่ต่างกับถือไพ่ตายใบใหญ่ แล้วฉู่เย่าตกต่ำจนมีสภาพเช่นปัจจุบันนี้ได้อย่างไร? ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เมื่อได้ยินน้ำเสียงตกตะลึงอย่างปิดไม่มิดของเซินถัง ฉู่เย่าก็กล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง "สูงหรือ? ก็สูงจริง… แต่หากเลือกได้ ข้ากลับหวังให้มันต่ำกว่านี้สักหน่อย ระดับสี่ ระดับห้า หรือระดับเก้าชั้นล่างสุดก็ได้ การครอบครองแก่นปราชญ์ดวงนี้สำหรับข้าแล้ว เป็นภัยไม่ใช่โชค"
เซินถังไม่เข้าใจ "แต่นี่ไม่ใช่สัญลักษณ์ของพรสวรรค์ที่ดีหรอกหรือ?"
ไฉนจึงมีคนที่หวังให้พรสวรรค์ของตัวเองแย่ลงด้วยเล่า?
ฉู่เย่ายิ้มขื่น "อู่หลาง ท่านอาจารย์ที่สั่งสอนวิชาท่านไม่ได้บอกหรือ ว่าระดับแก่นปราชญ์ของบัณฑิตไม่อาจตัดสินทุกสิ่งได้?"
"หยวนเหลียงเคยพูด แต่ข้านึกว่าเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเขา ไม่อาจเป็นตัวแทนความคิดของคนทั่วไป" คิดไม่ถึงว่าฉู่เย่าจะมีความคิดเหมือนฉีซ่าน หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ยอดฝีมือรู้กัน?
"คนทั่วไปคือผู้ใด? วาจาสิทธิ์คำแปลกหรือ?" สิ่งที่ฉู่เย่าเก็บมาใส่ใจนั้นชวนงุนงงพอๆ กับเซินถัง จากบริบทพอเดาได้ว่า 'คนทั่วไป' หมายถึง 'ปุถุชนคนธรรมดา' หรือ 'สรรพสัตว์ทั้งหลาย' แต่เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนจริงๆ
เซินถังชะงักไปครู่หนึ่ง พูดไม่ออก "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่พูดออกมาเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น"
นั่นไม่ใช่ประเด็นจริงๆ
ฉู่เย่าเองก็ไม่ได้เก็บรายละเอียดเล็กน้อยนี้มาใส่ใจ เขาใส่ใจคำว่า 'หยวนเหลียง' ที่เซินถังเอ่ยถึงมากกว่า "หยวนเหลียงท่านนั้น ใช่บัณฑิตหนุ่มที่เคยพบกันบนถนนใหญ่ก่อนหน้านี้หรือไม่?"
เซินถัง "ถูกต้อง คือเขานั่นแหละ"
ฉู่เย่ากล่าวด้วยความชื่นชม "เช่นนั้นก็นับเป็นอาจารย์ที่ดีท่านหนึ่ง แล้วเขาได้บอกท่านเรื่องพรสวรรค์แห่งแก่นปราชญ์หรือไม่?"
'พรสวรรค์แห่งแก่นปราชญ์? นี่มันคือสิ่งใดอีกเล่า?'
'(╯‵□′)╯︵┻━┻' (ล้มโต๊ะ)
'ทำไมไอ้ของยุ่งยากซับซ้อนพวกนี้มันถึงได้เยอะแยะนักฟะ!'
แม้เซินถังจะงุนงงสับสน แต่ก็ยังตอบว่า "แก่นปราชญ์...พรสวรรค์? เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆ หยวนเหลียงก็ไม่เคยเอ่ยถึง เขาแค่เคยพูดเรื่องวิถีเจ้าแคว้นอะไรสักอย่าง หากพูดไปก็กลัวท่านจะหัวเราะเยาะ"
"ถึงแม้ข้าจะมีแก่นปราชญ์ แต่ข้ารู้เรื่องเกี่ยวกับแก่นปราชญ์น้อยมากจริงๆ บางครั้งมีปัญหาสอบถามหยวนเหลียง เขาก็มักจะตอบส่งๆ หรือไม่ก็บอกว่าเอาไว้ค่อยเล่าวันหลัง หรือไม่ก็บอกว่า เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้…"
'สงสัยจริงๆ ว่าหมอนั่นแค่อู้งานไม่อยากตอบ'
ฉู่เย่า "หยวนเหลียงอาจจะหวังดีต่ออู่หลาง ของบางอย่างยิ่งรู้น้อย ยิ่งส่งผลดีต่อการเติบโตในวันหน้า"
เซินถังสงสัย "มีแนวคิดเช่นนี้ด้วยหรือ?"
ฉู่เย่าตอบ "อืม"
เซินถังคันหัวใจยุบยิบ 'สรุปนางควรจะฟังเรื่องเล่าต่อ หรือไม่ฟังดีเนี่ย'
ฉู่เย่าตัดสินใจแทนนาง "พรสวรรค์แห่งแก่นปราชญ์แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ วิถีเจ้าแคว้น และวิถีบัณฑิต เพียงแค่ฟังชื่อ ก็พอจะทราบสถานะที่พรสวรรค์ทั้งสองประเภทเป็นตัวแทน"
"วิถีเจ้าแคว้น ข้าคิดว่าอาจารย์ท่านนั้นคงเคยเล่าให้ท่านฟังแล้ว ข้าจะไม่พูดซ้ำ แต่สิ่งที่ข้าจะพูดถึงคือวิถีบัณฑิต นั่นเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่มีในผู้ถือครองแก่นปราชญ์ส่วนน้อย ไม่ต้องใช้วาจาสิทธิ์ใดๆ ก็สามารถสำแดงฤทธิ์ได้"
เซินถังจดจำเงียบๆ "ท่านเองก็มีหรือ?"
ฉู่เย่าเงียบไปครู่หนึ่ง "เคยมี เพียงแต่ยังไม่ทันได้เติบโต แก่นปราชญ์ของข้าก็ถูก 'สลับเสาเปลี่ยนคาน' ไปเสียก่อน"
เซินถังตื่นตะลึง "สลับเสาเปลี่ยนคาน?"
แค่ฟังจากความหมายตามตัวอักษร นี่มันไม่ใช่...
ฉู่เย่าส่ายหน้าพร้อมยิ้มขื่น เอ่ยถ้อยคำที่น่าตกใจออกมา "ใช่แล้ว อาจารย์ท่านนั้นของท่านไม่ได้บอกหรือ ว่าแก่นปราชญ์สามารถถูกขโมยได้?"
เซินถัง "......!!!" ฉีซ่านไม่เคยเล่าจริงๆ นั่นแหละ
"แก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางของข้าในตอนนั้น ก็ถูกสับเปลี่ยนไปด้วยวิธีนี้ ในช่วงวัยที่รุ่งโรจน์ที่สุด เพียงชั่วข้ามคืนกลับร่วงหล่นสู่โคลนตม ไม่มีโอกาสได้พลิกฟื้นอีก"
ฉู่เย่าเล่าเรื่องราวที่ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับตนเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วกล่าวต่อ "อาจารย์ท่านนั้นของท่านไม่เอ่ยถึง 'วิถีบัณฑิต' กับท่าน บางทีอาจมีเหตุผลจำเป็นและการพิจารณาของเขาเอง"
"เพราะ 'วิถีบัณฑิต' ไม่ใช่เพียงความสามารถพิเศษ แต่เป็นการถามใจตนของบัณฑิต มันเกี่ยวข้องกับตัวตน นิสัย และวิถีที่บัณฑิตผู้นั้นแสวงหา ต่อให้เป็นอริยบุคคล ก็คงไม่อยากนำเรื่องส่วนตัวเช่นนี้มาตากแห้งให้ผู้คนจ้องมองกระมัง?"
ไม่ใช่ผู้มีแก่นปราชญ์ทุกคนจะมีวิถีบัณฑิต แต่เก้าในสิบของผู้ที่มีวิถีบัณฑิต มักจะเลือกปกปิดไว้ หากไม่ปกปิด ความรู้สึกนั้นก็เหมือนถูกจับแก้ผ้าจนล่อนจ้อน แล้วถูกโยนเข้าไปกลางฝูงชนอย่างเปิดเผย
สีหน้าของเซินถังเหม่อลอยไปชั่วขณะ 'คิดไม่ถึงว่าแก่นปราชญ์จะเล่นแบบนี้ได้ด้วย'
ระดับแก่นปราชญ์ของตนเองไม่สูง ประจวบเหมาะกับมีความสามารถพรสวรรค์ในการขโมยแก่นปราชญ์ผู้อื่น จึงไปขโมยของคนอื่นมา...
มิน่าเล่าท่านผู้เฒ่าฉู่ถึงบอกว่าแก่นปราชญ์ระดับสองชั้นสูงกลางสำหรับเขาเป็นภัยไม่ใช่โชค นี่มันเข้าทำนอง 'เด็กน้อยพกทองคำเดินกลางตลาด' ชัดๆ?