เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย (ตอนต้น)

บทที่ 40 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย (ตอนต้น)

บทที่ 40 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย (ตอนต้น)


บทที่ 40 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย (ตอนต้น)

"ยังทำลายไม่ได้จริงหรือ?" ว่างานตามตรง เซินถังไม่เชื่อ

เมื่อเผชิญหน้ากับความกังขาของคุณชายน้อยเซิน ฉีซ่านที่เดิมทีมีสีหน้าไร้อารมณ์ก็ยิ้มออกมาทันที เขาชี้ไปที่ภาพวาดในอ้อมแขนของเซินถัง

พลางเอ่ยประชดประชัน "คุณชายน้อยเซินคิดว่าภาพเหล่านี้วาดเพียงสองสามพู่กันก็เสร็จสิ้นแล้วกระมัง? ค่ายกลหมากรุกที่วางไว้บนกระดาษนั้นช่างยุ่งยากซับซ้อนนัก..."

ความนัยก็คือ 'เซินถังประเมินเขาเชี่ยวชาญเกินไปแล้ว'

เขาจะไปมีเวลาอดหลับอดนอนปั่นภาพวาด พร้อมกับสละเวลาอีกโขไปทำลายหมากกลที่ซ่อนอยู่บนกระดาษวาดภาพได้อย่างไร?

เซินถังลูบจมูกแก้เก้อ หลบสายตาด้วยความรู้สึกผิด 'เรื่องนี้จะโทษนางที่เป็นคนขี้ระแวงก็ไม่ได้ ต้องโทษที่ฉีซ่านมีคดีติดตัวเยอะเกินไป จนทำให้นางเกิดปมในใจอยู่บ้าง'

นางจึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว "หยวนเหลียง ตอนนี้ข้านำภาพไปส่งที่หอตำราเลยได้หรือไม่?"

"ไปเถอะ ไปเถอะ" ฉีซ่านโบกมือไล่เซินถังให้พ้นหูพ้นตาเสียที

ทว่าพอเซินถังหันหลังกลับ เขาก็เรียกอีกฝ่ายไว้ พลางกำชับว่า "เจ้าไปส่งภาพ ระหว่างทางขากลับก็ระวังตัวหน่อย ยังไม่รู้ว่าผู้บงการเบื้องหลังมีความเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าเมืองสี่หลังเปา ต้องระมัดระวังไว้ก่อนเป็นยอดดี"

ไม่มีความเกี่ยวข้องกันย่อมดีที่สุด แต่หากมี ก็ต้องระวังตัวให้มาก น้ำในเมืองเซี่ยวลึกนัก หากไม่ระวังอาจก้าวพลาดจมน้ำตายได้

"รู้แล้ว รู้แล้ว" เซินถังราวกับได้รับนิรโทษกรรม นางเหยียบสายลมวิ่งหายลับไปในพริบตา เพียงชั่วเวลาที่ฉีซ่านหลุบตาลงแล้วเงยขึ้นมองอีกครั้ง ในสายตาก็เหลือเพียงชายเสื้อของอีกฝ่ายที่พลิ้วหายไป

เขาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มอย่างจนใจ หันกายกลับเข้าห้อง ไม่ได้กลับไปนอนพักเอาแรง แต่นั่งลงหน้าโต๊ะเขียนอักษร และบนโต๊ะมีกระดาษสะอาดแผ่นหนึ่งกางแผ่อยู่

เขาเก็บรอยยิ้มผ่อนคลายที่หลงเหลือ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ยกมือรวบรวมปราณแก่นปราชญ์ เพียงพริบตาจิตสมาธิก็ดำดิ่งเข้าสู่หมากกลกระดานนั้น

ดินแดนลี้ลับที่หยินหยางสับเปลี่ยน การเข่นฆ่าในสนามรบใต้ฝ่าเท้ายังคงดำเนินต่อไป เมืองทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความเสียหาย กองทัพขาวและดำต่างคุมเชิงกันอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด

หากสังเกตสถานการณ์รบให้ดี เวลานี้กองทัพฝ่ายขาวคล้ายจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย และทันทีที่ฉีซ่านปรากฏตัว เงาร่างคนผู้นั้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

ฉีซ่านเลิกชายเสื้อขึ้นเล็กน้อยด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะนั่งลง พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า "ไร้คนรบกวน เจ้าและข้ามาต่อกันเถิด"

ไร้เสียงขานรับ มีเพียงการสะบัดพัดวางหมากของคนผู้นั้น ที่ทำลายความได้เปรียบที่กองทัพขาวอุตส่าห์ช่วงชิงมาได้จนสลายไปอย่างไร้ร่องรอย

ฉีซ่านไม่รีบร้อน ปากเอื้อนเอ่ยวาจาสิทธิ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบประโยคหนึ่ง ตัวหมากสีขาวรวมตัวกันใต้ผืนนภา กองทัพชุดขาวบนกระดานเคลื่อนไหวตามคำสั่ง

ในขณะที่กองทัพขาวและดำเข่นฆ่ากันอย่างดุเดือด เซินถังก็ขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าหอตำราเจิ้งกวงที่มาเมื่อวาน พลันตะโกนเรียกมาแต่ไกล

"เถ้าแก่ ข้ามาส่งงานแล้ว" นางกระโดดลงจากหลังเจ้ามอเตอร์ไซค์ แล้วโยนบังเหียนออกไปอย่างลวกๆ

เจ้ามอเตอร์ไซค์ของนางเงยหน้าอ้าปากรับอย่างรู้ใจ คาบเชือกไว้อย่างแม่นยำ แล้วหมอบลงพักผ่อนที่ลานว่างหน้าหอตำรา

เวลานั้นเถ้าแก่กำลังนั่งอยู่หลังตู้ มือข้างหนึ่งเท้าศีรษะ หลับตาพักสายตา แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนของเซินถัง ความง่วงงุนก็บินหนีไปจนหมดสิ้น

"ผู้ใด? เป็นผู้ใดกัน?" เถ้าแก่สะดุ้งโหยง พอเห็นชัดว่าเป็นผู้ใด ก็เอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า "แม่นางน้อยทำงานเสร็จเร็วปานนี้เชียวหรือ?"

เซินถังรู้สึกผิดเล็กน้อย ตอบรับเสียงอู้อี้ "อื้มๆ..."

"ข้าขอตรวจดูหน่อยว่าวาดเป็นอย่างไร" เถ้าแก่ไม่ใคร่จะเชื่อนัก เวลาเพียงคืนเดียวจะวาดภาพที่ประณีตงดงามออกมาได้สักเพียงใด?

นิสัยของนายโลมแห่งหอเย่ว์หัวผู้นั้น เขาก็พอจะรู้กิตติศัพท์อยู่บ้าง รู้ว่าคนผู้นั้นช่างเลือกนัก ภาพวาดหยาบๆ ย่อมไม่เข้าตา

ทว่าเมื่อเขาค่อยๆ คลี่ภาพวาดออก เพียงแวบเดียวสายตาก็ถูกคนในภาพช่วงชิงไปจนหมดสิ้น ไม่อาจละสายตาไปได้แม้ชั่วขณะ ลมหายใจแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว

บนกระดาษวาดภาพคือเด็กหนุ่มรูปงามที่แฝงความไร้เดียงสา ผู้กำลังซ่อนกายอยู่เพียงลำพังในดงดอกไม้

ผู้วาดไม่ได้เน้นลงรายละเอียดที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม แต่กลับทุ่มเทความประณีตทั้งหมดไปที่ริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่อวบอิ่มและงดงามพอดีนั้น ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่อยากจะก้มลงไปสัมผัสใกล้ชิด

เถ้าแก่พลันได้สติ ใบหน้าแก่ชราแดงซ่าน กระแอมไอแก้เก้อเบาๆ "แม่นางน้อยฝีมือวาดภาพล้ำเลิศนัก!"

เขาทำอาชีพนี้มาหลายปี เคยรับงานราคาสูงจากย่านเริงรมย์มาไม่น้อย จิตรกรที่มารับงานหากไม่มีถึงร้อยก็ต้องมีห้าสิบ ในจำนวนนั้นไม่ขาดแคลนผลงานระดับตำนานที่ผู้คนกล่าวขาน บ้างก็สงวนท่าที บ้างก็เร่าร้อนเปิดเผย

ไม่เย้ายวนจนวาบหวาม ก็ฉูดฉาดจนหยาบโลน จิตรกรแทบจะงัดทักษะทั้งสิบแปดกระบวนท่าออกมาใช้ วาดสีสันฉูดฉาด งดงามยั่วยวน

แต่ถามใจตนเอง ภาพที่ทำให้เขาเสียความสุขุมได้ถึงเพียงนี้ กลับไม่มีเลยสักภาพ นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้มาพานพบ เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเปิดดูภาพที่สอง

ภาพนี้ก็เป็นรูปแบบเดียวกัน ดูเผินๆ เหมือนสงวนท่าที แต่หากพินิจพิเคราะห์ให้ดีจะพบความปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบนิ่ง ราวกับมีปีศาจจำแลงที่งดงามแต่ไม่หยาบโลนซ่อนอยู่ในภาพ เพียงยิ้มแย้มหรือขมวดคิ้วก็สามารถกระชากวิญญาณคนได้

ภาพที่สามเป็นภาพคนสองคน

คนหนึ่งยังคงเป็นเด็กหนุ่มคนเดิม ส่วนอีกคนหนึ่งใบหน้าไม่ชัดเจน แต่รูปร่างสูงใหญ่กำยำ กำลังกระซิบคำหวานชวนฝันที่ข้างหูเด็กหนุ่ม ริมฝีปากแทบจะอมติ่งหูอวบอิ่มของเด็กหนุ่มเข้าไป

ภาพที่สี่ก็เป็นคนสองคนเช่นกัน แต่เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง หญิงสาวใบหน้าไม่ชัดเจนเช่นกัน แผ่นหลังบอบบางสมส่วน เด็กหนุ่มกำลังยิ้มแย้มแนบชิดนาง บรรยากาศคลุมเครือวาบหวามแทบจะทะลุกระดาษออกมาปะทะใบหน้า

ลูกกระเดือกของเถ้าแก่ขยับขึ้นลงหลายครั้ง ลอบปาดเหงื่อ

อยู่ต่อหน้าแม่นางน้อยผู้นี้จะเสียความสุขุมไม่ได้เป็นอันขาด จึงแสร้งทำเป็นกระหายน้ำจิบชา อาศัยน้ำชาเย็นชืดกดข่มเพลิงปรารถนาที่ลุกโชนนั้นลงไป

'เห็นผีแล้วจริงๆ คิดดูเถิดว่าเขาทำอาชีพนี้ นิยายประโลมโลกหรือภาพในห้องหอที่ร้อนแรงดั่งฟ้าผ่าลงกลางทุ่งหญ้าแห้งแบบใดบ้างที่ไม่เคยผ่านตา นึกว่าตนเองผ่านสมรภูมิมาโชกโชนจนจิตใจด้านชาแล้วแท้ๆ นึกไม่ถึงว่าจะมาเสียท่าให้กับภาพวาดไม่กี่ใบที่เร่งวาดขึ้นเพียงชั่วคืน'

เหงื่อบนหน้าผากเถ้าแก่ผุดพรายมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ

รอจนเขาชื่นชมภาพวาดทั้งหมดจบ พลางพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาก็ยอมศิโรราบ และนี่คือยอดฝีมือแห่งวงการภาพในห้องหอโดยแท้!

เถ้าแก่โพล่งออกมา "แม่นางน้อยเคยคิดจะออกสมุดรวมภาพหรือไม่?"

กิจการต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน สมุดภาพต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในพริบตา!

เขาเชื่อว่าหากภาพไม่กี่ใบในมือนี้ออกสู่สายตาชาวโลก พวกอันดับหนึ่งในย่านเริงรมย์คงตบตีกันหัวแตกเพื่อจองตัวนางอย่างแน่นอน อีกทั้ง เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา!

แต่เซินถังส่ายหน้า "ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น"

'คนหนุ่มเลือดร้อนอย่างหยวนเหลียง ขืนให้วาดภาพพรรค์นี้ทั้งวันมีหวังร่างกายทรุดโทรม ไตพร่องกันพอดี เขาดูไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่ด้วย ให้เขาพักผ่อนเถอะ'

เถ้าแก่ได้ยินดังนั้นก็ผิดหวังอยู่บ้าง คิดอยากจะเกลี้ยกล่อมต่อ

เซินถังขัดจังหวะอีกฝ่าย "ความจริงแล้วภาพพวกนี้ข้าไม่ได้วาดเอง เมื่อคืนข้ากลับไปวาดได้ครึ่งภาพก็ถูกพี่ชายที่บ้านจับได้ เขาโมโหมาก จึงช่วยวาดแทนให้ พี่ชายข้าเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึ ไม่มีทางยอมยึดอาชีพนี้อย่างแน่นอน ภาพเหล่านี้ เถ้าแก่พอใจหรือไม่?"

"ท่านไม่ได้วาดเองหรอกหรือ?"

เซินถังพยักหน้าอย่างเปิดเผย "อื้ม มีผลอะไรหรือไม่?"

เถ้าแก่คิดดูแล้ว "ไม่มีปัญหา ขอแค่ส่งงานได้ก็พอ"

ไม่ได้ระบุชื่อแซ่เจาะจงว่าต้องให้จิตรกรคนใดวาด ขอแค่ผลงานเป็นที่น่าพอใจ ผู้ใดวาดล้วนไม่สำคัญ เพียงแต่เสียดายที่คงอดทำสมุดรวมภาพแล้ว

เถ้าแก่เก็บภาพวาดไว้อย่างทะนุถนอม ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี "ว่ากันตามตรง ข้าดูภาพมานับไม่ถ้วนตลอดชีวิต ภาพไม่กี่ใบนี้คือสิ่งที่น่าตื่นตะลึงที่สุด แม้แต่ข้ายังเป็นถึงเพียงนี้ คิดว่านายโลมผู้นั้นคงพึงพอใจ ภาพเหล่านี้ต้องช่วยยกระดับค่าตัวของเขาให้สูงขึ้นไปอีกเป็นแน่!"

"เถ้าแก่จะนำภาพไปส่งเมื่อใดหรือ?"

เถ้าแก่ "ทำไมรึ?"

เซินถังยิ้มเขินอาย "นายโลมผู้นั้นใบหน้างดงามนัก ทำให้ผู้คนพบเห็นแล้วยากจะลืมเลือน ข้าอยากจะ..."

พูดพลางก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย

เถ้าแก่ฟังแล้วเข้าใจความนัย จึงเอ่ยเตือนเสียงอ้อมแอ้ม "แม่นางน้อย... คนในย่านเริงรมย์ต่อให้ใบหน้างดงามเพียงใดก็ไม่อาจปักใจหลงใหลได้... ถึงอย่างไรก็เป็นพวก..."

เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป หากเป็นลูกหลานบ้านดีมีตระกูลก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นนายโลมที่คอยต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อ...

น่าจนใจที่แม่นางน้อยผู้นี้หาฟังไม่ อีกฝ่ายเป็นพวกคลั่งไคล้คนหน้าตาดีเข้าเส้น!

จบบทที่ บทที่ 40 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย (ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว